Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 124: สถานที่ของผม
ความสามารถที่เลกันอยากใช้ได้มากที่สุดในตอนนี้คือพลังเทเลพอร์ตของเดวัลกึ่งอันเดด เขาไม่รู้ว่าสาเหตุที่ตนใช้พลังนั้นไม่สำเร็จไม่ได้มาจากการดูดกลืนพลังที่ยังไม่สมบูรณ์เพียงอย่างเดียว แต่อีกครึ่งหนึ่งมันเป็นเพราะเวทมนตร์ของเวเนกำลังสะกดการเคลื่อนที่ของเขาเอาไว้
เลกันหนีไม่สำเร็จ เขาได้แค่สวนกลับใส่ดีวานที่พุ่งตามหลังเคสเทรลมา ดีวานถูกซัดกระเด็นออกไปด้านข้างแต่เขาก็ฝากรอยร้าวไว้ทั่วร่างของเลกันในจังหวะเดียวกัน
อัลโตเกือบจะคว้าหัวใจของเลกันเอาไว้ได้แล้ว เขาช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เลกันคว้าข้อมือเขาไว้ได้และเกือบจะได้ควักหัวใจของอัลโตออกมาแทน
แต่มันไม่มีทางเกิดขึ้นตราบใดที่ยังมีอลินาอยู่ตรงนั้น เธอสลับตัวเขาออกมาได้ทันการแถมยังส่งอีกคนเข้าไปอยู่ตรงนั้นแทนที่ เซกัน!
ดาบของเซกันตวัดเข้าที่คอของเลกันอย่างแม่นยำ แต่แทนที่คอของอีกฝ่ายจะหลุดกระเด็น บาดแผลกลับถูกหยุดไว้เพียงแค่ราวหนึ่งในสาม แม้แต่เซกันก็ไม่คิดว่าร่างของเลกันจะแข็งขนาดนี้
“ตายซะเถอะ” เลกันยิ้มอย่างผู้มีชัย ในที่สุดศัตรูแห่งชะตาลิขิตก็มาอยู่ในระยะที่ไม่สามารถหลบหนีได้อีก
“ไฟนอลอิแรดิเคทชัน” แทนที่จะเป็นคำพูดที่เอ่ยจากปากของเลกัน เสียงนี้กลับดังขึ้นมาจากข้างหลัง โซนาตาได้ใช้พลังออกไปพร้อมกับปล่อยเวทมนตร์ทำลายล้างของเขาเองด้วย
เวทมนตร์ถูกร่างของเลกันอย่างจัง หางกำลังถูกเคสเทรลย่อยสลาย ส่วนกลางหลังและปีกทั้งสี่ข้างก็กำลังถูกกัดกิน ในตอนนั้นเอง เซกันก็ถอนดาบออกไป
ฉับบบ
เขาฟันลงไปในตำแหน่งเดิมอย่างไม่ผิดเพี้ยน คมดาบเฉือนลึกเข้าไปจนเกินกว่าครึ่งคอ
…ข้าจะไม่ยอมตายคนเดียวหรอก…
มือของเลกันขยับในจังหวะเดียวกับที่เซกันชักดาบออก เซกันกำลังจะฟันอีกครั้งโดยไม่สนว่าเลกันก็ตั้งใจจะตายตกไปตามกัน
ฉับบบ แต่โซนาตาเร็วกว่า
การเคลื่อนไหวของโซนาตา เขาแค่ต้องการให้เลกันร่ายเวทพลาด ดาบของเขาฟันแขนเลกันไม่ขาดแต่มันก็มากพอที่จะทำให้จังหวะของเลกันผิดพลาดไป
ฉับบบ
แรงฟันในหนนี้ เซกันทำได้สำเร็จ ศีรษะของเลกันหลุดออกจากร่าง
…ยังไม่จบหรอก…
เลกันยังไม่ตาย และยังไม่สิ้นสติ ร่างที่ไร้หัวไม่สนใจว่ามันกำลังจะสลายไปจากผลของไฟนอลอิแรดิเคทชัน มันจับตัวเซกันเอาไว้
