Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 136: สำรวจดินแดนร้าง
เคสเทรลรู้ว่าโซนาตาหมายถึงใคร แต่เขาก็ยังคงปากแข็งไม่ยอมรับว่าเขารู้สึกสนใจเธอตั้งแต่แรกเห็น “ไม่ต้องมายุ่งเรื่องคนอื่นเลย” เขารีบตัดบท
“ทุกคนระวังตัวด้วยนะ” ซีวีย้ำกับทุกคนที่จะต้องไปออกสำรวจ
“เธอน่ะอยู่ทางนี้” โซนาตาและรีสเลย์ประสานเสียงใส่ซีวีที่เอ่ยราวกับจะไม่ได้ไปด้วยกัน
เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย จีดัสจึงเสนอให้ใช้ลูเซนต์ช่วยในการเดินทาง ความมืดตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการค้นหามากนัก จีดัสถอดแว่นที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นแว่นสายตาออกและเพ่งมองลงไปเบื้องล่าง แต่ก็ไม่พบอะไร ไม่ต่างจากครั้งแรกที่พวกเขาเคยผ่านอาณาจักรนี้
แท้จริงแล้วแว่นของจีดัสไม่ใช่แว่นสายตา แต่ตรงกันข้าม เพราะเขาสายตาดีเกินไปจึงใส่แว่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้สายตาต้องรับภาระมากจนเกินไปนั่นเอง แต่แม้จะมีสายตาที่แหลมคมเหมือนเหยี่ยว จีดัสก็พบแต่ความสงบราวกับเบื้องล่างเป็นเพียงสุสานที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้าง
หลังจากรอคอยอยู่นาน ในที่สุดความอดทนของรีสเลย์ก็หมดลง เขาตัดสินใจที่จะลองเดินเท้าสำรวจดูแม้ว่านั่นอาจจะทำให้ถูกซุ่มโจมตีก็ได้
ทั้งหกชีวิตที่ลงเดิน ออกสำรวจโดยเริ่มจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่กลายสภาพเป็นหมู่บ้านร้างไปแล้ว พวกเขาไม่พบร่องรอยการต่อสู้เลยจึงคาดว่าชาวบ้านส่วนใหญ่อาจจะอพยพไปก่อนที่กองทัพของเซเลนอสจะเดินทางมาถึง
คณะของพวกเขาตัดสินใจพักที่นั่นแม้ว่าจีดัสจะไม่ค่อยเห็นด้วยนักก็ตาม
“อย่าไปคิดมากสิ มีหมอนี่คนเดียวก็เหมือนกับมีคนนับแสนเลย” โซนาตาตบหลังเซกัน
จีดัสขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย จึงจำยอมให้ทุกคนค้างภายในหมู่บ้าน เท่าที่สำรวจเขาก็ไม่พบว่าจะมีอะไรดักซุ่มหรือกับดักอะไร หากพวกเขาซุ่มเงียบอยู่ที่นี่ก็น่าจะผ่านคืนนี้ไปได้โดยไม่มีปัญหา
“เอ้า นี่” โซนาตาส่งแก้วเหล้าให้กับจีดัสที่ยืนงงอยู่
“พอดีไปค้นเจอน่ะ เสบียงที่ถูกทิ้งไว้ก็มีเพียบเลย” รีสเลย์แบกลังหลายใบลงมาวาง ส่วนเซกันกำลังจะจุดไฟใส่กองฟืนที่เขาเตรียมมาไว้แต่ถูกหยุดโดยรีสเลย์
“เดี๋ยวก่อน” รีสเลย์ห้ามเอาไว้ “เรื่องจุดไฟข้าถนัดที่สุด”
“ลมหายใจเพลิง” รีสเลย์พ่นลมหายใจเพลิงใส่กองไม้ที่ถูกวางไว้สูง เกิดเสียงระเบิดและไฟลุกขึ้นสูง
“เฮ้ย ทำอะไรกันน่ะ” จีดัสร้องเสียงหลง
“ก่อกองไฟยังไงล่ะ อย่าบอกนะว่าอัจฉริยะอย่างจีดัสไม่รู้จักกองไฟ” อดอว์ตเตแหย่ ส่วนซีวีก็ได้แต่หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นจีดัสทำหน้าเจื่อนซึ่งไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก
“เออ กองไฟน่ะรู้จัก แต่ถามว่าจะจุดทำไม พวกเราเข้ามาเพื่อสืบข่าวนะ เดี๋ยวพวกมันได้แห่กันออกมาหรอก” จีดัสอธิบายอย่างใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ที่เราปวดหัวกันอยู่ก็เพราะศัตรูมันหายหัวไปหมดไม่ใช่เรอะ ถ้ามันโผล่มาก็ดีสิจะได้รู้กันไปเลย” รีสเลย์ตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
จีดัสพยายามหาคนที่ยังมีสติครบถ้วนและไม่บุ่มบ่าม จึงหันไปหาซีวี แต่ก็พบว่าทั้งเธอและอดอว์ตเตก็เข้าไปร่วมวงกับคนอื่นเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่อาสาที่จะแสดงฝีมือในการทำอาหารโดยออดอว์ตเตตั้งใจเป็นลูกมือ
เสนาธิการหนุ่มกุมขมับ แต่หลังจากที่ปลงสักพักก็อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นทุกคนดูมีความสุข ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาทุกคนต้องต่อสู้มาตลอด ความเครียดความเหนื่อยล้าก็คงจะสะสมมาจนเกือบถึงขีดสุดแล้ว นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พักก็ได้
คืนนั้นทุกคนกินเลี้ยงและร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ยกเว้นแต่จีดัสที่เฝ้าระแวงตลอดคืนว่าจะถูกลอบโจมตีหรือไม่จนแทบไม่ได้พักสายตา แต่จนกระทั่งรุ่งอรุณมาเยือนก็ยังไม่มีวี่แววของศัตรูแม้แต่น้อย รีสเลย์ที่เห็นเขาไม่ยอมพักผ่อนจึงแปลงร่างเป็นมังกรและบินสำรวจจนทั่วเพื่อยืนยันให้เขาคลายความกังวลใจลงบ้าง
หลังงานเลี้ยง พวกเขายึดเอาบ้านหลังโตหลังหนึ่งเป็นที่พัก โชคดีที่มันเพิ่งจะร้างไม่นานจึงแทบจะไม่ต้องเก็บกวาดทำความสะอาดอะไรเพิ่มเลย ทุกคนมารวมตัวอยู่ในห้องใหญ่ที่มีเตาผิง หวังว่าคืนนี้จะผ่านความหนาวเหน็บไปได้
“สงครามจบแล้วพวกนายจะทำอะไรต่อ” โซนาตาเปิดประเด็นขึ้นขณะที่หลาย ๆ คนกังวลถึงวันพรุ่งนี้ที่ยากจะคาดเดาว่าต้องเจออะไรอีกบ้าง
“ข้าจะกลับไปล่าโจรสลัดต่อ” อดอว์ตเตพูดเสียงใส “ตอนนี้เค้าเก่งขึ้นเยอะแล้วด้วย คราวนี้จะล่าพวกค่าหัวสูง ๆให้เกลี้ยงทะเลเลย”
“ว้าววว น่าสนุกจัง ข้าไปด้วยจะดีไหมนะ” ซีวีดูจะตื่นเต้นไปด้วยเมื่อนึกถึงการผจญภัยต่าง ๆ ที่อดอว์ตเตเล่าให้ฟังสมัยที่เธอยังเป็นน่าล่าโจรสลัด
“ถ้าชอบผจญภัยนักมากับฉันดีกว่า รับรองว่าจะได้เจออะไรที่ไม่เคยได้เจออีกเยอะ” โซนาตาเกลี้ยกล่อมซีวีและเห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มลังเล
“ส่วนข้าก็คงจะกลับเชสนาล่ะมั้ง อยากจะทำหลุมศพใหม่ให้… พวกเธอ” รีสเลย์พูดถึงราชินีของเขา ลูกน้อย และ น้องภรรยาที่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้จนกระทั่งต้องตายตกตามกันอย่างน่าเวทนา “อาจจะสายไปแล้วแต่ข้ายังอยากจะทำอะไรเพื่อพวกนางบ้าง” มันเป็นน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดของชายผู้หัวใจสลาย
