Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 101: ทางแยก
หลังจากรอนแรมกันมาทั้งคืน เวลาเช้าก็มาถึง คืนที่ผ่านมาพวกเขาหลบเลี่ยงการปะทะมาได้ด้วยคาถาของกราเทียช่วยให้อันเดดมองไม่เห็นพวกเขา ข่าวร้ายก็คือคาถานี้ไม่สามารถใช้กับอันเดดได้ทุกตัว คืนก่อนมันก็แค่เพราะพวกเขาโชคดีเท่านั้น
กราเทียตัดสินใจหยุดพักที่แหล่งน้ำแห่งหนึ่งและถือโอกาสทำแผลให้กับอรันโด ในจังหวะที่เซกันและชินาออกไปหาเสบียง อรันโดก็ตื่นขึ้น
“ไม่ต้องห่วงนะ พวกเรากำลังพาเจ้าไปรักษา” พูดจบกราเทียก็แนะนำตัวเองและทอลโด
“ข้ารู้จักพวกเจ้า” อรันโดตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “อาสาสมัครที่มาช่วยอัลกราดใช่ไหม”
“อย่าเพิ่งพูดมากเลย” ทอลโดส่งกระติกใส่น้ำให้ แต่อรันโดไม่สนใจเขาคว้ามือทอลโดไว้แทน
“ผู้ชายคนนั้น… ที่อยู่กับพวกเจ้า มาด้วยหรือเปล่า” อรันโดกระซิบ
ทอลโดพยักหน้า “เขามาด้วย”
“ข้าสงสัยมาตลอด แต่ตอนนี้แน่ใจแล้ว แม้แต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกถึงพลังของเขาได้”
ทอลโดรู้ว่าอรันโดสงสัยกลุ่มพวกตนมาตลอด ที่ผ่านมามีหลายครั้งที่เขาส่งคนมาจับตาดูเซกันทำภารกิจ แต่ก็ไม่เคยจับพิรุธได้
“ท่านพักก่อนเถอะ” กราเทียเดาออกว่าอรันโดกำลังหมายถึงเรื่องของเซกัน
“ฆ่าเขาซะ”
“ถ้าไม่มีเซกัน พวกเราอาจจะไปไม่ถึงน้ำพุแห่งการเยียวยา แล้วท่านก็จะ…” กราเทียพยายามชี้แจงว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเรื่องแบบนั้น
“ข้าจะรอดหรือไม่ก็ไม่สำคัญ… สัญญาสิว่าจะจัดการเขา” อรันโดเค้นแรงที่เหลือคว้าทอลโดเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่ทอลโดจะได้ตอบ พาลาดินหนุ่มก็สลบไปเสียก่อน
กราเทียจ้องหน้าทอลโดอย่างหวั่นใจ เธอเห็นความลังเลในดวงตาคู่นั้น กราเทียไม่แปลกใจเลยเพราะเธอเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน ใจหนึ่งก็ยังเชื่อว่าควรตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเสีย แต่อีกใจก็เริ่มเคลือบแคลงว่าเซกันจะเป็นกลายเป็นปีศาจร้ายแบบนั้นได้จริงเหรอ
“คงไม่ได้คิดจะทำอะไรจริง ๆ นะ” กราเทียเสียงสั่นและยิ่งกังวลมากขึ้นเมื่อทอลโดเพียงนิ่งไป
อรันโด แองกัซ เขาเป็นพาลาดินหนุ่มผู้มุ่งมั่นและรักความยุติธรรมมากกว่าผู้ใดในอัลกราดแห่งนี้ ขณะที่อ่านเรื่องของเขา โซนาตาก็เห็นภาพซ้อนของดีวานในแบบที่เข้มข้นขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เคยยอมให้กับความชั่วร้าย เขาเคยมีปากเสียงกับเชื้อพระวงศ์ของประเทศอื่นเพียงเพื่อปกป้องคนยากไร้ และหลายครั้งหลายหนที่มันทำให้เขาต้องรับโทษ
แต่อรันโดผู้นี้ไม่เคยเข็ดหลาบ และเขาก็มีดีพอที่ทำให้กล้างัดข้อกับทุกคน หากทอลโดคืออัจฉริยะผู้ไม่ยึดติดกับวิธีการ อรันโดก็คืออัจฉริยะที่เกิดขึ้นจากความทุ่มเท เพื่อที่เขาจะมีอำนาจที่จะปกป้องผู้อื่น อรันโดอุทิศชีวิตจนกลายมาเป็นหัวหน้าพาลาดินอายุน้อยที่สุดคนหนึ่งของประเทศ
