Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 234: ราวกับคนละคน
“แน่อยู่แล้ว ปล่อยไว้ไม่ได้หรอก” ลาโตรพยักหน้า
“นี่คิดจะประกาศสงครามกับกิงคารอนเลยเหรอ” จูเดสปาถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ไกราไม่ชอบจักรกล ไกราเหม็นกลิ่นน้ำมัน”
“เรย์เอายังไง รีนาก็เอาแบบนั้นแหละ” รีนากระโดดเกาะแขนเรย์ มันทำให้เขาได้รับสายตาเย็นชาที่ส่งมาจากแอนทิสตา
“งั้นจะรอช้าอยู่ทำไมคะ รีบไปกันเถอะ” แอนทิสตาตัดบทก่อนที่ซิกมาจะได้พูดอะไรบ้าง
วิงก์ออฟโดมิเนชันคือเรือเหาะขนาดยักษ์ที่ติดตั้งอาวุธร้ายแรงไว้เต็มอัตราศึก มันมีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าแอทมอร์ตันพาเลซ ปราสาทที่เป็นที่พำนักหลักของจักรพรรดิชาดัสหลายตัวเท่า ทั่วทั้งลำติดตั้งปืนใหญ่เวทนับพันกระบอก จรวดเวทนำวิถี ระเบิดปูพรม และอีกสารพัดอาวุธเวทและขอบข่ายป้องกันอีกหลายชั้น
แน่นอนว่ารวมถึงกองทัพจักรกลสังหารด้วย ทันทีที่พบว่าพวกเรย์พยายามบินขึ้นไปหา กองทัพที่ว่าก็ถูกปล่อยออกมา
เรย์แบ่งกลุ่มออกเป็นสองส่วน กลุ่มแรกคือตัวเขาเองในร่างมังกร รีนา ลาโตรและไกรา กลุ่มที่สองมีแอนทิสตาที่อัญเชิญเทอราออกมา โดยมีซิกมาและจูเดสปาคอยช่วยเหลือ ทั้งสองกลุ่มมีเป้าหมายเดียวกันคือการพาทุกคนบุกเข้าไปในวิงก์ออฟโดมิเนชัน
กิงคารอนมีขุนพลฝีมือดีอยู่มากมายแต่เรย์ประเมินไว้แล้วว่าหากเป็นกลุ่มของตนในตอนนี้จะไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน
การบินเข้าใกล้ยานยุ่งยากกว่าที่คาดไว้มาก ไม่เพียงแค่ฝูงจักรกลไร้คนควบคุมจะเกะกะ พวกเรย์ยังต้องหลบทั้งปืนใหญ่และการโจมตีระยะไกลจากเหล่าทหาร เรย์พบว่าทหารของที่นี่มีอาวุธที่เขาไม่เคยเห็นอย่างปืนที่สามารถยิงได้อย่างต่อเนื่องหรือโล่สนามพลังที่ไม่ได้มาจากพลังเวทของพวกเขา
“อาวุธของทหารพวกนี้ได้พลังมาจากยาน” เรย์ในร่างมังกรตะโกนเตือนเพื่อน
“ถ้าทำลายแหล่งพลังได้จะหยุดการโจมตีได้ไหมนะ…” จูเดสปาเค้นสมองมองหาจุดอ่อน
“แล้วมันอยู่ตรงไหนล่ะ”
ไม่มีใครตอบคำถามของลาโตรได้ ไม่มีใครสักคนในกลุ่มพวกเขาที่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก
“พวกนายย้ายไปที่อยู่กับแอนทิสตาก่อน”
“มีความคิดอะไรดี ๆ งั้นเหรอ” รีนาถามเรย์อย่างมีความหวัง
“ไม่มีหรอก ก็แค่จะลองโจมตีสุดแรงดู”
ทันทีที่การโอนย้ายผู้โดยสารเสร็จสิ้น เรย์ก็บินโฉบไปมาเพื่อมองหาลู่ทาง นอกจากศัตรูแล้วยานยักย์ลำนี้มีสนามพลังพิเศษที่คลุมไปจนทั่ว การโจมตีจากภายในสามารถทะลุออกมาได้แต่จากภายนอกเข้าไปมันไม่ง่ายเลย
