Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 114: เมื่อโซนาตาพบเซกัน
นิยายจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่สำหรับโซนาตาเรื่องราวที่แท้จริงมันเพิ่งเริ่มต้น เขาสืบค้นเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้จนแน่ใจว่ามันเป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์มากกว่าเรื่องปั้นแต่ง
โซนาตาเรียกรวมตัวกลุ่มอะบีสในทันที จากนั้นเขาก็เกริ่นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพบในนิยาย
“อย่าบอกนะว่า นายคิดจะเข้าไปแก้ประวัติศาสตร์น่ะ” กาเรนโวยวายขึ้นก่อนเพื่อน
“มันก็จังหวะเหมาะพอดีแหละนะ ถ้าเวลาในหนังสือถูกต้องล่ะก็ ศึกสุดท้ายที่เซกันจะต้องสู้กับเลกันจะเกิดขึ้นในอีกภายในเดือนสองเดือนข้างหน้านี้เองค่ะ” เจเนวีฟอธิบายเกี่ยวกับลำดับเวลาและสถานการณ์ของเอเทเซียในยุคนี้
“พอดีจนน่าตกใจเลย ทั้งสถานที่ ทั้งเวลา” อลินากุมคางใช้ความคิด เธอรู้สึกว่าเรื่องมันบังเอิญจนน่าสงสัย อย่างกับว่ามีใครบางคนจัดฉากให้พวกตนถูกสุ่มมาในยุคนี้ แถมโซนาตาก็ยังได้มาอ่านเรื่องของเซกันพอดีอีก
“นี่พวกเรากำลังพูดกันถึงเรื่องแก้ประวัติศาสตร์งั้นเหรอ” เวเนดูกังวล ยิ่งเธอรู้ว่าต้นกำเนิดของกลุ่มเฮอร์มิตมาจากกราเทีย เธอก็ยิ่งกลัวว่าหากไปแตะต้องเรื่องนี้อย่างไม่ระมัดระวังล่ะก็ บางทีกลุ่มเฮอร์มิตและตัวเธออาจจะหายไปเลยก็ได้
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก จริง ๆ แล้วปี 9594 ทั้งในซีน ทั้งในเนเธอร์เวิลด์ พวกเราก็ยุ่งกับไทม์ไลน์ไปแล้วล่ะ” อัลโตพยายามพูดปลอบไม่ให้เวเนกังวล แต่มันให้ผลตรงกันข้าม เธอเพิ่งตระหนักความจริงว่าตัวเองก็อาจจะมีส่วนในการทำให้ประวัติศาสตร์ยุ่งเหยิงไปแล้ว
“เรื่องทฤษฏีเกี่ยวกับเวลาเองก็ยังถกเถียงกันอยู่ถึงทุกวันนี้ มีแม้แต่ทฤษฏีที่ว่าต่อให้เราแก้ไขประวัติศาสตร์ไปมันก็ไม่กระทบ เพราะมันเพียงแค่จะทำให้เกิดไทม์ไลน์ใหม่ขึ้น” ด็อกมาอธิบายเพิ่ม
ทุกคนพูดคุยถกไปมาอย่างดุเดือด บ้างก็จับกลุ่มคุยกันว่าการแก้ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องอันตรายจริงหรือไม่ เรื่องที่โลกนี้เองก็ถูกแก้ประวัติศาสตร์โดยเซอร์เรียนมาแล้ว เรื่องที่ควรจะตัดสินยังไงกับชะตากรรมของเซกัน
“จะช่วยเค้ายังไงไม่ให้กระทบกับประวัติศาสตร์” เวเนเสนอขึ้น
“ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ควรจะแน่ใจให้ได้ก่อนว่าควรช่วยไหม” อลินาทุบโต๊ะจนถ้วยกาแฟของโซนาตาเกือบกระฉอก
“ถึงได้บอกยังไงว่าฉันจะไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง” โซนาตาว่าพลางจิบกาแฟสายพันธุ์พิเศษที่เครื่องผลิตอาหารสร้างขึ้นได้
“ถ้าหมอนี่ควบคุมดาบได้สมบูรณ์เหมือนในหนังสือ ไม่แปลว่าเขาเป็นตัวอันตรายที่พวกเราควรระวังเหรอ” เคสเทรลเตือนให้โซนาตาอย่าประมาท