ความรักความยุติธรรมสุดโต่งนี้กลายเป็นดาบสองคม
มุมมองของอรันโดที่มีต่อเซกันคือความชิงชังที่มีต่อความชั่วร้าย อรันโดคิดอยู่เสมอว่าหากตนเองถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่จะนำหายนะมา เขาจะไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้น
…ถ้าเป็นคนดีจริง ก็ควรจะยอมตายไปซะ…
เขาเชื่อแบบนั้น อรันโดไม่ลังเลสักนิดถ้าจะต้องตายเพื่อช่วยโลกนี้ไว้ สำหรับเขาการดิ้นรนของเซกันเป็นการกระทำที่ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายที่แท้จริงไม่สมควรทำ
โซนาตาได้อ่านแล้วก็ต้องถอนหายใจเบา ๆ เขารู้จักคนแบบนี้มาไม่น้อย บางคนเรียกตนเองว่าคนดีและชี้หน้าบอกคนอื่นว่าเป็นคนเลวเพียงเพราะว่าไม่เข้าใจพฤติกรรมของอีกฝ่าย คนเหล่านี้จะมีความเชื่อเหมารวมเพื่อแยกขาวและดำออกจากกัน โดยไม่ได้คำนึงความจริงว่าขึ้นชื่อว่ามนุษย์ไม่มีใครขาวบริสุทธิ์หรือดำโดยไร้สิ่งเจือปน
มันง่ายที่จะสร้างปีศาจร้ายขึ้นมาสักตัว จากนั้นก็โยนความผิดทุกอย่างไปให้กับสิ่งนั้น จากนั้นก็คิดไปเองว่าหากกำจัดสิ่งนี้ไปแล้วสังคมจะดีขึ้นได้ทันตา แต่มันจะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ
ไม่มีทางเสียหรอก!
เมื่อล้มปีศาจตนหนึ่งไป ปีศาจตนใหม่ก็จะถือกำเนิดขึ้นมาแทน
เซกันเป็นแค่เหยื่อของความยุติธรรมบิดเบี้ยวที่ไม่ว่าสังคมยุคไหนก็มีตัวอย่างให้เห็น ต่อให้เขาพยายามพิสูจน์ตัวเองแค่ไหน เสียงก่นด่าสาปแช่งก็จะไม่มีทางหายไป ในสายตาของคนที่อคติไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นได้แค่เดนมนุษย์
แล้วเรื่องที่กราเทียระแวงก็เกิดขึ้นในคืนสุดท้าย น้ำพุแห่งการเยียวยาอยู่ข้างหน้าพวกเธอแล้ว แต่เหตุการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้นมาก่อน ฝูงอันเดดหลากสายพันธุ์และมีจำนวนเกินกว่าที่ประเมินไว้ปรากฏตัวขึ้นจากทุกทิศทาง ราวกับแมลงตัวน้อยที่ถูกหย่อนลงไปในรังมด พวกเขาแทบจะถูกกลืนหายไปในคลื่นของอันเดด
เซกันพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเปิดทางในขณะเดียวกันเขาก็กดพลังของตนเองไว้ในระดับที่แน่ใจว่ามันจะไปส่งผลไปถึงเพื่อน ๆ ในหัวของเขาลืมไปหมดสิ้นว่าศัตรูไม่ได้มีเพียงอันเดดนับพันนับหมื่นที่ล้อมอยู่ แต่คมดาบสามารถมาจากด้านหลังด้วยเช่นกัน
ทอลโดรอจังหวะที่เซกันเปิดช่องว่าง เขาบอกกับตัวเองว่าเมื่อคิดจะลงมือก็จงทิ้งความลังเลไปเสีย ภาพของการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเซกันในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาแทรกเข้ามาแต่เขาก็จะสลัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
…อรันโดพูดถูกแล้ว ชีวิตของพวกเขาสี่คนไม่ได้มีค่าเลยถ้าเทียบกับผู้คนทั้งโลก...
