Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 133: ฝึกเวทอัญเชิญกับมิเดลเลีย

มิเดลเลีย ฟรานซินโดเรีย สังฆราชินีและประมุขแห่งพามิลเลส
ทั้งสี่รอดปลอดภัยจากระเบิดโดยไม่บุบสลาย แต่ก็ต้องอดเสียวสันหลังไม่ได้ว่าหากหลบช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาทีผลที่ออกมาอาจจะน่าสยดสยองก็เป็นได้
“บอกว่าจะจับตัวไม่ใช่เหรอ แล้วไอ้ระเบิดเมื่อกี้มันหมายความยังไงกันฟระ” โซนาตาบ่นอุบอิบ
“พวกนี้ใครกัน ไม่สิ ตัวอะไรกันแน่” ซีวีโวยวายกับจีดัสที่ดูจะไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“บอกตรง ๆ ว่าเรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเจ้าพวกนี้เลย นอกจากเรื่องที่พวกนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใครบางคน”
“สร้าง!?” ซีวีทวนคำ เธอและอดอว์ตเตถามรายละเอียดเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรเพราะว่าจีดัสเองก็ไม่ได้รู้อะไรในเรื่องนี้มากไปกว่าพวกเธอเท่าไหร่
“ที่รู้ตอนนี้มีเพียงพวกมันไม่ใช่พวกเดียวกับเซเลนอส ไม่ใช่ทั้งมนุษย์ ไม่ใช่ทั้งปีศาจ” จีดัสสรุปขณะที่กำลังปิดตาของทหารหลายคนที่ถูกลูกหลงตายไปโดยที่ยังเบิกตาค้าง ซีวีพูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่รู้สึกเจ็บใจที่เมื่อเกิดเรื่อง เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลย
“เล่ามาให้หมดเลย มันเกิดเรื่องบ้าแบบนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อไร” อดอว์ตเตหน้างอหงุดหงิด
โซนาตาและจีดัสไม่ได้ตอบคำถามอะไรมากไปกว่านั้น แม้จะถูกย้ำถามอีกหลายครั้งและล้อมหน้าล้อมหลัง ซีวีรู้สึกน้อยใจที่พวกเขาทำราวกับว่าเธอและอดอว์ตเตเป็นเด็กทั้ง ๆ ที่ปากก็บอกว่าพวกเธอคือพรรคพวกคนสำคัญ
มือของซีวีกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เธอเลือกที่จะนิ่งเงียบ แต่ยังคงเดินตามโซนาตาและจีดัสไปโดยไม่ปริปาก ด้านอดอว์ตเตยังคงถามนั่นถามนี่ ขณะที่จีดัสก็แค่ทำเป็นเงียบไว้ สีหน้าของจีดัสเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง แต่เลือกที่จะไม่พูดออกมา คำถามของอดอว์ตเตที่ถามไปเรื่อย ๆ เริ่มเรื่อยเปื่อย ดูเหมือนเธอจะไม่อยากได้คำตอบแล้ว แค่อยากจะกวนประสาทจีดัสเฉย ๆ
“เฮ้! นี่… เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นปัญหาส่วนตัวของฉันกับจีดัสนะ” โซนาตาชะลอฝีเท้าและจำใจต้องอธิบายเพิ่มกับซีวี
“แต่ปัญหาส่วนตัวของนายเกือบจะทำให้พวกเราต้องตายไปด้วยแล้วนะ มีปัญหาอะไรก็บอกกันด้วยสิ”
“ก็ถึงพยายามอยู่ให้ห่างจากพวกเธอยังไงล่ะ กลัวว่าจะกลายเป็นเป้าหมายไปด้วย”
