Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 135: อันตรธาน

เออร์มุน เรสเซนไฮด์
ค่ายกองทัพพันธมิตรมนุษย์
“พวกมันมุ่งหน้าไปทวีปบริซาเนียงั้นเรอะ” กษัตริย์องค์หนึ่งในที่ประชุมถามย้ำ
“ก็ไม่น่าแปลก... พวกมันทำสงครามเพื่อทำลายมนุษยชาติ ถ้าอยู่ทวีปนี้ต่อไปแล้วเสียเปรียบก็เป็นธรรมดาที่อยากจะหาที่ตั้งหลักใหม่” กษัตริย์อีกองค์พูดขึ้น
“เจ้าพวกนั้น ทำสงครามแพ้มาโดยตลอด จนตอนนี้มีกำลังรบเหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น ข้าว่าพวกมันก็แค่หนีตายเท่านั้นแหละ”
โซนาตาคันปากอยากจะแทรกว่าแท้จริงแล้วกองทัพปีศาจนั้นเหลือไม่ถึงหนึ่งในห้าแล้วต่างหาก แถมผลงานส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ของคนที่อยู่ในห้องประชุมนี้เลย แต่มันแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของเหล่าทหารจำนวนนับไม่ถ้วนที่ไม่ได้มีโอกาสที่จะออกสิทธิ์ออกเสียงอะไร
ขณะที่กำลังประชุมถกเถียงเอาเป็นเอาตาย พวกเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายภายนอกทุกคนรีบวิ่งออกไปดู ท้องฟ้านั้นมืดสนิทอย่างผิดธรรมชาติ
“เป็นไปไม่ได้ นี่มันยังเพิ่งจะยามบ่ายเอง ทำไมท้องฟ้าถึงเป็นเช่นนี้”
ทหารรีบวิ่งเข้ามารายงาน เขาแจ้งว่าเหตุการณ์ประหลาดนี้ได้ถูกรายงานมาจากทั่วทั้งโลก
“ถ้าเป็นแบบนี้ทั้งโลก พวกผีดิบก็จะอันตรายขึ้นอีกเยอะเลยสิ” รีสเลย์พูดขึ้นแต่สิ่งที่จีดัสกลัวมิใช่แค่นั้น
“หวังว่าปรากฏการณ์นี้จะไม่ต่อเนื่องยาวนัก ไม่เช่นนั้นน่ากลัวว่านี่จะเป็นจุดจบของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลแน่…”
โซนาตา เซกัน และ เคสเทรลมองดูท้องฟ้ามืดสนิทนั้นด้วยความกังวลเช่นกัน น่าเสียดายที่เซกันก็จำไม่ได้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นและจบลงอย่างไร
ขณะที่ทุกคนกำลังวิตกกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า ทหารอีกนายก็วิ่งเข้ามารายงานกาดิออส
“มีรายงานจากทางมาดารัสว่า มีการพบเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังขนย้ายร่างเทพปีศาจครับ” กาดิออสและบีชมาพี่ชายต่างมารดาของเขาได้ยินเข้าก็มองหน้ากันเครียด ๆ
“สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ย้ายร่างเทพปีศาจ จะเป็นไปได้ยังไง” กษัตริย์โฮยาที่ได้ยินพูดแทรกขึ้น
“แน่ใจรึเปล่าว่าสิ่งมีชีวิตที่ว่านั่นไม่ใช่เทพปีศาจเหมือนกัน” รีสเลย์ถามย้ำ
“ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด แต่ผู้ที่พบเห็นยืนยันว่าสิ่งมีชีวิตนั้นคล้ายกับราชาแห่งพฤกษามารครับ”
จีดัสมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดสนิด ความมืดนี้คงเกี่ยวข้องกับราชาแห่งพฤกษามารและเทพปีศาจ นี่อาจเป็นสาเหตุที่เซเลนอสพยายามถ่วงเวลามาตลอด
