Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 130: ทดสอบซีวี

จีดัส คอร์นีลัส เสนาธิการใหญ่กองทัพพันธมิตร
จีดัส คอร์นีลัส อดีตเสนาธิการของอาณาจักรโดนาเมส ประเทศที่ล่มสลายภายในวันเดียวเพราะพลังของเทพปีศาจ เขาเคยเป็นคู่ปรับที่อันตรายที่สุดของรีสเลย์ และเมื่อต้องมีเหตุให้มาอยู่ข้างเดียวกัน ทั้งคู่จึงกลายเป็นคู่หูที่น่ากลัวที่สุด
จีดัสที่ตอนแรกมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อได้พบกับบรรยากาศแห่งความยินดีในสถานที่แห่งนี้ก็เริ่มยิ้มออกบ้าง
…ถ้าพูดถึงคนที่อยากดึงตัวเข้ากลุ่มอะบีส ก็คือหมอนี่นั่นแหละ…
โซนาตาจ้องจีดัสตาเป็นมัน เหมือนกับเด็กที่ตื่นเต้นเมื่อได้เห็นของเล่นใหม่
จีดัสที่เผลอสบตาเข้า ขนลุกทั้งตัว แต่เขายังแสร้งทำเป็นนิ่งอยู่พลางขบคิดว่าเขากับโซนาตาเคยได้เจอกันมาก่อนหรือเปล่าเพราะการมองของอีกฝ่ายราวกับรู้จักเขาเป็นอย่างดี
“เป็นไงบ้าง รู้วิธีใช้ลูกแก้วหรือยัง” รีสเลย์เอ่ยปากถามทันทีหลังจากแนะนำตัวซีวีและแขกทั้งสามกันพอเป็นพิธีแล้ว
“เจอหน้ากันก็เครียดใส่เลยนะ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะได้พบทายาทคนสุดท้าย” จีดัสยิ้มตอบ
มิเดียเลียอยากจะถามต่อเรื่องการใช้ลูกแก้ว แต่เธอเกรงใจแขกที่อาจจะตามไม่ทันว่าพวกเขาคุยอะไรกัน จึงพยายามเปลี่ยนเรื่อง โซนาตาเห็นเป็นโอกาสที่ดีจึงเริ่มเล่าเรื่องของเขาตั้งแต่ที่เจอซีวีในป่าและช่วยเธอมาจากเงื้อมมือของกราโดได้
การสนทนาดำเนินไปได้ไม่นาน พวกเขาได้เห็นภาพของอดอว์ตเตวิ่งเข้ามา นักล่าโจรสลัดสาวโบกมือทักทาย ก่อนที่จะเข้ามาขอโทษขอโพยจีดัสโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าที่นั่นมีคนที่เธอไม่คุ้นหน้าด้วย
“ขอโทษนะ นอกจากหาเด็กคนนั้นไม่เจอ เค้ายังพลาดเรื่องเจ้าตัวตลกนั่นอีก” อดอว์ตเตชิงอ้อนจีดัสเพราะหวังว่าจะทำให้ไม่โดนดุ แต่นอกจากจีดัสจะไม่ได้โกรธอะไรแล้วเขายังขำออกมาอีก อดอว์ตเตเหลียวมองดูรอบตัวแล้วจึงพบว่าที่นั่นมีคนอื่นอีก
“นี่มันอะไรกัน” เธอพึมพำ
อดอว์ตเต แอล แวรส์ นักล่าโจรสลัดสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซีวี และยังมีบุคลิกบางอย่างที่คล้าย ๆ กัน แม้จะไม่ปรากฏชัดเจนว่าเธอมีทักษะด้านไหนบ้าง แต่ก็เชื่อได้แน่ว่าไม่ใช่คนธรรมดาเพราะว่าเธอคือผู้สืบทอดสายเลือดคาร์เบลลาเทพีแห่งความหวังและท้องทะเล
เมื่อรวมตัวกันครบจีดัสที่รอจังหวะหันไปขอความเห็นจากมิเดลเลียซึ่งเธอก็พยักหน้าให้ราวกับรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
“ใช่ทายาทท่านเซเวียราจริง ๆ สินะ ไหนลองแสดงพลังออกมาซิ” กาดิออสไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขากางมืออัญเชิญดาบสายฟ้าและดาบสายลมออกมาลอยเคว้งกลางอากาศ
“เฮ้ เดี๋ยวสิคะ เธอเพิ่งมาถึงนะ” มิเดลเลียร้องห้าม แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
“รับมือ!” สองมือคว้าดาบคู่ยักษ์พุ่งเข้าประชิดตัวซีวี แล้วเงื้อสุดแขนตวัดฉับลงมาด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาลที่เจ้าตัวคิดแล้วว่าเบามือ
เปรี้ยง!
