Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 113: ลาก่อนเซกัน
“ข้าคือฝ่ายที่อยากปลดปล่อยเทพปีศาจ เรื่องนั้นเจ้าก็รู้นี่ ร่วมมือกับข้าสังหารเซกันซะ แล้วพวกเราก็จะมาครองโลกนี้ด้วยกัน”
“ครองโลก” เด็กชายถอนหายใจ “ฮาร์เบลไม่สนใจอะไรแบบนั้นหรอก ถ้าคุณปล่อยให้เขาหลุดออกมาได้ สิ่งเดียวที่เขาจะทำคือทำลายทุกอย่าง สัตว์ พืช มนุษย์ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ทุกอย่างจะถูกทำลายจนหมด”
“สรุปว่าแกคิดจะขวางให้ได้สินะ” น้ำเสียงของเลกันเปลี่ยนไป
“ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกครับ”
“แล้วจะเอายังไง”
“ไม่ขัดขวาง… แต่ก็ไม่จำเป็นต้องช่วยเช่นกัน”
แล้วพริบตานั้นความมืดทั้งมวลก็หายไป เลกันกลับมาที่เดิมอีกครั้งและพบว่าขณะที่ตนเองถูกดึงไปโลกมืด เซกันและกราเทียก็ช่วยกันกำจัดเดวัลไปจนหมดแล้ว เลกันไม่รอช้า เขากลับมาร่ายเวทต่อจากเดิม
แต่เซกันในขณะนั้น เขาก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับการพละกำลังที่หวังให้การโจมตีนี้ดับชีวิตของเลกัน
…เจ้าเด็กบ้านั่นตัดการเชื่อมต่อของเรากับเทพปีศาจ…
เลกันสูญเสียพลังเวทมนตร์ไปมหาศาล มันส่งผลถึงเวทมนตร์ที่เขากำลังร่าย เขาต้องรวบรวมสมาธิเพื่อเค้นพลังส่วนที่ยังไม่ถูกแย่งไปเพื่อร่ายเวทต่อให้สำเร็จ
…ไม่ทันแล้ว ต้องใช้ตอนนี้เลย… เลกันหันฝ่ามือไปทางเซกัน
“ช้าไปแล้ว” เซกันตะโกนพร้อมกับฟันสวนใส่โต้กลับทั้งเวทและร่างของเลกันที่กำลังพุ่งออกมา
“ม่ายยยยยย” กราเทียกรีดร้องสุดเสียง มันเป็นภาพที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็น เซกันถูกเวทมนตร์จนซีกซ้ายของเขาแหว่งหายไป แต่เลกันก็ถูกดาบฟันกลางลำตัวอย่างจัง
ดาบยังฝังคาอยู่ในร่าง เลกันใช้สองมือยึดคมดาบไว้เพื่อไม่ให้เซกันตัดร่างของเขาจนขาดเป็นสองท่อน ร่างของทั้งสองร่วงลงมาที่พื้นแต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากดาบ
“ปล่อยสิวะ แค่กก...” เลกันตะโกนพร้อมกับกระอักเลือดไปด้วย
“…” เซกันก็มีสภาพดีกว่ากันนิดเดียว เขาได้พลังฟื้นสภาพคืนมาแล้ว แต่เวทมนตร์ของเลกันก็กำลังกัดกินร่างของเขาอยู่ มันคือการต่อสู้อย่างดุเดือดของพลังในการทำลายล้างและพลังในการฟื้นฟู
“อ๊ากกกก” ดาบฟันลึกเข้าไปเรื่อย ๆ มันฟันทะลุผ่านหัวใจของเลกันไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะร่างของปีศาจเขาจึงยังทนอยู่ได้
