Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 145: ผนึกเทพปีศาจ 1
โซนาตาและจีดัสใช้เวลามากกว่าที่คาดไปเล็กน้อยไปกับการเติมพลังให้กับลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ครบทั้งหกลูก หลังจากนั้นเวลาแห่งการปิดผนึกเทพปีศาจก็มาถึง
เริ่มจากคุโรมา อิเดส เทพปีศาจผู้ถูกโดมิเนอุปโลกน์ขึ้นเป็นเทพเจ้าของอาณาจักรเวนเซล ไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษที่จีดัสเลือกเทพปีศาจตนนี้ก่อนตนอื่นนอกจากเพียงแค่เขารู้สึกว่าควรจะเลือกมันก่อน
คุโรมา อิเดสคือเทพปีศาจแห่งความสิ้นหวัง พลังของมันตรงกันข้ามกับคาร์เบลลาผู้เป็นต้นตระกูลของอดอว์ตเต เทพปีศาจตนนี้แย่งชิงความหวังและเหตุผลในการมีชีวิตของผู้คนจนหมดสิ้น ตลอดเวลาหลายร้อยปีที่มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวและความผิดพลาด
ซีวีเองก็เกือบจะพลาดไป ความรู้สึกผิดที่เธอไม่สามารถช่วยอดอว์ตเตได้ถูกกระตุ้นกลับมา เมื่อเธอเผชิญหน้ากับเทพปีศาจตนนี้ เธอเฝ้าถามตัวเองว่ามันถูกต้องแล้วหรือที่อดอว์ตเตต้องตายแต่เธอกลับยังมีชีวิตรอด
…ข้าเองก็ควรจะตายไปด้วยแท้ ๆ…
โซนาตาเดินดุ่ม ๆ เข้าไปใกล้ จากนั้นก็เหวี่ยงกำปั้นใส่ซีวีเสียหนึ่งที
พลั่กกก
ทุกคนต่างก็ร้องเสียงหลง ไม่มีใครที่สามารถอ่านความรู้สึกของซีวีได้เหมือนโซนาตา จึงไม่มีใครรู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เขาถึงได้เหวี่ยงหมัดใส่พวกเดียวกันเอง แถมยังเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ด้วย
“อย่าเข้ามายุ่ง นี่มันเรื่องของคู่รักทะเลาะกัน” โซนาตาตวาดใส่ทหารนายหนึ่งที่พยายามจะเข้ามาห้าม เป็นข้ออ้างสุดเชยที่ผู้ชายยุคโบราณชอบหยิบยกมาอ้าง แต่มันได้ผลกับคนยุคนี้ซะงั้น
“ใครเป็นคู่รักของนาย!! ที่สำคัญอยู่ ๆ ต่อยฉันทำไมเนี่ย”
“ถ้าคิดว่าอยากจะตายอีกฉันก็จะซัดอีก”
“ป่าเถื่อนที่สุด คนแบบไหนกันที่กล้าต่อยผู้หญิงน่ารักแบบฉันได้”
โซนาตาคิ้วกระตุกเพราะซีวีแอบชมตัวเองในประโยคตำหนิ
“ผู้หญิง เด็ก คนแก่ คนพิการ หรือสัตว์เลี้ยง ถ้าทำอะไรงี่เง่าฉันก็กล้าซัดทั้งนั้นแหละ”
ซีวีได้ฟังก็ถอนหายใจ เธอสงสัยว่าตัวเองคงเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้ใจเต้นตูมตามบ่อย ๆ เวลาที่อยู่ใกล้คนเอาแต่ใจแบบนี้
“ถ้าคิดจะทิ้งกันไปอีก ต่อให้สุดขอบนรก ฉันก็จะไปตามกลับมาให้ดู”
“อึ้กก” ซีวีรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา คำพูดอาจจะขู่เข็ญ แต่ดูเป็นห๊วงเป็นห่วง ฟังแล้วหัวใจจั๊กจี้ ทั้งใบหน้าและหูเริ่มแดง
