Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 105: ผมคือมนุษย์
ในวันนั้นที่หลายคนตราหน้าว่าเขาลงมือฆ่าบุพการีของตน แท้ที่จริงหลังจากเค้นถามจากทหารและสาวโช้จนแน่ใจ เขาก็ตรงดิ่งไปยังคุกใต้ดินในทันที แต่สิ่งที่รออยู่ก็คือกับดักครั้งใหญ่
เซกันเข้าไปติดอยู่กลางวงกลมไสยเวทย์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อหยุดเขาโดยเฉพาะ
เบื้องหน้าของเซกันคือชายหญิงสองคนที่เขารักที่สุด ท่านพ่อและท่านแม่ ทั้งสองยิ้มเยาะอย่างพอใจที่กับดักใช้ได้ผล เรื่องที่ทั้งสองถูกจับตัวเป็นแค่คำโกหกเพื่อล่อให้เขารนหาที่
ไม่ต้องรอให้เซกันถาม บาริกันก็เป็นฝ่ายเฉลยความจริงทั้งหมดออกมา สำหรับเขามันไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว เพราะการเตรียมการทุกอย่างกำลังจะเสร็จสิ้น
“เจ้าคงจะได้ยินเรื่องส่วนหนึ่งจากปากของเควนตัสแล้วสินะ” บาริกันหัวเราะ “แต่มันเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของความจริงเท่านั้นแหละ”
“ถ้าจะเล่าก็ยาวเหมือนกันนะคะ มันต้องเริ่มตั้งแต่ตรงไหนดี” เควนดารินเองก็มีท่าทางไม่แตกต่าง เธอไม่ได้มีความรู้สึกสงสารหรือเห็นใจลูกชายของตัวเองเลยสักนิด กลับกันเธอมองเซกันด้วยสายตาขยะแขยงเหมือนกำลังจ้องมองสิ่งปฏิกูล มันไม่ควรจะเป็นสายตาที่แม่คนหนึ่งจะมองลูกของเธอ
“ก็คงตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ก่อนที่มันจะเกิดเลยล่ะ ไม่สิ ตั้งแต่สมัยที่ข้ายังไม่ได้เป็นราชาเลย”
ก่อนที่บาริกันจะได้สืบทอดราชสมบัติ เขาได้พบความจริงว่าเอเทเซียกำลังเสื่อมถอยลงจากการกดดันของหลายฝ่าย กลุ่มกบฏเคออสที่ไม่สามารถจัดการได้ การรุกรานของเรวาเรนท์ การแยกตัวของเมืองต่าง ๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเอเทเซีย และแม้ว่าประเทศกำลังย่ำแย่จนถึงที่สุด พวกพี่ ๆ ของตนก็ไม่เคยคิดสิ่งอื่นนอกจากการเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งอำนาจ
แล้ววันหนึ่งบาริกันก็ได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่มาด้วยความบังเอิญ มันเป็นหน้ากระดาษจากหนังสือที่ตอนแรกเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร หลังจากศึกษาดูเขาก็พบว่ากระดาษที่ถูกทิ้งไว้ในห้องสมุดของวังคือส่วนหนึ่งของหนังสือต้องห้ามที่มีน้อยคนนักล่วงรู้ถึงความลับและคุณค่าของมัน
“มันคือหนังสือที่เขียนโดย นีเน วาเลเรีย รอสคิน นักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์” บาริกันพูดอย่างภูมิใจ นอกจากค้นพบมัน พรสวรรค์ของเขายังทำให้เขาศึกษาหน้ากระดาษแค่ไม่กี่หน้านั้นจนทะลุปรุโปร่ง
บาริกันกลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุที่เก่งกาจที่สุดในยุค
โดยที่แทบไม่มีใครล่วงรู้การค้นพบของเขา เขาใช้วิชาลับจัดการกับพี่น้องตนเองจนหมด จนในที่สุดเขาก็ได้กลายเป็นรัชทายาท