“นั่นสินะ ข้าก็อยากกลับโดนาเมส ถ้าไม่ติดที่ว่าประเทศทั้งประเทศโดนเป่ากระจุยหายไปหมดแล้วนี่สิ” คำพูดของจีดัสเหมือนจะเป็นมุกตลกแต่เขาหมายความตามนั้นจริง ๆ เทพปีศาจที่ตื่นขึ้นมาก่อนทำลายประเทศของเขาจนไม่เหลือซากก่อนที่จะหลับไปอีกครั้ง ทิ้งไว้แต่ที่ราบเวิ้งว้างที่ปราศจากชีวิต
“เฮ้ย ๆ นายรับปากจะไปกับฉันแล้วนะ” โซนาตาประท้วง “ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด”
“เจ้าเล่ามาบ้างแล้วว่ามาจากไหน แต่เราจะไปที่ไหนกันนะ” รีสเลย์รำพึงออกมา
“ไม่ต้องสนใจหรอกว่าที่ไหน แค่สนใจว่าไปกับฉันก็พอ” โซนาตาแสยะยิ้ม
รุ่งอรุณมาถึงอีกครั้ง แต่แสงตะวันไม่ปรากฏ เป็นอย่างที่คาดไว้ ท้องฟ้ายังคงมืดมิดปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีดำที่ไม่มีทีท่าจะหายไป
“อัศวินมังกรนี่แปลงร่างเป็นมังกรได้ทุกคนเลยหรือเปล่า” โซนาตาเริ่มชวนรีสเลย์คุยทันทีที่เริ่มออกเดินอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะเกลียดบรรยากาศที่เงียบสงบมากเกินไปจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นหรือเสียงลมหายใจตัวเอง หรือไม่เขาก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้ตัวเองอยากรู้อยากเห็นในทุกๆเรื่องได้
“เท่าที่รู้ก็ได้ทุกคนน่ะแหละ แต่จะว่าไปข้าเองก็เพิ่งจะแปลงได้ดังใจไม่นานมานี้นี่เอง”
“น่าสนใจดี” โซนาตาอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่รีสเลย์เป็นคล้ายกับเผ่าพันธุ์นึงที่เขารู้จักเป็นอย่างดี เขาลองคิดเล่น ๆ ว่าหากในอนาคตมีโอกาสได้พรรคพวกที่เป็นอัศวินมังกรมาเป็นสมาชิกกลุ่มอะบีสก็คงจะดีไม่น้อย
“แล้วนายล่ะ ตกลงทำอะไรได้กันแน่ เวทมนตร์ก็ใช้ได้สารพัด วิชาต่อสู้มือเปล่าก็พิสดาร แถมยังความรู้เรื่องจักรกลนั่นอีก” คำถามของรีสเลย์ตรงประเด็นที่สุด ซีวีเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเธอก็สงสัยมาตลอดแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบ
“เอาเป็นว่าฉันเป็นนักรบที่ใช้พลังพิเศษได้สารพัดก็แล้วกัน”
อดอว์ตเตได้ฟังก็รู้สึกฉุนนิด ๆ คน ๆ นี้พอเป็นเรื่องของคนอื่นก็ดูจะสนใจใคร่รู้ไปเสียทุกอย่าง แต่พอเป็นเรื่องของตัวเองกลับทำเป็นมีลับลมคมในซะอย่างนั้น เวลาถามมาก ๆ ชอบเฉไฉ คนเดียวที่ดูรู้เรื่องเกี่ยวกับเขามากกว่าคนอื่นคงเป็นจีดัส แต่พออดอว์ตเตถามจีดัสเกี่ยวกับโซนาตา จีดัสก็จะเฉไฉคุยเรื่องอื่นแทน
จีดัสเคยบอกกับอดอว์ตเตว่าที่มาที่ไปของโซนาตานั้นต้องเล่านาน และเธอก็ไม่ใช่ประเภทอยู่เฉย ๆ ฟังได้ เขาเลยไม่อยากเริ่มเล่า
“สตีลมายด์” อยู่ ๆ โซนาตาก็พูดขึ้นเอง “พลังนี้ทำให้ฉันสามารถเลียนแบบพลังพิเศษหรือเวทมนตร์ของใครก็ได้ที่เข้ามาในระยะ”
