Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 12: ปะทะโครนิเคิลดรากอน
โซนาตาได้เปรียบในเรื่องความเร็วที่เหนือกว่า เขาก้มหลบกรงเล็บที่ตวัดวูบใส่ และต่อยสวนออกไป แม้จะใช้วิธีเดียวกับอัลโต แต่หมัดของเขามีอานุภาพมากกว่าลูกปืน จึงสร้างความเสียหายกลับได้มากกว่า
โซนาตาถอยออกมาตั้งหลัก การโจมตีเมื่อครู่นอกจากต่อยแล้วเขายังฝังสิ่งหนึ่งลงในช่องอกของมังกรด้วย
“ระเบิดซะ!” โซนาตาออกคำสั่ง อุปกรณ์ที่ชุดส่งสัญญาณไปที่ระเบิด เสียงระเบิดดังลั่น อกของมังกรเปิดออกเห็นเลือดและเนื้อเป็นแผลใหญ่ แต่มังกรยังไม่ล้มลง มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ทำไมยังรอดอยู่ล่ะ” เวเนถอยออกมาไกล เธอกำลังสงสัยว่าโซนาตาใช้ระเบิดที่มีความรุนแรงต่ำ แต่ก็ไม่น่าเชื่ออยู่ดีว่ามันยังรอดมาได้
เขาเตรียมโจมตีซ้ำที่จุดเดิม โซนาตาเริ่มคุ้นเคยกับความเร็วของมันแล้ว จึงมั่นใจว่าสามารถคลุกวงใน โจมตี และถอยหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ทันทีที่บุกเข้าไปประชิดตัว เขาก็พบว่าตนประเมินมังกรตัวนี้ต่ำไป
ร่างของโซนาตาปลิวละลิ่วออกไปเพราะแรงกระแทก เขาประสานมือยกขึ้นขวางการโจมตีที่คาดไม่ถึงได้ทัน แต่กระดูกแขนทั้งสองข้างถึงกับร้าวเลยทีเดียว ทางอัลโตเห็นผลลัพธ์ก็ร้องโวยวายขึ้นเพราะความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้น” อัลโตเข้าไปช่วยพยุง เขาใช้เครื่องมือรักษาฉีดนาโนแมชชีนเข้าที่คอของโซนาตา มันจะเข้าไปทำงานประสานกับนาโนแมชชีนที่มีอยู่แล้วในร่าง ช่วยลดความเจ็ดปวดจากอาการบาดเจ็บและเร่งการรักษากับฟื้นฟูร่างกาย
“นายมองไม่เห็นงั้นเหรอ” โซนาตาหันมองเพื่อนด้วยความแปลกใจ “ทุกอย่างหยุดนิ่ง มีแต่เจ้ามังกรนั่นที่ขยับได้ ฉันโดนหางของมันฟาดใส่เต็ม ๆ เลย”
อัลโตส่ายหน้า เขาไม่เห็นอะไรแบบนั้นเลย
เหตุการณ์ที่เขาเห็น ก็มีแค่โซนาตาพุ่งเข้าไป เจ้ามังกรเคลื่อนไหวแปลก ๆ และโซนาตาก็ลอยกระเด็นออกมาเท่านั้น
“ถ้าไม่หยุดเวลา ก็คงจะเร่งเวลาในพริบตาสินะ” โซนาตาวิเคราะห์ จากพลังของเขาซึ่งไปเลียนแบบพลังของมันโดยไม่ตั้งใจระหว่างต่อสู้ มันทำให้เขาสามารถมองเห็นช่วงเวลาเสี้ยวของเสี้ยววินาทีที่หยุดนิ่งก่อนหน้านั้นด้วย
โดยไม่รอช้า โซนาตากลับไปแก้มือทันที คราวนี้เขาใช้ความสามารถของโครนิเคิลดรากอนตั้งแต่เริ่ม อย่างที่เขาคาดไว้ ระหว่างที่พลังนี้ทำงานมีแค่เขากับเจ้ามังกรเท่านั้นที่เคลื่อนไหวได้อยู่
