Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 10: แผนบ่อนทำลายชาติ

ข้อมูลคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำสงคราม นอกจากหยั่งได้ว่าไพ่ในมือมีแต้มต่อเหนือคู่ต่อสู้หรือต่ำกว่า ยังจะช่วยในการอ่านจังหวะต่อสู้ของอีกฝ่าย คะเนได้ว่าอีกฝ่ายมีไพ่ในมือกี่ใบ และมีแนวโน้มจะลงไพ่ใบไหนมาสู้ตอนไหนเพื่อชิงความได้เปรียบ
ฝ่ายเคออสเป็นกองกำลังกบฏที่กระจายกำลังอยู่ในบริเวณเทือกเขา “รอยัลฮันติงฮิล” พวกเขามีกำลังเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่อาศัยความได้เปรียบด้านชัยภูมิ กับดักและความแข็งแกร่งของขุนพลจึงทำให้อยู่รอดมาถึงตอนนี้โดยยังไม่ถูกกวาดล้างไป
ฝ่ายเอเทเซียมีกำลังทหารรวมทั้งหมดหลายแสนนาย กำลังเหล่านั้นส่วนใหญ่กระจายออกไปตามเมืองต่าง ๆ โดยเฉพาะหัวเมืองที่ติดกับอาณาเขตเรวาเรนท์ หลายปีก่อนเอเทเซียเคยส่งกองทัพใหญ่ขึ้นมาบุกยึดรอยัลฮันติงฮิลคืน แต่ผลลัพธ์คือความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ
เชอรีสยังจำการโจมตีครั้งนั้นได้ดี สมรภูมิถูกจำกัดด้วยเส้นทางแคบ ๆ และวกวนบนเขา กองทัพใหญ่จำต้องแบ่งออกเป็นแค่กองพัน และกองพันถูกแยกออกจากกันด้วยกำแพงไฟที่ไหม้ติดต่อกันหลายวันของอัลไคเซอร์ แนวหน้าถ้าไม่ถูกกับดักเล่นงานก็จะโดนหน่วยของทาเลซสังหารจนสิ้น
ขณะที่ทั้งกองทัพกำลังปั่นป่วน เชอรีสในร่างจิ้งจอกไฟเก้าหางปรากฏตัวขึ้นกลางวง เธออาละวาดโดยที่ใครก็ไม่สามารถหยุดได้ อีกฝ่ายต้องแตกพ่ายกระเจิงจนขวัญหนีดีฝ่อ
แต่เรื่องแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าสนามรบกลายเป็นเมืองหลวงที่เอเทเซียได้เปรียบ…
ที่เมืองหลวงไม่ได้มีเพียงทหารราบ นักธนู นักบวช จอมเวท พลปืนใหญ่และอัศวินเท่านั้น พวกเขายังมีหน่วยรบพิเศษที่แข็งแกร่งอย่างหน่วยพาลาดิน นักรบกลุ่มนี้คือการผสมผสานระหว่างทักษะของอัศวินและพลังเวทมนตร์ของนักบวช นอกจากการสู้รบระยะประชิด ความทนทานราวปราการเหล็ก พวกเขายังใช้เวทมนตร์รักษา ชุบชีวิต หรือแม้แต่ท่าไม้ตายเฉพาะที่มีแค่พาลาดินที่ใช้ได้
และผู้ที่ยืนเหนือพาลาดินเหล่านั้น พวกเขาคือแม่ทัพผู้ถูกขนานนามว่า “สามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์” พวกเคออสเชื่อกันว่าแม่ทัพทั้งสามแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยไปว่าเชอรีส อัลไคเซอร์และทาเลซของฝ่ายตน
“วอลโด ไคล์ เดอะโฮลีบลิซซาร์ด ผู้ครอบครองดาบกลาเซียสดาบในตำนานที่สามารถเรียกสร้างพายุน้ำแข็งได้ เขาคือหนึ่งในสามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแม่ทัพที่ราชาบาลดริคไว้ใจที่สุด”