“อย่าเพิ่งกังวลมากไป” โซนาตาเดินเข้ามาตบไหล่เสนาธิการหนุ่ม “มีโซนาตาผู้นี้อยู่ทั้งคน”
คำพูดโอ้อวดของโซนาตาควรจะทำให้จีดัสรู้สึกหมั่นไส้ แต่มันตรงกันข้ามเขายอมรับว่าอุ่นใจขึ้นเมื่อมีโซนาตาและพรรคพวกของเขาช่วยหนุนหลัง คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ แต่ทั้งสามช่วยทำให้จำนวนคนที่อาจจะต้องเสียสละลดลงไปหลายเท่า ไม่ว่าจะอาวุธรูปแบบใหม่ที่ใช้ได้ผลดีเยี่ยม วีรกรรมความกล้าหาญนับครั้งไม่ถ้วนที่เซกันและเคสเทรลทำมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มันคือกุญแจสำคัญช่วยให้กองทัพของพันธมิตรได้ชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า
บริซาเนียคือทวีปที่อยู่ตอนเหนือของโลกใกล้กับทวีปน้ำแข็ง ที่แห่งนี้จึงมักจะถูกปกคลุมด้วยหิมะแทบจะตลอดทั้งปี ประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดคือนอร์ธบริซาเนียซึ่งเป็นจุดหมายของทุกคน
มังกรแสงลูเซนต์บินแหวกม่านหมอกแห่งความมืดมุ่งหน้าสู่ทวีปบริซาเนียด้วยความเร็วสูงสุดในขณะที่ใช้กรงเล็บขนาดใหญ่ยกเรือทั้งลำไปด้วย
หลังจากเหตุการณ์ที่โลกตกอยู่ในความมืด พวกเขาก็ตัดสินใจว่าต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว และหากต้องรอเคลื่อนกำลังจากทวีปสู่ทวีปเสร็จสิ้นคงจะต้องกินเวลานาน ในตอนนั้นมนุษย์อาจจะจบสิ้นไปแล้วก็ได้ มังกรแสงของซีวีจึงเป็นตัวเลือกในครั้งนี้
เหล่ากษัตริย์องค์อื่นได้รับมอบหมายให้เตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้าย ในขณะที่ซีวี รีสเลย์ อดอว์ตเต จีดัส กาดิออส เออร์มุน และ มิเดลเลีย จะเป็นกลุ่มแรกที่เดินทางไปยับยั้งมหันตภัยครั้งนี้
แน่นอนว่าโซนาตาไม่ยอมอยู่เฉย เขาร้องขอแกมบังคับให้กาดิออสอนุญาตให้เขาและพรรคพวกติดตามไปด้วย เดิมทีกาดิออสอยากจะทิ้งคนมีฝีมือเอาไว้ที่ทวีปซีโรเปียบ้าง เพราะปีศาจแตกทัพบางส่วนยังถูกกวาดล้างไม่หมด แต่เมื่อจีดัสและรีสเลย์ช่วยพูดให้เขาจึงยอมตาม
ด้วยความช่วยเเหลือของลูเซนต์พวกเขาใช้เวลาไม่นานนักก็ข้ามมหาสมุทธจนถึงบริซาเนียได้ สิ่งที่พวกเขาพบขณะที่มองจากฟากฟ้าก็มีแต่เพียงซากปรักหักพังของอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง บ้านเมืองที่ลุกเป็นไฟ และซากศพที่กระจัดกระจายไปทั่ว
“นอร์ธบริซาเนียล่มสลายแล้ว” รีสเลย์พูดขึ้นอย่างเจ็บแค้น
ตามแผนเดิม พวกเขาต้องมุ่งตรงสู่เซาธ์บริซาเนียในทันที แต่ทุกคนเองก็ยังอยากเห็นสภาพของนอร์ธบริซาเนียกับตา และยังแอบหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าอาจจะช่วยใครได้บ้าง แต่สิ่งที่ได้พบก็มีเพียงร่างมหึมาของเทพปีศาจ
