ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 93 เจ้าเสือโง่สมควรถูกตีมากขึ้นเรื่อย ๆ
- Home
- ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว
- ตอนที่ 93 เจ้าเสือโง่สมควรถูกตีมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ลูกจ๋า เอาหน้ากากมาให้พ่อหน่อย!”
พ่อเซียวกำลังอยู่บนหลังคาและทำความสะอาดด้วยไม้กวาด เนื่องจากหลังคารับแสงเต็มไปด้วยขยะมากมาย เช่น ถุงเท้าเหม็น ถุงพลาสติก เสื้อชั้นใน และแม้แต่เครื่องทำนมถั่วเหลือง
นอกจากนี้ยังมีชั้นฝุ่นหนาที่เกิดจากพายุทรายอีกด้วย
“มาแล้วค่ะ มาแล้ว”
เซียวหมิงเยวี่ยกำลังกินถั่วลิสงอยู่ เธอรีบไปหยิบหน้ากากอนามัย มาให้ผู้เป็นพ่อ
พ่อเซียวรีบสวมหน้ากากอนามัยและพูดว่า “แค่ก ๆ ๆ ทุกอย่าง ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนา โชคดีนะที่หลังคารับแสงของเราแข็งแรง ไม่งั้นเครื่องทำนมถั่วเหลืองคงกระแทกจนพังแน่ เดี๋ยวเอาลงไปแล้ว เช็กดูหน่อยว่ายังใช้ได้อยู่ไหม”
เซียวหมิงเยวี่ยพูดเบา ๆ
“พ่อ มันสกปรกจะตาย ไม่รู้ว่าสัมผัสแบคทีเรียไปกี่ล้านตัวแล้ว อีกอย่างบ้านเราก็มีเครื่องทำนมถั่วเหลืองอยู่แล้ว ทิ้งไปเถอะค่ะ”
“ก็ถูกนะ งั้นแล้วแต่ลูกละกัน”
พ่อเซียวคิดแบบเดียวกัน จึงโยนมันออกไปข้างนอก เขาทิ้งขยะ ทั้งหมดที่นั่นเพื่อจะได้ทำความสะอาดในภายหลัง
“แล้วพ่อจะกลับไปกรมเกษตรกรรมตอนไหนคะ?” เซียวหมิง เยวี่ยถาม
“คงไปถึงราวหกโมงเย็น พ่อคิดว่าก่อนกลับไปจะทำงานบ้าน ทั้งหมดที่ทำได้ ทุกคนในบ้านจะได้ทำงานน้อยลงไง”
“ดีเลยค่ะ”
เซียวหมิงเยวี่ยยกนิ้วให้ ก่อนเดินกลับเข้าไปด้านใน
ตลอดบ่ายวันนั้น พ่อเซียวได้เก็บกวาดบ้านทั้งหลัง เช็ดพื้นจน เงางาม ดูแลแปลงผัก และทำความสะอาดเล้าไก่
แม่เซียวและคุณยายกำลังดูละครรักน ้าเน่ายุค 90 พลางร้องไห้ ฟูมฟาย ส่วนเซียวหมิงเยวี่ยขลุกอยู่ในห้อง และหนีเข้าไปในพื้นที่มิติ นานแล้ว
สาวชาวไร่คนนี้ไม่เคยอยู่เฉย เธอยังมีงานในแปลงผักและสวน ผลไม้อีกมาก และยังมีออร์เดอร์ใหม่เกือบทุกวัน แทบไม่ต้องเดาก็รู้ว่า มาจากลูกค้าในเมืองใต้ดิน
คุณโจวไม่ปิดบังเรื่องนี้ ไม่ว่าใครถาม เขาก็บอกไปอย่างเถรตรง ว่าสั่งผักผลไม้จากร้านมูนฟาร์ม
ปัจจุบัน เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองเผิงจิงต่างก็รู้จักมูนฟาร์ม ความ นิยมของร้านค่อย ๆ เพิ่มขึ้น มีแม้กระทั่งลูกค้าจากต่างเมือง แต่เธอ