“ดีวาน อเล็กซิส เดอะโฮลีเฟลม ผู้ครอบครองดาบฟราคาเรียนที่สามารถควบคุมเพลิงศักดิ์สิทธิ์ อาวุธร้ายแรงที่รับมือกับอันเดดได้ดีที่สุด เขาคือลูกศิษย์มือหนึ่งของวอลโด และคือพาลาดินที่ผู้คนฝากความหวังไว้มากที่สุด”
“ทีนา เดอะโฮลีธันเดอร์ ผู้ครอบครองดาบฟเลนนิรัสที่สามารถเรียกสายฟ้าได้ แม้จะอายุมากแล้วแต่เชื่อกันว่าเธอคือพาลาดินที่ฝีมือสูงสุดในสามคน”
โซนาตาเปิดโฮโลแกรมสื่อสารเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เขาและบรรดาลูกน้องรวบรวมมาอย่างละเอียดตลอดหลายวันที่ผ่านมา ต้องขอบคุณหน่วยสอดแนมฝีมือดีที่เขาสั่งให้แทรกซึมไปทั่ว มันทำให้เขารวบรวมข้อมูลมากมายได้ในระยะเวลาสั้น ๆ โซนาตาติดต่อไปยังอัลโตที่เขาส่งไปสืบข่าวที่เมืองอื่น และยังติดต่อด็อกมาให้เขามาอยู่ในสายพร้อมกัน
“อาณาจักรนี้ดูมั่งคั่ง แต่พวกเขากำลังขาดแคลนทรัพยากรแทบทุกอย่าง” โซนาตายิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งพิจารณาเขาก็ยิ่งพบว่าศัตรูช่างเปราะบาง
“พื้นที่เหมืองสำคัญอยู่ในมือฝ่ายเรวาเรนท์ แม้แต่พื้นที่เพาะปลูกใหญ่ที่อยู่ภาคกลางก็เหลืออยู่แค่ส่วนเดียว แย่กว่านั้นคือป่าพรีวูดที่กินเนื้อที่ถึงหนึ่งในห้าของทวีปยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เพราะถูกเฮอร์มิตยึดครองอยู่ พวกเขาขาดแคลนทั้งอาหาร แร่ และทรัพยากรอีกมากที่ควรจะได้จากป่า” เอไอแองจีรายงานเพิ่ม
“กองกำลังของเคออสที่อยู่ใกล้เมืองหลวงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่สามารถจัดการได้ นอกจากนั้นพวกเขายังไม่สามารถเรียกกำลังพลส่วนที่เหลือมาช่วยเพราะเรวาเรนท์เองก็รอจังหวะที่การป้องกันอ่อนแอลง” ศาสตราจารย์ด็อกมาเสริม
…ปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่ถึงสิบปีก็คงพินาศอยู่ดี…
นี่คือสิ่งที่โซนาตาคิด แต่ขืนรอจนเป็นแบบนั้นผู้คนคงล้มตายเป็นเบือจากเรวาเรนท์ ถ้าไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างในตอนนี้เขาคงจะโดนเชอรีสเคืองแน่นอน
แผนการครั้งใหญ่เริ่มขึ้นทันที เมืองเรฟลินตันที่ปกครองโดยตระกูลโรดอสเป็นเป้าหมายแรกที่ถูกโจมตี เสบียงสำหรับหน้าหนาวที่มีอยู่อย่างจำกัดถูกขโมยไปจนเกลี้ยงโรงเก็บ และก่อนที่เจ้าเมืองจะลงมือแก้ปัญหา เจเนวีฟที่ถูกส่งไปที่นั่นก็กระจายข่าวออกไปว่าทางการกำลังจะเรียกเก็บภาษีเพิ่ม
ก่อนหน้านั้น เจเนวีฟตัดสินใจช่วยเหลือโซนาตาและแก้แค้นให้กับคุณย่าของเธอ เธอเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะทำประโยชน์ให้กับกองกำลังได้จนกระทั่งเขามองเห็นพรสวรรค์ด้านการโน้มน้าวผู้คนที่เธอมีอยู่ เจเนวีฟและผู้คุ้มกันเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ จากนั้นเธอก็เริ่มพูดปลุกระดมชาวบ้านให้ต่อต้านพระราชา