มันไม่ใช่แค่นั้น โซนาตามองเห็นข้อมูลผิดปกติเกิดขึ้น เขาเห็นภาพในสมัยเด็กของตนเอง อัลโต และเพื่อนอีกสามคนกำลังปฏิบัติภารกิจเมื่อครั้งที่ยังเป็นนักเรียนฝึกหัด ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งที่ตายอยู่ในอ้อมแขน ภาพการต่อสู้กับพวกมิวแตนท์ ภาพการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หลายต่อหลายครั้งที่เขามีส่วนร่วม
…ภาพในอดีต… นั่นคือคำตอบที่เขาได้
ภาพยังไม่จบลง คราวนี้เขาเห็นผู้คนอีกมากมาย ปีศาจจิ้งจอกตัวสีฟ้าที่มีหางนับร้อย ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของดาบดำ หญิงสาวผมทองผู้มีออราดั่งดวงอาทิตย์ นักรบหญิงผู้มีเขาของมังกร และเหล่าศัตรูอีกมากมายที่เขาในตอนนี้ยังเอาชนะไม่ได้ มันคือภาพในอนาคต
และยังมีสิ่งที่ไม่ใช่ภาพ แต่เป็นบางส่วนของข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน เขาได้ยินคำที่เกี่ยวข้องกับ “ร้อยวิญญาณ” “เฟรย์การ์ด” “อีเทอร์นิตี” และคำอีกมากที่โผล่ขึ้นมาอย่างไร้ที่มาที่ไป
โซนาตาเกิดเสียสมาธิไปเพราะงุนงงกับข้อมูลที่ได้รับกะทันหัน และเวลาก็กลับมาเดินอีกครั้ง เจ้ามังกรเข้าใจเป็นอย่างดีว่านี่คือจังหวะโต้กลับ มันพุ่งเข้าใส่โซนาตาด้วยความเร็วสูงสุด อัลโตพยายามเข้าไปขวางแต่เขาถูกปัดจนกระเด็น
“สแตนด์สติล”
เวเนตะโกน มังกรถึงกับหยุดชะงักกลางอากาศและล้มลงกระแทกพื้น เธอพบว่าการใช้เวทนี้กับศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างโครนิเคิลดรากอนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าแค่ไม่กี่วินาที เธอพอจะสามารถสะกดมันไว้ได้
โซนาตาและอัลโตเมื่อตั้งหลักได้ พวกเขาเริ่มการโจมตีอีกระลอก ร่างที่หุ้มด้วยเกราะเวทกำลังเสื่อมลงอย่างรวดเร็วจากการโจมตีโหมกระหน่ำ แม้ว่ามันจะขยับได้อีกครั้งหลังจากนั้น แต่ก็สายไปแล้ว ความเสียหายที่ได้รับเกินกว่าที่จะต้านไว้ได้อีก มังกรกำลังจะถูกฆ่า
โครนิเคิลดรากอนพยายามแทรกแซงเวลาเพื่อหนีจากสถานการณ์ที่เลวร้าย แต่โซนาตาควบคุมจังหวะไว้ได้หมดแล้ว เขาไม่เพียงแค่เคลื่อนไหวได้ในเวลาที่หยุดนิ่งแต่ยังส่งผลนี้ไปยังอัลโตและเวเนด้วย
“สแตนด์สติล” อีกครั้งที่เวเนใช้เวทเด็ดของเธอ มังกรหยุดชะงัก ทางอัลโตรีบยัดระเบิดเข้าไปในร่างของมันอีกหลายลูกก่อนที่เขาและโซนาตาจะกระโดดถอยออกไปให้พ้นระยะ
บรึ้มมมม
บรึ้มม
บรึ้มมม
“อึดจริงโว้ย” โซนาตาเริ่มโกรธขึ้นมา ร่างสีขาวของมังกรชุ่มไปด้วยเลือดแต่มันกลับไม่ยอมล้มลง
“จะถอยตอนนี้ก็ยังทันนะ” อัลโตพูดหยอกเล่น เขารู้ว่าคนอย่างโซนาตาไม่ยอมถอยง่าย ๆ ในเมื่อมาจนถึงห้องที่มีสมบัติอยู่เต็มแบบนี้
