Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 123: เลกันร่างสุดท้าย
มันพลาด แล้วทำให้ดีวานกังวลใจหนัก ทุกครั้งที่พลาดหมายความว่าโอกาสสำเร็จในครั้งต่อ ๆ ไปจะลดลงกว่าเดิม สำหรับตัวเขา ถ้าครั้งแรกมีโอกาสสำเร็จครึ่งต่อครึ่ง การร่ายเวทชุบชีวิตซ้ำจะเหลือเพียงแค่หนึ่งในสี่ แล้วนี่เขาพลาดมาแล้วถึงสองครั้ง แสดงว่าครั้งต่อไปจะมีโอกาสสำเร็จเหลือเพียงหนึ่งในแปด
ดีวานลังเลว่าเขาควรจะพยายามต่อไปหรือหันไปปลุกกราเทียขึ้นมาแทน ถ้าเป็นเธอล่ะก็โอกาสสำเร็จย่อมต้องมีมากกว่าเขาแน่
มันเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในเวลานั้น ดีวานใช้เวลาอยู่พักหนึ่งก็ปลุกกราเทียได้สำเร็จ เธอรับไม้ต่อจากเขาโดยไม่รีรอ
“รีเซอร์เรคท์!” แต่มันก็พลาด ไม่ใช่แค่จำนวนครั้งที่ของการร่าย ระยะเวลายิ่งผ่านไปโอกาสสำเร็จก็ยิ่งยากขึ้น มันคือสิ่งแลกเปลี่ยนสำหรับเวทมนตร์ที่มีอำนาจเหนือชีวิต
ดีวานไม่ได้อยู่รอดูผล เขาปล่อยให้กราเทียทำหน้าที่ของเธอ ในขณะที่ตัวเขาเองก็มีหน้าที่สำคัญที่ต้องสะสางต่อ เพราะเหล่าศัตรูยังเหลืออยู่อีกถึงเจ็ดตน
“แกใกล้จะแพ้แล้ว” ทอลโดพูดใส่หน้าเลกัน
“เพิ่งจะเสียไปอีกหนึ่ง” เลกันตอบ
“อ๊ากกกกก” เสียงของเจ้าหัวลูกไฟกรีดร้อง มันเพิ่งถูกโซนาตาและดีวานจับฉีกร่างออกเป็นสองซีก จากนั้นร่างของมันก็ระเบิดออกและเกือบจะพาโซนาตาและดีวานไปด้วยกัน โชคดีที่อลินาสลับร่างของมันออกไปทันเฉียดฉิว
“แล้วก็อีกหนึ่ง” เซกันรู้สึกสงสารศัตรู แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่โซนาตาและเพื่อนของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ
“พวกแกก็เสียไปคนหนึ่งเหมือนกัน” เลกันเหลือบไปทางอรันโดที่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา และกราเทียที่กำลังร้องไห้
“แกต้องชดใช้ในส่วนของอรันโดด้วย” ทอลโดสะบัดดาบและเรียกฝูงหมาป่าออกมานับสิบ
ดีวานและโซนาตาไม่ได้แยกกันออกไปจัดการกับศัตรูคนละตัว พวกเขาต่างจากอรันโด ไม่ได้เล็งศัตรูที่ตนเชื่อว่าอ่อนแอที่สุดแต่กลับเลือกตัวที่น่าจะทำให้เกิดปัญหาทีหลัง
ร่างแยกที่ควบคุมหัวกระโหลกมีวิชาที่คล้ายกับเนโครแมนเซอร์ ต่างกันที่แทนที่จะชุบขึ้นมาเป็นอันเดด เขาเปลี่ยนศพทั้งหลายให้เหลือเพียงหัวกระโหลกลอยได้ หัวเหล่านี้ไม่ได้มีพลังโจมตีมากมายแต่พวกมันส่งผลไปถึงร่างต้น โซนาตาประเมินจากสายตาว่าทุก ๆ หนึ่งหัวจะเพิ่มพลังให้กับมันราว ๆ สิบเปอร์เซ็นต์
