Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 132: ไปเที่ยวตลาดกันเถอะ

นักล่าโจรสลัดอดอว์ตเต แอล แวรส์
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น สมาชิกของหน่วยวิจัยก็ต้องประหลาดใจเพราะเห็นจีดัสและโซนาตาต่างยกเอาหัวข้อวิจัยต่าง ๆ มาถกกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันราวกับว่าสนิทสนมกันเป็นอย่างดี กำแพงที่กั้นทั้งสองหายไปแล้ว ข้อมูลหลายอย่างที่จีดัสเคยตั้งใจปกปิดเอาไว้ก็ถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ส่วนโซนาตาเองก็ให้มุมมองใหม่ ๆ ที่ช่วยให้งานวิจัยพัฒนาได้รุดหน้า
พวกเขาไม่รู้ว่าจอมเจ้าเล่ห์สองคนได้ทำข้อตกลงอะไรกันไว้
“งั้นหรือ นี่คือเทคโนโลยีจากอนาคตสินะ” จีดัสมองผังของเครื่องจักรที่โซนาตาร่างขึ้น น่าเสียดายที่ต่อให้เป็นเขาก็ยังไม่เข้าใจองค์ประกอบทุกอย่าง เพราะบางสิ่งเป็นของที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคนี้
“ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามก็แล้วกัน หลาย ๆ ส่วนอาจจะดัดแปลงใช้เวทมนตร์แทนได้”
“ชักอยากจะเห็นยานของพวกเจ้า… ท่านซะแล้ว” จีดัสใช้ทั้งน้ำเสียงและระดับภาษาที่ฟังดูสุภาพกับโซนาตาจนหลาย ๆ คนในกลุ่มวิจัยรู้แปลกใจ
“ก็อยากให้ดูอยู่หรอก แต่ดูเหมือนยานจะไปตกไกลกว่าที่คิดไว้เยอะ” โซนาตายักไหล่
ยังไม่มีใครเลยที่รู้ว่าจีดัสได้ตอบตกลงรับข้อเสนอเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มอะบีสไปแล้ว หลังจากสงครามนี้จบ เขาจะติดตามโซนาตาเพื่อออกเดินทางไปด้วย
“ถ้าไม่ตายไปซะก่อนนะ” จีดัสพึมพำกับตัวเองยามจินตนาการว่าวันนั้นมาถึง
ด้านโซนาตา เขามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับงานที่แทบจะล้มทับ จึงแทบไม่ได้พบกับซีวีเลยตั้งแต่ครั้งสุดท้ายในการประชุมเมื่อหลายวันก่อน ซีวีเองก็คงมัวแต่วุ่นวายกับการฝึกฝน เธอเองจึงไม่มีโอกาสแวะมาหาเขาเช่นกัน
วันหนึ่ง ขณะที่โซนาตากำลังจะนำอาวุธใหม่ไปเสนอให้กับกองทัพ เขาก็พบกับเธอเข้า เด็กสาวที่เคยหน้าตามอมแมม ตอนนี้อยู่ในชุดที่งดงาม เธอดูราวกับเจ้าหญิงของประเทศใดประเทศหนึ่ง
“สวัสดี” เด็กสาวทักชายหนุ่มที่กำลังจะเดินผ่านไปพร้อมกับข้าวของประหลาดพะรุงพะรัง
“อาฮะ” เขาไม่แม้แต่จะหยุดมามองเธอด้วยซ้ำ ราวกับว่าทั้งคู่เป็นแค่คนแปลกหน้า เด็กสาวรู้สึกถึงความผิดปกติจึงหันกลับไปจะคว้าแขนเสื้อรั้งตัวเขาไว้ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจและปล่อยให้เขาเดินจากไปจนลับสายตา