…ต้องใช้เบรธออฟธันเดอร์แบบสุดแรง…
มังกรสายฟ้ารวบรวมกำลังอยู่ครู่ใหญ่ นานแล้วที่เขาไม่ได้ใช้ท่าลมหายใจสายฟ้าในร่างของมังกร ตอนนี้เรย์แข็งแกร่งขึ้นกว่าสมัยก่อนนับสิบนับร้อยเท่า เขาเชื่อว่าพลังทำลายของท่าไม้ตายนี้ก็ควรจะเพิ่มขึ้นมหาศาลด้วยเช่นกัน
“ลมหายใจสายฟ้า”
พูดจบเรย์ก็พ่นสายฟ้าออกจากปากอย่างสุดแรง ลำแสงสายฟ้าขนาดใหญ่แบบที่เขาไม่เคยทำได้มาก่อนฟาดเข้าใส่ยานอย่างจัง เกราะเวทที่ทำงานอัตโนมัติลดทอนความเสียหายของมันได้ แต่แค่เพียงส่วนหนึ่ง
กองทัพจักรกลพยายามหยุดเขา แต่กลุ่มแอนทิสตาไม่ปล่อยให้เรย์ถูกขัดจังหวะ จูเดสปา แอนทิสตา และรีนาใช้การโจมตีระยะไกลทำลายจักรกลเหล่านั้น ส่วนไกรา ซิกมา และลาโตรก็คอยคุ้มกันเทอราและพวกจอมเวทอีกที
เรย์โจมตีอีกครั้ง และสำเร็จ สายฟ้าที่รุนแรงกว่าฟ้าผ่าทั่วไปกระหน่ำใส่วิงก์ออฟโดมิเนียนจนยานไม่สามารถบินได้อย่างราบรื่น
เมื่อเห็นว่าสนามพลังอ่อนแรงลง คนทั้งเจ็ดก็กระโดดลงไปในช่องว่างบนสนามพลังที่ถูกแหวกออก
เป็นอันว่าภารกิจบุกทะลวงขั้นแรกเสร็จสิ้น
“เอ๋?”
“ห๊ะ พวกเจ้า! เข้ามาได้ยังไงกัน”
พวกเรย์และจักรพรรดิชาดัสมองหน้ากันตาปริบ ๆ เรย์ไม่คิดว่าห้องที่เขาบุกทะลวงลงมาจะเป็นห้องที่ชาดัสใช้เก็บลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองลูก แถมยังเป็นห้องที่เขาซ่อนตัวอยู่โดยมีองครักษ์แค่หยิบมือ
ซิกมาอ่านสถานการณ์ออกในทันที เขาเขวี้ยงดาบเล่มหนึ่งไปขัดประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้ทหารจากภายนอกเข้ามาในห้องเพิ่ม
“คะ… คำนวณเอาไว้ไม่ผิด” ลาโตรโมเม
“เรย์ ลีออน… นี่ข้าประมาทพวกเจ้าไปสินะ” ศัตรูเท่านั้นไม่รู้ว่าลาโตรแค่โม้
เรย์เคยเชื่อว่าการยึดลูกแก้วแห่งนภาและลูกแก้ววารีกับการจับกุมตัวชาดัส เซเลสไทน์ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในทวีปกิงคารอนจะเป็นการยุติเรื่องราววุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น แต่แม้ว่าอีกฝ่ายจะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ เขาก็ยังคงไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย
“แล้วยังไง พวกเจ้าจะสังหารข้าเพื่อหยุดเรื่องนี้อย่างนั้นเหรอ”