แต่ว่านั่นเป็นแค่จุดเริ่มต้น หลังจากได้เป็นกษัตริย์แล้ว บาริกันก็ค้นพบว่าเอเทเซียได้ซุกซ่อนขุมอำนาจไว้อีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือดาบจันทราฮาร์เบลที่ได้รับมาจากช่างในตำนาน และอีกหนึ่งคือทำคำนายลับที่แม้แต่ราชาองค์ก่อนก็ไม่กล้าดู
บาริกันศึกษาคำทำนายโดยไม่หวาดกลัว เขาเชื่อว่าวิชาเล่นแร่แปรธาตุของตนมีอำนาจถึงขั้นแก้ไขชะตากรรมได้ เขาก็เพียงแค่อยากรู้ทุกสิ่งเพื่อให้บังลังก์ของตนมั่นคงมากขึ้น
หนึ่งในคำทำนายที่น่าสิ้นหวังที่สุดคือเรื่องของเด็กที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับคำสาป เขาเกิดมาเพื่อล้างผลาญทุกอย่าง เอเทเซียหรือแม้แต่โลกนี้จะลุกเป็นไฟหากเขาทำสำเร็จ มันอาจจะลุกลามจนทำลายโลกใบนี้ได้ด้วยซ้ำ
“เด็กคนที่ว่าคือเลกันยังไงล่ะ”
“พี่เลกัน… ไม่ใช่ผมเหรอ”
“ไม่ได้หูฝาดไปหรอก ผู้นำพาหายนะมาสู่เอเทเซียและโลกนี้คือเลกันไม่ใช่เจ้า”
มันเป็นโชคของบาริกันที่คำทำนายนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน มันระบุชัดเจนว่าบาริกันจะเป็นได้เป็นราชาและลูกชายของเขา “เลกัน เอเทเซีย” จะกลายเป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมกับหายนะ คำทำนายไม่ได้จบลงแค่นั้นมันยังบอกต่อว่าจะมีเด็กคนหนึ่งถือกำเนิดตามมาและเขาคนนั้นจะเป็นผู้หยุดเลกันและช่วยโลกเอาไว้
“คำทำนายนอกจากให้ระบุชื่อของเลกันและคนที่จะเกิดตามมา ยังบอกถึงวันเดือนปีเกิดของคนที่จะเกิดมาเพื่อหยุดเขาด้วย มันก็เลยง่ายสำหรับพวกเราที่เป็นคนกลุ่มเดียวที่รู้คำทำนาย” เควนดารินชี้แจงเพิ่ม
ในตอนนั้น บาริกันคิดแผนการสำคัญอีกอย่างขึ้นมาได้ซึ่งถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาคิด นอกจากเขาจะช่วยลูกชายเอาไว้ได้ เขาก็จะได้รับอำนาจอีกอย่างที่ตนต้องการมาตลอด
ก่อนหน้านั้น บาริกันได้ทำการทดลองหลายอย่างเพื่อจะดึงพลังของดาบดำมาใช้ ทุกการทดลองล้มเหลว ดาบตอบสนองต่อจิตด้านมืดของเขาและมันจะฆ่าเขาทันทีที่พยายามใช้มัน แต่บาริกันก็พบวิธีจนได้ หากเขาสร้างภาชนะที่สามารถรองรับพลังของดาบ ให้ภาชนะนั้นดูดกลืนความเกลียดชังของผู้คนเอาไว้แทน แม้แต่คนที่ชั่วร้ายแบบเขาก็สามารถชิงพลังนี้มาใช้ได้
“ใช่แล้ว มันเป็นแผนยิงนัดเดียวได้นกถึงสองตัว แก้ไขคำทำนายเพื่อช่วยเลกัน จากนั้นก็สร้างมนุษย์เทียมขึ้นมารับบาปแทน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมข้าก็จะได้เก็บเกี่ยวในสิ่งที่ข้าหวังมานาน พลังของเทพปีศาจ”
“มนุษย์เทียม” เซกันสับสน เขาไม่รู้ว่าควรจะตกใจเรื่องใดก่อนกัน
“ข้าใช้เลือดของข้ากับวิชาเล่นแร่แปรธาตุสร้างเจ้าขึ้นมายังไงล่ะ” บาริกันแสยะยิ้ม “เจ้าไม่ใช่มนุษย์หรอก”
“กะ… โกหก” เซกันเอามืออุดหูทั้งสองข้างไว้