วันแรกที่ซีวีจะเริ่มฝึกอย่างจริงจังกับทุกคนมาถึง
ก่อนหน้านี้เพราะสถานการณ์การรบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่มากขึ้นจึงเจียดเวลามาสอนเธอได้แค่พื้นฐานเท่านั้น ซีวีทำได้แค่ฝึกซ้อมสิ่งที่เคยเรียนรู้มาด้วยตนเองและที่โซนาตาเคยสอนเอาไว้
โซนาตาเองไม่ได้มาช่วยเธอฝึกวิชาอีกเลยหลังจากไปทำงานกับจีดัส และเขายังทำเย็นชาใส่เธอ ทำให้เธออึดอัด แม้เธอจะเป็นฝ่ายพยายามไปหาเขาตลอด แต่เขาก็จะพูดคุยให้สั้นที่สุดและพยายามจะตีตัวออกห่างเสมอ มันเห็นชัดจนทำให้เธอแอบไปนั่งนึกน้อยใจอยู่บ่อย ๆ
คิดถึงเขาแล้ว ใจของเธอถึงกับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และบางครั้งเธอก็แทบน้ำตาร่วง
“ซีวี ยังฟังเค้าอยู่รึเปล่าเนี่ย” อดอว์ตเตตัดพ้อเพราะถูกเมิน ขณะที่เธอพล่ามเรื่องเทคนิคการยิงปืนอันเลิศล้ำเสียนานแต่เพื่อนดันมัวแต่เหม่อ
“อ๊ะ ฟังสิ ข้าฟังอยู่” ซีวีรีบแก้ตัว
“เอาเถอะ พักก่อนก็แล้วกัน” อีกฝ่ายฉีกยิ้ม “ฝึกกับลุงกาดิออสอีกทีช่วงค่ำเลยใช่ไหม นี่ยังไม่เที่ยงเลย งั้นเราไปเดินตลาดกันเถอะ ไปกันแค่นี้แหละไม่ต้องเอาทหารไปก็ได้” อดอว์ตเตดวงตาเป็นประกายเมื่อพูดถึงเรื่องเที่ยวเล่นทั้ง ๆ ที่วันนี้เธอเพิ่งจะสอนวิชาให้ซีวีไปได้ไม่ถึงไหน
“จะดีเหรอ พี่สาวมิเดลเลียไม่อยากให้พวกเราไปไหนมาไหนกันเองนะ” ซีวีว่าพลางเลียนแบบเสียงที่ราวกับคุณแม่ที่ชอบดุลูกสาวเวลาพวกเธอเล่นซุกซน ลักษณะท่าทางเหมือนตอนที่มิเดลเลียใช้เวลาที่พวกเธอทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า
“เดี๋ยวข้าจะไปฟ้องพี่สาวว่าเจ้าล้อเลียนนาง” อดอว์ตเตแหย่แต่ซีวีรู้ว่าอีกฝ่ายเองก็ไม่กล้าหรอก เพราะว่าอดอว์ตเตเองก็ชอบแซวมิเดลเลียมากกว่าใครเพื่อน
“ถ้ากลัวจะโดนดุ เอางี้ งั้นพาทหารกับคนอื่น ๆ ไปด้วยก็ได้ ใช่แล้ว! ท่านจีดัสยังไง ตานั่นยังอยู่ที่ค่ายนี่” อดอว์ตเตคะยั้นคะยอ
ซีวีได้ยินชื่อจีตัสก็นึกถึงโซนาตาขึ้นมา
“แต่เห็นว่ามีงานสำคัญต้องดูแล อย่าไปกวนเค้าเลยดีกว่ามั้ง” เธอหลบตาอดอว์ตเต ใจดันคิดถึงโซนาตาขึ้นมาอีกแล้ว รู้สึกร้อนผ่าว น้ำตาจะรื้นออกมา
“ตานั่นเครียดเกินไปแล้วต่างหาก เครียดจนผมหงอกไปทั้งหัวแล้ว เราไปช่วยกันลากตัวเค้าออกมาดีกว่า” อดอว์ตเตชักแม่น้ำทั้งห้า น้ำเสียงร่าเริง ไม่ได้สังเกตให้ดีว่าซีวีดูเงียบขรึมลง