พวกเขามีเวลาเหลืออีกไม่มาก ทหารอาจรู้ตัวเมื่อไหร่ก็ได้ว่าพวกเขามาจนถึงห้องนี้แล้ว
ในขณะเดียวกัน ห่างออกมาจากปราสาท กองทัพสองฝ่ายระหว่างทัพหลวงของเอเทเซียและเคออสต่างเข้ารบพุ่งกันอย่างสุดความกำลัง ทหารของแต่ละฝ่ายงัดความสามารถออกมาปะทะกัน
กองทัพเอเทเซียยังคงได้เปรียบ เพราะจำนวนที่มากกว่า และทหารมีความพร้อมเหนือกว่า แต่เคออสเองก็ไม่ใช่ฝ่ายที่กองทัพเอเทเซียสามารถประมาทได้ พวกเขาได้กำลังหนุนจากทุกสารทิศรวมไปถึงทหารที่โซนาตา “ให้ยืม” ด้วย
ทหารทั้งสองฝ่ายปะทะกันจนฝุ่นตลบ เสียงคมอาวุธเสียดสีกัน เสียงของเวทมนตร์ที่ถูกยิงใส่กัน เสียงของปืนใหญ่ดังระงมไปทั่ว เดิมทีนี่ไม่ใช่วิถีรบในแบบที่เคออสใช้ พวกเขาเชี่ยวชาญการซุ่มโจมตีมากกว่าการปะทะโดยตรง ใช้การสู้และถอยจนกว่าอีกฝ่ายจะเพลี้ยงพล้ำ
แต่พวกเขาจำต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการเผชิญหน้า ก็เพราะกองทัพใหญ่ขึ้นจากการได้พวกทหารแปรพักตร์ และกลุ่มชาวบ้านติดอาวุธมาเพิ่ม ทำให้ไม่เหมาะกับการซุ่มโจมตีแบบเดิม
ทหารที่โซนาตาสั่งการได้มีเพียงครึ่งหนึ่งของเซคเตอร์วัน ในนั้นประกอบไปได้หน่วยทหารราบประมาณสามร้อยนาย หน่วยทหารพลังจิตสามสิบห้านาย สองกลุ่มนี้ติดตั้งอาวุธล้ำสมัยอย่างปืนไรเฟิล ปืนเลเซอร์ ปืนยิงจรวด อุปกรณ์จัมพ์เจ็ตสำหรับบิน และพาหนะอย่างรถโฮเวอร์ไบค์ พวกเขาจึงมีพลานุภาพในการรบมากกว่าคนทั่วไปนับสิบนับร้อยเท่า
หน่วยถัดมาคือทัพหุ่นยนต์สังหาร ประกอบไปด้วยโดรนจู่โจมสี่ร้อยตัว รถถังสไปเดอร์แทงค์ที่ไร้คนขับสิบคัน หน่วยเวพอนจักรกลรูปแบบมนุษย์ที่เกิดจากนาโนแมชชีนผสานกันระดับเซลล์อีกสิบตน
ทหารของเอเทเซียเองก็แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ไม่มีพิษสง เหล่าพาลาดินไม่กี่คนสามารถคว่ำรถถังล้ำสมัยหนึ่งคันได้ สไปเดอร์แทงค์ลำหนึ่งที่กำลังไต่ลงมาจากเนินเขาถูกพาลาดินสองรายตัดขาที่เหมือนกับแมงมุมออก มันร่วงลงมากระแทกพื้นจนเสียหายหนัก แต่แค่พักหนึ่งขาที่ถูกทำลายก็ซ่อมแซมตัวเอง
ด้านเหล่าขุนพลของเคออส ทาเลซซึ่งลอบเข้าเมืองมายังใช้วิธีการรบที่บ้าระห่ำเหมือนเดิม เขาควบม้าวิ่งนำลูกน้อง สองมือกวัดแกว่งดาบยักษ์อย่างคล่องแคล่ว ทุกครั้งที่ดาบทั้งคู่ถูกสะบัดจะมีร่างพร้อมชุดเกราะปลิวกระเด็นไปสามถึงสี่คน
ทีนา หัวหน้าพาลาดินผู้ใช้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์โจมตีใส่เขาซึ่ง ๆ หน้า สายฟ้าก่อตัวขึ้นที่ดาบและพุ่งทะลุทะลวงเป้าหมาย ม้าสุดรักของทาเลซถูกเผาจนเกรียมและมันทำให้เขาซึ่งกระโจนลงจากม้าได้ทันกาลถึงกับโกรธจนคลั่ง
