Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 129: พบเหล่าผู้ถูกเลือก

เซเลนอส เดวานอส ผู้นำทัพเนเธอร์เวิลด์
ซีนในปี 4011…
ปีนี้เป็นอีกปีที่จะอยู่ในความทรงจำของผู้คนในโลกนี้ไปอีกนานแสนนาน เพราะปีนี้ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญมากมายที่สามารถส่งผลไปถึงทุกชีวิตบนโลก
เทพปีศาจทั้งแปดตนที่เป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากยุคสงครามเทพกำลังจะตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน สุดยอดแห่งปีศาจที่ว่ากันว่าเพียงตนเดียวก็มีพลังพอที่จะบดขยี้ทั้งโลกได้ ผนึกของพวกมันกำลังจะเสื่อมลงในอีกไม่นานนี้
ถ้านั่นยังดูไม่เลวร้ายพอ ปีนี้คือปีที่เกิดมหาสงครามแห่งซีนครั้งที่สามอีกด้วย มันคือสงครามใหญ่ระหว่างฝ่ายกลุ่มพันธมิตรมนุษย์ที่รวบรวมกองทัพเกือบทั้งโลกภายใต้ธงผืนเดียวกัน และกองทัพจากเนเธอร์เวิลด์ที่นำโดยเหล่าราชาและราชินีแห่งเผ่าพันธุ์ปีศาจ
สงครามที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้เริ่มต้นจากชายหนุ่มรายหนึ่ง ชื่อของเขาคือเซเลนอส เดวานอส
ในตอนแรกยังไม่มีใครรู้ประวัติของเขาอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ทุกคนมีคือเขาเป็นหนึ่งในสายเลือดเทพเพียงไม่กี่คนที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ชายหนุ่มมีเป้าหมายที่จะช่วงชิงวิญญาณจากผู้คนโดยเฉพาะเหล่าผู้สืบสายเลือดเทพเช่นเดียวกับตน มันทำให้เขาก่อศัตรูไปทั่ว
ผลงานครั้งแรกของเขาคือสงครามระหว่างเชสนาและโดนาเมส เขาหลอกให้กษัตริย์แห่งเชสนาและเสนาธิการอัจฉิรยะแห่งโดนาเมสต้องมาเผชิญหน้ากัน แม้จะผิดพลาดที่ไม่สามารถสังหารสองวีรบุรุษได้ แต่เซเลนอสก็รวบรวมวิญญาณของผู้เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ได้เป็นจำนวนมาก
นอกจากนั้นมันยังเป็นศึกครั้งแรกที่ทำให้เทพปีศาจหนึ่งในแปดตนหลุดจากผนึก แม้จะเพียงแค่ชั่วคราว…
สองปีต่อมา เซเลนอสก็ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้ง ด้วยการกระตุกหนวดของราชสีห์อย่างกาดิออส มาดารัส เซเลนอสวางแผนสังหารกาดิออสผู้เป็นราชาของประเทศมหาอำนาจและเกือบจะทำได้สำเร็จ แผนการในครั้งนี้ทำให้กษัตริย์เฒ่าต้องเสียลูกสาวสุดที่รักไป และทำให้เขาแทบคลั่ง กาดิออสได้สาบานเอาไว้ว่า เขาจะทำทุกอย่างเพื่อล้างแค้นเซเลนอสให้ได้
หลังจากสร้างความแค้นไว้มากมาย เซเลนอสก็ทำในสิ่งที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง เขาวิ่งเต้นขอเข้าเฝ้าผู้นำของพามิลเลสประเทศมหาอำนาจอีกขั้วที่คานอำนาจกับอาณาจักรมาดารัส โดยนำของกำนัลที่พามิลเลสไม่อาจปฏิเสธได้มาเป็นข้อต่อรอง นั่นคือลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
ลูกแก้ว… อาวุธเดียวกับที่นำเทพปีศาจมาสู่โลกนี้ และเป็นอาวุธเดียวอีกเช่นกันที่สามารถผนึกมันได้