ตอนแรกมันไม่ค่อยได้ผลนัก แต่เมื่องานส่วนอื่นตามแผนของโซนาตาคืบหน้า เรื่องที่เธอพูดก็ยิ่งมีน้ำหนักขึ้น
ไม่มีใครรู้ว่าเจเนวีเหตุผลที่ตัดสินใจช่วยมีมากกว่าการแก้แค้น เธอรู้สึกสนใจโซนาตาตั้งแต่แรกเจอ และเธอเชื่อในชะตากรรมที่ชักนำให้เธอต้องมาอยู่ข้างเขา แต่ความรู้สึกของเธอก็ไม่สามารถส่งไปถึงอีกฝ่ายได้เพราะเวลานี้ทุกลมหายใจเข้าออกของโซนาตามีแต่เรื่องของสงคราม ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือแค่ช่วยเขาอย่างสุดกำลังด้วยวิธีการที่เธอทำได้
“จริงหรือเปล่า ที่เขาลือกันว่าเสบียงพวกนี้มาจากพวกเคออส” คนของเคออสที่ปลอมเป็นชาวบ้านถามเจเนวีฟเสียงดัง
“ไปได้ยินเรื่องนั้นมาจากไหน” เจเนวีฟไม่ได้ลดเสียงลง เธอตั้งใจให้ชาวบ้านที่ต่อแถวรอรับอาหารได้ยินกันทั่ว
“แล้วจริงไหมล่ะ” เขาถามย้ำเสียงดังกว่าเดิม
“เงียบเถอะ ขืนทางการรู้เข้า อาหารพวกนี้จะถูกยึดไปจนหมดนะ” เจเนวีฟแกล้งตีหน้ากังวล เธอรู้ว่าข่าวลือจะแพร่สะพัดจากนี้ หน้าหนาวกำลังจะมาถึง แต่ชาวบ้านโดนรีดภาษีซ้ำและคนที่แอบช่วยชาวบ้านคือพวกเคออส
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นในอีกหลายเมือง รถบรรทุกที่ติดตั้งอุปกรณ์โคลกกิงดีไวซ์วิ่งทะลุผ่านกำแพงเมืองด้วยฝีมือของอัลโต การจับคู่กันของรถที่มองไม่เห็นและชายที่สามารถทะลุทุกอย่างได้ทำให้มาตรการป้องกันของแต่ละเมืองไร้ประโยชน์ เมืองแล้วเมืองเล่าเสียเสบียงและอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายไปในชั่วข้ามคืน
แต่ละเมืองพยายามช่วยเหลือกัน พวกเขาเพิ่มการส่งเสบียงจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมือง และนั่นยิ่งเข้าทางของพวกโซนาตา กองทัพของเคออสขึ้นชื่อเรื่องหูตาว่องไว ทุกครั้งที่มีขบวนขนส่งพวกเขาจะรับรู้และดักโจมตีได้ก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เมืองต่าง ๆ เกิดความระแวงในการส่งความช่วยเหลือให้กัน
ท้ายที่สุด พวกเขาตัดขาดออกจากกัน ขณะที่การรีดเอาเสบียงเพิ่มมาทดแทนการขาดส่งเสบียง กลับยิ่งทำให้เสบียงถูกปล้นไปมากขึ้น
หมู่บ้านเกรลเป็นสถานที่หนึ่งที่ถูกเล่นงานหนักที่สุด เดิมทีพวกเขาก็แร้นแค้นจนแทบไม่มีกินอยู่แล้ว แต่เมื่อเรฟลินตันรีดเอาเสบียงเพิ่ม เท่ากับพวกเขาถูกทิ้งให้อดตาย
เชอรีสตัวจริงได้ปรากฏตัวขึ้น เธอนำการช่วยเหลือมาที่หมู่บ้านเกรล
สงครามข่าวดำเนินไปอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดลง ข่าวลือทั้งจริงและเท็จถูกกระจายออกไปจนทั่ว มีทั้งเรื่องที่เจ้าหญิงจากแผ่นดินเก่ากำลังกลับมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยาก ข่าวเรื่องเมืองหน้าด่านหลายแห่งกำลังจะถูกเรวาเรนท์รุกรานหนัก หรือแม้แต่ข่าวว่าบางเมืองก็แอบดอดไปสวามิภักดิ์นายใหม่อย่างเชอรีสตั้งแต่ยังไม่ทันได้สู้