“พวกเราไม่ใช่ พ่อแม่ของเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว” เควนดารินย้ำ เธอดูสะใจยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าเซกันกำลังจะร้องไห้
“ข้าเป็นมนุษย์และก็เป็นลูกของพวกท่าน เรื่องที่เล่ามามัน…” เซกันพยามยามเถียง แต่ในใจเขารู้สึกว่าเรื่องนี้ฟังดูสมเหตุสมผลมันทุกอย่างที่ผ่านมา ทำไม่ทั้งคู่ถึงมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น มันเป็นเพราะเขาไม่ใช่คนยังไงล่ะ
“ชีวิตที่ผ่านมาของแกมันไร้ค่า” เควนดารินกระแทกเสียงใส่ แต่บาริกันไม่เห็นด้วย
“เจ้านี่จะทำให้ข้าได้พลังความเกลียดชังที่มันถูกสะสมมาตลอดทั้งชีวิต และยังช่วยไม่ให้ลูกชายจริง ๆ ของเราประสบหายนะจากคำทำนายเชียวนะ ชีวิตมันไม่ได้ไร้ค่าหรอก”
“คงกำลังคิดว่าตัวเองช่างโง่งมที่ไม่รู้อะไรเลยสินะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องนี้แม้แต่ท่านตาของเจ้าก็ไม่รู้ เขาแค่ขโมยคำทำนายที่ถูกแก้ไขแล้วไปเผยแพร่ แถมยังสร้างลัทธิเฟทขึ้นมาและขยายความเกลียดชังออกไปอีก เทียบกันแล้วท่านพ่อตาของข้านี่น่าขันกว่าเยอะ”
บาริกันเห็นเซกันเงียบไปก็ไม่ได้คิดสนทนาต่อ เขามองวงกลมไสยเวทย์ที่กักตัวเซกันเอาไว้ด้วยความตื่นเต้น “ใกล้จะได้เวลาแล้ว”
“อย่าลืมนะว่าต้องแบ่งพลังให้ข้าด้วย” เควนดารินสะกิดเตือนสามีของเธอ
“เจ้าจะอยากได้พลังไปทำไมกัน”
“พลังจะทำให้อายุยืนเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ปีไม่ใช่เหรอ หรือว่าท่านคิดจะเป็นราชาต่อไปโดยไม่มีข้า”
“รู้แล้วล่ะน่า ข้าไม่ผิดสัญญาหรอก” บาริกันรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยที่ต้องแบ่งพลังให้ แต่เขาก็ไม่อยากผิดใจกับเธอ อย่างน้อยเธอก็ร่วมหัวจมท้ายกับเขามาตลอด ทำแม้กระทั่งทรยศพ่อของตัวเองด้วยซ้ำ
เวทมนตร์ที่บาริกันใช้ไม่ได้มีผลแค่การกักกัน แต่มันช่วยเปลี่ยนเซกันกลับเป็นวัตถุดิบด้วย อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเซกันจะกลายเป็นแค่ตัวยาที่พร้อมให้บาริกันและเควนดารินดื่มกิน
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเซกันก็คิดว่าเขาคงจะไม่แปลกใจอีกแล้ว ไม่กี่นาทีที่ผ่านมามันมีเรื่องประหลาดใจเกินกว่าที่เขาเคยพบเจอมาทั้งชีวิต
ฉึกกกก…
แต่มันก็มีจนได้ เลือดของบาริกันสาดกระเด็นไปทั่ว เควนดารินกรีดร้องราวคนเสียสติ
“ท่านพ่อ!!” เซกันร้องจนสุดเสียง เลือดของชายที่เขาคิดมาตลอดว่าคือพ่อของตนเปรอะไปทั้งตัวของเขา เซกันอยากขยับออกไปจากตรงนั้น แต่ติดที่วงเวททำให้เขาก้าวไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
จากนั้นดาบเล่มเดิมก็หันไปเล่นงานเควนดารินที่ยังกรีดร้องไม่หยุด ครั้งนี้ดูง่ายกว่าตอนที่แทงทะลุบาริกัน ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงร้องสุดท้ายของราชินีแห่งเอเทเซีย
“เลกันนนน!!!”
