ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 97 ฝนตกหนัก ผู้คนบ้าคลั่ง
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยกลับถึงบ้าน ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก
ในที่สุดฝนที่รอคอยมานานก็มาถึง ทุกคนต่างพากันโห่ร้องด้วย ความดีใจพร้อมกลุ่มแชตลูกบ้านในชุมชนที่แทบจะระเบิด
[ไล่ตามสายลม] : เย่ ๆ ๆ ๆ ฝนกำลังตกแล้วทุกคน ฝนตกแล้ว!
[อดีตก็เหมือนควัน] : โอ้พระเจ้า นี่มันฝน ฝนจริง ๆ ด้วย เกือบ ลืมไปแล้วว่าฝนเป็นยังไง นี่แทบจะน ้าตาไหลออกมาเลย
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ฝนตกหนักกว่าวันที่อีผิง*[1] ขอเงินพ่อ ของเธอในวันนั้นเสียอีก (แคะจมูก)
[ลมพัดเย็นก้น] : พี่น้องทั้งหลาย รออะไรอยู่ ไหนจะบอกว่าจะวิ่ง เล่นกลางสายฝนด้วยกัน ไปกันเถอะ!!!
[ขอให้คุณเดินทางปลอดภัย] : อย่าลืมพกแชมพูและผ้าขนหนู มาอาบน ้าให้สะอาดด้วยนะ
[คนแก่ใกล้ตาย] : ถูกต้องแล้วพี่น้องทั้งหลาย ไปกันเถอะ ฉันจะ อาบน ้าก่อนเพื่อแสดงความเคารพ
…
ผู้คนในชุมชนมีความสุขจนแทบคลั่ง ตามที่นัดหมายกันไว้ ผู้ชายหลายคนสวมรองเท้าแตะวิ่งเล่นท่ามกลางสายฝน วิ่งไปพร้อม กับร้องตะโกนเพื่อระบายอารมณ์ที่เก็บกดมานาน
ให้สายฝนนี้ชำระล้างความร้อนและความยากลำบากตลอดปีที่
ผ่านมา
“แม่ครับ แม่เห็นหรือเปล่า ฝนตกแล้ว ฝนกำลังตกแล้วจริง ๆ แล้วทำไมแม่ถึงไม่อยู่ตรงนี้ด้วยกัน” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งคุกเข่า ลงบนพื้นด้วยความโศกเศร้า
“ฮ่า ๆ ๆ มีน ้าแล้ว เรามาเล่นน ้ากันเถอะ” กลุ่มเด็กชายวิ่งออกไป กลางสายฝน
แต่ละคนมีทั้งความสุขและความเศร้าคละเคล้ากันไป
บางคนตื่นเต้นมาก บางคนนั่งร้องไห้ บางคนเงยหน้าอ้าปากเพื่อ ดื่มน ้า และบางคนถูขี้ไคลบนตัวอย่างตั้งใจ
ผู้ชายบางคนสวมกางเกงชั้นในตัวเดียวยืนท่ามกลางสายฝนและ ออกแรงถูตามตัวแรง ๆ ความสกปรกที่ถูกสะสมมาตลอดหนึ่งปี โคลนสีดำหลายแถบหลุดออกหลังจากการถู และบริเวณที่ถูกถูก็ขาว ขึ้นมาก
เมื่อเห็นว่ามีคนเปลื้องผ้าจนเหลือเพียงกางเกงชั้นใน หลายคนก็ ทำตามโดยเปลื้องผ้าตัวเอง ไม่สนใจว่าจะผิดศีลธรรมหรือไม่ก็ตาม
พวกผู้ชายเปลือยเปล่ากระโดดเล่นท่ามกลางสายฝน อาบน ้าให้ กัน ยืมแชมพูและสิ่งของอื่น ๆ อย่างมีความสุขเหมือนเด็กเล็ก
ขณะที่ผู้หญิงไม่ได้หน้าหนาขนาดนั้น แต่พวกเธอจะใช้กะละมัง มารองรับน ้า เนื่องจากฝนตกหนักมาก รองไม่นานก็ได้เต็มกะละมัง แล้ว
เดิมทีหน้าต่างที่ปิดสนิท บัดนี้เปิดออกเป็นจำนวนมาก ผู้คนต่าง ยื่นศีรษะออกมามองดูฝนตกอย่างตื่นเต้นดีใจ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะ ยื่นมือออกไปรับน ้าฝน ก่อนปล่อยให้ฝนตกชุ่มหัวและเสื้อผ้า
เหล่าแม่บ้านและพ่อบ้านที่ขยันขันแข็งใช้ฝนชุบไม้ถูพื้น ตักราด น ้าล้างผ้าขี้ริ้ว ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ พื้นที่ไม่ได้ถูมาเกือบปี สะสมคราบสกปรกหนาแน่น และต้องใช้เวลามากทีเดียว
แต่ละบ้านต่างก็วุ่นวายกับการทำสิ่งต่าง ๆ
ผู้จัดการซูได้ออกประกาศว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปรถส่งน ้าจะ หยุดให้บริการ และจะไม่มีการบริการส่งน ้าอีกต่อไป นอกจากนี้เขายัง เตือนทุกคนอย่างเป็นมิตรว่าน ้าฝนต้องต้มให้เดือดก่อนดื่ม มิฉะนั้น อาจท้องเสียได้