เซกันเองก็เกือบยืนไม่อยู่ การฟื้นตัวของเขากำลังแพ้ การกัดกินจากเวททำลายไปถึงหัวใจของเขาแล้วเช่นกัน เซกันกำลังจะเสียใบหน้าด้านซ้ายของเขาไป
“กราเทีย…” เลกันหันไปหาความช่วยเหลือสุดท้าย “แค่กก… ช่วยข้าด้วย”
“ทะ… ท่านว่าอะไรนะ” กราเทียคิดว่าเธอหูฝาดหรือฟั่นเฟือนไป คนอย่างเลกันกำลังขอให้เธอช่วยเนี่ยนะ
“ได้โปรดทำอะไรสักอย่าง… ก่อนที่ข้าจะตาย ข้ายังไม่อยากตาย”
กราเทียได้ยินแล้วก็ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ทั้งแปลกใจที่ถูกร้องขอโดยคนที่ไม่เคยก้มหัวขอร้องใคร ทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมเลกันจึงยังคิดว่าเธอจะอยู่ข้างเขา และที่แปลกใจที่สุดคือ ทำไมเธอต้องลังเลด้วย
…มันชัดเจนไม่ใช่เหรอกราเทีย เลกันกลายเป็นปีศาจไปแล้ว เธอต้องหยุดเขาไม่ใช่ช่วยเขาสิ…
“ข้าจะ… วางมือ จะหาวิธีกลับเป็นคน… แล้วก็เข้าพิธีอภิเษก แค่ก… กับเจ้า”
“…” กราเทียนิ่งไปครู่หนึ่งในหัวของเธอขาวโพลนไปหมด
“คุณคงไม่เชื่อที่เขาพูดสินะครับ” เซกันเค้นแรงที่เหลืออยู่พูดออกมา “เชื่อเถอะว่าผมเองก็อยากจะเชื่อคำพูดของเขา แต่พวกเราต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้”
“อย่าาา” กราเทียตะโกนห้าม เธอเองก็คิดว่าตัวเองคงเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ เธอไม่เชื่อคำพูดของเลกัน เขาไม่มีทางกลับตัวได้ แต่กราเทียก็ยังมีภาพฝันคาดหวังลม ๆ แล้ง ๆ วูบขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกว่าหัวใจถูกบีบจนแทบแหลก เธอยอมรับเรื่องหนึ่งชัดเจนคือเธอไม่อยากเห็นเลกันตายไปต่อหน้า
ดาบของเซกันไม่ได้ฟันลึกเข้าไปเกินกว่านั้น เหมือนทุกอย่างจบลงแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะเขาใจอ่อนหรือเชื่อตามเสียงร้องห้ามของกราเทีย เขาเพียงสมผัสได้ว่าร่างตรงหน้าเหลือเพียงแค่ร่างที่ไร้วิญญาณของเลกันแล้ว
เมื่อดาบถูกชักกลับ ร่างสองร่างก็ล้มลงกระแทกกับพื้น เซกันนอนหายใจรวยริน ร่างครึ่งซ้ายของเขากำลังต่อต้านการกัดกินสุดกำลังแต่ดูเหมือนเขากำลังจะเป็นฝ่ายแพ้ให้กับการกัดกินนั้น
“พอได้แล้วล่ะ เลิกทำร้ายตัวเองได้แล้ว” เสียงเด็กผู้ชายดังขึ้น เซกันเห็นเขานั่งอยู่ข้าง ๆ และคอยลูบหัวตน
“เธอ…”
“อย่าตายนะ” เด็กผู้ชายทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขารู้ว่าบางอย่างในตัวเซกันได้ตายลงไปพร้อมกับเลกันด้วย สิ่งที่กำลังจะฆ่าเขาไม่ใช่เวทมนตร์สุดท้ายของเลกัน แต่มันคือเหตุผลที่จะอยู่ต่อไปได้หายไปแล้ว