ดาบแสงซึ่งก่อตัวขึ้นจากเวทมนตร์ของซีวีปัดและเบี่ยงวิถีการโจมตีนั้นพ้นตัวเธอไปได้อย่างเฉียวฉิว ซีวีไม่ปล่อยโอกาสโต้กลับให้รอดไปเธอระเบิดพลังแสงจากรอบตัวในทันทีที่ตั้งตัวได้ แต่กาดิออสไหวตัวทันยกดาบขึ้นบังแล้วเหวี่ยงตัวหมุนดาบขณะหลับตา ซีวีถีบตัวหลบออกมาได้ทัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเพียงไม่กี่วินาที
“ตาข้าาาา” อดอว์ตเตร้องเสียงหลง เอามือลูบตาป้อย ๆ เธอไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจู่ ๆ ซีวีจะปล่อยแสงออกมา
“สมกับสายเลือดเซเวียรา” จีดัสกอดอกยืนดู ท่าทางเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากแสงของซีวีเลย หรือจะเป็นเพราะแว่นใส ๆ นั่นมีบางอย่างซ่อนอยู่
ที่น่าหมั่นไส้ที่สุดก็คงจะไม่พ้นพวกโซนาตาทั้งสามที่หยิบแว่นดำออกมาใส่ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ที่สำคัญของแบบนั้นไปเอามาจากไหนกันนะ
“แน่ใจนะว่าก่อนที่พวกท่านจะสอนวิชาให้ เค้าไม่เคยฝึกวิชามาก่อน” มิเดลเลียถามพวกโซนาตาที่หาเก้าอี้จากไหนก็มารู้มานั่งดูการต่อสู้อย่างสนุกสนานเหมือนกำลังดูแข่งกีฬาก็ไม่ปาน
“นี่ถ้ามีข้าวโพดคั่วซะหน่อยก็ดีเลยนะ” โซนาตาพูดขึ้นลอย ๆ แต่ไม่มีใครในที่นั่นเข้าใจนอกจากเคสเทรล
“ระหว่างทางที่เดินทางมานี่ พวกเราสอนอะไรเธอนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะหัวไวขนาดนี้” โซนาตาคุยอวดลูกศิษย์อย่างภาคภูมิใจ เขาว่าพลางมองดูเธอที่กระโดดม้วนตัวหลบคมดาบได้อย่างง่ายดาย
กาดิออสเสือกดาบแทงไปด้านหน้าแล้ววาดดาบผ่านแนวนอน ซีวีก็เอนตัวหงายหลังติดพื้นหลบ เมื่ออีกดาบตวัดตามมาเธอก็ใช้มือยันพื้นตีลังกาถอยหลังหลบออกไปได้อีก
ทุกคนต่างตะลึงพรึงเพริดไปกับพรสวรรค์นั้น ในช่วงแรกกาดิออสยั้งมือเอาไว้มากก็จริงแต่เมื่อเริ่มสู้ยืดเยื้อก็ทำให้เขาพบว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วงเด็กสาวคนนี้มากจนเกินไป
“ยอดเยี่ยม ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอาจริงอีกระดับก็แล้วกัน” กษัตริย์แห่งแห่งมาดารัสเริ่มรู้สึกสนุก เขาควงดาบไปมาราวกับกำลังออกกำลังกายยามเช้า
“เฮ้ย เอาจริงรึนั่น” รีสเลย์ร้องเสียงหลง เมื่อเห็นสายฟ้าและลมสลาตันก่อตัวขึ้นรอบดาบของราชาไร้พ่าย
โซนาตาตบมือชอบอกชอบใจเมื่อเห็นกาดิออสเริ่มเอาจริง ในขณะที่เซกันทำได้แค่หันไปขอโทษขอโพยคนอื่นที่ลูกพี่ของตนแสดงท่าทีว่ากำลังสนุกอย่างลืมตัว
กาดิออสพุ่งตัวเข้าหาซีวีทั้ง ๆ ที่ดาบครูดกับพื้นแตกเป็นทางและพายุสายฟ้าก็ก่อตัวตามทางดาบขนานเป็นแนวยาว หญิงสาวรู้ตัวว่าท่าโจมตีทีเผลอแบบที่ใช้ไปก่อนหน้านี้จะใช้อีกไม่ได้ผลเป็นรอบที่สองอย่างแน่นอน และเธอไม่สามารถหลบไปหลบมาเช่นนี้ได้ตลอดเช่นกัน
สมองของซีวีคิดวิธีการรับมืออย่างรวดเร็ว แต่กาดิออสพุ่งตัวเข้ามาเร็วมากจนเธอต้องรีบเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้าย ถึงแม้กาดิออสจะวิ่งเลยผ่านไปแต่เขากลับหมุนตัวกลับมาในทันที เธอจึงตั้งใจจะกระโดดหลบอีกครั้งแต่ปรากฏว่าถูกกำแพงพายุสายฟ้าขวางอยู่เบื้องหน้าเสียแล้ว
กาดิออสเปลี่ยนเป็นดาบระเบิดอย่างกะทันหันแล้วเงื้อฟันด้วยความเร็วที่เธอก่อนหน้านี้ไม่มีทางหลบได้ทันเลยแม้แต่น้อย
ตูม!!!