ในอาคารหลังหนึ่งที่ถูกเปลี่ยนจากโกดังเก็บของให้กลายเป็นห้องทดลองของกองทัพ จีดัสและโซนาตากำลังง่วนกับการทดลองที่เป็นความลับ
“นี่เหรอ เครื่องที่เจ้าว่า” โซนาตามองเครื่องกลขนาดใหญ่ตรงหน้าด้วยความทึ่ง เครื่องจักรแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้พบเจอบ่อย ๆ ในโลกที่มีวิทยาการเวทมนตร์เหนือว่าวิทยาศาสตร์ เขาทั้งเคาะและลูบ ๆ คลำ ๆ มันอย่างสนใจใคร่รู้
“เป็นเครื่องต้นแบบเท่านั้น” จีดัสเปรยขึ้น “ปัญหาคือเรายังรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้น้อยเกินไป”
จีดัสมองลูกแก้วสีฟ้าอ่อนที่ถูกบรรจุลงในเครื่องและถอนหายใจ
“ไม่หรอก ถือว่าสุดยอดแล้วล่ะ เวลาแค่นี้กลับรีเอนจิเนียริงได้… หมายถึงแก้ไขเวทมนตร์ในลูกแก้วพวกนี้น่ะ”
“ข้าไม่เคยภูมิใจกับสิ่งนี้หรอก ท่านก็รู้ว่ามันจะต้องแลกกับอะไร” จีดัสถอนหายใจอีกครั้งจังหวะเดียวกับที่เสียงของแขกที่มาเยือนที่แหลมบาดหูดังขึ้นจากข้างนอก
“จีดัสไปเที่ยวกับเถอะ” เสียงอดอว์ตเตมาก่อนตัว เอกลักษณ์ของน้ำเสียงชัดเจน
มาถึงก็ตรงดิ่งเข้ามาหาจีดัสที่พยายามจะหาอะไรทำให้ดูยุ่ง ๆ
“อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในที่แบบนี้เลยไปเที่ยวกัน” อดอว์ตเตรบเร้า
“ข้าทำงานอยู่ อย่าพูดเหมือนข้าว่างนักสิ” จีดัสถอนหายใจ ท่าทีอ้อน ๆ ของอดอวร์ตเต และความไม่สะทกสะท้านเวลาเขายืนกรานปฏิเสธชวนให้เขาใจอ่อนได้ทุกครั้ง อดอวร์ตเตเป็นคนที่รับมือได้ยากสำหรับเขา ลูกตื้อของเธอนั้นสามารถโน้มน้าวเขาได้อย่างไร้เหตุผล
“ไปกันหมดนี่เลยแล้วกันนะ” อดอว์ตเตชวนโซนาตาที่อยู่ที่นั่นด้วย
แม้โซนาตาจะเฉไฉหาเรื่องบ่ายเบี่ยง แต่อดอว์ตเตก็ตื้อชวนจนโซนาตาทนลูกตื้อไม่ไหว
ผลของการตื้อสมใจอดอว์ตเต จีดัส โซนาตาพร้อมทหารอีกหลายนายถูกลากมาด้วยอย่างไม่ค่อยเต็มใจ อดอร์ตเตเลือกตลาดของเมืองหนึ่งที่อยู่ใกล้กับค่ายทหารที่สุดเพราะคิดว่าอย่างน้อยมันก็น่าจะปลอดภัย
ตลาดแหล่งนี้คึกคักและมากไปด้วยผู้คนแม้ว่าจะอยู่ในช่วงศึกสงคราม ไม่รู้ว่าเพราะตอนนี้มีทหารจากต่างแดนถูกเกณฑ์เข้ามาร่วมรบหรือเปล่า มันทำให้ตลาดแถวนี้มีสินค้าแปลก ๆ มากขึ้นด้วย
โซนาตาที่บ่ายเบี่ยงไม่อยากมาด้วยในตอนแรกเผลอเพลิดเพลินกับการเลือกซื้ออุปกรณ์เวทมนตร์จากร้านชื่อดัง เขาสนใจที่จะแยกมันออกดูพื่อหาว่ามันทำงานได้อย่างไร มีอะไรอีกบ้างที่เขาจะนำไปสร้างอาวุธหรืออุปกรณ์ใหม่ ๆ ให้กองทัพได้