“อย่าตายนะ” เสียงกราเทียซ้อนกับคำพูดของเด็กผู้ชาย เธอร้องไห้และกุมมืออีกข้างเอาไว้พร้อมกับร่ายเวทรักษา
บทสุดท้ายของหนังสือจบลง เลกันถูกปราบโดยที่ไม่มีใครรับรู้ ทั้งอาณาจักรและโลกถูกช่วยเอาไว้โดยมีพยานรู้เห็นเพียงแค่กราเทีย ทุกคนรับรู้เพียงว่าทอลโด อรันโด และเหล่านักฆ่าทั้งห้าร้อยชีวิตต่างก็เสียชีวิตในระหว่างการปราบปราม “เซกัน”
กลุ่มเฟทล่มสลายลง แต่ทั้งอาณาจักรตกอยู่ในความวุ่นวายเมื่อราชาองค์ใหม่กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ
มันคือบทสรุปการต่อสู้ของวีรบุรุษผู้ถูกโลกทอดทิ้ง แต่ยังมีบทส่งท้ายต่ออีกเล็กน้อย เซกันรอดมาได้แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าเขาปลอดภัย ร่างครึ่งซ้ายของเขาเสียหายอย่างถาวร การที่ยังหายใจต่อไปได้มันช่างน่าเหลือเชื่อ แต่กราเทียที่เห็นเช่นนั้น พาเขาออกเดินทางต่อ
หลังจากกลับลงมาจากจามิว กราเทียหาทางรักษาเซกันด้วยวิธีการมากมาย เธอพาเขาไปที่น้ำพุแห่งการเยียวยา และใช้ทั้งยาและเวทมนตร์ช่วยสารพัด แต่มันก็ได้เพียงแค่พยุงอาการเขาเอาไว้
เธอรู้ได้ว่าการมีชีวิตของเขาในตอนนี้ มันจะดำเนินต่อไปได้อีกไม่นานนักหรอก
แล้ววันหนึ่งเซกันก็หายตัวไป
กราเทียเดาได้ว่ามีแค่สถานที่แห่งเดียวเท่านั้นที่เขาจะมุ่งไป มันคือที่ ๆ เดียวที่เขาคิดว่าเป็นบ้าน
ระหว่างทางที่กราเทียตามหลังเซกัน กราเทียได้พบเรื่องราวและความเดือดร้อนของผู้คนในดินแดนต่าง ๆ เธอพบว่าสิ่งที่เฟทหลงเหลือไว้เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ไม่สามารถลบเลือนไปได้โดยง่าย ไม่ว่าที่แห่งไหนก็ยังมีความอดอยาก การแก่งแย่ง และเสียงร่ำไห้ของผู้คนที่เสียผู้ที่เขารักไป
ลึกเข้าไปในป่าพรีวูด กราเทียใช้เวลาไม่นานนักหลังก้าวพ้นเข้ามาในการแกะรอยจนพบเซกันได้ เขาที่เสียร่างครึ่งซ้ายไปทิ้งร่องรอยการเดินทางไว้มากจนไม่ว่าใครก็ตามคงหาตัวเขาได้ไม่ยากเลย
“เจ้า.. สบายดีไหม” เป็นคำทักทายที่ค่อนข้างประหลาดเมื่อพูดกับคนที่นอนหายใจรวยริน
“ผมรู้ว่าคุณจะมา”
“งั้นเหรอ”
“แล้วก็รู้ด้วยว่าไม่ได้มาเพื่อรักษา”
กราเทียนิ่งไป เธอเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากให้เขาเห็นเธอร้องไห้อีก และเมื่อเขาพยายามชวนคุยต่อ เธอก็ผละออกไปโดยใช้เรื่องอื่นเป็นข้ออ้าง “ร่างกายแบบนั้น คงเคลื่อนไหวลำบาก เจ้าคงหิวแล้ว ข้าจะทำอะไรให้กินนะ”