เลกันตั้งใจระเบิดร่างตัวเองไปพร้อมกับไฟนอลอิแรดิเคทชัน มันคือพลังชีวิตทั้งหมดและพลังจากความเกลียดชังที่เขาช่วงชิงมาจากเซกัน ไม่ว่าจะเซกัน กราเทีย เกาะลอยฟ้าจามิว หรือกลุ่มปริศนาที่เขาเองก็ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจะสูญสิ้นไปพร้อมกัน
ทว่า เขาไม่รู้สึกอะไรเลยขึ้นมาเฉย ๆ นอกจากความมืดมิด
“จบแล้วหรือ” หัวที่ขาดกระเด็นพึมพำ ทุกอย่างถูกสีดำสนิทกลืนกินไปจนหมด
“จบแล้วล่ะครับ คุณแพ้แล้ว” เสียงที่เลกันไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้น มันคือเสียงของเด็กผู้ชาย เขาแปลกใจมากที่ท่ามกลางความมืดมิด เขากลับมองเห็นเด็กชายแปลกหน้าได้อย่างชัดเจน
“แก… ข้ารู้จักแก จิตวิญญาณของดาบงั้นเหรอ”
“ครับ” เด็กชายตอบสั้น ๆ พร้อมกับรอยยิ้ม
“เดี๋ยวนะ ที่นี่ใช่โลกหลังความตายแน่เหรอ”
“ไม่มีใครบอกสักคำนะครับว่ามันคือโลกหลังความตาย ผมก็แค่ดึงคุณเข้ามาคุยด้วย”
“…” เลกันอ้าปากจะพูดแต่ไม่ทันแล้ว ภาพของเด็กชายเลือนหายไปและแสงสว่างก็กลับมา เขาพบว่าหัวของตนหล่นอยู่บนพื้นและมีโซนาตากำลังนั่งจ้องมองอยู่
“เขาตายแล้วหรือยังครับ” เซกันเดินเข้ามาใกล้เขามีร่องรอยบาดแผลมากมายแต่ทั้งหมดก็หายไปหมดสิ้นด้วยพลังฟื้นตัวที่กลับมาอย่างสมบูรณ์ “ถ้ายังไม่ตายก็ล่ะ ผมว่าจะ….”
“เขาตายแล้ว” โซนาตาส่งยิ้มให้ เขาเพิ่งยืมพลังของอัลโตและฝังหัวสด ๆ นั้นลงไปในพื้นดิน
การต่อสู้จบลงด้วยความตายของทรราชที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมนับครั้งไม่ถ้วน เป็นการปิดฉากกลุ่มเฟทและตำนานของผู้ต้องสาปอย่างสมบูรณ์ แม้จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นแต่พวกโซนาตาก็สามารถช่วยเซกันจบการต่อสู้นี้ได้โดยที่ไม่ต้องสังเวยชีวิตของเซกันไปด้วย
แต่มันก็ยังไม่ใช่ปลายทางที่แท้จริงของเซกัน ตามประวัติศาสตร์เขาจะต้องถูกกราเทียสังหารเมื่อตนได้กลับไปบ้านเกิด หลังจากที่กราเทียแยกตัวออกไปเพื่อจัดการศพของทอลโดและอรันโด โซนาตาก็ได้โอกาสเล่าเรื่องทุกอย่างให้เซกันฟัง
เขาฟังทุกอย่างอย่างตั้งใจ ตั้งแต่เรื่องเล่าของโซนาตาก่อนที่จะเดินทางมาถึงซีน การปะทะกับเซอร์เรียน สงครามกับเอเทเซีย สงครามกับเรวาเรนท์ การผจญภัยในเนเธอร์เวิลด์ จนสุดท้ายก็มาบรรจบกันที่เรื่องของเซกันที่โซนาตาอ่านจากนิยายและเรื่องจริงที่เขาเห็นมากับตา