บังเอิญช่วงนี้ประตูหน้าต่างของแต่ละบ้านก็เสร็จเกือบหมดแล้ว บ้างก็ไม่เสียหาย บ้างก็ได้รับการซ่อมแซมจนไม่มีรอยรั่ว ทุกอย่าง กำลังพัฒนาไปในทางที่ดี
เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าบ้านสักพักหนึ่ง ขณะ ทอดสายตามองดูฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเงียบงัน
อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นของฝุ่นและความชื้น
จริง ๆ แล้วการออกไปรับน ้าฝนมาอาบน ้าตอนนี้ไม่ค่อยฉลาดนัก เพราะฝนไม่ตกมาเป็นเวลานาน อากาศรวมทั้งชั้นบรรยากาศสะสม สิ่งสกปรกไว้มากมาย น ้าฝนมีหน้าที่ชำระล้าง ดังนั้นจึงย่อมนำสิ่ง สกปรกลงมาด้วย
วันนี้น ้าฝนสกปรกมาก น ้ามีสีเหลืองและมีสิ่งสกปรกปนอยู่ มากมาย
ฝนจะสะอาดขึ้นมากหลังจากผ่านไปประมาณ 10-15 วัน
แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้หรอก นี่มันน ้านะ อากาศร้อนมาปีกว่า แล้ว ทุกคนต่างก็กระหายน ้าเป็นบ้า แล้วจะไปสนใจว่าน ้าสะอาด หรือไม่สะอาดได้อย่างไร แค่มีน ้าให้ใช้ก็ขอบคุณสวรรค์และขอบคุณ บรรพบุรุษมากแล้ว
เซียวหมิงเยวี่ยยืนอยู่ข้างนอกสักพักหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับเข้า ไปในบ้าน
ฝนตกกระทบหลังคาเรือนกระจกดังกึกก้อง แต่ไม่มีหยดน ้าไหล ซึมเข้ามา ทำให้การยืนอยู่ในสวนรู้สึกปลอดภัย
คุณยายดีใจมาก “ดีจัง ต่อไปนี้ไม่ต้องไปต่อแถวรับน ้าแล้ว สวน ผักของเราก็ไม่กังวลเรื่องการรดน ้าแล้วด้วย”
แม่เซียวยืนอยู่ข้างคุณยาย เธอฟังเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคา แล้วถอนหายใจ
“จริงด้วย ฝนกำลังตกแล้ว น่าดีใจจริง ๆ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ เห็นน ้าแบบนี้”
เซียวหมิงเยวี่ยอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พูดไม่ออก เธอคิด ในใจว่า อีกไม่นานแม่จะไม่มีความสุขเมื่อได้เห็นน ้าอีกต่อไป
เพราะเมื่อฝนเริ่มตกแล้ว มันจะไม่หยุดตกไปอีกหลายเดือนเลย
วันฝนตกย่อมชื้นแฉะ ในบ้านชื้นแฉะไปหมด เสื้อผ้าและผ้าปูที่
นอนก็แห้งไม่สนิท ผนังขึ้นรา ผ้าห่มเหม็นอับ ทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัด มาก
ในเวลานี้ จู่ ๆ โทรศัพท์ของแม่เซียวก็ดังขึ้น เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็ เห็นว่าเป็นสายจากลุงรอง แม้ว่าจะเป็นเบอร์ของลุงรอง แต่หลังจาก กดรับ มันกลับกลายเป็นเสียงของลุงใหญ่
“นี่ น้องสี่ ที่บ้านฝนตกแล้ว ตกหนักมากด้วย แล้วที่นู่นฝนตก หรือเปล่า?”
“ตกแล้วเหมือนกัน บ้านเรากำลังตกหนักเลย แต่เราทุกคนต่างก็ อยู่ในเมืองเผิงจิงนะ แล้วมันจะไม่เหมือนกันได้ยังไง?” แม่เซียวพูด ด้วยรอยยิ้ม
ลุงใหญ่อยากจะถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงสักหน่อย แต่ก็ไม่กล้า เลยได้แต่หาเรื่องคุย
เนื่องจากแม่เซียวเปิดลำโพง คุณยายจึงได้ยินด้วย และพูดกับ โทรศัพท์ว่า
“เจ้าลูกคนโต พวกแกอยู่บ้านเกิดเป็นยังไงบ้าง อย่ารังแกน้อง รองนะ พวกแกเป็นพี่น้องกัน ต้องช่วยเหลือกันไว้นะ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้วครับแม่ พวกเราในบ้านเกิดสบายดี แล้วแม่ล่ะ อยู่ บ้านน้องสี่สบายดีไหม?”
