Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 127: จงเป็นคนของฉัน
ซีวีมึนงงกับบรรยากาศแปลก ๆ ที่อยู่รอบตัวเธออย่างกะทันหัน ความเงียบ และทุกคนหายไปกันหมด ขณะที่กำลังเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อพบว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวดูแปลก ๆ เธอก็พบว่าโซนาตาได้มายืนอยู่ข้างหน้าเธอแล้ว
“เอาล่ะ ปัญหาแรกของเธอคือการควบคุมพลัง” โซนาตาที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา เริ่มพูดโดยไม่สนว่าซีวียังสับสนอยู่
“เดี๋ยวก่อนนะ นี่พวกเราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย” ซีวีตื่นตระหนกกับสภาพแวดล้อมที่แสดงความผิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะต้นไม้ใบหญ้า หรือสัตว์ต่าง ๆ ล้วนแปลกหน้าแปลกตาไปหมดไม่นับที่ว่าเซกันและเคสเทรลเพื่อนร่วมทางอีกสองคนไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วย
“อ้าว ยังไม่ได้บอกเหรอว่านี่คือความฝัน” โซนาตาตอบหน้าตาย
“จริงเหรอ” ซีวีขึ้นเสียงสูงก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้งและยอมรับว่ารูปร่างประหลาดของต้นไม้สีสายรุ้งและสุนัขคอยาวหน้าตาตลกแบบนี้คงไม่มีทางจะมีจริงแน่ ๆ
“เธอไม่สามารถดึงพลังที่มีอยู่ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเป็นที่นี่ล่ะก็กำแพงนั้นจะพังทลายลงในพริบตา” โซนาตาลากเข้าเรื่องอีกครั้งขณะที่ซีวีเริ่มนึกสนุกวิ่งไปกวดตัวประหลาดหน้าเหมือนแมวสีชมพู
“เดี๋ยวนะ นี่มันฝันข้าไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องมาฝึกอะไรเอาเวลานี้ด้วย”
“แล้วคิดว่าใครล่ะที่ทำให้เธอกำลังฝันอยู่เนี่ย เอาเป็นว่าฉันใช้วิธีบางอย่างบังคับให้เธอฝันอยู่ก็แล้วกันระหว่างนี้เราจะเริ่มฝึกนรกกันล่ะ” เสียงหัวเราะที่ตามมาทำให้ซีวีขำไม่ออก เธอไม่รู้หรอกว่าโซนาตาเข้ามาในฝันของเธอได้ยังไงแต่นี่เธอจะต้องโดนตามมาแกล้งถึงในฝันเลยหรือเนี่ย
“ก่อนอื่นเธอต้องเลือกสายที่อยากจะเป็นก่อน” โซนาตากระแอมเรียกซีวีที่สมาธิไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเพราะมัวแต่มองหมาคอยาววิ่งไล่กวดแมวสีชมพู
“ขอแบ่งให้ฟังแบบหยาบ ๆ สี่ประเภทก็แล้วกัน” เขาพูดต่อ
สายนักรบ คนเหล่านี้คือนักสู้ที่ถนัดการต่อสู้ประชิดตัว อาจจะมีทักษะอื่นผสมบ้างเช่นพาลาดินที่สามารถใช้คาถารักษาได้ หรือดาร์คไนท์ที่สามารถใช้คาถาโจมตีร่วมไปกับอาวุธ แต่โดยพื้นฐานแล้วพวกนี้ก็ยังเป็นสายอาชีพที่เอาตัวเข้าปะทะสร้างความเสียหายให้ศัตรูในขณะเดียวกันก็สามารถปกป้องพรรคพวกที่อ่อนแอกว่าได้ ตัวอย่างอาชีพในสายนี้ก็เช่น นักสู้มือเปล่า นักดาบ อัศวิน
สายโจมตีระยะไกล กลุ่มนี้สามารถนับรวมได้ทั้งนักธนูหรือแม้แต่จอมเวทย์สายโจมตีก็ได้ พวกเขาสามารถสร้างความเสียหายได้แม้จะอยู่ในระยะห่าง แต่ก็มีจุดอ่อนที่มักจะเสียเปรียบเมื่อศัตรูสามารถเข้าประชิดได้ คนกลุ่มนี้จึงจำเป็นต้องสู้โดยมีสายนักรบคอยเป็นเสมือนโล่ให้