“ว่าแล้วเชียว พวกคุณมาจากอนาคต” เซกันว่าจบก็ฉีกปลาย่างส่งให้กับเจเนวีฟที่นั่งอยู่ข้างกัน “ตอนแรกผมคิดว่าพวกคุณมีคำทำนายอีกฉบับของท่านดานิกา”
“สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ เดินทางท่องไปในเวลา ผจญภัยกับเพื่อน ๆ ได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย แล้วก็ยังได้กินของอร่อย ๆ แบบนี้ด้วย” เวเนโฆษณาชวนเชื่อแล้วเซกันก็ดูจะเชื่อคำพูดของเธอจริง ๆ
“มันก็ไม่ได้สนุกทุกครั้งหรอก คราวนี้ก็เกือบมีคนตาย” ดีวานว่าพร้อมกับส่งปลาต่อไปให้อลินาและเคสเทรลที่นั่งล้อมวงอยู่ด้วย
หลังจากนั้นแต่ละคนก็จับกลุ่มคุยกันสารพัดเรื่อง เวเนชวนให้อยู่ต่อที่ยุคนี้อีกสักนิดเพื่อลองอาหารที่เธอไม่เคยพบ แต่ก็หน้างอไปเมื่อถูกเจเนวีฟเตือนเรื่องประวัติศาสตร์อาจจะยุ่งเหยิงยิ่งกว่านี้
“แล้วคำตอบล่ะ” โซนาตาหันไปถามเซกัน
“ถ้าตามที่ควรต้องเป็น ผมก็น่าจะต้องตายไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็ไม่เสมอไปหรอก” อลินาตอบ “ทุกคนเข้าใจว่านายตาย แต่ไม่มีใครเห็นศพด้วยซ้ำ”
“นอกจากกราเทีย” โซนาตาเสริม
“ใช่ นอกจากผู้หญิงคนนั้น ดังนั้นวิธีการมันมีแน่นอน มันขึ้นกับคำตอบของนายต่างหาก”
“อยากจะตายไปตามประวัติศาสตร์ อยู่ในโลกนี้ต่ออย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือเดินทางพร้อมกับพวกเรา”
เซกันเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน คำตอบมันชัดอยู่แล้วว่าเขาควรเลือกอะไร แต่ในใจก็ยังรู้สึกสับสน หรือบางทีเขาอาจจะยังหวังลึก ๆ ว่าตนเองจะยังมีอนาคตที่เป็นไปได้กับกราเทีย
…ไม่หรอก กราเทียรักเลกัน แม้แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ยังแรงกล้า เธออาจจะเข้าใจเหตุผลที่เซกันต้องทำ แต่เธอจะอภัยให้เขาได้จริง ๆ เหรอ…
…วันหนึ่ง เธออาจนึกเสียใจขึ้นมา วันหนึ่ง เธออาจจะนึกโทษโกรธเขา วันหนึ่ง เธออาจจะผิดหวังที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างเลกันและช่วยไม่ให้เขาถลำลึกลงไปขนาดนั้น…
“ผมมีเงื่อนไขอย่างเดียวครับ” เซกันหันไปทางโซนาตา
เขาพยักหน้า “ว่ามาสิ”
“ผมไม่ได้อยากได้แค่พรรคพวก ผมอยากได้ครอบครัว ไม่ใช่แค่นักรบอีกคนที่เข้ามาในกลุ่ม แต่เป็นพี่ น้อง เป็นเหมือนญาติสนิท”
“ยุ่งยากชะมัดเลย” โซนาตาส่ายหน้า “งั้นถือว่าฉันไม่ได้ชวนก็แล้วกัน เลิก ๆ”
“เอ่อ เดี๋ยวสิครับ ตื้ออยู่ตั้งนานทำไมยอมแพ้ง่ายจัง” เซกันทำหน้าเหวอ มันทำให้เจเนวีฟและเวเนต้องกลั้นหัวเราะ