ทอลโดรวบรวมจิตไว้ที่คมดาบตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ความเสียหายเพียงเล็กน้อยไม่สามารถสังหารเซกันได้ แม้แต่การทำลายหัวใจก็ยังไม่สามารถจบชีวิตเซกันได้ วิธีการเดียวที่จะดับลมหายใจของชายที่มีพลังฟื้นตัวราวกับปีศาจคือต้องไม่เปิดโอกาสให้เขาฟื้นตัว
…ตัดคอให้ขาด… มันคือคำตอบเดียวที่ทอลโดพบ
มันเกิดขึ้นเร็วจนกราเทียแทบมองไม่ทัน ทอลโดอาศัยช่องว่างที่เกิดจากการเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวของเซกันมาแรมปี เขาแน่ใจว่าครั้งนี้มันจะแตกต่างจากทุกครั้ง แต่ในขณะที่คมดาบจะสัมผัสร่างใครบางคนก็แทรกเข้ามา
เช่นเดียวกับทอลโดที่จับตามองเซกัน คนผู้นั้นก็จับตามองเขามาสักพักใหญ่ แล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ทอลโดจ้องเล่นงานเซกันทีเผลอ
เลือดสาดกระจายเป็นทางยาว มันกะทันหันจนทอลโดยั้งมือไว้ไม่ทัน จิตต่อสู้ที่เปลี่ยนสภาพเป็นหมาป่าขย้ำไปที่คอของผู้ที่เข้ามาแทรก
เสียงร้องของเธอไม่ได้ดังอย่างที่คิด ราวกับเธอแค่สะดุดอะไรบางอย่างและล้มลงไป แต่ทอลโดรู้ดีว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น การโจมตีเมื่อครู่พรากเขาชีวิตของชินาไปแล้ว
“ชินา” กราเทียร้องเสียงหลง เธอวิ่งเข้าไปประคองร่างของจอมเวทสาวขึ้นมาจากพื้น เลือดจากลำคอทะลักจนเปราะเปื้อนไปทั่วร่างของทั้งคู่
เซกันตกใจจนแทบสิ้นสติ เขาหันมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ในหัวเต็มไปด้วยความสับสนจนเลิกสนใจอันเดดที่กำลังเข้ามาเพื่อฉีกร่างของตน
ท้องถูกทะลอง ดาบถูกแทงทะลุเข้ามาในอก ทั้งแขนทั้งขากำลังถูกพวกอันเดดกัดกิน แต่เซกันไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่นิด เพราะถูกความรู้สึกเจ็บปวดที่รุนแรงกว่านับพันเท่ากลบไว้ หัวใจของเขากำลังจะแตกสลาย
“รีเซอร์เรคท์!” แสงสว่างวาบขึ้นจากฝ่ามือของกราเทีย ลำแสงควรจะก่อตัวขึ้นในรูปของหยดน้ำ จากนั้นร่างที่ยังมีไออุ่นของชินาก็จะฟื้นกลับมา
แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น เวทมนตร์คืนชีพคือเวทระดับสูงที่ไม่เพียงต้องใช้พลังเวทมากมาย มันยังเป็นเวทที่ไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ได้ มันคือการโยนหัวก้อยที่ต้องหวังพึ่งความเมตตาของพระเจ้า
“รีเซอร์เรคท์!” กราเทียร่ายเวทซ้ำ เป็นอีกครั้งที่เธอพลาด ร่างของชินากระตุกขึ้นแต่มันเป็นแค่ปฏิกิริยาตอบสนอง
เซกันได้สติขึ้นมาหลังจากเห็นเวทมนตร์คืนชีพ เขานึกขึ้นได้ว่าทุกอย่างมันยังไม่จบ ความหวังยังไม่แห้งเหือดหายไป มันเร็วเกินไปที่จะยอมแพ้
เซกันใช้แรงฮึดจัดการกับอันเดดที่พยายามฉีกร่างของตน และทันทีที่หลุดออกมาได้เขาก็หันไปจัดการกับตัวอื่น
…จะให้พวกนี้มาขวางการชุบชีวิตไม่ได้…
“รีเซอร์เรคท์” กราเทียร่ายเวทหลังจากที่เพิ่งกระดกน้ำยาฟื้นพลังเวทขวดที่สามเข้าไป “มันต้องสำเร็จสิ เพิ่งจะตายหยก ๆ แถมร่างบาดแผลก็ไม่ได้หนักหนาอะไรเลย”
