ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 94 พายุทรายผ่านพ้น เตือนภัยพายุฝน
ฟู่กุ้ยกระโดดขึ้นแล้วพุ่งตรงไปที่ตำแหน่งด้านข้างเซียวหมิงเยวี่ย ทันที ตอนที่มันกระโดดลงบนเตียง ร่างของเซียวหมิงเยวี่ยก็กระเด้ง ขึ้นไปบนอากาศ
เธอสับสนไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนสูญเสียแรงโน้มถ่วง ราวกับว่า เธอลอยอยู่กลางอากาศสามวินาที?
ฟู่กุ้ยเหยียดลำตัวด้วยความพึงพอใจและเปิดปากหาว รังของแม่ นุ่มมากจริง ๆ ดีกว่าพื้นหญ้าเยอะเลย
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยตกลงมาบนเตียงอีกครั้ง ฟู่กุ้ยก็หลับตาลงและ เตรียมเข้านอนแล้ว ขณะที่กำลังจะอ้าปากด่าเจ้าเสือโง่ตัวนี้ เธอพลัน ได้ยินเสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าด
โครม! เสียงดังกึกก้องพร้อมกับเตียงที่ทรุดลง
ฟู่กุ้ยเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ราวกับต้องการถามว่า เกิดอะไรขึ้นเหรอ?
เซียวหมิงเยวี่ยกำหมัดแน่น เสือเจ้าเล่ห์ตัวนี้ยังคงแสร้งทำเป็นไร้ เดียงสาอยู่อีกเหรอ?
ไม่ใช่อะไรอื่นเลย แต่เจ้าเสือโง่ตัวนี้ไม่รู้ว่าตัวเองหนักแค่ไหน แล้วยังกล้ากระโดดขึ้นมาบนเตียงของเธออีก!
“เสือโง่ แกทำเตียงฉันพัง!” เซียวหมิงเยวี่ยโกรธจัด
เสียงของพ่อเซียวดังจากนอกประตู “หมิงเยวี่ย เกิดอะไรขึ้นเหรอ ลูก?”
เซียวหมิงเยวี่ยรีบโยนฟู่กุ้ยกลับไปในพื้นที่มิติ แล้วตอบพ่อเซียว ว่าเตียงของเธอพัง พ่อเซียวรีบไปหยิบกล่องเครื่องมือและซ่อมแซม เตียงของลูกสาว
ในขณะที่พ่อเซียวกำลังซ่อมเตียง เซียวหมิงเยวี่ยเหลือบมองเข้า ไปในพื้นที่มิติ เธอเห็นฟู่กุ้ยนอนตะแคงข้างอยู่บนพื้นหญ้าอย่าง สบายใจ
น่าตีสั่งสอนให้เข็ดหลาบเสียจริง ๆ
…
เวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดความลับของขนมไหว้พระจันทร์ดำก็ไม่สามารถปกปิดไว้ ได้อีกต่อไป ข่าวสารที่ว่าขนมไหว้พระจันทร์ดำทำมาจากยุงแพร่ สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับระลอกคลื่นนับพัน
เมื่อหลายคนพบว่าขนมไหว้พระจันทร์ดำที่กินกันทุกวันทำมา จากยุง พวกเขาก็รังเกียจจนไม่กล้ากินอีก บ้างก็อาเจียนเอาน ้าที่เป็น กรดในกระเพาะออกมา และสาบานว่าจะไม่กินขนมไหว้พระจันทร์ดำ อีกในชีวิตนี้
ต่อมาเมื่อรถน ้าและเสบียงเข้ามาส่ง หลายคนแสดงความไม่ พอใจและเรียกร้องให้รัฐบาลแถลงข่าว ไม่เพียงแค่ทุบรถบรรทุก เสบียงขนมไหว้พระจันทร์ดำเท่านั้น แต่ยังจัดตั้งม็อบไปตะโกนคำ ขวัญที่ประตูรัฐบาลอีกด้วย
เนื่องจากเหตุการณ์ของขนมไหว้พระจันทร์ยุงทำให้เกิดการ จลาจลขึ้นหลายแห่งทั่วประเทศ แต่สุดท้ายก็ถูกปราบปรามทั้งหมด
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถปกปิดได้ ทางการจึงเปิดเผยความจริงว่า ไม่มีอาหารเหลือแล้ว ยุ้งฉางนั้นว่างเปล่า ไม่สามารถปลูกข้าวได้ ประชากรของจีนมีจำนวนมาก รัฐบาลจึงต้องดำเนินการเช่นนี้
อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้ประชาชนท้องหิว แต่การจะกินดีอยู่ดีนั้น มันเป็นไปไม่ได้แล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ขนมไหว้พระจันทร์ยุงและต้นกระบองเพชร มีเพียงพอ หากกินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ช่างมัน
หลายคนรู้สึกไม่พอใจ แต่หลังจากอดอาหารไปหลายมื้อ สุดท้าย ก็ไปต่อแถวรับขนมไหว้พระจันทร์ยุงกลับบ้านมากิน พวกเขาจำใจ ต้องทำ เพราะถ้าไม่กินก็ต้องอดตาย
นี่คือความโหดร้ายของภัยพิบัติ
เซียวหมิงเยวี่ยรอรถบ้านมานานกว่าหนึ่งเดือน ในที่สุดก็มาถึง แล้ว มันเป็นรถบ้านแบบออฟโรดหุ้มเกราะ ความยาวโดยรวมของรถ
ยาวถึง 10 เมตร ใช้แผ่นไฟเบอร์กลาสความแข็งแรงสูงเป็นผนังด้าน นอก สีเขียวทหารทั้งคัน แข็งแรงทนทานมาก
มีห้องนอน ห้องครัว ห้องอาบน ้า ห้องรับประทานอาหาร ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างครบครัน ทั้งยังมีห้องนั่งเล่นด้วย ซึ่ง เพียงพอสำหรับครอบครัวห้าคนอาศัยอยู่ได้สบาย ๆ
รถบ้านคันนี้เธอซื้อมาในราคา 9 ล้านหยวน เซียวหมิงเยวี่ยค่อน ข้างพึงพอใจ และจ่ายเงินด้วยความยินดี
เธอเก็บรถไว้ในพื้นที่มิติและวางแผนที่จะนำมันออกมาเมื่อ ต้องการเท่านั้น ทว่าไม่มีข่าวคราวของเรือ เซียวหมิงเยวี่ยจึงลดความ ต้องการลง หากไม่มีเรือขาย ก็อาจต้องสร้างเอง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว พายุทรายค่อย ๆ สิ้นสุดลง
รัฐบาลได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนทุกคนว่าภัยพิบัติพายุ ทรายกำลังจะสิ้นสุดลง เราได้รับชัยชนะในภัยพิบัติครั้งนี้
โปรดไปที่สำนักงานฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์ของชุมชนของ ท่าน เพื่อทำการสำรวจจำนวนและขนาดของหน้าต่างที่เสียหาย แล้ว รัฐบาลจะจัดหาคนงานเข้ามาเปลี่ยนกระจกให้ท่านฟรีโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเริ่มรับสมัครคนงานที่มีความเชี่ยวชาญ โดยสามารถสมัครได้ที่สำนักงานชุมชนใกล้บ้าน คนงานจากชุมชน หนึ่งจะรับผิดชอบดูแลประตูหน้าต่างของชุมชนนั้น ๆ
หากมีแรงงานมากเกินไปก็จะถูกส่งไปช่วยเหลือชุมชนอื่น ในทางกลับกัน หากมีแรงงานไม่เพียงพอก็จะถูกส่งมาช่วยชุมชนที่มี แรงงานไม่เพียงพอเช่นกัน วิธีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อย่างมาก
สถานที่รับสมัครงานนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะรู้งานหรือไม่ก็ ไปสมัครกันหมด คนที่เชี่ยวชาญด้านงานช่างย่อมได้รับค่าตอบแทน ที่ดีกว่า แต่คนที่ไม่รู้งานก็สามารถเรียนรู้ได้เช่นกัน การช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่างานจะหนัก แต่สวัสดิการก็ดี ทุกคนจะได้รับ ข้าวหนึ่งชาม และยังมีปริมาณน ้าเพิ่มเติม ใครบ้างจะไม่อยากไปล่ะ?