เซกันตะโกนจนสุดเสียง เขาพยายามกระโจนออกจากขอบเขตเวท แต่ก็ไม่สำเร็จราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกไปแม้แต่จะคลานไปข้างหน้าก็ยังเป็นไปไม่ได้
บาริกันล้มลงไป เขามองใบหน้าลูกชายด้วยความประหลาดใจ ราวกับจะถามว่าทำไมเลกันถึงทำแบบนี้
“ยังต้องแปลกใจอีกเหรอ” เลกันถอนหายใจ “ทำไมถึงคิดว่าผมจะปล่อยให้ท่านพ่อได้พลังของเทพปีศาจไปล่ะ”
โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดทิ้งท้ายบาริกันนิ่งไปทั้งที่ดวงตายังเบิกโพลง ดูเหมือนว่าแผนการมากมายที่เขาใช้เวลาเตรียมนับสิบปีจะจบสิ้นลงง่าย ๆ แบบนี้
“เลกันน!!” เซกันตะโกน
“หนวกหูน่า แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนอยากถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม สักทีเถอะ มันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ขืนท่านพ่อมีอายุยืนขึ้นเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ปี ข้าได้ตายไปก่อนจะได้บังลังก์สิ”
เลกันมองเซกันที่ยังคงพยายามขยับตัว เขาครุ่นคิดกะเกณฑ์มาก่อนว่าเวทมนตร์ต้องเสร็จสิ้นไปในอีกไม่นาน และเซกันจะกลายเป็นก้อนเลือด จากนั้นเขาก็แค่นำก้อนเลือดนั้นใส่ลงไปในถ้วยยาที่บาริกันเตรียมไว้ ทุกอย่างมันควรจะเป็นเช่นกัน แต่เซกันเริ่มกลับมายืนได้ ทำให้เขาเริ่มเป็นกังวล และยังขยับเข้ามาใกล้ทีละนิด ๆ โขยกเขยก
เขาขยับได้อย่างไร เซกันก็ไม่สามารถตอบได้แน่ชัด มันอาจเป็นเพราะเวทมนตร์ที่ส่งผลกับเขามันยังทำงานไม่สมบูรณ์
ระหว่างนั้นเซกันได้ยินเสียงประหลาดที่มีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ยิน
“อย่าตายนะ สัญญาสิว่าจะไม่ตาย” ตอนนี้เซกันแน่ใจแล้วว่าเสียงที่เหมือนเด็กดังมาจากดาบของเขาเอง
“เจ้าคือดาบดำงั้นเหรอ”
“อย่าตายนะ”
ฉึกก…
ความเจ็บปวดที่หนักหนาที่สุดแล่นผ่านหัวของเซกันไป ตอนแรกเขายังสับสนว่ามันคืออะไร แต่วินาทีต่อมาเขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความเจ็บจนทำให้เขาเกือบสิ้นสติเกิดจากคมดาบของเลกันแทงทะลุระหว่างคิ้วของเขาพอดี มันทะลุผ่านกระโหลก สมอง และทะลุออกไปจนถึงด้านหลัง
เป็นบาดแผลสาหัสที่หากเป็นคนธรรมดาคงจะตายไปทันที แต่เซกันเพียงแค่นิ่งไป
เวลาของเขาเหลือไม่มาก เซกันเริ่มสัมผัสได้ว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเวทมนตร์ของบาริกันจะทำงานสมบูรณ์ เซกันหวังว่าอย่างน้อยเขาจะได้แก้แค้นเลกันด้วยการต่อยสักหมัด แต่ดูเหมือนแม้แต่ความหวังเล็ก ๆ นี้เขาก็อาจจะทำไม่สำเร็จ
ร่างกายของเขากำลังสลาย
“อย่าตายนะ” ดาบยังคงเรียกกำลังใจให้เขาฮึดสู้
แต่เซกันไม่เห็นประโยชน์ที่จะต่อต้านอีก เขาพ่ายแพ้มาตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ถูกกำหนดมาให้เป็นผู้แพ้เสมอมา คราวนี้ก็แค่ความพ่ายแพ้หนสุดท้าย ก็เท่านั้นเอง