เซกันพยายามชวนคุยเรื่องจุดประสงค์ของกราเทียอีกหลายครั้ง แต่มันก็จบลงเหมือนเดิม เธอบ่ายเบี่ยงไม่ยอมพูดออกมาตามตรง จนกระทั่งหลายวันต่อมาเซกันก็คิดว่าเธอพร้อมแล้วที่จะคุยเพื่อจบเรื่องทุกอย่างกับเขา
“เอเทเซียกำลังสั่นคลอน คุณเลยมาที่นี่ใช่ไหมครับ”
อาณาจักรกลับมารวมเป็นหนึ่งอีกครั้งภายใต้การนำของเลกัน แต่เขากลับมาหายสาบสูญในเวลาสำคัญเช่นนี้ นอกจากนั้นข่าวลือเรื่องที่เซกันอาจจะยังไม่ตายก็ทำให้ผู้คนหวาดวิตกว่าเฟทจะกลับมาอีกครั้ง
“ข้าได้คุยกับท่านพ่อและพวกคนใหญ่โตเกี่ยวกับเรื่องของเจ้า… และเลกัน”
“พวกเขาเชื่อเหรอครับ”
“เชื่อ… ไม่สิ.. บางคนรู้ระแคะระคายอยู่แล้วตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ” กราเทียก้มหน้าก้มตา “แต่พวกเขาถอยหลังไม่ได้”
“ถ้ายอมรับว่าเข้าใจผิดเรื่องของผม คงจะต้องมีคนจำนวนมากที่ต้องออกมายอมรับผิดสินะครับ” เซกันยิ้มจาง ๆ ดวงตาของเขามองไปด้านบน แต่ไร้จุดหมาย ในใจเองก็ว่างเปล่า ทั้งไร้ความรู้สึกด้านลบ และไม่มีความหวัง
“พวกเขาตัดสินใจว่า จะให้มันเป็นอย่างที่เคยเชื่อ เลกันจะตายไปในฐานะกษัตริย์ผู้พยายามหยุดหายนะของโลก เขาจะตายไปในฐานะวีรบุรุษ”
“ส่วนผมก็เป็นสิ่งที่ควรจะหายไปเพื่อให้โลกนี้ดีขึ้น” เซกันต่อประโยคที่กราเทียไม่กล้าพูด เขาเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี และยอมรับมันได้ เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว จุดจบของเขาควรเป็นเช่นนี้แหละ
“มันไม่ยุติธรรมเลย ทำไมต้องเป็นเจ้าคนเดียวที่ต้องเจอกับเรื่องแบบนั้น” กราเทียร้องโฮลั่น จนถึงตอนนี้เธอก็ไม่อายอีกแล้ว
เซกันเห็นน้ำตาของกราเทีย ใจของเขาสงบอย่างน่าประหลาด
“นั่นคือสาเหตุที่คุณมาสินะ เพื่อจบทุกอย่าง” เขารู้ และรอเธอมาตลอด
ที่นี่ ป่าแห่งนี้เหมือนบ้านของเขา ถ้าจะต้องจากไปด้วยฝีมือของกราเทียและเป็นที่นี่แล้ว เขาคิดว่าช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตของเขาถือว่าไม่ได้เลวร้ายเลย
“ข้าขอโทษ….” กราเทียร้องจนแทบหายใจไม่ทัน “ข้ายอมให้เจ้าถูกคนอื่นทำร้ายไม่ได้”
“ไม่ร้องไห้นะ” เขาพยายามลูบหัวเธอแต่มือข้างขวาเองก็เกือบยกไม่ขึ้น เมื่อยกขึ้นมาได้ก็สั่นเทาเหลือเกิน กราเทียจับมือของเขาขึ้นมากุมไว้ เซกันมองน้ำตาของเธอและดวงหน้านั้นอย่างต้องการจดจำไว้ในใจ แม้ว่าความทรงจำเองก็คงต้องจบสิ้นไปเมื่อลมหายใจสิ้นลง