อีกครั้งแล้วก็อีกครั้ง บางครั้งโอกาสสำเร็จถึงครึ่งหนึ่งก็อาจจะหมายถึงความผิดพลาดติดต่อกันอย่างน่าใจหาย และขีดจำกัดก็มาถึงเมื่อขวดยาขวดสุดท้ายถูกดื่มเข้าไป
เซกันรู้สึกเหมือนกับใครมาบีบหัวใจ ในหัวไม่เหลืออะไรนอกจากเรื่องเพียงสองเรื่อง หนึ่งคือต้องจัดการกับเหล่าอันเดด และสองคือภาวนาขอให้กราเทียทำสำเร็จ
เขาขอร้องต่อทุกอย่างที่นึกออก เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่ปีศาจร้าย ขอเพียงแค่ชินาฟื้นขึ้นมา ขอเพียงให้เขาได้เห็นรอยยิ้มของเธออีกครั้ง เซกันพร้อมที่จะแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง
เหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่จนสติกระเจิง เมื่อเซกันทำลายอันเดดทุกตนในบริเวณนั้นจนหมดแล้วเขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งชัดขึ้น มันคือเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของกราเทีย
เซกันไม่กล้าหันกลับไปมอง เขาพยายามหลอกตัวเองว่ามันคือเสียงร้องไห้ด้วยความยินดี ทั้งที่ใจรู้ดีว่าไม่ใช่
โซนาตาอ่านถึงตรงนี้เดาเนื้อหาที่กำลังจะเกิดได้ไม่ยาก เซกันโทษตัวเองแทนที่จะโทษทอลโด เขาหมดเรี่ยวแรงและนั่งอยู่ตรงนั้นจนเช้า เขาปล่อยให้กราเทียและทอลโดพาร่างของอรันโดไปกันต่อโดยที่ตัวเองยังนั่งหมดแรงอยู่ที่เดิม
น้ำพุแห่งนี้ไม่ได้มีพลังรักษาโดยตรง มันแค่ช่วยกระตุ้นให้เวทมนตร์ในการล้างคำสาปทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ร่างอรันโดถูกชำระล้างจนคำสาปอ่อนกำลังและในที่สุดเวทมนตร์ของกราเทียก็สามารถช่วยเขาไว้ได้
อรันโดแสดงความเสียใจที่กลุ่มกราเทียต้องเสียชินาไป แต่เขาก็ยังยืนกรานว่าสิ่งที่ขอให้ทอลโดทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องและพร้อมจะรับบาปนี้ไว้คนเดียว
“แสดงว่าพวกเราในตอนนี้ยังไม่มีทางฆ่าเขาได้อยู่ดี” อรันโดเปรยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินย้อนกลับไปรวมตัวกับเซกันอีกครั้ง
“พวกเรา” กราเทียถาม
“ข้าทำให้พวกเจ้าเสียเพื่อนพ้องไป… ก็ควรจะรับผิดชอบอะไรบ้าง อีกอย่างเป้าหมายของพวกเราก็คือการหยุดพวกเฟทเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“ได้พาลาดินฝีมือดีมาร่วมกลุ่ม แน่นอนว่าช่วยได้มากเลย” กราเทียยิ้มอย่างเศร้า ๆ
เรื่องราวหลังจากนี้โซนาตาได้เคยถามไถ่มาจากเจเนวีฟเล็กน้อย เธอเล่าว่าในเนื้อหาตามประวัติศาสตร์ เซกันกลายเป็นคนเลวร้ายหลังจากนี้ เขาออกจากกลุ่มจากนั้นก็เริ่มไล่ล่ากราเทียและเพื่อน
มันฟังดูสมเหตุผลสมผลอยู่ถ้าเกิดขึ้นกับคนทั่วไป แต่โซนาตาคิดว่ามันไม่ใช่สำหรับเซกัน จิตตกค้างที่หลงเหลือในดาบดำบอกเขาว่ามันมีเพียงแค่ความเศร้าและความผิดหวัง ชายผู้นี้แค้นเคืองผู้ใดไม่เป็นแม้แต่กับคนที่พรากเพื่อนคนสำคัญของเขาไป