พื้นเบื้องหน้าถูกดาบระเบิดกระจายเป็นหลุมขนาดใหญ่ แรงระเบิดส่งผลให้เศษดินกระจายคละคลุ้งเป็นฝุ่นบดบังการมองเห็น เมื่อควันจางลงพบว่าที่นั่นไม่มีร่างของซีวีอยู่แล้ว เธอกลับปรากฏตัวนั่งสำลักควันอยู่ไม่ไกลในสภาพไร้รอยบาดแผล
กาดิออสเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
“ทำได้ดีมาก เจ้าทำได้ยังไง” เขาเดินไปช่วยฉุดซีวีให้ลุกขึ้น
“ข้าลองสร้างภาพลวงตาจากแสง แต่ดูเหมือนว่าจะยังเร็วไปที่จะเอามาใช้” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าพลาดอะไรตรงไหน “แย่จัง ข้าตอบโต้อะไรไม่ได้เลย”
อดอว์ตเตที่ตาเพิ่งหายตาพร่าเดินเข้ามาจะแสดงความยินดี
“แค่นี้ก็เยี่ยมแล้วละ นั่นกาดิออสแห่งมาดารัสเชียวนะ ถ้าเธอโต้ตอบได้ ฉันคงตกใจจนเป็นลม ไม่ก็คิดว่าเธอเป็นสายสืบปลอมตัวเข้ามาแล้วล่ะ”
คำว่าสายสืบที่อดวอตว์เตพูดถึงกับทำให้พวกโซนาตาสะดุ้งโหยง
ซีวีรู้สึกอยากจีบปากจีบคอเลียนเสียงอดอว์ตเตเถียงกลับว่าถ้าเธอจะทำก็ทำได้ แต่ยังไม่กล้าทำออกไปเพราะรู้ว่ามันจะดูอวดดีและเสียมารยาทต่อหน้าผู้คน เธอมองหน้าของอดอว์ตเตแล้วก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด รู้สึกอยากเป็นมิตรกับอีกฝ่ายมาก ๆ
ใจของเธอถูกห้อมล้อมด้วยความรู้สึกราวกับเคยรู้จักกันและกันมาก่อน อบอุ่นและยินดีราวกับว่าได้โคจรมาเจอเพื่อนเก่า แต่การรู้สึกแบบนี้กันคนแปลกหน้า คงเพราะเธอถูกชะตากับอีกฝ่ายกระมัง
“ชักจะสนุกขึ้นมาแล้วสิ เอางี้ไหม ข้าจะสอนเรื่องคุณสมบัติแห่งแสงให้” จีดัสเริ่มนึกสนุกขึ้นมาด้วย แม้เขาจะไม่มีเวลามากนักแต่ถ้าได้เห็นการพัฒนาทักษะด้านต่อสู้ของซีวีคงน่าสนุกดี ถ้าหากเธอเข้าใจหลักการทำงานของแสงและคลื่น เธอจะต้องเก่งขึ้นอย่างแน่นอน
“เฮ้ เดี๋ยวก่อนสิ ข้าจะสอนเค้ายิงปืนบ้างนะ” อดอว์ตเตประท้วง
“ข้าเองก็อยากจะสอนดาบเพิ่มเติมให้นาง” กาดิออสร่วมวงด้วย
“…” เออร์มุนยืนเงียบไร้ตัวตนแต่ก็เหมือนจะประกาศตนว่าอยากสอนซีวีด้วย
“ห๊ะ เออร์มุน ท่านอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” รีสเลย์สะดุ้งโหยง
“ใจเย็น ๆ ก่อนสิคะ แต่ละคน ถามเธอบ้างรึยังว่าอยากจะให้สอนรึเปล่า” มิเดลเลียพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย “แต่ข้าเองก็อยากสอนเจ้าเหมือนกันนะซีวี”