สายสนับสนุน คือสายอาชีพที่ไม่ได้เน้นสร้างความเสียหายโดยตรงกับศัตรูโดยตรง แต่มักจะคอยสนันสนุนการโจมตี ป้องกัน หรือแม้แต่รักษาเพื่อนที่บาดเจ็บหรือถูกพิษ สายนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกนักบวชหรือแพทย์ รวมทั้งพวกที่ก้ำกึ่งอย่างพาลาดิน
สายสุดท้ายคือสายพลิกแพลง พวกนี้จะว่าไปก็คือสายอาชีพอื่นทั้งหมดที่ไม่ได้อยู่ในสามสายแรก อาชีพเหล่านี้มีหลากหลายมากและก็มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันเลยทำให้ยากต่อการเดาทางจากอีกฝ่าย สายอาชีพนี้ที่เป็นที่รู้จักกันดีก็เช่น เนโครแมนเซอร์ นักประดิษฐ์ เดวัลเทมเมอร์ และอีกมากมาย
ซีวีนั่งฟังที่โซนาตาบรรยายตาแป๋ว เธอได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเข้าใจจริงหรือไม่ “งั้นเป็นเดวัลเทมเมอร์ก็แล้วกัน ข้าชอบเลี้ยงสัตว์”
“อ่อ เสียใจด้วย อันนั้นฉันเองก็สอนไม่ได้”
“อ้าววว…. แล้วที่อธิบายมาซะยืดยาวนั่นอะไรกันล่ะ”
“ก็พูดให้ฟังไงว่าเวลาตีกันมันมีคนทำหน้าที่อะไรบ้าง ส่วนตัวเจ้าเหมาะกับสายไหนมันเห็นชัดอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ”
ซีวีไม่แน่ใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ละอย่างที่ว่ามาดูไม่เห็นจะมีอะไรที่เธอน่าจะเป็นได้สักอย่าง
“เธอน่ะ มีความคล่องตัวสูงแม้ว่าจะไม่เคยฝึกอะไรมาก่อน แถมยังมีความยืดหยุ่นที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับพวกนักกายกรรม ถ้ามองถึงแค่ตรงนี้ดูยังไงก็เหมาะจะเป็นนักรบสายใช้ความเร็ว…”
“…แต่พลังเวทมนตร์แห่งแสงของเธอก็เป็นจุดที่ไม่ควรละทิ้งเช่นกัน ฉันว่าเธอจะต้องเอาทั้งสองอย่างนี้มาผสมกัน สรุปว่าฝึกเพื่อจะเป็นแบทเทิลเมจก็แล้วกัน”
“โธ่ งั้นก็อดเลี้ยงสัตว์แล้วสิ” ซีวีบ่นอุบ
โซนาตาเน้นการฝึกให้ซีวีควบคุมสมาธิก่อน ในความฝันที่เวลาเดินไปช้ากว่าโลกจริงหลายสิบหลายร้อยเท่านี้ทำให้ซีวีมีเวลาแทบจะไม่จำกัดเพื่อเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน กระแสพลังงานที่เธอเคยสัมผัสได้เพียงแผ่วเบากลับกลายเป็นพลังงานที่รุนแรงขึ้นเหมือนเรื่องโกหก มันเป็นทั้งพลังชีวิตและแหล่งกำเนิดพลังเวทของเธอนั่นเอง
“ดูเหมือนว่าเวทมนตร์แสงที่เธอใช้ในวันนั้น คงจะไปกระตุ้นอะไรสักอย่างให้พลังที่หลับใหลตื่นขึ้นล่ะมั้ง” โซนาตาคาดเดา
เมื่อซีวีเริ่มควบคุมพลังได้ดีขึ้นเวทมนตร์ต่าง ๆ ที่เธอใช้ก็มีประสิทธิภาพขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น่าเสียดายที่โซนาตาก็รู้จักเวทมนตร์ไม่มากนัก เขาจึงไม่ได้สอนเวทมนตร์ใหม่ ๆ ให้กับเธอแต่ไปเน้นการปลดปล่อยพลังแสงโดยตรงแทน
เวลาในโลกความฝันผ่านไปนานจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี โซนาตาเห็นการพัฒนาของเธอในทุกวันที่ประลองฝีมือกัน จากที่ซีวีทำได้เพียงแค่หนีไปมาและพยายามป้องกันสุดชีวิต เธอเรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายกดดันเขากลับบ้าง จนโซนาตาเองก็เกือบจะเสียท่าหลายต่อหลายครั้ง