“ข้าเห็นด้วยว่าควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อน พวกเราไม่อยากช่วยผิดคนใช่ไหม” ดีวานสนับสนุนความคิดของโซนาตา แต่เขาก็เห็นด้วยกับเคสเทรลว่าทุกอย่างต้องทำอย่างระมัดระวัง นิยายก็คือนิยาย แม้จะอ้างอิงประวัติศาสตร์ก็ยังมีแนวโน้มที่จะเขียนโดยเลือกมองมุมใดมุมหนึ่ง ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าเซกันผู้นี้จะไม่ใช่ปีศาจร้ายตัวจริง
“อะไรบ้างที่ไม่เสี่ยง” โซนาตายักไหล่แบบไม่ใส่ใจ “ถ้าหมอนี่แกร่งอย่างที่หนังสือว่าและพวกเราสามารถดึงมาเป็นพวกได้ ไม่คิดเหรอว่าเขาจะกลายเป็นกำลังรบให้เราได้ขนาดไหน”
โรมิเอลยืนฟังทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ และเมื่อเห็นว่าประชุมครั้งนี้ตนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย เขาก็ผละออกไปจากห้องโดยไม่ได้พูดอะไรเลย
“ปล่อยหมอนั่นไป” อลินาเรียกให้ทุกคนกลับมาสนใจกับการประชุมต่อ “โรมิเอลรับปากจะช่วยแค่ดูแลยานให้ ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับภารกิจของเรา”
จากนั้นทุกคนก็ถกกันอย่างดุเดือด มีทั้งคนที่เห็นด้วยว่าการหาพรรคพวกเพิ่มเป็นภารกิจหนึ่งที่พวกเขาต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ พวกที่แม้จะรู้ตัวที่ทำประวัติศาสตร์ผิดเพี้ยนไปแล้วแต่ก็ยังคงต้องการหลีกเลี่ยง หรือพวกที่อยากหาคนเพิ่มจากทางอื่นด้วย
แน่นอนว่าโซนาตาอยู่ในกลุ่มที่อยากได้คนเพิ่มแต่เขาเองก็ไม่อยากซี้ซั้วรับคนเพิ่ม เรื่องแบบนี้หากไม่ระวังล่ะก็มันมีแต่จะทำให้กลุ่มเกิดโรมิเอลคนที่สอง คนที่สามตามมา
“เรามีทรัพยากร ไม่ว่าจะของที่สร้างเองได้ ของที่ได้จากการแลกเปลี่ยน ของที่ฉกชิงมาจากธรรมชาติหรือแม้แต่คนอื่น เรื่องจ้างคนมาเพิ่มไม่ใช่ปัญหาเลย” กาเรนเสนอ เขากำลังคิดอยู่ด้วยว่าถ้ามีคนมาเพิ่ม อยากจะเห็นสาว ๆ ยอมตามมาด้วยเป็นพรวน
“เงินค่าจ้างไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่ถ้าต้องบอกว่าเราจะข้ามเวลาไปยุคอื่นโดยใช้ไทม์แมชชีนที่ควบคุมไม่ได้ คิดว่าจะมีสักกี่คนที่อยากตามมา เราอาจจะกลับมายุคเดิมไม่ได้เป็นครั้งที่สองนะ” อลินาแว้ดใส่
“โอกาสน่าจะสำเร็จสูงขึ้น ถ้าชวนคนที่ไม่มีอะไรให้เสียแล้ว” ดีวานพูดแล้วก็รู้สึกกังวล เขานึกถึงตอนที่เขาเสียดวงตา อาวุธและยังบาดเจ็บสาหัส ตอนนั้นเขายอมรับข้อเสนอของด็อกมาเพียงเพราะอยากแก้แค้น
“ไม่ต้องเยอะ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งด้วย ขอแค่เป็นคนที่พร้อมจะไปกับพวกเราก็พอ เรื่องฝีมือมันขัดเกลากันได้” โซนาตาว่าพร้อมกับส่งสายตาไปที่มินอาและเอลลี
เมื่อตกลงกันได้ว่าจะเอาแบบที่โซนาตาว่า แต่ละกลุ่มจึงกระจายกันออกไป ดีวาน อลินาและเคสเทรลจะเดินทางไปเอเทเซียเพื่อสืบข่าวคราวเพิ่ม เวเนและเจเนวีฟเดินทางไปเรฟลินตัน พวกที่เหลือนอกจากโซนาตาก็จับกลุ่มกันสืบข่าวจากหมู่บ้านและเมืองอื่น ๆ
หน้าที่ของโซนาตาคือส่วนที่สำคัญที่สุด เขาจะเป็นคนประเมินเซกันหลังจากที่ติดต่อโดยตรงกับเป้าหมาย
การตามหาเซกันเป็นเรื่องไม่ยากลำบากสำหรับโซนาตาที่ครอบครองดาบดำอยู่เช่นกัน เขารู้สึกถึงการเชื่อมโยงระหว่างดาบทั้งสองเล่มและมันนำเขาไปสู่ป่าแห่งหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างเรวาเรนท์และหมู่บ้านในปกครองของเรฟลินตัน