พามิเลสจำใจต้องให้ความคุ้มครองกับเซเลนอส พวกเขาพบว่ามาดารัสนั้นร้ายกาจเกินต้านทาน ช่วงท้ายของสงคราม พวกเขาจึงเสี่ยงทำเรื่องอันตราย ปะรำพิธีขนาดยักษ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ มิเดลเลีย ฟรานซินโดเรีย ผู้นำของพามิเลสใช้คาถาอัญเชิญดึงเอาเหล่าปีศาจจากโลกอื่นมาเป็นกำลังรบ
ไม่มีใครเลยที่รู้ว่าเซเลนอสรอคอยช่วงเวลานี้มาตลอด พลังจากดวงวิญญาณนับหมื่นนับแสนที่เขาเคยช่วงชิงมาทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น เซเลนอสสามารถช่วงชิงกองทัพปีศาจทั้งหมดไปจากมิเดลเลีย และนั่นทำให้เขาเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา เขาคิดจะใช้กองทัพนี้ก่อสงครามกับโลกทั้งโลก และคิดไปถึงการใช้พลังเดียวกันนี้ควบคุมเทพปีศาจทั้งแปดตน
แต่ทั้งหมดเป็นเพียงแค่เรื่องราวตามประวัติศาสตร์เท่านั้น เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คือสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเชิง…
ซีวีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทูตตัวจริง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจจะถามไถ่ให้มากความ เพราะความเร็วของรถม้า พวกเขาไปถึงค่ายของกลุ่มพันธมิตรได้อย่างรวดเร็ว ไวกว่าที่คิดกันเอาไว้ในทีแรก
ทุกอย่างดูง่ายดายจนคนมองโลกแง่ร้ายแบบเคสเทรลรู้สึกระแวง โซนาตาและพรรคพวกในชุดทูตได้รับการต้อนรับจากทหารที่รับผิดชอบเป็นอย่างดี พวกเขาถูกพาตัวไปที่กระโจมที่เตรียมไว้สำหรับรับรองแขก ไม่นานหลังจากนั้นคน ๆ แรกที่พวกเขาอยากพบมาตลอดก็ปรากฏตัวขึ้น
กษัตริย์หนุ่มผมแดงที่อยู่ตรงหน้าคือ รีสเลย์ ลีออน เขาอยู่ในชุดเกราะที่มีสีไม่ต่างจากสีผมของเขา
รีสเลย์คือกษัตรย์ของอาณาจักรเชสนา ถ้าเรื่องเล่าลือที่โซนาตาได้ยินมาไม่ผิดเพี้ยน เขาคือหนึ่งฟันเฟืองสำคัญของกองทัพฝ่ายพันธมิตร รีสเลย์สืบเชื้อสายมาจากเทพแห่งความกล้าหาญซิลเวอร์ นั่นทำให้นอกจากจะมีสายเลือดของเอลเลนนอสแล้วเขายังเป็นอัศวินมังกรด้วย
“มังกรเพลิงแห่งเชสนา” เซกันพึมพำ เขายังจำฉายาของรีสเลย์ผู้นี้ได้จากหนังสือที่เคยอ่าน
ต่างจากทหารที่ออกมาตอนรับในตอนแรก รีสเลย์มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับพวกโซนาตาอย่างไม่ปิดบัง ไม่ต้องเดาเลยว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่พอใจกับการเจรจาสงบศึก
“พวกท่านต้องการอะไร” น้ำเสียงดูเป็นการข่มขู่มากกว่าคำถาม
รีสเลย์มีความแค้นโดยตรงกับเซเลนอสผู้นำของฝ่ายศัตรู โซนาตาได้ยินมาว่าเขาเสียทั้งภรรยาและลูกสาววัยแบเบาะเพราะแผนการชั่วร้ายของเซเลนอส ท่าทีที่พูดพร้อมกับน้ำเสียงที่เหมือนอยากจะกัดกินเลือดเนื้อจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
“ก่อนอื่น พวกเราขอเข้าพบกับท่านกาดิออสผู้นำของ…” เคสเทรลพยายามจะช่วยพูดด้วยสำนวนที่ปรับให้เข้ากับคนในยุคนี้