“เอาล่ะ ต่อจากนี้ฝึกในนี้ไปก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่แล้ว” โซนาตาพูดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ประลองกันเสร็จ
“หมายความว่าข้าฝึกสำเร็จแล้วเหรอ” ซีวีดีใจกระโดดโลดเต้น
“เปล่า หมายถึงของจริงกำลังจะเริ่มแล้วต่างหาก” โซนาตาปฏิเสธ “ต่อจากนี้เธอจะต้องฝึกโดยใช้ร่างกายจริง ๆแล้วต่างหากล่ะ”
จริงอย่างที่โซนาตาว่าเอาไว้ หลังจากทั้งคู่ตื่นจากความฝันอันยาวนานนั้นได้ไม่นาน โซนาตาก็เริ่มสอนบทเรียนของเขาอีกครั้งทันทีที่มีโอกาส แต่ซีวีรู้สึกว่ามันต่างจากในความฝันมากมาย ร่างกายของเธอหนักอึ้งและไม่อาจจะตอบสนองต่อสิ่งที่เห็นได้ทันใจคิด
“ร่างกายมันยังตามไม่ทันสินะ ถึงได้บอกว่าต้องมาฝึกต่อข้างนอกยังไงล่ะ”
“อ้าว ถ้าไม่ได้เก่งขึ้นแล้วท่านจะสอนให้ข้าฝึกในฝันไปทำไมกันเล่า” ซีวีโวย
“ใครบอกว่าไม่เก่งขึ้นล่ะ เธอได้ประสบการณ์ต่อสู้จากในฝันตั้งมากมาย แถมพลังเวทที่เพิ่มขึ้นตอนอยู่ในฝันก็ไม่ได้หายไปจริงไหม”
ซีวีมองดูมือทั้งคู่ของตนเองและสัมผัสได้ถึงพลังรุนแรงจึงพึมพำขึ้นมา
“จริงด้วย”
“ถึงจะยังห่างไกลกับตัวเธอในโลกความฝัน แต่ตัวเธอในตอนนี้กับเมื่อวานต่างกันราวกับเป็นคนละคน”
ผลพลอยได้อีกอย่างจากการฝึกในความฝัน คือทั้งสองสนิทกันมากขึ้นอีกขั้น แม้โซนาตาจะยังไม่ได้เล่าว่าพวกเขาเป็นใครมาจากที่ไหนแต่ซีวีก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าพวกเขาเป็นมิตรกับเธออย่างจริงใจ
คณะเดินทางของทั้งสี่ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายแค่ไหน ซีวีก็ยิ่งถูกเร่งให้ฝึกหนักขึ้นเท่านั้นเพราะเวลาที่งวดเข้ามาทุกที นอกจากโซนาตาแล้วเธอยังต้องฝึกการใช้ดาบกับเซกันอีก แต่แม้จะเหนื่อยขนาดไหนเธอก็ไม่ปริปากบ่นเลย นั่นเพราะลึก ๆ แล้วเธอรู้สึกภูมิใจที่มีใครสักคนมองเห็นคุณค่าและเชื่อมั่นในตัวเธอ
นอกจากโซนาตาแล้ว เซกันช่วยซีวีฝึกฝนพื้นฐานของการใช้ดาบเช่นกัน เขาพบว่าจากตอนแรกที่ซีวีทำได้เพียงแค่โจมตีด้วยเวทแสงแบบง่าย ๆ พอเขาให้เธอลองจับดาบได้ไม่นาน เธอก็สามารถใช้เวทมนตร์ที่สร้างดาบขึ้นจากแสง
“แสงคงรูปเป็นดาบ!! นี่มันผิดหลักฟิสิกส์สุด ๆ” โซนาตาพึมพำ ทั้งแปลกใจกับเวทดาบแสง ทั้งตกใจที่ซีวีเรียนรู้เวทมนตร์นี้ได้ด้วยตัวเอง
“ไงล่ะ ข้าเก่งใช่ม้า”
“อย่าเพิ่งได้ใจไป” โซนาตาแสยะยิ้ม “เธอมีพรสวรรค์ก็จริง แต่ก็ยังแค่ลูกเจี๊ยบที่เพิ่งออกจากไข่”
“แต่ก็มีพรสวรรค์จริง ๆ สินะ” ซีวียิ้มหน้าบาน เป็นครั้งแรกที่มีใครชมเธอแบบนั้น
การเดินทางของพวกเขาไม่คืบหน้านักเพราะนอกจากโซนาตาจะหยุดพักเพื่อฝึกให้ซีวี พวกเขาก็ยังเจอกับทหารของเวนเซล เดวัล หรือสัตว์ป่าที่เข้ามาขวางทางหลายครั้งหลายหน แต่ทั้งหมดก็ไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงที่ขโมยเวลาไป