เซกันกำลังต่อสู้กับพวกเฟทกลุ่มหนึ่งโดยไม่รู้ตัวว่าโซนาตากำลังจับตามอง ฝ่ายหนึ่งมีพลังตรวจจับที่ไม่ธรรมดาแต่อีกฝ่ายก็ซ่อนร่องรอยของตนอย่างมิดชิด โซนาตาต้องการเวลาในการสังเกตการณ์โดยไม่มีใครรบกวน
เซกันเอาชนะพวกเฟทคนแล้วคนเล่า มันเป็นช่วงก่อนที่เขาจะขึ้นหอคอยสวรรค์ ดังนั้นนี่คือยังไม่ใช่ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่เขามี
…หมอนี่ทั้งที่ฆ่าทุกคนได้ง่ายดาย แต่กลับเลือกใช้พลังเท่าที่จำเป็นหยุดคู่ต่อสู้…
การต่อสู้จบลง เฟททั้งหมดล้มไปหมดแล้ว โซนาตาเห็นเซกันลากแต่ละคนไปกองไว้รวมกันและยังเห็นเขาทำท่าทางห่วงศัตรูที่ถูกทิ้งให้สลบในป่า
“หวังว่าคงจะไม่มีตัวอะไรมาคาบไปนะ” เซกันพึมพำก่อนที่จะจากไป
โซนาตายังคงลอบสำรวจเขาอยู่ห่าง ๆ เขาเห็นพฤติกรรมอีกมากมายที่นิยายไม่ได้เขียนถึงไว้ เซกันมีงานอดิเรกในการแกะสลักไม้เป็นตุ๊กตาสัตว์ เขามักจะนำมันไปแจกให้กับเด็ก ๆ ในทุกชุมชนที่เขาไปถึง
หลังลอบมองห่าง ๆ โซนาตาก็คิดว่าควรปรากฏตัวเพื่อคุยกันบ้าง
เขาเข้าไปหาตรง ๆ
“นั่นตัวอะไรน่ะ ลิงสี่แขนเหรอ” โซนาตาชี้ไปที่ตุ๊กตาไม้ที่เซกันยื่นให้เด็กผู้หญิงแต่เธอไม่รับและวิ่งหนีไปแทน
“โฟกีครับ” เซกันยิ้มแหย ๆ “แกะไม้เป็นสัตว์น่ารัก ๆ ก็ดีแล้วเชียว ไม่น่าลองแกะเดวัลเลย”
“ฉันว่ามันโอเคอยู่นะ ไอ้นี่เด็กผู้ชายอาจจะชอบก็ได้” โซนาตาขอรับมาดูใกล้ ๆ เขาพบว่างานของเซกันสวยไม่แพ้งานของช่างฝีมือดีเลย เขาคงจะใช้เวลากับการฝึกแกะไม้ไปไม่น้อย
“โอเค?” เซกันขมวดคิ้ว “ภาษาของคุณแปลกดี คุณไม่ใช่คนแถวนี้สินะครับ”
“ใช่ ฉันมาจากที่ห่างไกล ไกลซะจนนายจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ”
“ถ้าคุณชอบ จะเอาไปก็ได้นะครับ” เซกันยื่นไม้แกะรูปโฟกีให้และโซนาตาก็รับมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ขอบคุณ… ตอนเด็ก ๆ พอไม่ถูกใจของเล่นที่พ่อซื้อให้ ฉันก็ชอบทำของเล่นเองแบบนี้”
“งั้นเหรอครับ” เซกันหัวเราะเขิน ๆ “ตอนเด็ก ๆ ผมไม่มีของเล่นมากนัก ก็เลยต้องใช้วิธีนี้ทำของเล่นเอง… แต่ดูเหมือนว่าเด็กในเมืองจะไม่ค่อยชอบมันล่ะมั้ง”
“ก็บอกแล้วว่านายแค่ให้ผิดคนน่ะ การให้ของที่ถูกต้องกับคนที่เหมาะสมก็เป็นเรื่องสำคัญนะ” พอได้มามองใกล้ ๆ โซนาตาก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาคิดถูกแล้วที่ต้องการเซกันมาเป็นพวก คน ๆ นี้ไม่มีที่ยืนในช่วงเวลานี้และในโลกใบนี้ ทั้งที่ความสามารถและนิสัยช่างโดดเด่น โซนาตาถูกกระตุ้นจากในใจ เขารู้ว่าเขาสามารถให้โอกาสที่ทุกคนช่วงชิงไปจากเซกันกับเซกันได้
“อาจจะจริงอย่างที่คุณว่าก็ได้ครับ ให้ของที่ถูกกับคนถึงจะเหมาะสม” เซกันส่งยิ้มกลับ เขาดูพอใจที่ของซึ่งทำขึ้นได้พบคนที่ยอมรับเป็นเจ้าของ
“วันนี้ฉันยังไม่มีของตอบแทน เอาไว้สักวันจะคืนให้ก็แล้วกันนะ” พูดจบโซนาตาก็บอกลา เขาจากไปโดยยังไม่ได้แนะนำตัวหรือถามชื่ออีกฝ่าย