“อัลกีโรอา” จีดัสและรีสเลย์พูดขึ้นเกือบจะพร้อม ๆ กัน ร่างเทพปีศาจที่เคยเกือบจะทำให้ทวีปของเขาล่มสลายนั้นนอนสงบอยู่ที่เบื้องล่างนั้น
“ทางนั้นด้วย” อดอว์ตเตชี้ไปทางสิ่งที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นภูเขาแต่ที่จริงแล้วก็เป็นร่างของเทพปีศาจเช่นกัน
“นั่นก็ด้วย คุโรมา อิเดส เหมือนรูปปั้นที่เวนเซลเป๊ะเลย” ซีวีร้อง เธอเองยังไม่อยากจะเชื่อที่จีดัสเคยเล่าว่าเมืองเธอนับถือปีศาจเป็นเทพจนกระทั่งได้มาเห็นตัวชัด ๆ ในวันนี้ แรงกดดันที่สัมผัสได้แม้ว่ามันจะอยู่ในสภาพหลับนั้นมันเป็นพลังแห่งความมืดอย่างชัดเจน
“เดสคารินกา ชินกิ ฮาร์เบล เนครอส จาเคววา อิโคนัส” จีดัสไล่ชื่อเทพปีศาจทีละตน ๆ อย่างสิ้นหวัง
“ไอ้พวกบ้าพวกนั้นคิดจะปลุกเทพปีศาจทั้งหมด…” กาดิออสพูดขึ้นลอย ๆ
“แต่นี่มันเงียบสงบเกินไปแล้วนะ” โซนาตาตั้งข้อสังเกต จีดัสนึกขึ้นได้ว่านอกจากร่องรอยที่ทิ้งไว้แล้วเขายังไม่พบกับกองทัพปีศาจเลยแม้ว่าจะบินมานานขนาดนี้
ลูเซนต์พาทุกคนมาถึงเซาธ์บริซาเนียโดยสวัสดิภาพ ประเทศแห่งนี้ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีแม้ว่าจะมีร่อยรอยความเสียหายจากสงครามบ้างประปราย
“ประหลาดมาก” จีดัสเห็นสภาพของเซาท์บริซาเนียแล้วก็ยิ่งประหลาดใจ เขาอธิบายกับคนอื่นว่าหากกองทัพปีศาจเคลื่อนทัพจากตอนเหนือลงสู่ตอนใต้ เซาธ์บริซาเนียก็น่าจะอยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างจากนอร์ธบริซาเนียที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา แต่นี่ไม่ใช่
ถ้าแบบนั้นกองทัพปีศาจหายไปไหนแล้วล่ะ!
ทันทีที่ลูเซนต์วางเรือที่บรรทุกพวกเขาลง ทหารทั้งหลายก็กรูกันเข้ามา แม่ทัพของเซาท์บริซาเนียเข้ามาตอนรับพวกเขาด้วยความยินดีเพราะได้รับการติดต่อมาก่อนหน้านั้นแล้ว
“มันเกิดอะไรขึ้น” จีดัสถาม แต่ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบเขาก็พบกับคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา กลุ่มนายทหารที่แต่งเครื่องแบบที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ในประเทศนี้
“อาร์คุส!!” อดอว์ตเตร้องเมื่อเห็นคนรู้จักของเธออยู่ในกลุ่มนั้น อาร์คุสผู้นี้เป็นผู้บัญชาการของทัพเรือของประเทศลีโอตาร์ที่มีกองทัพเรือเข้มแข็งที่สุดในโลก ตัวของเขาเองนั้นก็เป็นจอมเวทย์ฝีมือเยี่ยมเพราะเคยได้รับการชี้แนะจากจีดัสมาก่อน
“อาจารย์น้อย” อาร์คุสเข้ามาทักทายจีดัสก่อน และจึงทำความเคารพเหล่าสายเลือดเทพคนอื่น ๆ
“เกิดอะไรขึ้น กองทัพปีศาจล่ะ” รีสเลย์ถามซ้ำอีกครั้งด้วยความร้อนใจ