ถึงจะรู้ว่าเขาทำเพื่อเธอ แต่ซีวีก็ยังคงโกรธอยู่ดี เธอคิดว่าเขาคือคนสำคัญ และหวังว่าเขาจะมองเธอว่าสำคัญด้วย แต่ที่เขาทำมันเป็นแค่การคิดเองเออเองแบบที่ผู้ชายชอบทำพร้อมเหตุผลว่า “แบบนี้แหละดีที่สุดต่อทั้งสองฝ่าย” โดยไม่เคยคิดที่จะถามถึงความต้องการของเธอเลย
ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเป็นต้นมา ซีวีก็ฝึกฝนวิชาอย่างหนัก เธอฝึกยิงปืนกับอดอว์ตเตจนคล่องในเวลาอันสั้น ใช้เวลาอย่างมุมานะเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีแสงกับจีดัส ฝึกฝนวิชาดาบจากกาดิออสจนดาบแสงของเธอมีอานุภาพรุนแรงทัดเทียมกับอาวุธในตำนาน
พรสวรรค์ของเธอบวกกับความมุ่งมั่นและพื้นฐานที่โซนาตาเคี่ยวกรำยิ่งทำให้ซีวีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เธอเรียนรู้ทุกอย่างจนกาดิออสไม่มีสิ่งใดจะสอนอีกต่อไป และไม่นานหลังจากนั้น ซีวีก็พบว่าอาจารย์คนต่อไปของเธอคือมิเดลเลีย พี่สาวแสนสวยที่เธอแอบปลื้ม
“สวัสดีค่ะ ท่านมิเดลเลีย” ซีวีทักทายก่อนจะอ้อมแอ้มถามเสียงเบา “ท่านกาดิออสโกรธข้าหรือ วันนี้ถึงไม่ได้มาสอน” มิเดลเลียหัวเราะ “เปล่าหรอก กาดิออสฝากมาบอกว่าเจ้าเรียนจบแล้ว วันนี้ข้าจึงมาสอนต่อแทนยังไงล่ะ ถึงแม้ข้าจะถนัดเวทมนต์หลายอย่างก็จริง แต่ที่ถนัดที่สุดก็คือสายอัญเชิญ เอ้า รับนี่ไปสิ”
เธอส่งตำราเล่มหนาให้ซีวี เมื่อรับมาแล้วเปิดไล่ดูทีละหน้าก็พบว่ามันเป็นหนังสือภาพที่มีรายละเอียดและรูปของอสูรอัญเชิญหลายร้อยชนิดพร้อมวิธีการใช้งาน คุณสมบัติต่างๆ รวมทั้งวิธีการอัญเชิญ
ซีวีตื่นเต้นกับหนังสือในมือของเธอแต่ก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือมีมิเดลเลียบอกว่าในวันนี้มีคนขอมาเรียนเวทมนตร์อัญเชิญกับพวกเธอด้วย คน ๆ นั้นคือโซนาตานั่นเอง
ชายหนุ่มทักทายทั้งสองแค่พอเป็นพิธี ก่อนที่จะรับหนังสืออีกเล่มที่หน้าตาเหมือนกับที่ซีวีถืออยู่ไม่ผิดเพี้ยน ซีวีคิดว่าโซนาตาคงอยากจะง้อเธอ แต่เพราะนิสัยอวดดีและไม่ยอมใครจึงทำให้เขาเลือกที่จะหาวิธีอื่นทำให้เธอหายโกรธแทน แม้ว่าเขาจะยังดูนิ่ง ๆ แต่ซีวีก็เดาว่าเดี๋ยวเขาคงจะค่อย ๆ ชวนเธอคุย
“ฉันสนใจเวทมนตร์สายนี้มานานแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้เจออาจารย์ดี ๆ” ไม่มีใครรู้ว่าเขาสนใจจริงหรือว่าแกล้งพูดไปแบบนั้นเอง
“เวลามีจำกัด ข้าแนะนำให้พวกเจ้าเลือกที่ชอบมาสักตัวแล้วเน้นฝึกอัญเชิญแต่ตัวนั้นให้ชำนาญก็แล้วกัน”
“โห แต่ในนี้มีเป็นร้อย ๆ ตัวเลยนะคะ เยอะมากเสียข้าเลือกไม่ถูก ท่านพอจะแนะนำตัวไหนที่เหมาะกับข้าได้บ้างล่ะคะ” ในตำรามีเดวัลที่ท่าทางเก่งกาจมากมาย แต่ละตัวก็มีทักษะและคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกัน เธอหันไปมองทางโซนาตาเผื่อว่าเขาจะมีอะไรแนะนำบ้าง แต่เขาก็ดูจะสนใจแต่หนังสือของตัวเองเท่านั้น