เซกันไม่ได้ตั้งใจละลาบละล้วง แต่สายตาของเขาถูกดึงดูดไปที่ห่อผ้าสีดำที่โซนาตาพกมาด้วย เขาเดาจากรูปร่างก็รู้ได้ว่ามันคือดาบ แต่ดาบของชายผู้นี้มันชวนให้เซกันรู้สึกข้องใจโดยอธิบายสาเหตุไม่ได้ ตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่ามันคือดาบเล่มเดียวกับดาบคู่มือของตน เพียงแต่ว่ามันมาจากอนาคตอีกหลายร้อยปีข้างหน้า
นี่คงจะเป็นสิ่งที่คนเรียกกับว่า “ถูกชะตา” กระมัง สำหรับเซกันที่รักการผูกมิตรกับทุกผู้ทุกคน แต่มักโดนปฏิเสธเสมอ มันเป็นความรู้สึกประหลาดเมื่อได้สนทนาครั้งแรกแล้วรู้สึกถึงความเป็นมิตรจากคู่สนทนา
…น่าแปลก ติดใจกับท่าทีเป็นมิตรนั้น กับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก และเขาไม่รู้แม้แต่ชื่อ…
ทว่า เซกันก็ภาวนาว่าตนจะไม่มีโอกาสได้พบกับชายผู้นั้นอีก เพราะเขากลัว กลัวจะพบความจริงว่าอีกฝ่ายคือนักฆ่าที่ถูกส่งมา และมิตรภาพเล็ก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจจะสลายไป
โซนาตาที่แยกจากไป ยังรู้สึกได้อย่างชัดเจนในใจถึงตัวตนของเซกัน ด้วยทักษะติดตัวของเขาทำให้สามารถอ่านความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ ความรู้สึกที่เกิดจากการได้สนทนาเพียงครู่เดียว คือความรู้สึกเดียวกับที่เขารู้สึกได้จากดาบดำเสมอมา อบอุ่นเหมือนแดดยามเช้า ชุ่มชื้นเหมือนอากาศหลังจากที่ฝนเพิ่งตกใหม่ ๆ และเงียบสงบเหมือนความรู้สึกเมื่อได้มองทะเลในวันที่คลื่นลมสงบ
คน ๆ หนึ่งจะยังมีจิตใจแบบนี้ได้ทั้งที่ถูกไล่ต้อนขนาดนั้นได้เหรอ
ด้านเซกัน แม้เขาจะภาวนาไม่ให้เจอกับโซนาตา แต่พวกเขาก็ได้พบกันอีกครั้งในไม่กี่วันให้หลัง ขณะที่เซกันกำลังพยายามหยุดกลุ่มเฟทที่กำลังปล้นหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขาพบกับโซนาตาที่ปรากฏตัวขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน และเซกันก็กระจ่างแก่ใจว่าชายลึกลับที่ยอมรับของเล่นไม้ของเขาไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับเฟทแน่ ๆ
ชายคนนั้นนั่งดูการต่อสู้อยู่บนต้นไม้และเมื่อเห็นว่าหญิงคนหนึ่งกำลังจะถูกฆ่า เขาก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
เฟทกลุ่มนี้ก็แค่อดีตโจรที่หันไปเข้าร่วมกับลัทธิเฟทเพียงเพื่อที่จะได้ออกปล้นได้ตามใจชอบ เซกันลังเลที่จะเล่นงานพวกเขาในทีแรก เพราะในกลุ่มนี้มีบางคนที่เป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นเท่านั้น
แต่โซนาตาไม่ได้เกรงใจแบบเขา วัยรุ่นบางคนในนั้นลงมือฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยม มีหลายรายที่มีประวัติอาชญากรรมน่าขนลุกเสียจนทุกคนยังต้องเบือนหน้าหนี โซนาตาไม่ได้สนใจหากเขาจะพลั้งมือฆ่าคนพวกนี้ไปบ้าง
เขาจัดการกับพวกเฟทด้วยมือเปล่า เซกันพบว่าโซนาตาแข็งแกร่งจนน่าตกใจ จากที่เขาประเมินด้วยสายตาอย่างน้อยชายผู้นี้ก็ต้องแกร่งกว่าทอลโดเป็นสิบเท่า
“นายไปช่วยคนเถอะ ฉันจัดการพวกนี้เอง” โซนาตาคิดว่าบทบาทช่วยคนเหมาะกับเซกันมากกว่าเขา
“อย่าฆ่าพวกเขานะครับ”
“คงจะรับปากไม่ได้ แต่จะพยายามก็แล้วกันนะ” โซนาตาตอบอย่างทีเล่นทีจริง