“จำไว้! เธอเป็นคนของฉัน ห้ามคิดตายตามอำเภอใจเด็ดขาด”
“พูดกำกวมแบบนี้ เดี๋ยวฉันก็เข้าใจผิดอีกหรอก”
“เอาไว้เรารอดได้ก่อน แล้วฉันจะบอกเธอเองว่าเธอเข้าใจถูกหรือผิด”
“อะ แฮ่ม” จีดัสกระแอม “เอาไว้จัดการกับเจ้านั่นได้ก่อนแล้วค่อยจีบกันได้ไหม”
รีสเลย์เองก็รอไม่ไหวแล้ว เขาอยากรู้ใจจะขาดว่าลูกแก้วและคาถาจะได้ผลไหม เขาตัดสินใจเดินขึ้นนำไปพร้อมกับลูกแก้วสีแดงที่อยู่ในมือ
คุโรมา อิเดสสัมผัสได้ถึงอันตราย สัญชาตญาณบอกมันว่าคาถาผนึกที่กำลังจะหมดฤทธิ์กำลังจะถูกร่ายซ้ำ
ร่างที่เป็นหินมาตลอดกลับมาขยับได้อีกครั้ง โดยทฤษฎีแล้วมันคือการเคลื่อนไหวที่ทำได้เพียงชั่วคราว แต่ก็เป็นเวลาสั้น ๆ ที่สามารถทำให้ทั้งประเทศหายไปได้
“อวตารแห่งความสิ้นหวัง” ใครบางคนเรียกชื่อของสิ่งนั้น มันคือปีศาจร่างใหญ่ที่มีหัวเป็นแพะ ปีกสีดำสี่คู่และผิวสีดำสนิท
โซนาตาเคยเห็นรูปร่างที่คล้ายกันมาก่อน มันทำให้เขานึกถึงพี่ชายของเซกันตอนที่เขากลายเป็นปีศาจไป
ซีวีแน่ใจว่ารีสเลย์ไม่ได้อยู่ในระยะใกล้พอที่จะใช้เวทมนตร์ได้ เธอใช้เวทลอยตัวพุ่งแซงเขาไปพร้อมกับฉกลูกแก้วสีแดงในมือรีสเลย์ไปด้วย
“เดี๋ยวสิซีวี!” เขาตะโกนห้าม แต่ไม่ทันแล้ว เพียงอึดใจเดียวซีวีก็บินฉิวไปไกลเกินจะได้ยิน
…การลงทัณฑ์ของเอนน์ผู้สถิตอยู่ในโลกหลังความตาย…
…เวทมนตร์ของเมกิอาพระแม่แห่งเหล่าอสูรอัญเชิญทั้งปวง…
…โทษะของฟิโลมินาผู้มีอำนาจเหนือปรภพ ขอให้มาเป็นพลังให้ข้า…
…เอ็กโซดัส…
เมื่อสิ้นคำของเธอ ร่างใหญ่โตของคุโรมา อิเดสก็หยุดนิ่ง เทพปีศาจถูกบังคับให้กลับไปหลับใหลอีกรอบ และหลังจากนั้นทัพนับหมื่นของเหล่าบริวารที่กำลังปรากฏตัวก็สลายไปโดยยังไม่มีโอกาสได้สู้สักนิด
“สรุปว่าขนทัพมาเก้อเลยสิเนี่ย” รีสเลย์หัวเราะและมันทำให้อีกหลาย ๆ คนเริ่มหัวเราะตาม “โชคดีชะมัดเลย ไม่มีคนตายสักคน”
“ใช่ โชคดีเหลือเกิน ภารกิจแรกสำเร็จแล้ว…” จีดัสลุ้นจนแทบหมดแรง มองซีวีที่เดินกลับมา เขารู้สึกเหมือนตัวเองอายุสั้นลงอีกหลายปี อันที่จริงเขาทำใจเผื่อไว้ในทีแรกว่าอาจจะผิดพลาด พบความสูญเสีย และคงต้องนองเลือดครั้งใหญ่
ดีเหลือเกิน… ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
เป้าหมายอันดับที่สองคืออิโคนัส คราวนี้เป็นตาของมิเดลเลียและเคสเทรล โชคดีที่ทัพของพวกเเธอสามารถขับไล่ราชาปีศาจบัลเซรุสออกไปจากออสตาร์ได้แล้ว มันทำให้การเข้าใกล้อิโคนัสสะดวกขึ้น