“ทัพเรือของฝ่ายเราต้านการโจมตีของราชาปีศาจไม่สำเร็จ พวกนั้นขึ้นฝั่งที่เบริพอร์ทได้เมื่อหลายวันก่อน แต่หลังจากนั้น…” อาร์คุสตอบอึกอัก ชายอีกคนที่อยู่กับเขาจึงอาสาที่จะอธิบายเอง
“ข้าคือกาเวน…” ชายผมยาวสีน้ำตาลแนะนำตัว “หัวหน้าอัศวินจากเบริพอร์ท นอร์ธบริซาเนีย” อดอว์ตเต และ ซีวีไม่คุ้นกับชื่อนี้แต่คนอื่น ๆ ล้วนแต่เคยได้ยินชื่อนี้มาบ้างไม่มากก็น้อย กาเวนผู้นี้ก่อนที่จะมาเป็นอัศวินให้นอร์ธบริซาเนียเขาเคยเป็นนักดาบชื่อดังที่ออกเดินทางฝึกวิชาไปทั่วโลก
“กองทัพของเราต้านทานพวกมันไม่ได้เลย เมืองแล้วเมืองเล่าถูกพวกมันเล่นงานจนแตกพ่าย กองทัพปีศาจรุกคืบประชิดพรมแดนของเซาธ์บริซาเนีย แต่แล้วพวกมันก็ถูกโจมตีโดยอะไรบางอย่างแล้วก็อันตรธานหายไปจนหมด”
“ถูกโจมตี? หายไปไม่เหลือแม้แต่ศพ?” จีดัสพึมพำ
“เป็นไปได้ไหมว่าพวกนั้นถูกส่งกลับไปเนเธอร์เวิลด์” โซนาตาถามมิเดลเลียที่น่าจะรู้ดีที่สุดแต่เธอส่ายหน้า “คาถาที่นำพวกนั้นมาสู่โลกนี้เป็นคาถาที่พิเศษ พวกนั้นจะไม่มีทางถูกคาถายกเลิกการอัญเชิญง่าย ๆ”
ซีวีไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าจะหมายถึงสงครามจบลงแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมทุกคนถึงดูเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิมอีก โซนาตาเห็นเธอทำหน้างงก็สะกิดให้มองท้องฟ้าที่ยังคงมืดสนิท มันทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าความมืดนี้เกิดขึ้นจากราชาปีศาจ แสดงว่าอย่างน้อยราชาปีศาจก็ยังอยู่
“ส่งกลุ่มสำรวจไปตรวจสอบดูหรือยัง” กาดิออสถาม
“เคยส่งไปหลายครั้งแล้วครับ… แต่ก็คว้าน้ำเหลว พวกเราไม่รู้อะไรเลย” แม่ทัพเซาธ์บริซาเนียชี้แจง
จีดัสระแวงว่านี่คือกับดัก แต่ว่าการเฝ้ารอเฉย ๆ ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเพราะเวลาที่เทพปีศาจหลุดจากผนึกก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ หลังจากพูดคุยปรึกษากัน ทุกคนจึงได้ข้อสรุปที่ว่าจะแบ่งกลุ่มพวกเขาออกเป็นสองส่วน กลุ่มแรกกาดิออสและเออร์มุนอาสาที่จะอยู่โยงเพื่อรอการมาของกองทัพพันธมิตรที่กำลังเดินทางข้ามทะเลมา กลุ่มที่สองคือ รีสเลย์ จีดัส ซีวี อดอว์ตเต โซนาตาและเซกัน
“เดี๋ยวสิ ฉันก็อยากจะไปด้วย” เคสเทรลไม่อยากจะปล่อยให้โซนาตาไปไหนโดยไม่มีเขาคอยระวังหลังให้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พิลึกพิลั่นแบบนี้
“ไม่ต้องห่วง ทางนี้มีพวกขี้ระแวงอยู่คนนึงแล้ว” โซนาตาเหล่ไปทางจีดัสที่กำลังตรวจสอบแผนที่และทางหนีทีไล่อีกรอบ
“ข้าได้แผนที่เส้นทางลัดมาแล้ว ถ้ากองกำลังส่วนแรกเดินทางมาถึงเราจะเข้าไปสมทบด้วย” กาดิออสอธิบาย
“ส่วนทางนายนี่เป็นโอกาสที่ดีแล้วนะที่ได้จะคุยกับพี่สาวคนนั้น” โซนาตากระซิบ