เมื่อนโยบายนี้ออกมา ผู้คนมากมายต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ เฉลิมฉลองที่พวกเขาไม่ต้องอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินที่คับแคบอีกต่อไป และในที่สุดก็สามารถกลับบ้านได้ พวกเขายังยกย่องความเฉลียว ฉลาดและความเมตตาของรัฐบาลอีกด้วย
พวกเขาอาจลืมไปแล้วว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งจะสาปแช่ง บรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของคนอื่นเพราะขนมไหว้พระจันทร์ยุง
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของพายุทราย และเป็นวันที่แรงลมต ่าที่สุด
เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ที่หน้าบ้านพลางมองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมา พวกเขาต่างร่าเริงกันทุกคน แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่หน้าซีดเซียว และดูสิ้นหวัง ปัจจุบันดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวัง
พวกเขาอาจคิดว่าภัยพิบัติได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้ และอนาคตจะสดใสกว่าที่
เคยเป็น
แต่อนาคตยังคงยากเข็ญอยู่มาก
เซียวหมิงเยวี่ยหานายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้ในที่สุด เธอ ต้องการซื้อบ้านสองหลังจากหมู่บ้านของเธอเอง นายหน้า อสังหาริมทรัพย์รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่ได้ขายบ้านเลยมา เป็นเวลาครึ่งปี จนแทบลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นนายหน้า อสังหาริมทรัพย์
ใครจะอยากซื้อบ้านในเวลานี้กัน?
แต่เซียวหมิงเยวี่ยรู้ดีว่า ถ้าไม่รีบซื้อตอนนี้ และรอให้ผู้ลี้ภัยจาก อุทกภัยในปีหน้าเข้ามา เธออาจจะซื้อไม่ได้อีก
อาคารหมายเลข 9 มีห้องชุด 2 ห้องที่ขายอยู่ เจ้าของบ้าน กลับไปอยู่บ้านนอกแล้ว ห้องหนึ่งอยู่ชั้น 3 และอีกหนึ่งห้องอยู่ชั้น 4 เนื่องจากชั้นต ่าจึงขายได้ราคาดี สองห้องรวมกันราคา 360,000 หยวน เซียวหมิงเยวี่ยจ่ายเงินเต็มจำนวนโดยไม่ลังเล
เมื่อทำตามขั้นตอนทั้งหมดและได้รับใบกรรมสิทธิ์ ในที่สุดเธอก็ รู้สึกสบายใจ
ไม่เพียงห้องชุดทั้งสองห้องนี้เท่านั้นที่เธอจ่ายเต็มจำนวน เซียวห มิงเยวี่ยยังได้ชำระค่างวดที่เหลือของวิลลาอย่างลับ ๆ เช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้ววิลล่าเป็นชื่อของเธอเอง ใครจะปล่อยให้พ่อแม่ต้องมา จ่ายให้ล่ะ
สำหรับเหตุผลที่ต้องซื้อบ้านเต็มจำนวน เพราะเธอรู้ว่าผู้ลี้ภัยจะ หลั่งไหลเข้ามาหลังจากพายุฝน
เมื่อได้ยินว่ารัฐบาลประกาศสถิติความเสียหายของหน้าต่าง เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้ได้ทันทีว่ารัฐบาลคาดการณ์ถึงพายุฝนที่กำลังจะ เกิดขึ้นในอนาคต และมันจะทำให้อุณหภูมิลดต ่าลง
รัฐบาลกลัวว่าประชาชนจะไม่มีที่หลบซ่อน เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ลี้