ในบางตำราเล่าเนื้อหาว่า หลังจากเซกันเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายไล่ล่า ก็มีครั้งหนึ่งที่เขาติดกับของกราเทีย เขาเกือบถูกทั้งสามสังหารแต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากฟอลโลเวอร์ออฟเดอะทรูเฟท และหลังจากนั้นเซกันก็ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มเฟทและกลายมาเป็นผู้นำในเวลาต่อมา
ส่วนในนิยายที่โซนาตาอ่าน มันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง เซกันไม่ได้พูดถึงชินาหรือกล่าวโทษใคร เขาเพียงแค่ปิดกั้นตัวเองจากผู้อื่น
อรันโดยังคงหมกมุ่นอยู่กับการสังหารเซกันไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม หลายครั้งหลายหนที่เขาเกลี้ยกล่อมให้เซกันยอมปลิดชีพตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าเขายังมีคุณความดีเหลืออยู่ ซึ่งมันก็เกือบได้ผลอยู่
กราเทียแน่ใจว่าเซกันไม่สามารถรับสภาพแบบนี้ได้อีกนาน ลำพังแค่เสียชินาไปก็เป็นแผลใจที่สาหัสแล้ว เธอแน่ใจว่าคำพูดของอรันโดจะทำลายคนที่เปราะบางแบบเขาได้สักวัน แล้ววันหนึ่งขณะที่ได้อยู่กันตามลำพังกราเทียก็ตัดสินใจพูดกับเขา
“เจ้าไปซะเถอะ… ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก” กราเทียนึกไม่ออกว่าเธอจะไล่เซกันไปได้อย่างไร เพราะต่อให้บอกไปตามตรงว่าเขาจะตกอยู่ในอันตราย คนอย่างเซกันก็คงไม่ยอมถอยหนี
“ผม…” เซกันมองกลับมาด้วยสายตาที่เลื่อนลอย ราวกับว่าไม่มีตัวเขาอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
“วัน ๆ ก็เอาแต่ทำหน้าซังกะตาย อยู่ไปก็เกะกะ”
“แต่… ถ้าผมไม่อยู่”
“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย เจ้าไม่ได้มีประโยชน์ขนาดนั้น ข้ามีทั้งทอลโดกับอรันโด สองคนนั้นมีประโยชน์กว่าคนหมดอาลัยตายอยากอย่างเจ้า”
เซกันนิ่งเงียบไม่ได้ตอบโต้ กราเทียจึงยิ่งกดดันเขามากขึ้น “ที่สำคัญ… ข้าไม่อยากเห็นคนที่ทำให้ชินาตายอยู่ในกลุ่มนี้ต่อไป”
ในที่สุดมันก็สำเร็จ ถึงจะยังห่วงกราเทีย ทอลโด รวมถึงสมาชิกใหม่อย่างอรันโดแต่ประโยคนี้ทำให้เซกันยอมถอย และนั่นกลายเป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะแยกตัวออกไป
กราเทียได้แต่ภาวนาให้เซกันอยู่ห่างจากเรื่องยุ่งยากทั้งหมด เธอหวังว่าเขาจะหนีไปเก็บตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ห่างไกลจากทั้งพวกเฟท นักล่า หรือแม้แต่พิษร้ายจากคำทำนาย กราเทียไม่ได้คิดไปถึงขั้นที่ว่าเซกันเองก็ได้ตัดสินใจเลือกจุดจบของตนเองไปแล้ว
เวลาเดียวกับที่พวกกราเทียยังเดินทางเพื่อค้นหาทางหยุดยั้งพวกเฟท เซกันก็เริ่มการเดินทางของเขาเช่นกัน เพียงแค่มันเป็นการเดินทางสู่จุดจบ
เซกันตัดสินใจไปเอเทเซียตามลำพังเพื่อรับโทษ แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้ช่วยให้ชินาหรือคนที่ตายลงเพราะเขาฟื้นกลับมาได้ก็ตาม…