ซีวีรู้สึกตื้นตันที่ถูกยอมรับและปฏิบัติด้วยราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวที่เธอไม่เคยมีมาเสียนาน แม้จะไม่รู้ว่าจะสามารถทำประโยชน์อะไรให้พวกเขาได้แค่ไหน แต่ซีวีก็สัญญากับพวกเขาว่าเธอจะพยายามอย่างเต็มที่
“ดูเหมือนพวกเราจะโดนเมินไปเรียบร้อยแล้วนะครับ” เซกันกระซิบ
“อะ แฮ่ม… ขอโทษนะ” โซนาตาเรียกร้องความสนใจ “ถึงจะไม่ใช่สายเลือดเอลเลนนอสแต่พวกเราก็อยากจะช่วยสู้สงครามนี้เช่นกัน”
ความสนใจทั้งหมดกลับมาอยู่ที่แขกทั้งสามอีกครั้ง
“พวกท่านช่วยพาซีวีมาถึงที่นี่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องปฏิเสธอยู่แล้ว ถ้าท่านต้องการเป็นทหารล่ะก็…” มิเดลเลียเริ่มร่ายยาวแต่ถูกขัดขึ้นก่อน
“เข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้อยากจะอยู่ในฐานะของทหารทั่วไปหรอก พวกเราอยากได้กำลังทหารและสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมประชุมสำคัญ” เคสเทรลชี้แจงแบบตรงไปตรงมา
“พวกเราไม่ได้มีกองทัพแบบกษัตริย์องค์อื่น ๆ ก็จริง แต่พวกเรามีทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อพวกท่านแน่ ๆ”
ความเงียบบังเกิดขึ้นอึดใจหนึ่ง จนกระทั้งกาดิออสเอ่ยปากขึ้นคนแรก
“ถ้าพวกเจ้ามีฝีมืออย่างที่ว่าไว้จริง ข้าจะเป็นคนออกหน้าให้เอง” กาดิออสออกปากแต่เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ยังไม่ได้คาดหวังอะไรกับพวกโซนาตานัก
“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน…” โซนาตาตบไหล่เซกัน “ทดสอบกับหมอนี่แบบเมื่อครู่ก็ได้”
โซนาตาท้าทายเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายหยิ่งในเกียรติยศแค่ไหน
“ท่านเป็นแขกจะให้เราทำแบบนั้นได้อย่างไร” มิเดลเลียรีบเข้ามาขวางเพราะกลัวเรื่องจะเลยเถิด เธอพยายามเกลี้ยกล่อมและบอกว่ากรณีของซีวีก็อย่างหนึ่งแต่เธอไม่คิดว่าควรจะทดสอบอะไรพวกโซนาตาด้วยวิธีแบบนั้น
“ท่านมิเดลเลียไม่ต้องเป็นห่วงแทนหรอก น้องชายผมคนนี้มีฝีมือพอตัว” โซนาตาแกล้งพูดถ่อมตัวแต่เขามั่นใจว่าเซกันไม่มีทางแพ้ใครง่าย ๆ แน่ ๆ เพราะว่าแม้แต่เขาก็ยังเอาชนะคน ๆ นี้ไม่ได้เลย
ทั้งคู่เดินมาประจันหน้ากัน กาดิออสควงดาบอัคดีและดาบวายุในสองมือไปมาก่อให้เกิดเป็นวงแหวนเพลิงพุ่งตรงไปยังเซกันแทนการทักทาย ส่วนชายหนุ่มก็ทำเพียงตวัดดาบด้วยความเร็วสูงเพื่อตัดห่วงเพลิงนั้นก่อนที่จะถึงตัว