ปัญหาก็คือเหล่าอสูรปีศาจที่ถูกอิโคนัสเรียกมา
เช่นเดียวกับเทพปีศาจตนอื่น ๆ อิโคนัสสามารถใช้เวทอัญเชิญระดับสูงดึงเอาเหล่าอสูรปีศาจร้ายจากดินแดนอื่นมาเป็นตัวหมากของมันได้ เพียงแค่สัมผัสได้ว่ามิเดลเลียและลูกแก้วเข้ามาใกล้ การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น
สาวกเทพปีศาจ คือคำเรียกของอสูรอัญเชิญเหล่านี้ มิเดลเลียพบว่าไม่ใช่พวกมันทั้งหมดที่มาจากเนเธอร์เวิลด์หรือดินแดนแห่งอสูรอัญเชิญอย่างอีโทเรีย ปีศาจเหล่านี้ถูกดึงมาจากมิติอันไกลโพ้น มีจำนวนไม่น้อยเลยที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ
“ไม่ต้องสนใจ พยายามเข้าไปให้ถึงระยะ ฉันกับพวกนี้จะคุ้มกันให้เอง” เคสเทรลบอกกับเธอ
“วิ่งไปเลยค่ะ” หัวหน้านักบวชสาวจากประเทศหนึ่งพยักหน้าให้มิเดลเลีย เธอมีสีหน้าของคนที่พร้อมจะสละชีวิตได้ทุกเมื่อ
มิเดลเลียวิ่งเร็วสุดที่เคยทำมาในชีวิต เธอไม่จำเป็นต้องหยุดโจมตีเลยสักนิดเพราะเหล่านักรบมากมายคอยทำหน้านี้นั้นให้แทน
นักรบหนุ่มจากแทนก้ากับเสือมีปีกของเขากระโจนเข้าขย้ำและลากศัตรูรายหนึ่งที่ขวางทางมิเดลเลีย เขาปล่อยระเบิดปราณผ่านฝ่ามือ ปีศาจที่ถูกเขาสัมผัสกระเด็นลอยไปราวกับไร้น้ำหนัก
เหล่ายอดฝีมือจากทั่วโลกได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว
เคสเทรลทุ่มเทอย่างเต็มที่ ขณะที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ในหัวของเขากลับหวนนึกถึงช่วงเวลาหลายวันที่ได้อยู่คอยคุ้มครองมิเดลเลีย
มันไม่ใช่อะไรแบบที่โซนาตาแซว เขาไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับเธอ มิเดลเลียอาจจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นแต่สิ่งที่ทำให้เคสเทรลประทับใจมิเดลเลียมันมาจากภายในต่างหาก
มิเดลเลียแม้จะอยู่ในตำแหน่งของผู้นำของพามิลเลส แต่ชีวิตในฐานะสังฆาราชินีของเธอนั้นเต็มไปด้วยปัญหา เธอถูกกดดันจากทั้งคนที่สนันสนุนและคนที่ตั้งตัวเป็นศัตรู ทั้งชีวิตของเธอห้อมล้อมไปด้วยผู้คนที่เข้าหาเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ แต่การถูกบีบคั้นไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นคนแข็งกร้าว ในทางตรงกันข้าม ยิ่งพบกับความอยุติธรรมมิเดลเลียก็ยิ่งสู้กลับโดยไม่ได้สูญเสียจิตใจที่อ่อนโยนไปเลย
เคสเทรลก็แค่นับถือเธอในจุดนั้น เขาเพียงแค่อยากจะเป็นกำลังให้กับเธอ
เขาทบทวนความรู้สึกที่ถูกเธอดึงดูดความสนใจและสายตาไป และเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองแบบนั้น
