ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 92 อาหญิงถูกครอบครัวคนไร้ยางอายตามตื๊อ
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 92 อาหญิงถูกครอบครัวคนไร้ยางอายตามตื๊อ
วันรุ่งขึ้น เซียวหมิงเยวี่ยกำลังนอนเล่นสบาย ๆ อยู่บนโซฟา
คุณยายกำลังทำขนมน ้าตาลอยู่ในห้องครัว กลิ่นหอมหวานลอย มาทำให้เธอน ้าลายสอ
หญิงสาวลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย “พ่อกับแม่ไปที่โรงจอดรถใต้ดิน อีกแล้วเหรอคะ?”
คุณยายที่กำลังทำขนมตอบกลับ “เปล่าหรอก พวกเขาไปที่ฝ่าย จัดการอสังหาริมทรัพย์ เห็นบอกว่าไปรับอาหารแห้งที่เป็นสวัสดิการ”
เซียวหมิงเยวี่ยหยิบขนมน ้าตาลที่เพิ่งออกจากกระทะขึ้นมาชิ้น หนึ่ง ถึงแม้จะร้อนมือ แต่เธอก็อดใจไม่ไหวเพราะกลิ่นหอมหวาน
“ดูเหมือนว่าสวัสดิการของฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จะดีขึ้น เรื่อย ๆ นะคะ”
“ใช่แล้ว เพิ่งจะแจกข้าวสารไปเมื่อวาน วันนี้ก็มีสวัสดิการอีกแล้ว สวัสดิการของคุณพ่อก็ดีอยู่นะ ตอนนี้จะมีใครบ้างที่สามารถใช้ชีวิต สุขสบายแบบบ้านเรา?”
คุณยายกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในอนาคตสวัสดิการของฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์จะยิ่งดีขึ้น เรื่อย ๆ ไปอีก เซียวหมิงเยวี่ยคิดในใจ
เธอรู้สึกหิวไม่น้อย จึงหยิบขนมน ้าตาลขึ้นมากินทีละชิ้น และ เหมือนว่าจะกินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม
เมื่อหลานสาวชอบกิน คุณยายก็ดีใจมาก เธอพูดด้วยน ้าเสียง อ่อนโยนว่า
“นี่หลานรัก ยายทำไม่ทันหลานกินแล้ว กินช้า ๆ หน่อยสิ เดี๋ยว ยายทำเพิ่มให้ รับรองได้กินจนอิ่ม!”
เซียวหมิงเยวี่ยกินขนมน ้าตาลชิ้นสุดท้ายหมดแล้ว จากนั้นจึงดื่ม น ้าเพื่อดับกระหาย
“ขนมน ้าตาลคือความทรงจำที่ดีที่สุดในวัยเด็กของหนูเลย ตอน เด็ก ๆ หนูชอบกินขนมน ้าตาลที่คุณยายทำมาก”
ขนมน ้าตาลกรอบนอกนุ่มใน หวานฉ ่า กินตอนออกจากกระทะ ร้อน ๆ แล้วอร่อยที่สุด
“ถ้าหลานชอบขนาดนั้น เดี๋ยวยายทำให้กินทุกวันเลยนะ”
ตอนนี้คุณยายรู้สึกมีพลังเหลือล้น เธอแทบอยากจะนวดแป้งอีก สองกะละมังใหญ่ ๆ เพื่อทำบะหมี่ และทำขนมน ้าตาลอีกหลายชิ้น