ดาบยักษ์สองเล่มโหมกระหน่ำใส่ร่างของหญิงวัยกลางคนอย่างต่อเนื่อง เธออาศัยการเบี่ยงแรงเพื่อลดแรงปะทะในขณะที่ส่งกระแสไฟฟ้าวิ่งย้อนผ่านดาบของคู่ต่อสู้ แต่ทาเลซไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลย เขาฝึกฝนตัวเองมาอย่างหนักทำให้ทั่วร่างสามารถต้านทานความเสียหายจากไฟและสายฟ้า
“ท่านแข็งแกร่งมาก น่าเสียดายไม่น่าไปหลงผิดเข้ากับพวกกบฏเลย” ทีนาบ่นด้วยความเสียดาย เธอคิดว่าคนมีทักษะอย่างทาเลซถ้าหันมาเป็นทหารของทางการก็คงได้อวยยศจนกลายเป็นขุนนางอย่างแน่นอน
ทาเลซได้ฟังก็ถ่มน้ำลายลงพื้น “ข้าไม่ลดตัวไปรับใช้ไอ้สวะอย่างบาลดริคหรอก”
“ช่างน่าเสียดาย” ทีนาบ่นย้ำประโยคเดิม ประจุไฟฟ้าก่อตัวขึ้นรอบตัวเธอจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็วิ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนทหารที่อยู่รอบ ๆ ถูกแรงปะทะถอยร่นไป
ห่างออกมาไม่ไกล ดีวานกำลังจัดการกับทหารของโซนาตาที่หันปืนเข้าใส่เขา ชายผู้นี้คือหนึ่งในสามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ได้รับตำแหน่งสูงสุดสำหรับพาลาดินทั้งที่เพิ่งมีอายุเพียงครึ่งหนึ่งของทีนาและวอลโดผู้เป็นอาจารย์ ระหว่างการสู้รบ ดีวานพบว่าอัลไคเซอร์คือหนึ่งในสาเหตุใหญ่ที่ทำให้พวกเคออสอยู่มาได้นับร้อย ๆ ปีโดยที่ไม่ถูกกวาดล้าง เขาจึงพุ่งเป้าไปที่การเด็ดศีรษะของอัลไคเซอร์
อัลไคเซอร์ไม่ได้ประมาท เขาใช้คาถาอัญเชิญปีศาจมารับมือกับดีวาน ปีศาจมีร่างใหญ่กว่ามนุษย์สามเท่าตัว มีแผงคอและหลังที่ลุกเป็นไฟ หัวที่คล้ายกับกะโหลกวัวมีเขาโค้งใหญ่สองคู่ มือข้างนึงมีดาบยักษ์ลายสีดำสลับแดงที่ยาวยิ่งกว่าลำตัวของมันเอง ส่วนมืออีกข้างถือโซ่และลูกตุ้มที่ทุบแค่ครั้งเดียวสามารถทำให้ร่างของคนแหลกเละ
ปีศาจวิ่งบ้าคลั่ง อาละวาดเสียยิ่งกว่าทาเลซ มันวิ่งไปโจมตีไปพร้อมกัน กวาดเขาใส่ฝูงมนุษย์ เศษเลือดเศษเนื้อปลิวกระจายไปทั่วบริเวณ แม้แต่พาลาดินที่มาพร้อมกับโล่ขนาดใหญ่ยังไม่สามารถหยุดมันได้ มองจากระยะไกล ภาพที่เห็นราวกับภาพช้างกำลังไล่กระทืบกองทัพมด
คิวริคผู้ที่เพิ่งฟื้นตัวจากการถูกโซนาตาเล่นงานในหนก่อน ยืนมองเจ้าปีศาจร้ายอย่างหวั่นใจ เขาไม่เคยพบกับอสูรอัญเชิญที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน เขารู้ว่าดีวานเล็งปีศาจตนนี้เอาไว้ แต่อีกฝ่ายกำลังยุ่งอยู่กับการต่อกรกับทหารที่รุมสาดกระสุนเข้าใส่ คิวริคจึงคิดว่าเหลือแค่เขาคนเดียวที่ต้องออกไปหยุดมัน
แกร๊งงง