“มันมากันเพิ่มเรื่อย ๆ เลย”
อิโคนัส ถูกเรียกว่าเป็นเทพปีศาจแห่งเคราะห์ร้าย พลังของมันสร้างความเป็นไปได้ในแง่ลบได้ทุกรูปแบบ ลูกศร กระสุนปืนใหญ่ เวทมนตร์จำนวนนับครั้งไม่ถ้วนที่ถูกยิงใส่พวกเดียวกัน ระเบิดที่อยู่ ๆ ก็ระเบิดขึ้นเอง แม้แต่เรื่องเล็กน้อยที่ดูโง่เขลาอย่างการวิ่งขัดขาตัวเองก็เกิดขึ้นได้
เพื่อป้องกัน “เคราะห์ร้าย” มิเดลเลียจึงร่ายเวทเพื่ออำนวยชัยให้กับทุกคน แต่เมื่อเทียบกับระดับของความอับโชคที่แผ่ออกมาจากร่างอิโคนัสมันก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก
“เทราฟอร์จูน” มิเดลเลียถึงขั้นต้องร่ายเวทสร้างโชคในระดับสูง มันคือเวทมนตร์ระดับที่หลาย ๆ คนเคยได้ยินจากในตำราเท่านั้น ในโลกนี้คงมีแค่เพียงผู้ใช้เวทระดับมิเดลเลียเท่านั้นที่สามารถร่ายได้
“อย่าฝืนมากไป เธอยังต้องร่ายเวทผนึกอีกนะ” เคสเทรลตะโกนเตือน เมื่อครู่ขวานของศัตรูเพิ่งถากคิ้วเขาไปทั้งที่เขามั่นใจว่าหลบได้แน่นอนแล้ว
“ไม่มีปัญหาค่ะ เอ็กโซดัสใช้พลังส่วนใหญ่จากลูกแก้วนภา ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ” มิเดลเลียหันมาส่งยิ้มขอบคุณ รอยยิ้มของเธอทำให้เคสเทรลหัวใจแทบหยุดเต้น
“มะ… ไม่ได้เป็นห่วงอะไรสักหน่อย” เคสเทรลดึงหมวกลงมาปิดหน้า เขาไม่อยากให้เธอเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของตนในตอนนี้
ในที่สุดมิเดลเลียก็เข้าไปถึงระยะที่เธอสามารถใช้มหาเวทผนึกได้ อิโคนัสกำลังเคลื่อนไหวและมุ่งตรงมายังเธอด้วย เพราะยามจวนตัว สัญชาตญาณผลักให้มันต้องการจัดการกับเธอก่อนที่จะได้ทันผนึกสำเร็จ ขาทั้งแปดใหญ่ยิ่งกว่าหอคอยใด ๆ ที่มนุษย์สร้างกำลังเหยียบย่างเข้ามาใกล้ ใต้เงามหึมาที่เหมือนกับเกาะขนาดย่อม ๆ มีเงาของสาวกเทพปีศาจนับหมื่นนับแสนตัวซุกซ่อนอยู่
มิเดลเลียตกใจจนนิ่งงันไป มือเท้าของเธอสั่นจนเกือบจะยืนไม่ติดพื้น คอก็แข็งเกร็งจนไม่สามารถบริกรรมคาถาได้อย่างที่เคยเป็น
…ตั้งสมาธิเข้าสิมิเดลเลีย ร่ายคาถาซะ เธอจะทำให้คนตายเปล่าไม่ได้นะ… มิเดลเลียพร่ำบอกกับตัวเองแต่มือก็ยังไม่หยุดสั่น
จนกระทั่งมือที่หยาบกร้านของชายผู้หนึ่งคว้ากุมมือเธอไว้
“ไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็นเข้าไว้”
แต่สภาพเบื้องหน้ามันไม่สามารถทำให้เธอนิ่งนอนใจได้ อิโคนัสกำลังขยับเข้ามาใกล้ในทุกอึดใจ และผู้คนก็ล้มตายเป็นผักปลาในขณะที่เธอมัวแต่รอให้ใจสงบ