ไม่รับทำธุรกิจกับคนต่างถิ่น เพราะเธอมีสินค้าคงคลังไม่มาก และมัน ไม่พอขายให้คนในพื้นที่ด้วยซ ้า
เรื่องนี้ทำให้เซียวหมิงเยวี่ยเหนื่อยล้ามาก หลังจากความนิยม ของร้านเพิ่มขึ้น ออร์เดอร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อออร์เดอร์เพิ่มขึ้น สินค้าคงคลังก็มักจะไม่เพียงพอ
ผักคะน้าไม่เพียงพอแล้ว ผักกาดขาวไม่มีแล้ว ผักชีก็ขาดแคลน ส้มต้องรออีกสองสามวันถึงจะโตเต็มที่ ไม่ต้องพูดถึงแก้วมังกร ตอนนี้
มันยังเขียวอยู่เลย
เมื่อสินค้าคงคลังที่กำหนดไว้ขายหมด สินค้าจะเปลี่ยนเป็นสีเทา และไม่สามารถคลิกซื้อได้ ส่งผลให้ลูกค้าจำนวนมากไม่พอใจ พวก เขาต่างก็ทักมาถามเจ้าของร้านเพื่อถามว่าเมื่อไหร่จะมีสินค้าสักที
เซียวหมิงเยวี่ยตอบกลับทุกคนไปว่า เมื่อไหร่ที่มันโต ก็ตอนนั้น แหละที่มีสินค้า
และเธอยังได้เปิดโหมดพรีออร์เดอร์ โดยจัดส่งตามลำดับการ ชำระเงินเมื่อมีสินค้าเพียงพอ
เซียวหมิงเยวี่ยเดินไปรอบ ๆ แปลงฟักทองและแปลงแตงโม พืช เหล่านี้เลื้อยพันกันเต็มไปหมด และแผ่ขยายไปทั่วพื้นที่แล้ว นอกจากนี้ต้นฟักทองและแตงโมบางต้นก็เติบโตอยู่ในแปลงเดียวกัน
เซียวหมิงเยวี่ยสามารถระบุได้ว่าพวกมันคือพืชชนิดไหนด้วย การดูจากใบ
เมื่อเห็นว่าดอกฟักทองจำนวนมากกำลังเติบโต เซียวหมิงเยวี่
ยจึงหยิบดอกตัวผู้ 2-3 ดอกมาวางไว้บนดอกตัวเมียเพื่อช่วยผสม เกสร หลังจากนั้นไม่นาน ฟักทองก็จะงอกออกมาจากดอกตัวเมียที่
ผสมเกสรแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บฟักทอง 9 ลูก และแตงโมอีก 5 ลูกออกจากดง ใบไม้ที่หนาแน่น เธอเก็บไว้กินเองชนิดละหนึ่งลูก ส่วนที่เหลือ สามารถนำไปวางขายได้
เมื่อเห็นมีออร์เดอร์จากคุณโจว เขาต้องการฟักทอง 6 ลูก เซียวหมิงเยวี่ยส่งให้เขาก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงส่งที่เหลือ ให้กับลูกค้ารายอื่น
นับตั้งแต่ธุรกิจมูนฟาร์มเริ่มดีขึ้น เหล่าหมูในคอกก็เป็นกลุ่มแรก ที่ไม่พอใจเพราะอาหารลดลง พวกมันเคยกินผักผลไม้ส่วนเกินที่ขาย ไม่ทันมากมาย แต่ตอนนี้แค่นำไปขายยังไม่พอ แล้วนับประสาอะไร กับส่วนเกิน
ส่วนวัวและแพะ พวกมันกินหญ้าเป็นหลัก ผักและผลไม้เป็นเพียง อาหารเสริม จึงไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่
แน่นอนว่าที่เซียวหมิงเยวี่ยเก็บผักและผลไม้ส่วนหนึ่งไว้เอง หนึ่ง ก็เพื่อกินเองที่บ้าน และสำหรับเลี้ยงสัตว์ของเธอ เพราะต้องให้ ความสำคัญกับอาหารของแม่หมูตั้งครรภ์