“ไม่จำเป็น ท่านกาดิออสและกษัตริย์ท่านอื่น ๆ มีธุระสำคัญที่ต้องสะสาง พวกท่านมีความประสงค์อะไรก็แจ้งกับรีสเลย์ผู้นี้ได้” นัยน์ตาสีแดงเข้มจ้องใส่อย่างไม่เป็นมิตร หากไม่ติดที่พวกโซนาตามาในฐานะทูตแล้วรีสเลย์ผู้นี้คงแทบจะฉีกพวกเขาทิ้งเป็นชิ้น ๆ ด้วยมือเปล่า
อาจจะเป็นเพราะความสงสาร ความเห็นใจ หรือเข้าใจในจุดยืนของอีกฝ่าย โซนาตาจึงไม่ได้ต่อปากต่อคำกับรีสเลย์อย่างที่เขาชอบทำ
“เอาเถอะ ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว… ก็คงไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป” โซนาตาถอดชุดทูตออก เซกัน ซีวี และ เคสเทรลเห็นเข้าก็ถอดออกตาม “…อันที่จริงแล้วพวกเราไม่ใช่ทูตหรอก”
รีสเลย์ขมวดคิ้ว มองทั้งสี่ด้วยความประหลาดใจว่าจะมาไม้ไหน
โซนาตาจูงมือซีวีเข้ามาใกล้รีสเลย์ที่กำลังประหลาดใจว่าในกลุ่มมีเด็กสาวปลอมตัวเข้ามาปะปนได้อย่างไร
“เด็กคนนี้คือซีวี แอนเทอร์โลนา สายเลือดเอลเลนนอสที่พวกท่านกำลังตามหาอยู่”
รีสเลย์อึ้งไปครู่หนึ่ง ในหัวยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก
“เด็กคนนี้น่ะเหรอ...” เข้าจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าตาไม่กะพริบ “แล้วที่ว่าไม่ใช่ทูตนั่น… เออ ไม่สิ ช่างมันเถอะ ไม่ใช่ทูตก็ดีแล้ว”
ซีวีรู้ว่ารีสเลย์จะพูดอะไรต่อจึงไม่รอที่จะให้เขาเอ่ยปากถามเอง เขาต้องการข้อพิสูจน์ว่าสิ่งโซนาตาบอกเป็นเรื่องจริง เด็กสาวรวบรวมจิตและปลดปล่อยแสงสว่างสีขาวนวลออกมารอบตัว มันเป็นแสงที่เจิดจ้าแต่ก็อบอุ่นราวกับแสงตะวัน
รีสเลย์จำความรู้สึกนี้ได้ชัดเจน มันคือความรู้สึกแบบเดียวกับที่เขารู้สึกกับสายเลือดเอลเลนนอสคนอื่น ๆ เขาแน่ใจว่าซีวีคนนี้คือสายเลือดเทพีเซเวียราที่พวกเขากำลังตามหาตัวอย่างไม่ต้องสงสัย
“เธอคือตัวการของเสาแสงสูงเสียดฟ้าเมื่อหลายวันก่อนใช่ไหม” ชายหนุ่มผมแดงถาม “นี่คงสวนทางกันกับอดอว์ตเตสินะ”
“อดอว์ตเต?” ซีวีเอียงคอถาม
“ช่างเถอะ” รีสเลย์เปลี่ยนสีหน้าท่าทางไปจากตอนแรกราวกับคนละคน เขารีบขอโทษขอโพยพวกโซนาตาและซีวีที่แสดงกริยาไม่เหมาะออกไป
“พวกเราก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าไม่ปลอมตัวเป็นทูตคงจะไม่ได้เข้าพบพวกท่านง่าย ๆ” โซนาตาแก้ตัวด้วยเสียงใสซื่อที่สุดที่แสร้งทำได้
รีสเลย์ดูยินดีจนออกนอกหน้า เขารีบสั่งให้ทหารจัดเตรียมที่พักและอาหารรับรองแขกให้ดี จังหวะเดียวกัน ทหารอีกนายก็เข้ามารายงานข่าวพอดี “ท่านรีสเลย์ ท่านอดอว์ตเตเดินทางกลับมาถึงแล้ว ขณะนี้กำลังไปรายงานผลกับท่านกาดิออสครับ”
“พอดีเลย งั้นพวกเราทั้งหมดนี่ก็ไปพบกับทุกคนพร้อมกันเลยดีกว่า” ว่าแล้วก็รีสเลย์ก็เชิญทุกคนไปรวมตัวกับคนอื่น ๆ
มิเดลเลีย กาดิออส และเออร์มุน สามในแปดผู้มีสายเลือดเทพรออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