เจอไม้นี้เข้าไปพวกเรย์ก็ไปกันต่อไม่ถูก ชาดัสรู้ว่าพวกเรย์ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ อย่างเลวร้ายที่สุดที่เป็นไปได้ก็คงจับตัวเขาเป็นตัวประกันและบีบให้ทำลายวิงก์ออฟโดมิเนชัน ซึ่งต่อให้บริวารของเขายอมรับการขู่เข็ญนี้แผนการก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ยานแบบวิงก์ออฟโดมิเนชันจะถูกสร้างขึ้นอีก และไม่ว่าลูกแก้วจะอยู่ในมือประเทศอื่นสักกี่ลูก พวกเขาก็สามารถชิงคืนมาได้ทุกเมื่อ
“ตาแก่นี่เล่นยากกว่าที่คิดแฮะ” ลาโตรกระซิบกับซิกมา
“เข้าใจแล้วใช่ไหม ไม่ว่าจะดิ้นรนอะไรแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ ผู้ที่จะหัวเราะเป็นคนสุดท้ายยังเป็นข้า จักรพรรดิแห่งกิงคารอนผู้นี้”
จูเดสปาพยายามเค้นความคิดเพื่อตอบโต้ เขานึกถึงหัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์ของอาณาจักรนี้และการทดลองของเขา แต่ถึงจะจับกุมชายคนนั้นไปพร้อมกับทำลายโรงงานและห้องวิจัยทั้งหมดได้ ก็ไม่ได้การันตีว่าเครื่องมือที่ใช้ร่ายราลูโซลจะไม่ถูกผลิตขึ้นมาอีก
“อ้าว อ้าว ได้ยินเสียงอะไรไหม ดูท่าพวกขุนพลของข้าจะมาถึงหน้าประตูแล้วนะ”
พวกเรย์ได้ยินเสียงต่อสู้จากภายนอก เป็นเรื่องน่าแปลกใจ เพราะพวกเรย์ทั้งกลุ่มอยู่ในห้องนี้ครบถ้วน พวกทหารของกิงคารอนกำลังสู้กับใครกัน
โครมมม
ประตูเหล็กหนาที่ถูกดาบของซิกมาขัดเอาไปหลุดกระเด็นเข้ามาพร้อมกับร่าง ๆ หนึ่งที่หมดสติไปแล้ว เรย์ไม่รู้จักเขาแต่หากสังเกตการแต่งกายก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาคือระดับขุนพลของกิงคารอน ในอีกห้องมีร่างของชายหญิงที่แต่งกายคล้ายกันอีกหลายคน ทุกคนต่างอยู่ในสภาพเดียวกัน ถ้าไม่ถูกเล่นงานจนเลือดท่วม พวกเขาก็นอนแน่นิ่งสลบไปแล้ว
ชายสามคนผู้เป็นต้นเหตุ พวกเขาแต่ละคนเรย์คุ้นหน้าไม่น้อยไปกว่ากัน
“เวิร์น” เรย์ทำหน้าไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกับเขาอีก
“ซิกมา” โซแลนเรียกชื่อจอมดาบฝ่ายนี้กลับ เขาแกล้งเมินจูเดสปาที่ตนเคยชนะมาแล้ว
“หาคนเก่งนี่ ได้คนเพิ่มมาอีกเหรอ” เรเซอร์เหลือบมองไปทางรีนาผู้เป็นสมาชิกใหม่
“ทำไมพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่ล่ะ พวกเจ้าเลิกสนใจเรื่องลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่ใช่เหรอ” ซิกมาถาม
“เดิมทีก็ตั้งใจแบบนั้นแหละ” เสียงของเวิร์นดุดันขึ้น “จนกระทั่งรู้ว่ากิงคารอนมีของแบบนี้นี่แหละ”
“พวกแกคิดจะทำอะไรกับที่นี่” คราวนี้คนถามคือจักรพรรดิชาดัส “พวกแกรู้เรื่อง…”