“ลุงเอาทั้งหมดอย่างละชิ้นนะ ของส่งไปที่หน่วยวิจัยของกองทัพ” โซนาตาเริ่มสนุกที่ได้ผลาญเงินของกองทัพเล่น ส่วนจีดัสเองพอได้ยินโซนาตาบอกว่าจะเอาของพวกนั้นไปทดสอบอะไรบ้างก็ดูสนุกสนานไปด้วยราวกับเด็ก ๆ
“ไอ้นี่ก็น่าสนนะ” จีดัสหยิบเอาดาบเวทมนตร์เล่มหนึ่งขึ้นมาสำรวจ ทั้งเขาและโซนาตามองหน้ากันและพยักหน้า
ซีวีไม่ได้สนใจข้าวของที่นำมาวางขายเพราะเธอมัวแต่มองโซนาตาที่ดูเย็นชากับตน เธอไม่แน่ใจว่าเธอทำอะไรให้เขาโกรธหรือเปล่า หรือว่าเขาน้อยใจเพราะว่าช่วงหลังมานี่เธอไม่ได้ไปพบไปเจอกับเขาเลยกันนะ
“มาแล้ว” โซนาตาสะกิดจีดัสซึ่งเขาก็รู้ตัวแล้วเช่นกัน
“คราวนี้มากกว่าหนึ่งด้วย” คำพูดของจีดัสทำให้ทั้งสองสาวไม่เข้าใจ
“วันนี้ยังไงก็ต้องจับตัวท่านไปให้ได้” ชายแปลกหน้าในชุดเสื้อคลุมสีมอซอพูดขึ้น อดอว์ตเตที่กำลังสวาปามลูกชิ้นถึงกับสำลักเกือบติดคอ เมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญฉีกผ้าคลุมออกและกลายเป็นสัตว์ประหลาดต่อหน้าต่อตา
“ระวัง!” จีดัสตะโกนบอกให้ทหารคุ้มกันระวังตัวแต่ช้าไปแล้ว ทั้งหมดถูกฆ่าในพริบตาโดยมนุษย์ประหลาดที่ล้อมอยู่ทั้งสี่ทิศ
“ตกลงนี่มันอะไรกัน” อดอว์ตเตโวยวาย
“จัดการพวกนี้ได้หมดก่อนค่อยว่ากัน” จีดัสยกคันธนูขึ้นและประเดิมการโจมตีก่อน
“เจ้านายของเราต้องการคุยกับท่านเท่านั้น ถ้ายอมทำตามดี ๆ ก็ไม่มีใครต้องเจ็บตัว” หนึ่งในศัตรูยังพยายามเกลี้ยกล่อม แต่คำพูดและการกระทำนั้นตรงกันข้าม เขาที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วแผ่จิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง เมื่อการเจรจาไม่สัมฤทธิ์ผล เหล่ามนุษย์ประหลาดก็โอบล้อมเข้ามาหมายจัดการทั้งสี่
ต่างคนต่างสู้โดยผลัดกันรุกผลัดกันรับ จีดัส อดอว์ตเต และ ซีวีนั้นไม่น่าแปลกใจเพราะว่าพอจะรู้ฝีมือกันดีอยู่ แต่โซนาตาที่เคยเห็นฝีมือคนอื่นเพียงเล็กน้อยก็ยังเข้าขากับทุกคนได้อย่างราบรื่นราวกับเคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานาน
ศัตรูทั้งสี่มีรูปร่างภายนอกแตกต่างกันเล็กน้อย ทุกตัวจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกัน บางตัวทนทานเวทมนตร์แต่อ่อนแอต่อการโจมตีทางกายภาพ ในขณะที่บางตัวการโจมตีด้วยอาวุธสร้างความเสียหายให้มันได้แค่เล็กน้อย แต่ความเสียหายจากเวทมนตร์กลับส่งผลรุนแรง
“กิกะไฟร์” คาถาเพลิงระดับสูงของจีดัสเผาผลาญหนึ่งในปีศาจที่เขาพบจุดอ่อนเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากการต่อสู้เริ่มขึ้น
ฉัวะ!