ท้องของแม่หมูใหญ่ขึ้นมากและน่าจะใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้ว นอกจากนี้ยังมีแม่วัวอีก 2 ตัวที่กำลังท้อง เมื่อลูกหมูเกิดมา พวกมัน จะถูกตอนและเลี้ยงเพื่อใช้เป็นเนื้อสำรอง
เซียวหมิงเยว่กำลังเก็บไข่และวางแผนสิ่งที่เธอควรทำในอนาคต
ทันใดนั้น ฟู่กุ้ยกระโดดข้ามรั้วเข้ามาในลานบ้าน โดยยืนอยู่ข้าง หม้อเหล็กขนาดใหญ่ของเขา และคำรามออกมาเบา ๆ
แม่ไก่ที่กำลังประท้วงพฤติกรรมขโมยไข่ของเซียวหมิงเยวี่ยเงียบ ลงทันที พวกมันหดหัวเข้าไปในเล้าอย่างเงียบเชียบ เนื่องจากกลัวเจ้า ฟู่กุ้ย
เซียวหมิงเยวี่ยเก็บไข่เสร็จแล้วเดินออกจากเล้าไก่ ขณะนั้นเธอ โปรยข้าวโพดลงไปในเล้าไก่และพูดว่า
“ฟู่กุ้ยหิวแล้วเหรอ?”
ฟู่กุ้ยใช้อุ้งเท้าใหญ่ของมันตบหม้อเล็ก
เซียวหมิงเยวี่ยจึงหันไปมอง “แล้วแกอยากกินอะไรล่ะ ไก่ตุ๋น ไหม? หรือเนื้อวัวต้ม? หรือว่าเนื้อหมูอบซอสแดง?”
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยพูดถึงเนื้อหมูอบซอสแดง ฟู่กุ้ยก็คำราม ออกมา บ่งบอกว่าอยากกินสิ่งนี้
“กินเนื้อหมูอบซอสแดงทุกวัน ยังไม่เบื่ออีกหรือไงนะ”
เซียวหมิงเยวี่ยล้างมือและเดินเข้าไปในโกดัง เธอหยิบเนื้อหมู สามชั้นที่มีทั้งมันและเนื้อออกมา 8 ชิ้น แล้วต้มไข่ไก่ 10 ฟอง จากนั้น เริ่มอบเนื้อหมูสามชั้นให้ฟู่กุ้ยกิน
เธอตุนเครื่องปรุงไว้ไม่น้อยก่อนวันสิ้นโลก เช่น พริกไทย กระเทียม อะไรทำนองนั้น เดิมคิดว่าคนในครอบครัวจะมีกินเหลือเฟือ คนคนหนึ่งจะใช้เครื่องปรุงได้มากแค่ไหนกันเชียว แต่ที่ไหนได้ส่วน ใหญ่จะใช้กับฟู่กุ้ย โชคดีที่เซียวหมิงเยวี่ยตุนไว้เยอะก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่พอ
เสือตัวนี้เลือกกินมากจริง ๆ
ฟู่กุ้ยเดินเข้ามาหาเซียวหมิงเยวี่ยและถูไถเธออย่างเสน่หา ราว กับจะพูดว่า
ขอบคุณครับแม่ แม่ใจดีที่สุดเลย
ตอนนี้ฟู่กุ้ยมีรูปร่างที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าเสือธรรมดาทั่วไปเป็น เท่าตัว ดังนั้นเมื่อเซียวหมิงเยวี่ยอยู่ด้านข้าง ทำให้เธอดูตัวเล็กจิ๋วเป็น พิเศษ
เซียวหมิงเยวี่ยตบหัวเจ้าเสือใหญ่เบา ๆ “เด็กดี ออกไปเล่นสักพัก เถอะ เนื้อลงหม้อเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
ฟู่กุ้ยดีใจและวิ่งเข้าหาเธอ แต่มันไม่รู้ถึงความแตกต่างของขนาด ตัวทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้ตัวใหญ่ยักษ์ผลักเซียวหมิงเยวี่ยสะดุดล้มลง พื้นทันที
เซียวหมิงเยวี่ย “…”
เธอหรี่ตาลงและตีฟู่กุ้ยที่ขา
“ไปเล่นไกล ๆ เลยนะ!”