มิเดลเลีย ฟรานซินโดเรีย คือหญิงสาวผมทองหน้าตาหมดจดราวกับเทพธิดาจำแลง เธอสวยสง่าอยู่ในชุดของนักบวชระดับสูงสุด ทั้งงดงามและน่ายำแกรงสมฐานะสังฆราชินีของอาณาจักรพามิลเลสที่เป็นศูนย์กลางเวทมนตร์ของโลก เธอคือจอมเวท และ นักบวชหญิงที่เก่งที่สุดในโลกด้วยสายเลือดที่เข้มข้นของเทพแห่งศิลปะจูลซาร์ด
เออร์มุน เรสเซนไฮด์ ชายท่าทางลึกลับและมืดมน โซนาตาเคยได้ยินเรื่องของเขามาเพียงเล็กน้อยจึงรู้เพียงว่าเขาคือเนโครแมนเซอร์ในตำนานและเป็นผู้สืบสายเลือดเทพีแห่งความตายเอนดรา เขาไม่รู้ว่าเออร์มุนเข้าร่วมสงครามครั้งนี้เพราะมีเหตุผลอะไรอื่นหรือไม่
กาดิออส มาดารัส กษัตริย์เฒ่าผู้นำแห่งกองทัพพันธมิตร แม้จะมีอายุมากแต่รูปร่างของเขายังบึกบึนและน่าเกรงขามเสียจนคนหนุ่ม ๆ เห็นแล้วยังต้องอิจฉา เขาคือหนึ่งในผู้มีความแค้นส่วนตัวกับเซเลนอสมากที่สุด กาดิออสสืบสายเลือดเทพมาจากลูซารัสเทพแห่งสงครามและทำให้เขาได้รับฉายา “กษัตริย์ไร้พ่าย”
กาดิออสผู้นี้สูญเสียลูกสาวสุดที่รักผู้เป็นดังแก้วตาดวงใจเพราะเซเลนอส เขาจึงกรีธาทัพมาจนถึงดินแดนตอนเหนือของทวีปเพื่อเปิดศึกกับพามิลเลสที่ขณะนั้นให้ความคุ้มครองเซเลนอสอยู่ แต่เพราะเหตุที่เซเลนอสขโมยกองทัพปีศาจไปทำให้มหาอำนาจทั้งสองสามารถจับมือกันได้ในที่สุด
ทั้งสามแปลกใจเมื่อเห็นรีสเลย์มาพร้อมกับแขกที่ไม่คุ้นหน้าทั้งสี่ รีสเลย์แนะนำตัวทุกคนทันทีโดยไม่รออดอว์ตเตและจีดัสที่กำลังตามมาสมทบ
“นี่คือ ซีวี แอนเทอร์โลนา ที่พวกเรากำลังตามหาอยู่” รีสเลย์จูงมือเด็กสาวเข้ามาใกล้เพื่อให้มิเดลเลียและคนอื่น ๆ พิจารณา มิเดลเลียเพียงได้มองก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคือสายเลือดเทพโดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบใด ๆ ซีวีที่ยังขวยเขินก็ทำอะไรไม่ถูกนอกจากโค้งคำนับทุกคน
“ส่วนทั้งสามท่านนี้คือ ผู้ที่เสี่ยงชีวิตพาเธอมาส่งถึงที่นี่” รีสเลย์หันไปกระซิบ “เอ่อ ท่านชื่ออะไรนะ” รีสเลย์เพิ่งนึกได้ว่าเขายังไม่ได้ถามชื่อแขกทั้งสามเลย
“โซนาตา ดิอาลโน” โซนาตาโค้งให้กับทั้งสี่เช่นกัน รีสเลย์อาจจะความรู้สึกช้าแต่กาดิออสและมิเดลเลียรู้สึกได้ว่าโซนาตาผู้นี้ไม่ธรรมดา
“เซกัน เอเทเซียครับ” ชื่อสกุลของเซกันทำให้ทั้งสี่เอะใจเพราะมันเหมือนกับชื่อของประเทศ แต่ทุกคนก็ไม่ได้ถามกลับทันทีเพราะกลัวจะเสียมารยาท
“เคสเทรล ฟอร์ทีส” เคสเทรลแนะนำตัวเป็นคนสุดท้าย โซนาตาเพิ่งสังเกตว่าเพื่อนของเขาเลี่ยงไม่มองไปทางมิเดลเลียจนผิดสังเกต
“พวกเรามีความประสงค์ที่จะ…” โซนาตาเอ่ยขึ้น แต่ถูกขัดจังหวะโดยชายอีกคนที่ตามมาสมทบพอดี
ชายหนุ่มผมยาวสีเงิน สวมแว่นตาที่ไม่ค่อยจะเห็นได้บ่อย ๆ ในยุคนี้ โซนาตาเห็นลักษณะของเขาก็เดาได้ทันทีว่านี่คือหนึ่งในผู้ที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้งที่สุดในสงคราม เสนาธิการอัจฉริยะผู้มีฉายา “ปีกสีเงิน”