“ราลูโซล… แน่นอนว่าพวกเรารู้ ถึงคนจะน้อยพวกเราก็รู้วิธีหาข่าวหรอกน่า”
“พวกนายอาจจะไม่รู้ แต่เวทมนตร์นั้นมันอันตรายมาก เห็นบ้านเมืองที่พังยับข้างล่างใช่ไหม ครึ่งหนึ่งเป็นฝีมือชาโดว์ก็จริง แค่อีกครึ่งก็เกิดจากเวทอันตรายนี่แหละ” เรย์รีบอธิบาย
“ก็บอกแล้วยังไงว่าพวกเรารู้แล้วว่ามันทำอะไรได้”
“แต่ก็คิดจะใช้มัน” โซแลนช่วยยืนยันให้ชัดเจน “ถ้ามียานลำนี้ เวทมนตร์ราลูโซล ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดก็รวบรวมได้ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ นอกจากนั้นเราก็จะมีกองทัพไว้ต่อกรกับเทพปีศาจด้วย”
“พวกนี้บ้าไปแล้ว” จูเดสปาพึมพำ
“การเตรียมใจของพวกเรามันต่างกัน” เรเซอร์ย้ำความตั้งใจอีกครั้ง “พวกเรากล้าหาเรื่องกับกษัตริย์ทั่วโลกเพราะไม่เชื่อว่าพวกนั้นจะมีปัญญาทำอะไรได้”
ก่อนที่เรย์จะได้พูดต่อ เวิร์นก็แทรกขึ้นมาอีก “พวกแกมันอ่อนหัด แม้แต่จะฆ่าคนอย่างเจ้าแก่นี่ก็ยังไม่กล้า จะให้ฝากโลกนี้ไว้กับคนแบบนี้เหรอ”
เรย์รู้สึกว่าตรรกะของพวกเวิร์นนั้นไม่ถูกต้อง แต่เขานึกคำพูดมาโต้ตอบไม่ทัน สำคัญกว่านั้นคือเขาไม่คิดว่าเวิร์นจะยอมรับฟังด้วย คนพวกนี้เคารพความเห็นของคนที่แข็งแกร่งเท่านั้น สำหรับพวกเรย์ที่ถูกมองว่าเป็นคนอีกระดับจึงไม่มีค่าอะไรให้รับฟัง
“ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่คิดจะแย่งภารกิจของแกทั้งหมดหรอก ถึงพวกเราจะมีเรื่องอยากสะสางกับโอเปรา แต่งานนั้นจะยกให้พวกแกจัดการก็แล้วกัน เรื่องเทพปีศาจ เรื่องยานลำนี้ และอนาคตของกิงคารอน เราจะรับเรื่องเหล่านี้เอาไว้เอง”
“อย่ามาสรุปเอาเองตามใจชอบได้ไหม” จูเดสปาตะโกนใส่ “เทพปีศาจคือภารกิจของข้า”
“นี่คิดจะสู้จริง ๆ น่ะเหรอ” เวิร์นมองพวกเรย์อย่างดูแคลน สายตาแบบเดียวกันถูกส่งมาจากทั้งโซแลนและเรเซอร์
มันเป็นการต่อสู้ที่ไม่สามารถเลี่ยง ถ้าไม่หยุดเวิร์นในตอนนี้ ไม่เพียงแค่เขาจะสังหารจักรพรรดิชาดัส เวิร์นจะใช้ราลูโซลกับโลกทั้งโลกเพื่อตามหาลูกแก้วที่เหลือ
พอเวิร์นใช้ลูกแก้วเพื่อผนึกเทพปีศาจ ตอนนั้นซีนอาจจะไม่เหลืออีกต่อไปแล้วก็ได้
เรย์เลือกเวิร์นเป็นคู่ต่อสู้ หลายคนทำท่าจะเข้ามาช่วยแต่ถูกเขาปรามเอาไว้ เรย์อยากให้เวิร์นยอมรับตนและเขาคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการต่อสู้กันหนึ่งต่อหนึ่ง
จูเดสปาต่างออกไป ถึงเขาจะอยากแก้มือกับโซแลนแต่จอมเวทผู้นี้ก็ไม่ได้รังเกียจที่จะใช้คนมากกว่าเข้าช่วย เขาดึงไกราและแอนทิสตามาไว้กับตน และปล่อยให้ซิกมา รีนา ลาโตรรับมือกับเรเซอร์