เซียวหมิงเยวี่ยกินเสร็จแล้วก็นอนเล่นอยู่บนโซฟา เธอเปิดทีวีดู ละครที่บันทึกไว้นานแล้ว
ในเวลานี้ พ่อเซียวก็หิ้วถุงข้าวโพดคั่วสองถุงกลับมาบ้านอย่าง หัวเสีย เขาโยนถุงข้าวโพดคั่วทิ้งลงบนพื้นและนั่งบนโซฟาด้วยความ หงุดหงิด
แม่เซียวเดินตามหลังมา สีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงดูหงุดหงิดแบบนั้นล่ะ? มาลองชิมขนม น ้าตาลที่แม่เพิ่งทำเสร็จดูสิ”
คุณยายเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนและพูดทัก
“พ่อ ใครทำให้โกรธมาคะ?” เซียวหมิงเยวี่ยอยากรู้เช่นกัน
พ่อเซียวก้มศีรษะลงและไม่พูดอะไร แม่เซียวจึงกางมือออกและ พูดอย่างเหลืออด
“จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่ลุงกับย่าของลูก”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ่งสับสนมากขึ้น “พวกเขาทำอะไรอีก คงไม่ได้มา หาเราที่หมู่บ้านอีกใช่ไหมคะ? ตอนนี้พายุทรายแรงแบบนี้ เป็นไป ไม่ได้เลยนี่นา”
นอกจากนี้ ลุงใหญ่และเซียวอวี่ต่างก็บาดเจ็บที่เท้า ทำให้ เคลื่อนไหวลำบาก ซึ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
“พวกเขาไม่ได้มาหาเรา แต่พวกเขาไปหาอาหญิงของลูก” แม่ เซียวอธิบาย
“คุณอา?”
เซียวหมิงเยวี่ยไม่มีความทรงจำอะไรพิเศษเกี่ยวกับอาหญิงของ เธอ เธอรู้เพียงว่าอาหญิงแต่งงานออกไปอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่ยังเด็ก และตัดขาดความสัมพันธ์กับคุณย่า
เพราะคุณย่าเป็นพวกรักลูกชายมากกว่า ด้วยความต้องการ สินสอดสูง จึงยอมยกอาหญิงให้ชายชราวัยห้าสิบกว่าที่พิการ จากนั้นคุณอาก็หนีไปกับชายหนุ่มจากต่างจังหวัดไป หลายปีที่ผ่าน
มาไม่มีข่าวคราวใด ๆ แม้แต่กับพ่อเซียวที่เป็นพี่ชายก็ไม่ได้ติดต่อกัน บ่อยนัก
เมื่อคุณย่านึกถึงอาหญิงทีไร เธอมักจะก่นด่าสาปแช่งว่าหญิง สาวเป็นลูกอกตัญญู เสียชาติเกิด
“พวกเขามาซื้อน ้ามันเบนซินราคาแพง เพราะได้ยินว่าอาของลูก ร ่ารวยแล้ว ไม่รู้ว่าพวกเขาไปรู้ที่อยู่ของเธอมาจากไหน เมื่อวานนี้
เซียวฮ่วนฮ่วนจึงขับรถไปขอความช่วยเหลือ และยกทั้งครอบครัวไป ที่บ้านของคุณอา” แม่เซียวกล่าวเสริม
เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองพ่อเซียวที่สีหน้าบูดบึ้ง “ก็ไม่ได้มาหา เรานี่นา ทำไมพ่อถึงโกรธล่ะ?”
