Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 131: ศัตรูลึกลับจู่โจม

รีสเลย์ กษัตริย์หนุ่มแห่งเชสนา
กาดิออสพุ่งเข้าหาอย่างดุดันราวกับราชสีห์ที่พุ่งเข้าหาเหยื่อสอง ดาบฟาดฟันด้วยแรงราวช้างสารทำให้เหล่าคนดูต่างเสียวสันหลังวาบและอดคิดไม่ได้ว่ากาดิออสกำลังเอาจริงเกินไปหรือไม่ แต่เด็กหนุ่มก็ตอบโต้กลับได้ด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังล้อเล่นกับความตาย
“ความเร็ว พละกำลัง ความแม่นยำ นี่มันไม่ใช่ระดับที่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย” รีสเลย์มองการเคลื่อนไหวของเซกันด้วยความทึ่ง เขารู้ดีถึงความเก่งกาจของกาดิออสจึงเข้าใจถึงความเหนือชั้นของเซกันที่สามารถปะทะตรง ๆ กับราชาไร้พ่ายได้ขนาดนี้
“ใช่ พวกเราเจอคนเก่งมามากแต่ก็ไม่เคยเจอใครระดับนี้มาก่อน และที่สำคัญ” จีดัสชี้ให้รีสเลย์และมิเดลเลียดูที่ดาบที่มีสีดำสนิทตั้งแต่ด้ามตลอดจนใบมีด รังสีน่าขนลุกแผ่ออกมาจากตัวดาบตลอดเวลาแต่ถูกเซกันเองสะกดข่มเอาไว้
“ดาบชั้นยอด แต่มีอะไรบางอย่างที่อันตรายมาก” มิเดลเลียรู้สึกไม่ดีเมื่อเพ่งมองดาบเล่มนั้น เธอรู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ด้อยไปกว่าที่รู้สึกจากเทพปีศาจ
แน่นอนแหละที่เธอจะรู้สึกแบบนั้น เพราะดาบจันทราฮาร์เบลเล่มนี้ได้กักวิญญาณของเทพปีศาจเอาไว้นั่นเอง
อดอว์ตเตที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ พยักหน้าหงึกหงักเหมือนอยากจะมีส่วนร่วมแต่ไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนซีวีที่ชินกับการเคลื่อนไหวของเซกันไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงดูตื่นตระหนกนัก เช่นเดียวกับเธอที่ยังไม่ได้เอาจริงตอนสู้กับกาดิออส เซกันก็ยังออมมืออยู่ไม่น้อย
ขนาดที่ว่าเหล่าคนดูยังรับรู้ถึงความร้ายกาจของชายหนุ่ม กาดิออสผู้ประลองด้วยยิ่งรู้ซึ้งอย่างชัดเจน เขาเลิกออมมือให้ชายหนุ่มและหันมาทุ่มเต็มกำลังมาสักพักแล้ว และในที่สุดชายแก่หันมาใช้วืธีสุดท้ายคือใช้ดาบแห่งมาดารัสและดาบยักษ์แทน
“อ้าว ทำไมท่านกาดิอาสใช้ดาบคู่นั้นล่ะ ดาบสองเล่มนั้นไม่มีพลังพิเศษอะไรนี่” อดอว์ตเตได้ช่องอวดภูมิก็รีบวิจารณ์ขึ้นทันที
“เพราะลูกเล่นใช้ไม่ได้ผลยังไงล่ะ เขาเลยคิดที่จะตัดสินด้วยการใช้เชิงดาบ” จีดัสยังวิเคราะห์อย่างใจเย็นทั้ง ๆ ที่ภายในร้อนรุ่ม “เด็กหนุ่มที่ชื่อเซกันคนนี้ถ้าเป็นมิตรก็จะกลายเป็นผู้ที่ไว้ใจได้มากที่สุด แต่ว่าหากเป็นศัตรูล่ะก็คงจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายแน่ นอกจากนั้นพรรคพวกของเขาอีกสองคนก็อาจจะเป็นตัวอันตรายไม่ต่างกันก็เป็นได้
“พอเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณยังไม่ได้เอาจริงถึงที่สุด และถ้าเราทั้งคู่เอาจริงคงจะต้องจบลงที่ใครสักคนตายแน่ครับ” เซกันเก็บดาบเข้าฝักเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายต้องยอมรามือ หลังจากที่ปะทะกันอยู่นานมันก็ยังไม่รู้ผลและมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อในสภาพนี้ไปได้อีกหลายวัน
กาดิออสหยุดมือ เหยียดกายขึ้น และขณะที่หลายคนกำลังหายใจไม่ทั่วท้อง เขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
“ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว เจ้ายอดเยี่ยมมาก”
ชายแก่ยอมรับในความพ่ายแพ้แม้จะว่ารู้สึกเจ็บใจอยู่บ้างแต่เขาก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุด
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำตามสัญญา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าทุกคนจะได้เข้าร่วมประชุมกับเรา” กาดิออสยอมออกหน้า
แม้ว่าจีดัสยังรู้สึกระแวงคนแปลกหน้าทั้งสาม แต่เขาก็จำใจปล่อยทุกอย่างไปก่อน เขาภาวนาขอให้ตนแค่คิดระแวงมากไป เพราะถ้าพวกโซนาตาคือศัตรูที่แฝงตัวมาเป็นมิตร สงครามคราวนี้คงปั่นป่วนจนเขาจินตนาการไม่ออกเลยทีเดียว
จีดัสเฝ้าจับตาพวกโซนาตาตั้งแต่นั้น ไม่ว่าจะเป็นในงานเลี้ยงต้อนรับการเข้าร่วมกลุ่มของซีวี วันที่กาดิออสพาพวกโซนาตาไปเข้าเฝ้ากษัตริย์องค์อื่น ๆ เพื่อรับรองการเข้าทำงานในกองทัพพันธมิตร รวมไปถึงวันที่โซนาตาเข้ามาขอเข้าร่วมหน่วยวิจัยที่จีดัสทำงานอยู่ด้วย จีดัสมั่นใจว่าคนเหล่านี้มีเจตนาแอบแฝงมากกว่าแค่อยากจะร่วมต่อสู้กับกองทัพปีศาจแน่ ๆ
นอกจากนี้ไม่ใช่แค่เขาที่เป็นฝ่ายจับตามอง จีดัสรู้ว่าโซนาตาก็จับตามองเขาเช่นกัน
เขาพยายามค้นหาที่มาที่ไปของพวกโซนาตาแต่ก็ไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย
“จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนมีฝีมือขนาดนี้จะไม่มีใครรู้จักเลย” จีดัสครุ่นคิดพลางมองข้อมูลต่าง ๆ ที่สายสืบของเขารวบรวมมาได้ “คนกลุ่มนี้ปรากฏตัวขึ้นราวกับว่าพวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้” จีดัสทำได้เพียงสรุปแค่นั้น
“ยังเครียดเรื่องพวกนั้นอยู่อีกหรือ” รีสเลย์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเครื่องดื่มร้อน ๆ สองแก้ว
“เอ้านี่” ชายผมแดงส่งแก้วให้จีดัสที่ยังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบเอกสารใหม่เผื่อว่ายังมีอะไรตกหล่นอีกบ้าง
“พวกนั้นไม่มีที่มาที่มาจนเกินไป แล้วยังทักษะขนาดนั้นทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เอลเลนนอส”
“คิดมากเกินไปรึเปล่า ดูอย่างข้ากับเจ้าสิแต่ก่อนยังจะฆ่ากันอยู่เลย แล้วตอนนี้ก็กลายเป็นต้องมาอยู่ฝ่ายเดียวกัน บางทีพวกนั้นอาจจะอยากเข้าร่วมเพราะต้องการต่อสู้กับศัตรูของมนุษย์ทุกคนก็ได้” รีสเลย์หวนนึกถึงอดีตและรู้สึกสะดุดเองเพราะเผลอไปนึกถึงเรื่องเลวร้ายทั้งหลายที่ยังตามมาหลอกหลอนเขาจนถึงทุกวันนี้
“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นแค่ความระแวงเกินไปจริง ๆ” จีดัสฝืนยิ้ม หลังจิบเครื่องดื่มแล้วก็ออกปากไล่คู่กัดให้ออกไปจากห้องทำงานก่อนที่เขาจะทำให้ข้อมูลที่วางอยู่กระจัดกระจายเละเทะมากไปกว่าเดิม
กลุ่มของโซนาตาถูกแบ่งเป็นสามทาง ซีวีพักอาศัยอยู่กับเหล่าสายเลือดเทพคนอื่น ๆ และถูกเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกวิชา เซกันและเคสเทรลถูกทาบทามไปให้ร่วมกับกองทัพของประเทศหนึ่งที่เป็นกองทัพหน้าเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหาร
ส่วนโซนาตาก็ได้รับการบรรจุเข้าหน่วยวิจัยตามที่เขาต้องการ ที่นั่นเขาพบว่ายังมีอะไรอีกมากที่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ที่เขายังรู้เพียงผิวเผิน ไม่ว่าจะปัญหาเรื่องของเทพปีศาจที่ยังไม่ได้คำตอบ ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ทั้งหกที่เคยใช้เพื่อปิดผนึกเทพปีศาจเมื่อในอดีต ความลับและที่มาของชายชื่อเซเลนอสที่ก่อสงครามนี้ขึ้น
ไม่เพียงแต่งานเอกสารหรือการทดลองที่ทำให้ต้องอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมตลอดเวลา โซนาตายังมักจะหาเรื่องที่จะออกไปทำงานทดลองภาคสนามบ่อย ๆ ด้วย แน่นอนว่าคนของจีดัสที่ถูกใช้มาจับตามองเขาก็ติดตามไปด้วยทุกที่ด้วยข้ออ้างว่าโซนาตาจำเป็นต้องมีผู้ช่วย
วันนี้โซนาตาสามารถสลัดหลุดจากผู้ติดตามที่น่ารำคาญทั้งสองด้วยการปั่นหัวเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาแอบเอาของสำคัญของกองทัพออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว มันคือลูกแก้วอัคคีหนึ่งในหกลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
จากข้อมูลที่โซนาตาศึกษา ลูกแก้วทั้งหก ปฐพี วารี วายุ อัคคี นภา และ อัสนีคือสิ่งที่เอลเลนนอสในอดีตสร้างขึ้นมันเป็นสิ่งที่นำพาเทพปีศาจมาสู่แผ่นดินนี้และยังเป็นสิ่งเดียวที่หยุดมันได้ด้วย
โซนาตาเดาะลูกแก้วสีแดงในมืออย่างสบายอารมณ์ ก่อนที่จะเอามันมาส่องเล่น แสงในลูกแก้วที่หมองบ่งบอกให้เห็นว่าพลังของลูกแก้วนั้นแทบไม่เหลือแล้ว และนั่นคือสาเหตุให้กองทัพต้องดิ้นรนอย่างเด็มที่ที่จะหาทางฟื้นฟูพลังให้กับมัน
เสียงกระแอมทำให้โซนาตาประหลาดใจเพราะนึกว่าตนเองอยู่ตามลำพังในบริเวณนี้มาตลอด
“คงไม่ได้คิดจะเอาลูกแก้วไปใช่ไหมครับ”
ชายผมยาวสีเงินที่โซนาตาไม่คิดว่าจะตามหาเขาจนเจอพูดขึ้น
“เรื่องแกะรอยคนผมก็มั่นใจในตัวเองพอดู” จีดัสเปรยขึ้นแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ถาม
“ถ้าคิดจะขโมย ฉันคงไม่มามัวโอ้เอ้อยู่แถวนี้หรอก” โซนาตาตอบปัดรำคาญ เขายังคงเอาลูกแก้วมาส่องเหมือนหาอะไรบางอย่าง
“ลูกแก้วนั่นจะตอบรับเฉพาะกับเอลเลนนอสเท่านั้น” จีดัสเอื้อมไปคว้าแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นลูกแก้วสีแดงส่องสว่างขึ้นแบบเดียวกับที่มีปฏิกิริยากับสายเลือดเทพ
จีดัสกระโดดถอยมาตั้งตัวพร้อมกับเล็งธนูไปทางโซนาตาทันควัน
“เจ้าเป็นใครแน่” จีดัสรู้สึกหวาดหวั่น โซนาตาผู้นี้นับวันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหวั่นเกรง สำหรับผู้รอบรู้เช่นจีดัสแล้วตัวตนที่ไม่ชัดเจนของโซนาตาเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจที่สุด
โซนาตาโยนลูกแก้วสีแดงคืนจีดัสแทนคำตอบ “แทนที่จะกังวลกับพวกฉัน สู้กังวลกับเจ้านั่นแทนดีกว่าไหม” โซนาตาเหลียวมองโดยรอบของทั้งคู่ ดูผิวเผินรอบกายพวกเขาเป็นป่าโปร่งที่เงียบสงบ แต่แท้จริงแล้วใครบางคนได้แอบติดตามจีดัสมาและซ่อนตัวอยู่
ชายปริศนาเลิกซ่อนตัวและปล่อยจิตสังหารที่อดกลั้นมาตลอดเมื่อถูกจับได้ จีดัสจำได้ว่าเขาคือนายกองผู้หนึ่งของกาดิออส แต่จากความทรงจำของเขา ชายผู้นี้ไม่ได้มีฝีมือถึงขนาดที่จะตามจีดัสมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวได้
“ในที่สุดก็ได้เจอ น่าเสียดายมีตัวเกะกะอยู่ด้วย” นายกองผู้นั้นแสยะยิ้มมองไปทางโซนาตา “ท่านโซนาตา ดิอาลโน ผู้นำแห่งกลุ่มอะบีส”