ดาบแห่งเรย์และดาบแห่งซิลเวอร์ปะทะกันรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทก มันผลักทั้งชาดัสและทหารของเขาที่เพิ่งเข้ามาสมทบจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง ดาบใหม่ที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับดาบของตนไม่ใช่สิ่งเดียวที่เวิร์นประหลาดใจ เขาประหลาดใจยิ่งกว่าที่เพลงดาบของเรย์เฉียบคมขึ้นอย่างก้าวกระโดด
…เร็วมาก…
เรย์คิดกับเวิร์นแบบนั้น แต่เขาก็ยังตามเวิร์นไปชนิดที่แทบจะตัวติดกัน
…ดาบหนักหน่วงมาก…
เวิร์นคิดเช่นนี้ ถ้าแค่เฉพาะความหนักหน่วงของดาบ เรย์ไม่ได้ต่างจากเรเซอร์หรือโซแลนเลย
เวิร์นเร่งความเร็วเพื่อฉีกหลบออกมา แต่เรย์ก็เร่งจนกลับมากระชั้นชิดในพริบตา พอเรย์ทุ่มแรงเต็มที่เพื่อให้เหนือกว่า เวิร์นก็ใช้แรงที่เท่าเทียมกันปัดป้อง ทั้งสองฝ่ายทุ่มสมาธิและจิตสังหารห้ำหั่นกันอย่างเต็มที่แต่กลับไม่มีฝ่ายไหนเสียเปรียบกัน
ลาโตรเผลอหยุดมองการต่อสู้ของเรย์และเวิร์น เช่นเดียวกับไกราที่ไม่ได้ใส่ใจกับคู่ต่อสู้ของตนเท่าที่ควร ทั้งสองมองเรย์ด้วยความรู้สึกผสมปนเปหลายอย่าง ทั้งทึ่ง ประทับใจ และอยากเอาชนะให้ได้ปะปนกัน
“ไม่รู้สึกตัวเลยว่า เจ้านั่นเก่งขึ้นขนาดนี้แล้ว” ลาโตรห้ามรอยยิ้มไว้ไม่ได้ เป็นความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เห็นเพื่อนรักเติบโตขึ้นเป็นคนละคน และก็รู้สึกว่าอยากก้าวข้ามเรย์ไปให้ได้
“ลาโตรก็เก่งขึ้นมากนะ”
“เงียบไปเลย ถูกเจ้าหนูแบบนายชมก็ไม่ดีใจหรอก”
“ไกราเข้าใจ เพราะไกราก็ยังเก่งกว่าลาโตรเยอะ”
“ไปเลยไป ต้องช่วยจูเดสปาสู้ไม่ใช่เรอะ” ลาโตรง้างเท้าเตรียมจะถีบใส่ แต่ไกรารู้ทันเช่นเคยจึงเผ่นไปไกลแล้ว
โซแลนรับมือกับจูเดสปาได้ดียิ่งกว่าครั้งก่อน เขาจับลักษณะนิสัยของจูเดสปาได้ การเคลื่อนไหวมือของอีกฝ่ายตอนที่จะร่ายแต่ละเวทนั้นแตกต่างกัน สำหรับคนทั่วไปการรู้ล่วงหน้าเพียงเสี้ยววินาทีไม่สามารถช่วยให้หลบหรือตอบโต้เวทมนตร์จูเดสปาได้ แต่โซแลนกลับใช้ประโยชน์เรื่องนี้ได้เต็มที่
ที่ยากลำบากกว่ากลายเป็นแอนทิสตา หญิงสาวบ้าน ๆ ที่เขาไม่เคยนับว่าเธอเป็นกำลังรบนั้นเป็นปัญหายิ่งกว่า เธอเติบโตอยู่ภายใต้เงาของเรย์ ทำให้ทุกคนมองข้ามความจริงที่ว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในจอมเวทผู้มีพรสวรรค์