จีดัสเป็นคนเดียวที่ไม่แปลกใจกับข้อมูลนี้ เขาก็พอจะเดาได้เลา ๆ ว่าความสามารถของโซนาตาน่าจะเป็นลักษณะนี้ จะมีที่ประหลาดใจอยู่บ้างก็ตรงที่โซนาตายอมบอกข้อมูลเหล่านี้ออกมาจากปากตัวเองมากกว่า
โซนาตาแสดงความสามารถของเขาโดยการเลียนแบบทักษะของคนอื่น ไม่ว่าจะการยิงกระสุนจิตของอดอว์ตเต เวทมนตร์ของจีดัส ลมหายใจมังกรของรีสเลย์ หรือแม้แต่การควบคุมแสงของซีวี ทุกคนต่างรู้สึกทึ่งกับลูกเล่นที่หลากหลายของเขาจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าพวกตนกำลังอยู่ในเขตแดนของศัตรู
ฟุบบ
เสียงใบไม้ไหวพร้อมกับเงาที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว รีสเลย์ไม่รอช้าเขาวิ่งตามมันไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของจีดัส กลุ่มที่เหลือไม่มีทางเลือกจึงได้แต่วิ่งตามกษัตริย์หนุ่มผมแดงไปเพราะจะปล่อยเขาไปคนเดียวไม่ได้
จีดัสพบอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องชะงัก เขาเห็นเงาของใครอีกคน คนที่เขารู้สึกคุ้นเคย แต่เมื่อพยายามจะเพ่งมองให้ชัดคน ๆ นั้นก็หายไปแล้ว
ด้านรีสเลย์เองก็คลาดสายตาจากคนที่เขาวิ่งตามมาอย่างน่าเสียดาย ประกอบกับกลุ่มของคนอื่นที่วิ่งมาตามทันทำให้เขาตัดสินใจปล่อยคนที่เขาไล่ตามมาไปก่อน
เมื่อกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทุกคนสังเกตถึงความผิดปกติของจีดัสได้อย่างชัดเจน รีสเลย์คิดว่าจีดัสน่าจะพบอะไรบางอย่าง แต่คงมีเหตุให้ตัวเขายังอธิบายไม่ได้ จากนิสัยของเขา จีดัสคงรอให้แน่ใจก่อนถึงจะพูด
ทั้งหกเดินทางรอนแรมในป่าและแวะหมู่บ้านเล็ก ๆ อีกสองแห่ง จนกระทั่งความมืดมาเยือนอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาพบไม่ได้แตกต่างจากเดิมเลย บางหมู่บ้านมีร่อยรอยการต่อสู้ บางหมู่บ้านพบว่าผู้คนอพยพไปจนหมด แต่ข้อมูลที่กองทัพปีศาจหายไปก็ยังคงเป็นปริศนาเช่นเดิม
คืนนั้นอดอว์ตเตและซีวีอาสาเฝ้ายาม ทั้งคู่นั่งคุยเรื่องราวต่าง ๆ สัพเพเหระจนกระทั่งเสียงย่ำเท้าดังขึ้นอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ทั้งคู่ที่รู้ตัว โซนาตาและคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้นอนหลับสนิทลุกขึ้นทันที ผู้บุกรุกในคราวนี้ไม่ได้มีเพียงหนึ่ง พวกมันต่างวิ่งแยกกันออกไปคนละทางเพื่อหลอกล่อให้ทุกคนแยกออกจากกัน โซนาตารู้ดีว่านี่เป็นกับดักแต่ความอยากรู้อยากเห็นของเขาก็ทำให้เขาเลือกที่จะติดตามต่อไป
จีดัสถูกเงาที่เขาคุ้นเคยดึงแยกออกมา เงาที่คุ้นตานั้นเหมือนกับคนที่เขารู้จักในอดีตราวกับเป็นภาพหลอนที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
“มาดาฟ” จีดัสตะโกนเรียกทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเจ้าของชื่อไม่มีทางที่จะอยู่ตรงนั้น