ใบหน้าแม่เซียวซับซ้อน “เพราะอาเขาไม่มีที่ระบาย เธอจึงโทรหา พ่อและดุด่าเขาเสีย ๆ หาย ๆ”
ในที่สุดเซียวหมิงเยวี่ยก็เข้าใจแล้ว อาจเป็นเพราะคุณย่าและลุง ใหญ่คิดว่าครอบครัวของอาหญิงไม่กล้าทำอะไรพวกเขา จึงเปลี่ยน
เป้าหมายมาหาเธอแทน พวกเขายังคงใช้วิธีเดิม ๆ ที่เคยใช้กับ ครอบครัวของเธอ
เมื่อก่อนพ่อเซียวเป็นคนโง่เขลาและเชื่อฟังทุกอย่าง จึงถูกคุณ ย่าและลุงใหญ่เอาเปรียบเสมอ แต่คุณอาไม่ใช่คนอ่อนแอ เธอจึงต้อง สู้กับพวกเขาอย่างแน่นอน
คุณย่าและลุงใหญ่คงจะพูดจาจาบจ้วงคุณอามาก ๆ โดย พยายามใช้วิธีข่มขู่ให้เธอเลี้ยงดูพวกเขา และคาดว่าคุณอาคงจะยอม แพ้ จึงโทรหาพ่อเซียวเพื่อระบายอารมณ์
“เธออยากด่าใครก็ด่าไป ใครไปยุ่งกับเธอก็ไปด่าคนนั้นสิ จะมา ระบายอารมณ์กับคนอื่นได้ยังไง คุณย่าทำผิดต่อคุณอา แต่พ่อไม่ได้ ทำอะไรผิดสักหน่อย” เซียวหมิงเยวี่ยพึมพำด้วยความไม่พอใจ
พ่อเซียวมีสีหน้าบึ้งตึงอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พูดขึ้นว่า
“ใช่ ลูกพ่อพูดถูก ครอบครัวเราทำผิดต่อเธอในอดีต แต่พ่อขอ สาบานเลยว่าไม่เคยทำอะไรผิดต่อน้องสาวคนนี้ เธอหนีตามผู้ชายไป พ่อก็ยังช่วยเธอปิดบังอยู่เลย
พ่อรู้ว่าเธอมีความเกลียดชังอยู่ในใจ แต่พ่อไม่เคยไปรบกวนเรื่อง ครอบครัวเธอเลย ในฐานะพี่ชายทำขนาดนี้แล้วยังจะเอาอะไรอีก พ่อ ไม่ได้ไปขอกินขอดื่มจากเธอสักหน่อย ทำไมต้องตำหนิพ่อด้วย?”
ในเวลานี้ โทรศัพท์มือถือของพ่อเซียวดังขึ้นอีกครั้ง เสียงเรียก เข้าที่เร่งรีบดังเหมือนเป็นเสียงเตือนใจ
ทันทีที่รับสาย เสียงคำรามของคุณอาก็ดังเข้ามา
“พี่รีบมาพาไอ้สารเลวพวกนี้ออกไปซะ! ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป แล้ว พี่รู้ไหมว่าพวกมันทำอะไร พวกมันไม่ยอมให้ฉันเข้าบ้าน นอน เรียงกันขวางอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นใครเดินผ่านก็บอกว่าฉันเป็นลูก เนรคุณ พ่อแม่สามีของฉันเป็นคนมีหน้ามีตา คิดว่าจะเคยเห็นเรื่อง แบบนี้เหรอ?
สุดท้ายพ่อสามีก็ยอมให้พวกมันเข้าไปในบ้าน พอเข้ามาได้ก็กิน ข้าวอย่างตะกละตะกลาม เหมือนไม่เคยเห็นข้าวมาก่อน น่าขายหน้า ชะมัด จานชามที่พวกมันใช้ฉันโยนทิ้งไปหมดแล้ว น่าขยะแขยงจริง ๆ!”
คุณอาหายใจแรงมาก และเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธ
“พี่รอง ทำไมตอนนี้ถึงไม่เลี้ยงปลิงดูดเลือดพวกนี้แล้ว เมื่อก่อนพี่
ก็คอยเลี้ยงดูอย่างดีไม่ใช่หรือไง? พวกมันบอกพี่เปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นลูกอกตัญญูที่ไร้หัวใจ พวกเขาพูดแบบนี้ได้ยังไง? พี่จะ ปล่อยให้พวกเขามาทำร้ายฉันแบบนี้เหรอ?”
“ทำไมฉันถึงโชคร้ายขนาดนี้ ทำไมถึงได้เกิดมาในครอบครัว เฮงซวย! ฉันไม่สนแล้ว รีบมารับพวกมันไปซะ!”