คุณยายตอบด้วยรอยยิ้ม “ฉันกับพ่อของแกสบายดี แกเองก็ใช้ ชีวิตให้มีความสุขเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร อ้อ บ้านเก่าไม่มีคนอยู่ นานเท่าไหร่แล้ว น ้าฝนรั่วเข้าบ้านหรือเปล่า?”
“เราซ่อมแซมหมดแล้วครับ ไม่มีรั่วเลย! แม่ น้องสี่ ผมมีอะไรจะ มาบอก เห็นว่าฝนตกแล้ว ไม่ร้อนเหมือนเมื่อก่อน เลยคิดว่าจะปลูก เห็ดในเรือนตะวันออก ยังไงซะสองห้องนั้นก็ว่างอยู่พอดี”
เซียวหมิงเยวี่ยนั่งฟังเงียบ ๆ และคิดว่ามันไม่เลวเลย ลุงใหญ่คิด จะปลูกเห็ดแบบนี้ ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะเริ่มชีวิตใหม่ที่ดีกว่าในบ้าน เกิดจริง ๆ
ตอนนี้ฝนตกหนักต่อเนื่อง แสงแดดหายไป เห็นได้ชัดว่า กระบองเพชรปลูกไม่ได้แล้ว ทำให้กรมเกษตรกรรมต้องค้นคว้าสิ่ง ใหม่ ๆ เช่น การเพาะเห็ดและเชื้อรา
เห็ดและเชื้อราเป็นสิ่งที่สามารถเจริญเติบโตในที่ชื้นและมืด
นอกจากนี้เห็ดและเห็ดราเหล่านี้ยังปลูกโดยการให้น ้าผสมสาร พิเศษ ปลูกนิดเดียวก็โตได้หลายสิบกิโลกรัมและอุดมสมบูรณ์มาก
แน่นอนว่าเห็ดและเห็ดราที่ปลูกด้วยเทคโนโลยีแบบนี้ คงไม่ต้อง หวังอะไรกับรสชาติมากนัก แค่อิ่มท้องก็พอแล้ว จะให้อร่อยคงเป็นไป ไม่ได้หรอก แต่ก็ไม่ได้แย่จนกลืนไม่ลง
คาดว่าอีกไม่นานหลังจากที่กรมเกษตรกรรมค้นคว้าสำเร็จ ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสองคงจะนำออกจัดจำหน่าย
“ไม่เลวนี่ ครอบครัวเราปลูกเห็ดมาหลายปีแล้ว แกเองก็ปลูกได้ เหมือนกัน แต่การเพาะเห็ดต้องใช้หลายอย่าง แกซื้อทั้งหมดแล้วใช่ ไหม?” คุณยายพูด
ลุงใหญ่ตอบอย่างมั่นใจ “ผมเตรียมไว้หมดแล้ว พอรัฐบาลแจ้งว่า ฝนจะตกหนัก ผมก็เริ่มซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ ตอนนั้นไม่มีใครอยาก ได้ของพวกนี้เลย ราคาจึงถูกมาก ตอนนี้ห้องตะวันออกก็เกือบเสร็จ แล้ว น้องรองกำลังเก็บกวาดอยู่”
แม่เซียวประหลาดใจเล็กน้อย “เสร็จแล้วเหรอ? พวกพี่ทำกันเร็ว จริง ๆ”
“แน่นอน จากนี้ก็แค่รอกินเห็ดเท่านั้น!”
น ้าเสียงของลุงใหญ่ดูภูมิใจเล็กน้อย ราวกับว่าเขาได้ย้อนกลับไป ใช้ชีวิตในอดีต
หลังจากพูดอย่างนั้นเขาก็วางสายโทรศัพท์
คุณยายและแม่เซียวมองหน้ากัน ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าลูกคนโตนิสัยเสีย ไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ และไม่ ต้องการด้อยกว่าผู้อื่น เขากลัวพี่น้องจะดูถูกตัวเอง จึงต้องพยายาม สร้างชื่อเสียงขึ้นมา ไม่ให้ใครดูถูกได้”
“หายากนะคะที่พี่ใหญ่จะใส่ใจเราแบบนี้ ถ้าเขาประสบ ความสำเร็จจริง ๆ เราเองก็จะได้รับผลประโยชน์จากมันเช่นกัน”
“ลุงใหญ่จะต้องเชิดหน้าขึ้นได้อีกครั้ง แล้วมองดูคนอื่นผ่าน ปลายจมูกเหมือนเมื่อก่อน” เซียวหมิงเยวี่ยพูดติดตลก
แม่เซียวหัวเราะออกมา “ลูกนี่รู้จักลุงใหญ่เขาดีจริง ๆ”
[1] อีผิง เป็นชื่อตัวละครหญิงในนวนิยายจีนเรื่องจินเฝิ่นซื่อเจีย ของกิมย้ง เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลซ่ง เป็นคนที่มีความ ทะเยอทะยานและใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่อิสระ ไม่ยอมจำนนต่อ โชคชะตา