พวกเขาใช้เวลาช่วงสุดท้ายระลึกถึงความหลัง การเดินทางทั้งหมดที่ผ่านมา ได้พูดคุยถึงเพื่อน ๆ แต่ละคนที่จากไปแล้ว ได้เล่าเรื่องตลกที่ทั้งสองได้เจอมาระหว่างการเดินทางด้วยตนเอง ราวกับว่าทั้งคู่กำลังแสร้งทำเป็นลืมว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
ขณะที่มองดาวบนท้องฟ้า สองมือก็ได้กุมเข้าหากัน กราเทียไม่รู้ตัวว่าเธอมองเซกันนานจนอีกฝ่ายเริ่มเขิน เขาหันไปมองดูกลุ่มดาวต่อและพูดขึ้นว่า
“อุลเคยเล่าให้ฟังว่า คนที่ทำดีมาตลอด พอตายไปก็กลายเป็นดาวอยู่บนท้องฟ้าและคอยส่งกำลังใจให้กับผู้คนที่ยังอยู่ คุณคิดว่าฮามังคิวลัสตายไปแล้วจะได้กลายเป็นดาวไหมครับ”
“ถ้าเป็นเจ้าล่ะก็ ต้องเป็นได้แน่”
“ถ้าได้เป็น ผมจะเฝ้ามองและอวยพรให้คุณมีความสุขนะครับ”
คืนนั้นคือคืนสุดท้ายที่ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน ในวันรุ่งขึ้นเซกันเป็นฝ่ายมารอเธอตั้งแต่เช้าตรู่ เขาตัดสินใจแล้วว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของตัวเอง
“โชคดีนะครับ” เซกันยิ้มให้ในจังหวะที่ดาบของกราเทียฟันออกไป
ไม่มีการต่อต้านหรือพยายามหลบหลีก ศีรษะของเขาหลุดกระเด็นในการฟันเพียงครั้งเดียว กราเทียร้องไห้จนน้ำตาแทบจะกลายเป็นเลือด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แทนที่จะต้องเห็นเซกันตายด้วยน้ำมือคนอื่น อย่างน้อยนี่คือของขวัญอย่างเดียวที่เธอทำให้เขาได้
…อย่างน้อยก็ได้ตายด้วยมือคนที่เขารัก…
ร่างของเซกันถูกฝังไว้ที่เนินที่ทั้งคู่ดูดาวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย กราเทียแจ้งเรื่องกลับไปที่เมืองหลวง แน่นอนว่ามีหลายฝ่ายต้องการตรวจสอบศพของเซกัน แต่กราเทียยืนกรานว่าเธอจะไม่มีทางมอบศพเขาให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
ลัทธิฟอลโลเวอร์ออฟเดอะทรูเฟทเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์พร้อมกับการจากไปของผู้ชายคนหนึ่ง ชายที่ไม่ว่าใครต่างก็ประนามหยามเหยียดโดยไม่รู้ว่าเขาต้องเสียสละไปขนาดไหน
กราเทียไม่เคยติดต่อกับท่านพ่อของเธอเลยหลังจากนั้น เธอปลีกวิเวกตนเองและเริ่มใช้ชีวิตอยู่ในป่าพรีวูด ด้วยความเหงาเธอเริ่มเก็บเด็กกำพร้ามาเลี้ยง
ตั้งแต่เมื่อไหร่เธอก็ไม่รู้ตัว มันเริ่มกลายเป็นชุมชนของผู้ปลีกวิเวก เหล่าเด็กน้อยที่เธอเลี้ยงดูเริ่มเติบใหญ่และเรียกตนเองว่าเฮอร์มิต กราเทียได้ส่งมอบคำทำนายบทต่อไปที่เจอว่าถูกขโมยมาให้กับผู้สืบทอดของเธอ เรื่องราวของเธอจบลงพร้อมกับวัยอันโรยรา ส่วนเรื่องราวใหม่ของผู้คนที่อาศัยอยู่ในป่าก็ยังคงดำเนินต่อไปจนมาถึงปัจจุบัน