เมื่อเห็นว่าในที่สุดเธอก็พูดจบ พ่อเซียวจึงพูดเสียงเรียบ
“ฉันไม่ไปรับหรือเลี้ยงดูพวกเขาอีกต่อไปแล้ว พวกเขาบอกว่า ฉันเป็นลูกอกตัญญู งั้นก็ถามไปสิว่าเพราะพวกเขาทำอะไรลงไป
พวกเขาบีบบังคับรีดเลือดลูกสาวของฉัน! เสี่ยวหรง แกจะจัดการกับ พวกเขายังไงก็เรื่องของแก มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันควบคุมสิ่งที่
เกิดขึ้นไม่ได้ แกต้องจัดการเอง!”
คุณอาขึ้นเสียงทันที “ว่ายังไงนะ? ในที่สุดลูกชายขี้ขลาดก็ตา สว่างแล้วงั้นเหรอ? แล้วฉันควรทำยังไง ฉันก็อยู่เฉย ๆ ของฉัน พี่รอง ห้ามทอดทิ้งกันแบบนี้นะ พี่ต้องคิดหาทางแก้ไข…”
ก่อนที่คุณอาจะพูดจบ พ่อเซียวก็กดวางสายไป
“ฉันจะทำอะไรได้ จะโยนเรื่องวุ่นวายอย่างนี้มาให้ตลอดไม่ได้นะ เพราะฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย” พ่อเซียวพึมพำ
เซียวหมิงเยวี่ยกับแม่เซียวหันมองหน้ากัน และแอบยกนิ้วโป้งให้ พ่อเซียว พ่อเซียวพูดได้ดีจริง ๆ
หลังจากอาหญิงแต่งงานออกไปอยู่นอกเมือง เธอก็ไม่เคย กลับมาอีกเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เซียวหมิงเยวี่ยไม่เคยเจอกับ เธอเลยสักครั้ง และรู้เพียงว่าตัวเองมีอาหญิง
แม้คุณปู่จะป่วยหนักจนเสียชีวิต แต่อาหญิงก็ไม่เคยกลับมาเยี่ยม เลย เธอไม่เพียงเกลียดชังคุณย่าเท่านั้น แต่ยังโกรธเคืองคุณปู่ที่ไร้ ความสามารถ โดยไม่สามารถห้ามปรามคุณย่าจากการขายลูกสาว ให้ชายชราพิการ
ในครอบครัว อาหญิงติดต่อกับพ่อเซียวเท่านั้น แต่ไม่ได้บ่อยครั้ง นัก
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยได้ยินเรื่องราวชีวิตของอาหญิง เธอก็เข้าใจว่า อาหญิงเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร และเริ่มเข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตามพ่อเซียวก็น่าสงสารเช่นกัน ทำไมเขาถึงต้องรองรับ อารมณ์ของเธอด้วย
“แม่ ขนมน ้าตาลอยู่ไหนเหรอ ผมชักจะหิวแล้ว” จู่ ๆ พ่อเซียวก็ ถามขึ้น
คุณยายหยิบขนมน ้าตาลทอดเสร็จใหม่ ๆ มาให้และพูดว่า “อยู่นี่
ไง ลองกินดูสิ ยังร้อน ๆ อยู่เลย”
พ่อเซียวกัดขนมน ้าตาลด้วยใบหน้าเศร้า
“อร่อยจัง ตอนผมเด็ก ๆ แม่ก็ทำขนมน ้าตาลให้แบบนี้ แต่เธอ ซ่อนไว้ให้พี่ใหญ่กินคนเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้ผมได้กินแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดขึ้นทันทีว่า “พ่อคะ ไม่ใช่แค่ได้กินขนมน ้าตาล นะ แต่พ่อยังมีแม่ด้วย คุณยายก็รักพ่อมาก พ่อไม่สังเกตเห็นเหรอ สองวันมานี้คุณยายทำกับข้าวที่พ่อชอบกินตลอดเลย อุตส่าห์ได้ หยุดพักผ่อนทั้งที คุณยายก็อยากให้พ่อได้กินของอร่อยบ้าง”
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว ดวงตาของพ่อเซียวก็เริ่มร้อนผ่าว และกัดขนมน ้าตาลอีกคำ