โซนาตาใช้มือเปล่าทะลวงส่วนที่คล้ายไหล่ของมนุษย์ประหลาดตนหนึ่ง พร้อมกับควักเอาหัวใจที่ซ่อนอยู่ของมันออกมาส่งผลให้มันร่วงลงไปทันที
“เสร็จไปสอง” โซนาตาตะโกนบอกกับจีดัสที่จัดการตัวแรกไปได้ก่อนเขาเพียงชั่วอึดใจ ประสบกาณ์ที่ทั้งคู่เคยเจอก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาสามารถค้นหาจุดอ่อนของศัตรูและเล่นงานได้อย่างทันท่วงที พวกมนุษย์ปีศาจที่ไม่กลัวตายยังต้องชะงักเมื่อเห็นพวกพ้องของมันโดนจัดการไปหลังจะที่การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มได้ไม่ทันไร
จีดัสจับคู่กับอดอว์ตเตเล่นงานศัตรูตัวต่อไป ส่วนโซนาตาก็เข้าไปช่วยซีวีที่กำลังย่ำแย่เพราะถูกอีกตัวโจมตีใส่ไม่ยั้งตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
เสนาธิการผมเงินแตะแว่นตาของเขาและพึมพัมคาถาอย่างแผ่วเบา อดอว์ตเตเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนั้นเองว่าทำไมชายหนุ่มถึงกำจัดศัตรูตัวแรกอย่างง่ายดาย แว่นตาของจีดัสถูกลงอาคมอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาล่วงรู้จุดอ่อนของศัตรูนั่นเอง
“เจ้านี่ไม่ได้แพ้เวทมนตร์” เขารู้จุดอ่อนของมันแล้วจึงหันมาใช้ธนูอย่างที่ถนัดอีกครั้ง ศัตรูเองก็ไม่ได้รอเฉยมันยิงเข็มพิษออกจากร่างกายเพื่อตอบโต้กลับมา
“แอร์โรว์เคอร์เทน!” ศรเงินที่จีดัสยิงออกไปแตกตัวเป็นลำแสงนับร้อยนับพัน นอกจากจะหยุดเข็มพิษที่มีจำนวนราวกับห่าฝนได้ทั้งหมดแล้ว ยังมีอีกไม่น้อยที่ทะลุพุ่งเข้าทำลายเป้าหมาย
อดอว์ตเตรวมจิตไว้ที่ปืนของเธอเพื่อหวังผลสังหารในครั้งเดียว จีดัสที่รู้งานเป็นอย่างดีจึงกระหน่ำโจมตีเพื่อซื้อเวลาให้กับเธอ
“ชาร์จช็อต” กระสุนจิตขนาดใหญ่ถูกปลดปล่อยออกจากปากกระบอกปืน พริบตาต่อมามันก็ขยายใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้นอีกเมื่อพุ่งออกไป จนเมื่อถึงเป้าหมายมันก็ใหญ่เสียจนสามารถคลุมร่างของเป้าหมายจนมิด
บรึ้มมมม…
เสียงระเบิดดังสนั่นจนไม่ว่าใครก็ต้องรีบอุดหู เมื่อฝุ่นควันจางลงพวกเขาก็พบกับร่างของมนุษย์ประหลาดที่ค่อย ๆ สลายหายไป
ศัตรูตัวสุดท้ายเห็นพรรคพวกของมันถูกกำจัดได้อย่างรวดเร็ว ก็ตระหนักได้ว่าพวกโซนาตานั้นแข็งแกร่งแค่ไหน พวกมันไม่มีโอกาสเอาชนะได้เลยถ้าไม่เดิมพันทั้งชีวิต
ร่างของมันค่อย ๆ บวมพองขึ้นเหมือนลูกโป่ง ซีวีและอดอว์ตเตได้แต่มองมันอย่างงง ๆ มีแค่จีดัสและโซนาตาที่เข้าใจทันทีว่าสิ่งนี้คืออะไร
“ระเบิด!!” พวกเขาตะโกนประสานเสียงกัน
จีดัสคว้าตัวอดอว์ตเตและกดลงกับพื้น ในขณะที่โซนาตาก็เข้าถึงตัวซีวีในวินาทีเดียวกัน
ตูมมมมมมมม…