เคสเทรลรู้สึกว่าโซนาตาตั้งใจถ่วงเวลาในการเดินทาง หลายครั้งที่เขาตั้งใจเดินล่อให้เดวัลหรือพวกทหารมาเจอ เขาอ้างว่าต้องการทำเพื่อฝึกซีวี แต่เคสเทรลกลับรู้สึกแปลก ๆ ว่ามีบางอย่างมากกว่านั้น โซนาตาดูผิดปกติไป เคสเทรลพยายามคิดว่าเพื่อนของเขาคงมีวัตถุประสงค์บางอย่าง
แต่บางครั้งเคสเทรลก็กังวล เขามองไปที่ซีวี ไม่ใช่ว่าโซนาตาเริ่มมีใจให้กับผู้หญิงที่จับตัวมานะ
ด้านซีวียิ่งนานวันเธอก็ยิ่งรู้สึกประหลาด ทุกครั้งที่เข้าใกล้โซนาตา เธอเผลอมองเขาอยู่บ่อย ๆ และจะรู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันทีเวลาที่เขาหายหน้าไปแม้จะเพียงไม่กี่นาที
เธอรู้สึกว่าโซนาตามีแรงดึงดูดเธอ เธออยากจะอยู่ใกล้ ๆ กับเขาตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้สื่อสารออกมาตรง ๆ
แต่ซีวีไม่อาจรู้ได้เลยว่าความรู้สึกพิเศษที่ก่อตัวขึ้นเป็นทั้งพรหมลิขิตและคำสาป เธอและเขาถูกผูกพันกันด้วยชะตากรรมที่ซับซ้อน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การมาพบเจอกันระหว่างซีวีและโซนาตา มีอะไรอย่างอื่นที่ยิ่งใหญ่และอันตรายอยู่เบื้องหลังและโชคชะตาของพวกเขาจะยิ่งผูกพันกันมากขึ้นไปอีกในอนาคตอันใกล้
วันหนึ่งโซนาตาก็พูดในสิ่งที่เครสเทลและเซกันไม่ทันตั้งหลัก
“ฉันมาลองคิดดูแล้ว เธอจะมาเป็นคนของฉันไหม”
“จะบ้าเหรอ” ซีวีร้องโวยวาย เธอก้มหน้าหนี “เพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันแท้ ๆ”
“ดูเหมือนจะเข้าใจผิดอะไรอยู่สินะ” โซนาตาพูดออกมาโดยไม่ได้สังเกตเห็นเครสเทลที่อ้าปากเผยอค้างหน่อย ๆ อยู่ข้างกัน
“บอกไว้ก่อนนะ ถึงจะจับตัวข้ามากักขังไว้ มันก็ไม่ได้ทำได้ข้าคิดอะไรกับเจ้าหรอกนะ” ซีวีมีจินตนาการไปไกล
“นี่ไปอ่านนิยายแบบไหนมาฟระ” โซนาตากุมขมับ
โซนาตาต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะอธิบายให้ซีวีเข้าใจได้ว่าเธอเข้าใจคลาดเคลื่อนไปไกล ที่เขาต้องการไม่ได้หมายถึงร่างกายของเธอ ซึ่งผู้ชายในโลกนี้ยุคสมัยเช่นนี้คงใช้ถ้อยคำไม่ต่างจากเขาในการสื่อความหมายถึงการครอบครองคนรัก แต่โซนาตามองหาพวกพ้องที่จะต่อสู้ร่วมกัน เขาสนใจพลังของเธอว่าคู่ควรจะเป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มต่างหาก
“โธ่… แล้วก็ไม่พูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรก ข้าก็นึกว่าเจ้าจะขอข้าแต่งงานซะอีก” ประโยคหลังซีวีพูดค่อยลงจนเกือบจะไม่ได้ยิน
เครสเทลแทบหัวเราะพรืด แต่ต่อให้เสียงหัวเราะไม่ได้ออกมา โซนาตาก็เบือนหน้าไปมองอย่างเตือนให้เลิกคิดไร้สาระ
“แต่งงาน? กับเธอ? เมื่อเช้ากินอะไรผิดสำแดงเข้าไปเรอะ” โซนาตาส่งสายตาเหมือนชีวีทำให้เขาเอือมระอา
สายตาของเขาเลื่อนไปมองที่เซกัน ดวงหน้านั้นดูปกติ คงเพราะเคยผ่านเหตุการณ์ที่ถูกชวนเข้ากลุ่มมาเหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าเขาจะมองซีวีแบบอื่น
“ใครใช้ให้พูดอะไรที่มันฟังสองแง่สองง่ามแบบนั้นเล่า” ซีวีอายจนแทบมุดดินหนี คิดอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ให้ตนเองหลุดความคิดบ้า ๆ นั่นออกมา