โซนาตาช่วยเร่งให้ข่าวลือน่ากลัวกลายเป็นจริงบางส่วน เขาส่งลูกน้องที่ปลอมตัวเป็นทหารเอเทเซียแสดงละครลักลอบหนีออกจากชายแดน และเปิดฉากโจมตีพวกเรวาเรนท์ ทำให้ภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุอยู่แล้วระเบิดออก เรวาเรนท์รุดโจมตีกลับในหลายพื้นที่
ความขัดแย้งเกิดขึ้นทั้งภายนอกภายในเอเทเซีย เดิมทีราชาบาลดริคเองไม่ไว้ใจคนของตัวเองหลายคนอยู่แล้ว เมื่อเกิดความวุ่นวายและข่าวลือ เขาตัดสินใจเรียกตัวเหล่าขุนนางที่มีกำลังทหารมาเข้าเฝ้าเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะยังไม่เอาใจออกห่างจากตน
แรงกดดันนี้ให้ผลตรงกันข้าม เจ้าเมืองเดคอนเชื่อข่าวลือว่าราชามีหลักฐานว่าเขาเกี่ยวข้องกับพวกกบฏ ดังนั้น ความกลัวว่าจะถูกเล่นงานบีบให้เจ้าเมืองรายนี้ย้ายข้างกะทันหัน เมืองสำคัญที่ใกล้เมืองหลวงอย่างเดคอนกลายเป็นฐานที่มั่นใหม่ของเคออสไปเสีย
การได้เดคอนมาเกิดผลประโยชน์ขึ้นหลายประการ มันมีพื้นที่เชื่อมต่อกับรอยัลฮันติงฮิลและมีพื้นที่มากกว่าฐานที่ตั้งเดิมหลายสิบเท่า พวกเขาสามารถรองรับผู้คนที่หนีตายมาพึ่งและสร้างกองทัพที่ใหญ่กว่าเดิม
ในทางตรงกันข้าม กองทัพหลวงของเอเทเซียกลายเป็นฝ่ายถูกปิดกั้นเอาไว้แทน เส้นทางสายสำคัญไม่สามารถใช้ได้อีก เสบียง อาวุธ กำลังพล และข่าวสารถูกตัดขาดจนเกือบจะสิ้นเชิง เมืองที่อยู่ห่างออกไปต้องสู้รบติดพันกับเรวาเรนท์ในขณะที่อีกหลายเมืองหันมาสนับสนุนสายเลือดขัตติยะแต่ดั้งเดิม
สงครามที่แท้จริงเริ่มขึ้นหลังจากนั้น…
กองทัพเคออสแบ่งการโจมตีออกเป็นสองด้าน ทาเลซนำกำลังลอบเข้าเมืองจากทางลับ ในขณะเดียวกันทัพหน้าที่มีเชอรีส อัลไคเซอร์ก็นำทัพจากเดคอนเข้าโจมตีจากด้านหน้า
โซนาตา อัลโตและเวเนลอบเข้ามาในเมืองก่อนหน้านั้นแล้ว พวกเขาได้ข่าวมาว่าที่ปราสาท “ไวท์คาสเซิล” มีอาวุธร้ายแรงถูกซุกซ่อนเอาไว้ หน้าที่ของพวกเขาคือการทำลายสิ่งนั้นก่อนที่ทัพเอเทเซียจะได้ใช้มัน
“หวังว่าคงไม่ไปเจอห้องสมบัติที่มีมังกรเฝ้าอยู่นะ” โซนาตาพึมพำ
“ใครมันจะบ้าเอามังกรไปเฝ้าสมบัติ…” อัตโตขัดคอ
สองสหายเปิดใช้งานอุปกรณ์โคลกกิงดีไวซ์ อุปกรณ์ที่เหมือนเสื้อคลุมสีดำนี้เดิมทีถูกพัฒนาเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับไซเลนเซอร์ มันสามารถกำบังผู้ใช้งานได้ราวกับมนตร์วิเศษ
“อาาา… โดนจับได้ซะแล้ว ไอ้ผ้าคลุมล่องหนนี่มันไม่เข้าท่าจริงด้วย” เวเนโวยวายเมื่อเห็นว่าร่างของทั้งสามที่เคยโปร่งใสได้กลับมาอยู่สภาพเดิมเพียงแค่เท้าของพวกเขาย่างเข้าใกล้ปราสาท