เมื่อหักลบกับจำนวนที่เวเนและเจเนวีฟทำลายไป ตอนนี้มันรวบรวมหัวกระโหลกได้ราวสิบหัวแล้ว
“ปล่อยไว้นานเจ้านี่จะอันตรายยิ่งกว่าตัวจริงอีก” โซนาตาบอกดีวาน
แล้วทั้งสี่ก็ช่วยกันทำลายกระโหลกไปได้อีกหลายอัน ก่อนที่ดีวานจะฝากรอยแผลแรกพร้อมกับไฟสีดำให้เป็นการประเดิม
พลังของเจเนวีฟไม่เพียงแค่แกร่งขึ้นจากศึกครั้งล่าสุด มันก็ยังมีความหลากหลายขึ้น เธอกลายเป็นหมอกควันบ้าง กลายร่างเป็นฝูงค้างคาวบ้าง โจมตีด้วยโทรจิตและเวทมนตร์บ้างจนศัตรูของเธอสะบักสะบอมไปทั้งตัว
โซนาตาเชื่อว่าต่อให้เขาและดีวานไม่ช่วย เจเนวีฟและเวเนก็จะสามารถล้มร่างแยกตนนี้ได้ แต่พวกเธอไม่ควรจะเสียเวลากับมันอีกเพราะยังมีศัตรูอีกหลายตัวที่รออยู่
เลกันคิดว่าเมื่อเขาทิ้งร่างของมนุษย์ไปแล้วเขาจะทิ้งความอ่อนแอและความหวาดกลัวไปด้วย แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาคาดผิด ร่างแยกที่โตเต็มที่ซึ่งน่าจะไร้เทียมทานกลับกำลังถูกสังหารลงตัวแล้วตัวเล่า
เขาหวั่นวิตกจนแทบไม่เหลือสมาธิรับมือกับทอลโดและเซกัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก่อนที่ร่างแยกจะล้มตายจนหมด บางทีอาจจะเป็นเขาเองนี่แหละที่ถูกฆ่าตายก่อน
…ยังมีทาง ข้ายังไม่แพ้หรอก…
แล้วเลกันก็เรียกรวมตัวร่างแยกที่เหลือ เจ้าตัวผิวซีดเคลื่อนไหวประหลาดที่สู้กับเคสเทรล เจ้าชุดกึ่งแมลงติดเกราะที่เจ็บหนักจากการสู้กับอัลโต เจ้าสี่แขนสี่ธาตุที่สู้กับอลินา และเจ้าผิวสีน้ำเงินที่มีสารพัดอาวุธ เขาเรียกทั้งหมดมาล้อมรอบตัวเองไว้
แม้แต่ร่างแยกทั้งสี่ก็ไม่รู้ว่าเลกันต้องการอะไร จนกระทั้งรยางค์สีดำจำนวนมากเจาะเข้าไปในร่างของพวกมัน
“จะทำอะไรอีก จะฉีดเซลล์ตัวเองเข้าไปเพิ่มเหรอ” กาเรนโวยวาย เขาทำท่าจะวิ่งเขาไปขวางแต่ถูกดีวานรั้งเอาไว้
“ไม่ได้ฉีดเข้าไป” โซนาตาพึมพำ ร่างทั้งสี่ร้องโหยหวนแค่อึดใจเดียวก็ฟีบลมราวกับลูกโป่งน้ำที่น้ำกำลังรั่วออกอย่างรวดเร็ว
“กินร่างแยก หมอนี่กำลังเพิ่มพลังตัวเองขึ้นไปอีก” เวเนหน้าซีด
เลกันตัวใหญ่ขึ้นอีกเกือบราวหนึ่งศอก ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ฟันและเขี้ยวยาวขึ้น เขี้ยวยาวจนเผยอออกมานอกปาก มือเปลี่ยนเป็นกรงเล็บอย่างสมบูรณ์ ผิวสีดำปริแตกและแทรกด้วยเนื้อเยื่อประหลาดสีแดงที่มีลายดำตามแนวขวาง ปีกขยายใหญ่ขึ้นและเพิ่มมาอีกหนึ่งคู่ หางที่เคยเหมือนกระดูกหางของสัตว์เลื้อยคลานถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ดูเหมือนกระดูกและหัวของงู ร่างใหม่ของเลกันทำให้ร่างก่อนหน้านี้ดูใกล้เคียงกับมนุษย์ไปเลย