แต่ฟู่กุ้ยเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสา มันเลียมือของเซียวหมิง เยวี่ยอย่างเอาอกเอาใจ จากนั้นจึงกระโดดข้ามรั้ววิ่งไปทางทุ่งหญ้า เพื่อเล่นกับวัว
เซียวหมิงเยวี่ยยังคงทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในพื้นที่มิติ หลังจาก ฟู่กุ้ยกินหมูอบซอสน ้าแดงจนอิ่ม มันดื่มน ้าพุจากบ่ออีกครึ่งถัง แล้วจึง สะบัดหางไปมาอยู่ข้าง ๆ เจ้านายพร้อมกัดแขนเสื้อของเธอไม่ยอม ปล่อย
เซียวหมิงเยวี่ยคิดว่าฟู่กุ้ยไม่อยากให้เธอออกไป เพราะทุกวัน หลังจากทำอาหารให้เขากินและทำงานจนเสร็จ เธอจะรอฟู่กุ้ยกิน อาหารเสร็จก่อนแล้วจึงออกจากพื้นที่มิติ
เซียวหมิงเยวี่ยลูบหัวของเขา “ฟู่กุ้ย ฉันต้องออกไปก่อนนะ เดี๋ยว พรุ่งนี้จะมาหาใหม่ ทำตัวดี ๆ ล่ะ”
ฟู่กุ้ยนอนราบลงกับพื้น ยกสองขาหน้าขึ้นมาคล้องขาเซียวหมิง เยวี่ยไว้ และแสดงท่าทีออดอ้อน
แน่นอนว่าไม่ยอมปล่อยให้เธอไปง่าย ๆ
“แกไม่อยากให้ฉันไป หรืออยากจะออกไปกับฉันกันแน่?” เซียวหมิงเยวี่ยถามแทงใจดำเจ้าเสือตัวใหญ่
ดวงตาฟู่กุ้ยเป็นประกาย แสดงออกอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น แน่นอนว่าอยากออกไปด้วยกัน
เซียวหมิงเยวี่ยใจอ่อนและพาฟู่กุ้ยกลับไปที่ห้องด้วยกัน ก่อน หน้านี้เธอพามันมาหลายครั้งแล้ว ตอนที่ฟู่กุ้ยยังเด็ก มันเหมือนกับ กินยากระตุ้น วิ่งไปมาในห้องไม่ยอมหยุด
โชคดีที่ห้องนอนของเซียวหมิงเยวี่ยค่อนข้างใหญ่ แต่ตอนนี้
ฟู่กุ้ยไม่สามารถวิ่งเร็วเหมือนตอนเด็ก ๆ ได้แล้ว เพราะขนาดห้องเล็ก เกินกว่าจะให้มันวิ่งเล่น
ฟู่กุ้ยมองซ้ายมองขวา ทันใดนั้นก็ดีใจสุดขีด แม่พาเขามาที่รัง ของแม่อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าแม่ไว้ใจเขามาก แถมที่นี่ยังมีกลิ่นหอม ของแม่ด้วย
เซียวหมิงเยวี่ยรับรู้ได้ถึงอารมณ์ดีใจของฟู่กุ้ย เธอยกยิ้มและขึ้น ไปนอนบนเตียงโดยยกขาไขว่ห้างและเล่นโทรศัพท์มือถือ
“แกนอนเล่นบนพื้นไปคนเดียวแล้วกัน”
ฟู่กุ้ยรู้สึกไม่พอใจ นอนบนพื้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก เขาก็ อยากนอนบนรังของแม่เหมือนกัน