“ก็นายมันเรื่องมากนี่หว่า ครอบครัวอะไรกัน ขนลุกชะมัด” กาเรนที่ฟังอยู่ด้วยเสริม
เซกันพอถูกว่าก็ดูสลดไปทันที
“ไม่ต้องหงอยไปน่า” เจเนวีฟตบไหล่เขา “เจ้าก็เห็นอยู่นี่ พวกเราก็อยู่กันเหมือนครอบครัวนั่นแหละ มาเป็นพวกเดียวกันนะ ตกลงไหม”
และหลังจากกินเลี้ยงรอบกองไฟในคืนนั้นกลุ่มอะบีสก็ได้ เซกัน เอเทเซีย มาเป็นสมาชิกอีกหนึ่งคนอย่างเป็นทางการ
เรื่องที่เหลือก็มีเพียงแค่การจัดฉากเล็ก ๆ น้อย ๆ
พวกเขากลับไปที่ป่าพรีวูดเพื่อเตรียมการเรื่องของเซกันและเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเวลาครั้งต่อไป กราเทียมาถึงพร้อมกับข่าวร้าย เรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว
ทุกคนแค่ปล่อยให้เซกันได้รำลึกความหลังกับกราเทียเป็นการส่งท้าย และเมื่อเวลาเช้าของวันถัดไปมาถึงแผนการของพวกเขาก็เริ่มขึ้น
“โชคดีนะครับ” เซกันยิ้มให้ในจังหวะที่ดาบของกราเทียฟันออกไป
ไม่มีการต่อต้านหรือพยายามหลบหลีก ศีรษะของเซกันหลุดกระเด็นในการฟันเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็เป็นการร้องไห้ปริ่มจะขาดใจของกราเทียซึ่งก็ไม่แตกต่างจากที่ทุกคนคาดไว้
มันคือพลังของกาเรน เขาทำให้เธอเห็นว่าตัวเองตัดคอเซกันด้วยมือของเธอเอง ส่วนศพที่ถูกทิ้งไว้แทนที่เป็นศพของพวกเฟทที่โซนาตาเตรียมเอาไว้แล้ว
“จะรู้ตัวไหมนะ” กาเรนพูดลอย ๆ ขึ้น
“ไม่ไว้ใจพลังตัวเองเหรอ” โซนาตาแซว
“ฉันไม่ไว้ใจศพที่นายเตรียมมาต่างหาก”
“สมัยนี้ไม่มีตรวจลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอหรือประวัติทันตกรรม แค่ทำศัลยกรรมให้เหมือนก็น่าจะพอแล้วค่ะ” มินอาช่วยตอบให้แทน
“แถมดาบนั่นก็เลียนแบบไม่ได้ด้วย” โซนาตาหมายถึงดาบดำที่เซกันตัดสินใจทิ้งไว้ในยุคนี้เพื่อให้กราเทียได้ส่งต่อมันให้กับตัวเขาในอนาคต
“ลาก่อนนะ ดาบดำ” เซกันพึมพำให้กับการลาจากกับดาบที่ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว
“บอกลาทำไมเหรอ” โซนาตายืนดาบดำของเขาให้
“ให้ผมเหรอครับ”
“ฉันแค่รับฝากไว้ มันเป็นดาบของนาย”
“แต่…”
“เอาไปเถอะ ดาบนี่ใช้ยากจะตาย”
เซกันได้ยินแล้วก็รับดาบไว้โดยไม่ถามอะไรอีก จากนั้นสมาชิกกลุ่มอะบีสก็ทยอยกลับขึ้นยานจนครบทุกคน เซกันล่ำลาโลกยุคนี้เป็นครั้งสุดท้าย เขาอวยพรในใจขอให้กราเทียมีความสุขกับเส้นทางที่เธอเลือก
…ชินา ผมหาสถานที่ของผมเจอแล้วนะครับ…