“รูปร่างน่ะช่างมันเถอะ แต่พลังเวทนี่มัน…”
เซกันรับรู้ได้ชัดกว่าใครอื่น เลกันในตอนนี้มีจิตกล้าแข็งกว่าตนแล้ว เขากำลังจะแย่งชิงแหล่งพลังความเกลียดทั้งหมดไป
“ไฟนอลแคแทคลิซึม” ก่อนที่จะถูกแย่งแหล่งพลังไปจนหมด เซกันตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายเป็นครั้งสุดท้าย
คลื่นดาบของเซกันกลายร่างเป็นมัจจุราชสีดำ มันขยายอาณาเขตจนกลืนกินเลกันไปทั้งร่าง ร่างของเลกันควรจะแตกดับไปเพราะพลังนี้ แต่ทุกคนกลับยังรู้สึกถึงเลกัน
เลกันเดินผ่าไฟนอลแคแทคลิซึมออกมา ร่างกายของเขาเสียหายเพียงบางส่วน แต่มันก็กำลังพื้นตัวด้วยความเร็วสูง เป็นพลังพื้นตัวในระดับเดียวกับเซกันที่เขาเพิ่งได้รับมา
“นี่ตัวข้าหรือเนี่ย” เลกันมองมือของตัวเอง “พลังเอ่อล้นออกมาราวกับไม่สิ้นสุด”
“ไอ้ปีศาจ” ทอลโดอยากจะพุ่งเข้าไป แต่ขาของเขาขยับไม่ได้เลยสักนิด เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกหวาดกลัวขนาดนี้
“ร่างนี้ก็ไม่น่าจะมีในประวัติศาสตร์” เจเนวีฟพูดได้ไม่เต็มเสียง เธอก็ถูกความกลัวกดดันเช่นกัน
“ไฟร์โบลท์” เลกันร่ายเวทศรไฟโดยเล็งไปที่ทอลโด
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา ทุกคนที่อยู่ใกล้กระโดดเบี่ยงออกจากวิถีโดยสัญชาตญาณ มีเพียงทอลโดเท่านั้นที่ยังไม่สามารถขยับตัวได้ ศรไฟที่มีขนาดใหญ่ราวกับหอกปักเข้ากลางอกของเขาพอดิบพอดี และแทบจะในวินาทีเดียวกันมันก็เผาผลาญเขาจนไหม้เป็นจุณ
“ทะ ทอลโด” กราเทียยังสับสนอยู่ สำหรับเธอมันเหมือนกับทอลโดแค่หายไปเฉย ๆ และซากไหม้ ๆ ที่อยู่ตรงนั้นก็แทบจะดูไม่ออกว่ามันเคยเป็นร่างของมนุษย์
“เลกันนนนน” เซกันโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขากระโจนใส่เลกันอย่างลืมตัว
เวทมนตร์แบบเดียวกันถูกยิงออกมาอีก แต่เซกันปัดมันได้
ราวกับนัดแนะกันไว้ ทุกคนกรูกันออกไปพร้อมกัน ความตายของทอลโดไม่ได้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว มันตรงกันข้าม ในหัวของทุกคนตอนนี้มีแต่ความคิดที่ว่าต้องกำจัดเลกันให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีผู้เสียสละมากกว่านี้
เลกันต้องบินถอยขึ้นไปบนท้องฟ้า เขายิงเวทลูกศรออกไปอีกหลายครั้ง ศรของเขารุนแรงกว่าเวทมนตร์แบบเดียวกันที่คนทั่วไปใช้นับร้อยนับพันเท่า แต่มันยังไม่พอที่จะหยุดกลุ่มอะบีส
ปีกหนึ่งในสี่ของเลกันถูกเวเนสะกดเอาไว้ มันทำให้เขาเคลื่อนไหวสะดุดไป