“อย่าเพิ่งหมดหวังสิ” เซกันรู้สึกประหลาดใจ เพราะเสียงคราวนี้ไม่เหมือนเดิม มันเป็นเสียงของผู้หญิงแทน
“เธออยากบอกบางอย่าง ฉันเลยพามา”
“หืมมมม” เซกันพยายามเงี่ยหูฟัง ตอนนี้เขาแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว ไม่รู้สึกแม้แต่คมดาบของเลกันที่ระดมแทงมาอีกหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเซกันจะไม่ลุกขึ้นมาอีก
ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เซกันนึกออกแล้วว่าเสียงนั้นคือเสียงของชินา หรือว่าเธอกำลังจะมารับเขาไปอยู่ด้วยนะ
“ฟังให้ดีนะ วงกลมไสยเวทนี้มีผลเฉพาะกับฮามังคิวลัส”
“ฮามังคิวลัส…”
“มนุษย์เทียมน่ะ แต่เจ้าไม่ใช่ มันใช้กับเจ้าไม่หรอก”
“คุณไม่รู้สินะครับ ผมนี่แหละมนุษย์เทียม ผมถูกสร้างขึ้นมา”
“เจ้าน่ะคือมนุษย์” ชินาเสียงดุขึ้นมา
“ฮามังคิวลัสน่ะ มีชีวิตขึ้นมาเพื่อผู้สร้าง แต่เจ้าน่ะไม่ใช่”
“ผมว่าคุณเพี้ยนไปแล้วแน่เลย”
“ถ้าตายไปทั้งแบบนี้ก็เท่ากับยอมรับว่าเจ้าคือตุ๊กตาที่ถูกสร้างขึ้น แต่ความจริงมันเป็นแบบนั้นจริงเหรอ หัวใจของเจ้ามันคือของเจ้า ความทรงจำทุกอย่างมันคือของเจ้า พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นสิว่าเจ้าไม่ได้เป็นแบบนั้น”
“ความทรงจำ” พอนึกถึงเซกันก็เกือบหลุดหัวเราะออกมา “ไม่เห็นจะมีความทรงจำดี ๆ เลยล่ะครับ”
“เลิกพิรี้พิไรได้แล้ว ลุกขึ้น!!!”
อาจจะเป็นแค่ภาพหลอนก่อนตายก็ได้ แต่เซกันก็รู้สึกขอบคุณเสียงของชินาที่มาให้กำลังใจเขา เซกันบอกกับตัวเองย้ำ ๆ ว่าเขาไม่ใช่แค่ฮามังคิวลัสที่มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นภาชนะของความเกลียดชัง
“ผมคือมนุษย์”
เลกันที่เยือกเย็นอยู่เสมอดูร้อนรนจนไม่เหมือนตัวเขา เวทมนตร์ของบาริกันควรจะทำงานเสร็จไปตั้งแต่หลายวินาทีก่อน แต่จนตอนนี้เซกันก็ยังไม่สลายไป เขาจะเข้าไปแทงซ้ำอีกครั้งแต่ก็ต้องยั้งมือไว้เพราะร่างตรงหน้านั้นกระตุกอย่างช้า ๆ
เซกันค่อย ๆ ลุกขึ้นและกลับมายืนด้วยสองเท้าอีกครั้ง เขตวงเวทสลายไปเพราะหมดเวลา แต่เซกันก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น บาดแผลมากมายที่เลกันสร้างขึ้นกำลังเลือนหายไปราวกับโกหก
“เวทของท่านพ่อผิดพลาดงั้นเหรอ” เลกันเหงื่อแตกพลั่ก เขาเผลอเดินถอยหลังไปด้วยความกลัว
“ไม่ได้ผิดผลาดหรอกครับ แต่เวทนั้นไม่มีผลกับมนุษย์จริง ๆ ซึ่งผมบอกแล้วไงว่าผมเป็นมนุษย์” เซกันเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ เขาเริ่มรู้สึกถึงพละกำลังที่ฟื้นขึ้น และสภาพร่างกายที่ค่อย ๆ คืนกลับสู่สภาพสมบูรณ์
“ทหาร!!!” เลกันตะโกนสุดเสียง แต่ไม่ทันแล้ว เซกันกระโจนพรวดเดียวก็มาอยู่ตรงหน้าเขา
พลั่กกกก
นี่คือหมัดแรกและหมัดเดียวในชีวิตที่เขาเหวี่ยงออกมาด้วยความโกรธ