แอนทิสตาควบคุมอสูรอัญเชิญได้พร้อมกันหลายตัว เธอสามารถเรียกทั้งหมดออกมาพร้อมหน้ากันก็ยังไหว แต่แอนทิสตาไม่ได้ทำเช่นนั้น เธอเตรียมตัวเผื่อสำหรับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ
หญิงสาวผสานร่างเข้ากับเรกซ์ เธอใช้การสลับความต้านทานธาตุป้องกันให้กับทั้งตัวเองและจูเดสปา ไม่เพียงแค่มันจะทำให้เวทมนตร์ของโซแลนถูกจำกัดลง ความแข็งแกร่งของร่างผสมและชุดพิเศษที่เฟอร์โรมอบให้มันทำให้แม้แต่การโจมตีทางกายภาพก็จะหยุดเธอยาก
ที่แสบที่สุดคือ มือทั้งสองของแอสทิสตาไม่ได้หยุดนิ่งมาตั้งแต่เริ่มการต่อสู้แล้ว เธอสอดส่ายสายตาไปทั่วสนามรบและมองว่าใครต้องการความช่วยเหลือบ้าง และถ้ามีช่องแม้เพียงน้อยนิดเธอก็จะร่ายเวทช่วยคนผู้นั้น
…ถ้ามีเซฟิลกับพาดัสอยู่ด้วยล่ะก็… เวิร์นเผลอคิดแบบนั้นตอนที่เขาและเรย์ต่างก็มอบแผลให้กันและกัน
…บ้าเอ๊ย นี่เวิร์นผู้นี้กำลังหาข้ออ้างให้ตัวเองอยู่งั้นเหรอ…
เรเซอร์คือคนแรกที่ทรุดลงไป ทั้งที่เมื่อเร็ว ๆ นี้ดาบดำของเขาได้สูบกินเลือดเนื้อจนยกระดับขึ้นอีกขั้น เขาไม่เคยมีภาพที่ตัวเองกำลังถูกต้อนจนเกือบยืนไม่อยู่เช่นนี้อยู่ในหัวเลย
ซิกมาเหนื่อยหอบจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงตลอดเวลา แต่เขารู้จากฟรีโอนิเอลว่าเรเซอร์สามารถฟื้นตัวได้หากสร้างบาดแผลให้ศัตรู ซิกมาจึงไม่ยอมเปิดโอกาสนั้น โดยเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น เขาก็ให้ลาโตรคอยป้องกันอยู่วงนอก ส่วนรีนาเขาก็ให้เธอใช้แค่อาวุธระยะไกลกับเวทมนตร์เท่านั้น แผนรับมือกับจอมดาบโดยไม่ให้ฝ่ายตัวเองบาดเจ็บแม้แต่รอยข่วนเป็นเรื่องที่ดูเกินจริงไปมาก แต่พวกเขาก็ฝืนทำมันได้จนมาถึงตอนนี้
“มันขึ้นอยู่กับเวลานั่นแหละ” เรเซอร์แสยะยิ้ม “แค่ดาบเดียว ความพยายามของพวกแกก็จะสูญเปล่า”
ซิกมาไม่ได้ตอบอะไร เป้าหมายของเขาไม่ใช่การแข่งกับเรเซอร์ว่าใครจะหมดแรงไปก่อนกัน สิ่งที่เขารออยู่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
เปรี้ยงงงง
สิ้นเสียงนั้น ร่างของเวิร์นก็ล้มลง แม้ชุดเกราะของซิลเวอร์จะมีพลังต้านทานเวทมนตร์สูงแต่มันก็ยังเป็นโลหะ
ดาบแห่งเรย์ไม่เหมือนกับครู่ก่อน คมดาบของมันขยายขนาดขึ้นด้วยรูปร่างที่เกิดจากสายฟ้า นี่คือพลังใหม่ของดาบแห่งเรย์ ดาบที่จะตอบสนองต่อสายฟ้าที่มันได้รับจนสร้างใบดาบที่ใหญ่ขึ้นได้ตามอานุภาพของไฟฟ้าที่มันดูดกลืนเข้าไป
หลังจากรอคอยมานาน ผ่านความพ่ายแพ้มาหลายครั้ง เรย์ก็สามารถล้มชายที่เขามองเป็นคู่แข่งได้ในที่สุด