ฉับบบ
ดาบของเซกันพลาดจากหัวของเลกันไป มันแค่ตัดปีกหนึ่งของเขาไปเท่านั้น และก่อนที่อีกหลายคนจะเข้ามาซ้ำได้เลกันก็ระเบิดพลังออกและดันทุกคนกลับออกไป
“ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ พวกแกไม่มีทางชนะแล้ว ข้าคือเลกันชายผู้เกิดมาพร้อมกับหายนะ ข้าคือผู้ถูกเลือก”
“ถููกเลือกบ้าอะไร ชะตากรรมของแกคือต้องถูกเซกันกำจัดไม่ใช่เหรอ” โซนาตาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังแฝงความมั่นใจว่าพวกเขาเหนือกว่า
“หุบปากกก” เลกันตะโกนใส่ คลื่นเสียงของเขาผลักทุกคนจนล้มระเนระนาด
“ฉันเบื่อขี้หน้ามันแล้ว ขอฆ่าเลยได้ไหม” เคสเทรลที่คลานอยู่หันไปถามโซนาตาที่ไม่ได้ล้มไปนอน แต่ว่านั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ฝืนพยุงตัวเอาไว้
“เอาสิ ฉันก็ไม่อยากเห็นมันกลายเป็นร่างสี่ ร่างห้าแล้ว” โซนาตาตอบแบบติดตลก เขาก็เกือบลุกขึ้นยืนไม่ได้ แต่พอรวบรวมกำลังได้ก็ฮึดกายลุกขึ้นมายืนไหว
“ยังกล้าปากดีแบบนั้น อยู่อีกนะ ทั้งที่แค่จะยืนตรง ๆ ยังทรงตัวลำบาก ตรงกันข้ามกับข้า ความเสียหายทั้งหมดที่พวกแกทำน่ะ…”
เลกันหยุดนิ่งไปเขาเพิ่งรู้ตัวว่าปีกที่ถูกเซกันตัดขาดไม่ได้ฟื้นกลับมาด้วย
มันเล็กในระดับที่ถ้าไม่สังเกตก็เกือบไม่เห็น แผลที่ปีกกำลังถูกไฟสีดำทำลายอย่างต่อเนื่อง มันไม่ได้ลุกลามจนสร้างความเสียหายกินบริเวณกว้าง แต่อย่างน้อยมันก็หยุดการฟื้นสภาพของเลกันได้
“มันก็แค่มายากลหลอกเด็ก…”
แค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้นที่เลกันประมาทไปเจเนวีฟก็ร่ายเวทเสริมพลังได้สำเร็จ ทั้งกลุ่มได้พละกำลังเพิ่มจากเวทมนตร์แห่งเลือดและหลุดออกจากแรงกดดันที่กดพวกเขาเอาไว้กับพื้น
เคสเทรลคือคนแรกที่ถึงตัวเลกันก่อน เลกันหลบหมัดของเขาได้ แต่เมื่อจะใช้หางที่เหมือนงูกระซวกกลับ เคสเทรลกลับจับหางนั่นไว้ได้ เขาตั้งใจจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
“สลายไปซะ”
เลกันถึงกับต้องตัดหางตัวเองเพื่อหนี พลังลวงตาของกาเรนทำงานตอนนั้นเอง แทนที่จะตัดถูกหางตัวเอง เลกันพลาดไปตัดขาซ้ายของตัวเองเข้า
…อย่าเพิ่งรน ข้ายังมีทั้งพลังเวทและพลังฟื้นตัว ข้ายังได้เปรียบ ถ้าไม่เปิดช่องว่าง พวกมันก็ทำอะไรเราไม่ได้…
เลกันสร้างเกราะขึ้นปกคลุมทั้งร่าง มันคือเกราะของเดวัลแมลงและเดวัลสีน้ำเงินที่สามารถสร้างอาวุธขึ้นมาคลุมตัวเองได้
…ใช่ ข้ามีพลังจากร่างแยกที่กินมาด้วย ถึงตอนนี้ยังใช้ได้ไม่สมบูรณ์ก็เถอะ…