ภัยทั้งหมดจะหลั่งไหลเข้ามา และจะเป็นการยากที่จะจัดหาที่พักพิง ให้กับพวกเขา
ดังนั้นจึงต้องอาศัยทรัพยากรและเงินทุนจำนวนมาก เพื่อ ซ่อมแซมหน้าต่างที่เสียหายให้เรียบร้อยก่อนพายุฝนจะมาถึง
ประตูและหน้าต่างจะต้องได้รับการซ่อมแซมทั่วเมืองเผิงจิง ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจังหวัดนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่ด้านในแผ่นดินใหญ่ และมี โอกาสที่น ้าจะท่วมน้อยมาก อย่างมากที่สุดคงท่วมแค่เมืองชายฝั่ง และจังหวัดที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม
แต่พวกเขาประเมินความน่ากลัวของพายุฝนนี้ต ่าเกินไป
น ้าท่วมไม่เพียงท่วมถึงจังหวัดนี้ แต่ยังท่วมแผ่นดินกว่า 50% ของทวีป มีเพียงเมืองเผิงจิงทางตอนใต้เท่านั้นที่รอดพ้น ขณะที่มีคน ถูกน ้าท่วมตายเป็นพันเป็นหมื่นคน
ดังนั้นนอกเหนือจากทางตอนใต้ของเมืองที่จำเป็นต้องซ่อมแซม ประตูและหน้าต่าง พื้นที่อื่น ๆ ล้วนเป็นการทำงานโดยเปล่าประโยชน์
อีกไม่นาน หลายจังหวัดจะออกมาป่าวประกาศ เรียกร้องให้มีการ อพยพครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อน มุ่งหน้าสู่แผ่นดินภายใน
ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้คนในชุมชนต่างก็ยุ่งอยู่กับการทำความ สะอาดบ้านและซ่อมแซมประตูหน้าต่าง ราวกับว่าชีวิตของพวกเขา กลับมามีความหวังอีกครั้ง
อุณหภูมิไม่ร้อนแรงเท่าเดิมแล้ว เมื่อเทียบกับอุณหภูมิสูงในอดีต ที่เหมือนเอาคนย่างบนเตาไฟ ช่วงนี้ถือว่าอากาศเย็นสบาย
ฝูงยุงก็เริ่มถอยร่น บางครั้งมียุงออกมาไม่กี่ตัว แต่ไม่เป็นอันตราย มากนัก แค่ตบให้ตายก็พอ
ถึงแม้สภาพอากาศยังคงร้อนอยู่บ้าง แต่ก็พอทนได้
คุณยายสามารถออกไปเดินเล่นได้แล้ว และยังพาคุณตาไปด้วย พวกเขาอยู่บ้านมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้ออกไปเดินเล่นเสียที
บริเวณทะเลสาบเทียมมีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมารวมตัวกัน นอกจากนี้ยังมีคนวัยกลางคนที่ว่างงานอยู่บ้าง บางคนยังพาลูกมา ด้วย ทั้งหมดล้วนเป็นคนที่อยู่บ้านมานานแล้วเบื่อหน่าย จึงออกมา เดินเล่นและพูดคุยกัน
ผู้ใหญ่มาพูดคุยกัน ส่วนเด็ก ๆ วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน บรรยากาศครึกครื้นเหมือนกับก่อนวันสิ้นโลก
ก่อนที่คุณตาคุณยายจะออกจากบ้าน เซียวหมิงเยวี่ย ‘แต่งตัว’ ให้พวกเขาเป็นพิเศษ มิฉะนั้นในบรรดาคนเฒ่าคนแก่จำนวนมาก พวกเขากลับดูสะอาดสะอ้านและใบหน้าอวบอิ่ม ซึ่งคงจะสะดุดตาไม่ น้อย เธอจึงทำให้พวกเขาดูโทรมเล็กน้อย
ข่าวจากจังหวัดอื่น ๆ ได้แพร่กระจายมายังเมืองเผิงจิง และมายัง ชุมชนแห่งนี้ เมื่อคนในชุมชนรู้ข่าว พวกเขาต่างก็ดีใจกันถ้วนหน้า
“ไหนบอกว่าฝนจะตกเร็ว ๆ นี้? ให้ตายเถอะ เมื่อไหร่ฝนจะตก เนี่ย?”
“ก็เจ้าหน้าที่รัฐประกาศแบบนั้น คงจะไม่ได้หลอกลวงใช่ไหม?”