ประโยคท้ายสุดทำให้แม้แต่โซนาตาก็ประหลาดใจ เขาไม่เคยเล่าเรื่องราวก่อนหน้านั้นให้ใครฟังโดยเฉพาะชื่อ “อะบีส” ก็ไม่เคยหลุดออกจากปากของเขาตั้งแต่มาถึงยุคนี้
“นายของข้า อยากจะคุยกับท่าน แต่ดูท่าจะต้องกำจัดตัวเกะกะก่อน” คราวนี้เขาหันไปทางจีดัส
จีดัสไม่ยังไม่เข้าใจว่าสถานการณ์ที่เจออยู่นี้คืออะไรกันแน่ แต่เขามั่นใจได้อยู่อย่างว่านายกองผู้นี้ไม่ใช่มิตรอย่างแน่นอน
ร่างครึ่งบนของนายกองผู้นั้นฉีกออกเป็นสองซีกอย่างน่าสยดสยอง รยางค์สีแดงเลือดงอกออกมาจากครึ่งร่างที่เหลืออยู่ ในขณะที่ใบหน้าที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนต่างแสยะยิ้มน่าขนลุก
จีดัสไม่รอคำตอบ ทันทีที่ตั้งสติได้เขาก็ระดมยิงธนูโดยมีร่างน่าเกลียดน่ากลัวนั่นเป็นเป้าหมาย สัตว์ประหลาดตนนั้นไม่สะทกสะท้านต่อการโจมตีนักแถมยังงอกเขี้ยวเล็บออกมาโดยรอบรยางค์สีเลือดของมัน
สัตว์ประหลาดที่เคยเป็นอดีตมนุษย์พุ่งเข้าใส่จีดัสราวกับไม่สนใจการโจมตีสวน ส่วนอีกฝ่ายก็ถูกบังคับให้สู้พลางถอยพลาง จีดัสโจมตีเพื่อทำลายรยางค์ยืดที่ถูกเหวี่ยงไป แต่ไม่ว่าจะทำลายไปเท่าไหร่มันก็จะงอกกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
จีดัสลองใช้เวทมนตร์ไฟยิงใส่ มันกลับยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม ราวกับสามารถดูดไฟเหล่านั้นมาเป็นแหล่งพลังงาน ทั้งรยางค์สีแดง ทั้งร่างที่เหลือแค่ครึ่งก็ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
โซนาตาไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะที่จีดัสใช้เวทมนตร์อีกหลายบท โซนาตาก็สามารถอ่านได้ว่าอีกฝ่ายพยายามซ่อนจุดอ่อนเอาไว้
“ใช้เวทสายฟ้า” โซนาตาตะโกน จีดัสลังเลเพราะเวทมนตร์ก่อนหน้านี้ทำให้ทุกอย่างแย่ลงแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเสี่ยง
“ธันเดอร์แคลป!”
ต่างจากสายฟ้าคราวก่อน คราวนี้มันได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ เขาเดาว่าครั้งที่แล้วที่ใช้เวทสายฟ้าศัตรูคงจะใช้วิธีการบางอย่างเช่นเวทเพิ่มความต้านทานสายฟ้า แต่เมื่อโดนซ้ำความต้านทานชั่วคราวก็สลายไป สายฟ้าในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายโดยที่ไม่ทำให้ศัตรูขยายขนาดขึ้น
จีดัสเห็นแบบนั้นแล้วจึงไม่ลังเล เขากระหน่ำร่ายธันเดอร์แคลปซ้ำอีกหลายครั้ง
“ธันเดอร์แคลป!/ธันเดอร์แคลป!” ครั้งสุดท้ายเป็นการร่ายเวทประสาน โซนาตาเองก็ใช้เวทเดียวกันผสมโรงเข้าไปด้วย การโจมตีครั้งนี้ทำให้ศัตรูตรงหน้าก็เหลือเพียงตอตะโก
“หนักมือไปหน่อยแฮะ เลยไม่รู้เลยว่าใครส่งมา” โซนาตายืนมองซากไหม้ ๆ ตรงหน้า เขาหยิบปากคีบมาเก็บชิ้นส่วนศพของสัตว์ประหลาดใส่หลอดทดลองที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ไม่รู้มาก่อนว่านายใช้เวทมนตร์นี้ได้ด้วย” จีดัสยังคงสงสัยไม่เลิก
“เฉพาะตอนนี้เท่านั้น” โซนาตายักไหล่ เขายังไม่ได้อธิบายว่าตนเองเลียนแบบมันมาจากจีดัสนั่นแหละ
“ข้า… ไม่สิ พวกเราทุกคนเชื่อใจเจ้าได้ใช่ไหม”
โซนาตาทำท่าครุ่นคิด
“เอาเถอะ นายมันฉลาดเกินไป ถึงจะปิดไปก็ไม่ได้อะไรล่ะมั้ง” โซนาตาเปิดปากยิ้มน้อย ๆ ตัดสินใจเล่าความจริงถึงที่มาที่ไปของตนเอง