“อืม…” มิเดลเลียครุ่นคิด “ถ้าจะให้แนะนำล่ะก็ควรเลือกตัวที่มีธาตุเดียวกับเจ้าจะดีกว่า จริงอยู่ที่นักอัญเชิญจำนวนไม่น้อยพยายามมีอสูรทุกธาตุเพื่อลบจุดอ่อน แต่ก็มีไม่น้อยที่เน้นอัญเชิญธาตุใดธาตุหนึ่งเท่านั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อย่างที่บอกไปตอนแรก เราคงไม่มีเวลามากขนาดฝึกอัญเชิญได้หลายตัว ฉะนั้นจะเน้นอัญเชิญตัวที่เป็นธาตุแสงหรือไฟเพื่อให้เข้ากับคุณสมบัติของเจ้าผู้มีสายเลือดเทพแห่งดวงอาทิตย์”
“ส่วนฉันไม่มีธาตุหลัก แต่ก็เข้าได้ดีกับความมืด ก็คงจะเหมาะกับเจ้าตัวนี้ล่ะมั้ง” โซนาตาเลือกอสูรอัญเชิญที่เขาถูกใจได้แล้ว เขาส่งให้มิเดลเลียดู เธอเห็นแล้วขมวดคิ้วแต่ก็รับหนังสือมาอ่านดูอย่างละเอียดอีกทีว่ามีอะไรที่เธอมองข้ามไปหรือไม่
“ข้าคิดว่าไม่เหมาะกับมือใหม่ แต่ถ้าเป็นท่านก็อาจจะใช้เจ้านี่ได้ก็ได้นะ”
ซีวีอยากจะแอบดูว่าโซนาตาเลือกอะไร แต่ก็ต้องหันกลับมาสนใจหนังสือตัวเองอีกครั้งเมื่อมิเดลเลียหันมาถามว่าเธอเลือกได้รึยัง เธอไล่นิ้วไปที่อสูรอัญเชิญในหมวดแสงสว่างทีละตัว ๆ จนเจอตัวที่เธอถูกใจ
“ตัวนี้แหละค่ะ”
“นี่นัดกันมารึเปล่า ทำไมเลือกตัวระดับแปดดาวกันทั้งคู่เลย”
“ข้าอัญเชิญไม่ไหวหรอคะ” ซีวีถามกลับ เธอไม่เข้าใจว่าระดับเปดดาวนี่มันระดับไหน
“ไม่รู้สิ เรามีสายเลือดเทพเรื่องพลังเวทมนตร์ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่มันจะมีปัญหาหลังจากเรียกออกมาแล้วเนี่ยแหละ ไม่รู้จะคุมไหวรึเปล่า แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้หรอกเนอะ” มิเดลเลียมองไปที่โซนาตา “ส่วนท่านเองเรื่องขีดจำกัดของพลังก็คงไม่มีปัญหาสินะ”
หลังจากที่ใช้เวลาท่องจำเวทมนตร์จนขึ้นใจ วันรุ่งขึ้นมิเดลเลียก็พาทั้งคู่ไปยังกระโจมแห่งหนึ่งซึ่งถูกจัดเตรียมขึ้นสำหรับการนี้โดยเฉพาะ ภายในเป็นห้องกว้าง ๆ ไม่มีเครื่องเรือนใด ๆ เลย มีเพียงลวดลายอักขระมนตราตามกำแพงกระโจมและพื้นเท่านั้น
“วันนี้เราจะมาลองเรียกอสูรอัญเชิญของซีวีก่อน”
ซีวียืนหันหน้าให้วงเวทย์เบื้องหน้า ส่วนมิเดลเลียและโซนาตายืนคุมเชิงอยู่มุมหนึ่งของกระโจม จนถึงตอนนี้โซนาตาก็ยังไม่ค่อยได้คุยอะไรกับเธอมากนัก แต่ที่ทำให้ซีวีสบายใจขึ้นคือเมื่อเธอเปิดปากชวนคุยก่อนเขาก็คุยตามน้ำไปได้
ซีวีละความสนใจจากโซนาตาชั่วคราว เธอมีสมาธิและบริกรรมคาถา พิธีกรรมเริ่มขึ้น อักขระทั้งหมดพลันเรืองแสงและเกิดแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยในอากาศราวกับตอบรับในพลังของเธอ
“ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อน จินตนาการว่าวงแสงนี้คือประตูแล้วพยายามจดจำความรู้สึกแบบนี้เอาไว้” มิเดลเลียสอนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อให้ซีวีผ่อนคลายตาม พลางร่ายเวทสนับสนุนไปด้วย ส่วนโซนาตาก็ได้แต่ยืนกอดอกดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปอย่างลุ้นระทึก