เคสเทรลไม่ได้พูดอะไรต่อ พอผละออกมามิเดลเลียเขาก็พุ่งเข้าใส่ปีศาจตนหนึ่งที่ไม่มีใครหยุดได้ การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่เขากระโดดขึ้นไปบนหัวของปีศาจตัวนั้น
“เทิร์นทูดัสต์” เคสเทรลตะโกน หัวของปีศาจที่เขาสัมผัสแห้งและสลายเป็นฝุ่นผงคามือ
มิเดลเลียชูลูกแก้วไปข้างหน้า เธอย้ำกับตนเองว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาหวาดกลัวและอมพะนำไม่กล่าวคาถาออกจากปาก ถ้าเธอมัวแต่ชักช้าทุกคนจะต้องตายกันหมด แล้วเธอก็เริ่มร่ายคาถา
ปีศาจอีกหลายตนเกือบจะเข้าถึงตัวมิเดลเลีย แต่เธอไม่ได้สนใจเลยเพราะรู้ว่ามีทั้งเคสเทรลและผู้คนอีกมากที่พร้อมจะเป็นกำแพงให้ และคาถาก็ถูกร่ายจนเสร็จสิ้น
…ฉันรู้ว่าเธอทำได้…
ด้านหลังของเคสเทรลคือภาพของอิโคนัสที่กำลังกลายเป็นหินอีกครั้ง
ไม่มีใครรู้ว่าประวัติศาสตร์ของเดิมก่อนโซนาตาแทรกแซงเป็นเช่นไร แม้แต่เซกันที่เคยอ่านหนังสือของยุคนี้ก็ลืมเลือนรายละเอียดส่วนใหญ่ไปแล้ว ต่อให้เขาอยู่ที่นี่ก็คงไม่รู้ว่ามีเรื่องราวใดที่แตกต่างออกไปบ้าง
แท้ที่จริง ถ้าย้อนกลับไปอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ในโลกก่อนที่พวกโซนาตาจะเข้ามาแทรกแซง จีดัสและเหล่านักปราชญ์ได้ใช้ความพยายามอย่างหนักในการดัดแปลงลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเซเลนอสใช้พลังไปจนหมด ผลลัพธ์ของความทุ่มเทคือลูกแก้วที่สามารถช่วงชิงพลังชีวิตของผู้ใช้เพื่อเติมเต็มส่วนของพลังเวทที่ลูกแก้วขาดหายไปดังที่จีดัสเคยกล่าวไว้ และจุดจบคือมันกลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ถูกเลือกทั้งหมดจบชีวิตลง
ด้วยอุปกรณ์คืนพลังลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่ามนุษย์จะสร้างได้ ประวัติศาสตร์สำคัญได้เปลี่ยนไป
เดิมทีอดอว์ตเตควรจะต้องบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้กับเดียซาเบล และตายลงในการผนึกคุโรมา อิเดส แต่ในโลกที่มีโซนาตา อดอว์ตเตจากไปเร็วกว่าที่ควร และกลายเป็นซีวีที่ทำหน้าที่ผนึกมันแทนโดยไม่สูญเสียชีวิตไป ส่วนอิโคนัสที่มิเดลเลียผนึกก็ไม่ได้ช่วงชิงชีวิตของเธอไปเช่นกัน
โซนาตาและพรรคพวกนำความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงให้เกิดผลขึ้น แม้จะต้องเสียเออร์มุน กาดิออสและอดอว์ตเตไปก่อนที่พวกเขาจะได้ทำหน้าที่สละตน แต่โลกที่มิเดลเลียกลับยังรอดชีวิตทั้งที่เธอควรตายไปแล้ว พวกโซนาตาไม่อาจระแคะระคายว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความแตกต่างในอนาคตต่อจากนี้แค่ไหน