โซนาตาจับตามองซีวีตาแทบไม่กระพริบ เขาสัมผัสได้ว่าเธอกำลังเห็นบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ในมโนภาพของซีวี เธอกำลังมองเห็นประตูสีทองบานใหญ่ และแรงกดดันจากสิ่งที่อยู่อีกฟากของประตู
“ตอนนี้ อสูรที่เจ้าเรียกหาได้ค้นพบประตูนี้แล้ว เจ้าต้องแบ่งพลังเวทมนตร์ให้มันเพื่อที่จะให้มันปรากฏตัวในด้านนี้ได้” โซนาตาที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยพยักหน้าหงึกหงักเหมือนกับจะบอกว่า “อ๋อ แบบนี้นี่เอง”
ซีวีรู้สึกว่าพลังเวทมนตร์ของเธอกำลังถูกสูบออกจากร่างไปยังบานประตูนั้นอย่างรวดเร็ว บางอย่างอีกฟากนั่นกำลังพยายามจะข้ามออกมาจากประตู มันกระแทกประตูดังปึงปัง จากความรู้สึกตื่นเต้นยินดีในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวตกใจจากเหตุการณ์นี้ เธอค่อย ๆ ถอยหลังหนีแต่แรงกระแทกจากประตูแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“อย่ากลัว พวกเราอยู่ตรงนี้” เสียงโซนาตาแทรกเข้ามาในภวังค์ของเธอ น่าแปลกแค่คำพูดไม่กี่คำของเขาทำให้เธอรู้สึกสงบลง ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอื่น เธอมาอยู่ที่นี่ตรงนี้เพราะอยากจะตอบแทนทุกคนที่เห็นคุณค่าของเธอและนี่คือสิ่งที่เธอทำได้ เธอจะถอยไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“จากแสงดวงน้อยของหิ่งห้อย จนถึงแสงอันร้อนแรงแห่งรังสิมันต์ สรรพแสงแห่งชีวิตขอให้เจ้าจงช่วยข้าปัดเป่าขับไล่ความมืดแห่งความชั่วร้าย ข้าขออัญเชิญมังกรศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงที่สว่างไสวที่สุดมายังมิติแห่งโลกธาตุ ซุมโมนีอัส ลูเคม ลูเซนต์!” ซีวีท่องคาถาอย่างคล่องแคล่วพร้อมกับใช้มือวาดวงเวทประกอบไปด้วย
ประตูยักษ์สีทองปรากฏเบื้องหน้าเธออีกครั้งพร้อมกับพลังเวทมนตร์ที่ถูกสูบเข้าประตูอย่างหิวกระหาย สิ่งมีชีวิตเบื้องหลังประตูกระแทกสิ่งขวางกั้นไม่หยุด แต่ประตูก็ไม่เปิดออกเสียที กระทั่งบานประตูเริ่มปริร้าวเป็นทางยาวอีกทั้งยังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
อะไรบางอย่างกำลังมา!
ครืน!
ประตูพลันทลายลงพร้อมกับร่างของเธอถูกดีดออกมา รู้สึกตัวอีกทีพบว่าขอบเขตอาคมเบื้องหน้ากำลังเรืองแสงเจิดจ้า กรงเล็บสีขาวมหึมาปรากฏขึ้นกลางวงเวทย์และพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาจากโลกอีกด้าน แรงสั่นสะเทือนจากผลกระทบทำให้กระโจมถูกพัดปลิวไป กระนั้นพิธีกรรมก็ยังไม่ถูกทำลาย สิ่งมีชีวิตภายใต้กระโจมค่อย ๆ ก้าวข้ามเขตแดนมายังโลกฟากนี้ ร่างกายของมันขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั้งเผยให้เห็นร่างเต็มตา