Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 137: เหล่าคนรักที่กลับมา
เงานั้นชะลอฝีเท้าลงและในที่สุดก็หยุดลง จีดัสวิ่งตามมาจนทันและเห็นแผ่นหลังนั้นชัดเจน มันคือแผ่นหลังของเพื่อนสนิทของเขา
“นั่นนายเหรอ”
ชายผู้นั้นค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับจีดัส เขาเป็นทหารหนุ่มหน้าตาดีแต่มีดวงตาที่เศร้าหมอง จีดัสจำใบหน้านั้นได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของเพื่อนรักที่จากไปเพราะสงครามและเป็นเพื่อนที่เขาฝังร่างเองกับมือคู่นี้ ชายหนุ่มพยายามหาเหตุผลเพื่อมาอธิบายสิ่งที่เขาพบแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรมันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้
จีดัสลงอาคมป้องกันคาถาลวงตาเอาไว้ที่แว่นของเขาทำให้ภาพมายาใช้กับเขาไม่ได้ เพราะเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญวิชาสายนี้ เขาจึงระวังตัวอย่างมากที่จะไม่ให้คาถาแบบเดียวกันย้อนรอยเอาได้ นั่นหมายความว่าชายที่อยู่ตรงมีตัวตนอยู่จริง
“อันเดด?” เขาถามมาดาฟทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว มาดาฟไม่ได้มีกลิ่นอายของความตายอย่างที่พวกวิญญาณหรือผีดิบควรจะมี ถ้าไม่ใช่เพราะจีดัสเห็นเขาตายกับตาเขาต้องเชื่อว่ามาดาฟที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นแค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่
“นายดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะจีดัส” มาดาฟเดินเข้ามาใกล้
“หยุดอยู่ตรงนั้นน่ะแหละ นายตายไปแล้ว ฉันเป็นคนฝังนายเองกับมือ” จีดัสง้างคันธนูขึ้นขู่แต่อีกฝ่ายทำเหมือนกับไม่สนใจและยังเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
“ก็เห็นอยู่ว่าข้ายังมีชีวิตอยู่” มาดาฟยกแขนขึ้นจับคันธนูของจีดัสที่เล็งมาทางเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่จีดัสคุ้นเคย “ข้ากลับมาแล้ว”
ด้านรีสเลย์เองเขาก็รู้สึกว่าศัตรูพยายามแยกเขาออกจากคนอื่น แต่เงาของคนที่เขาไล่ตามทำให้เขาหยุดไม่ได้เพราะมันช่างเหมือนกับคนที่เขารู้จักดี คนที่เขารู้จักมาตลอดชีวิต
“อลิเซีย” รีสเลย์ตะโกน และในที่สุดร่างนั้นก็หยุดลง
หญิงสาวค่อย ๆ หันหน้ากลับมา ราวกับจะซ้อนทับกับสิ่งที่จีดัสได้เห็น ภาพของหญิงคนรักที่มาปรากฏอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มแทบจะยืนไม่อยู่
“รีสเลย์” หญิงสาวเรียกชื่อเขา น้ำเสียงนั้นทำให้เกิดความเจ็บปวดราวกับมีมือฉีกกระชากวิญญาณของชายหนุ่มเป็นชิ้น ๆ
และไม่เพียงแต่รูปร่างและใบหน้าเท่านั้น แต่เสียงของเธอนั้นก็ชัดเจนราวกับเสียงของคนรักของเขากลับมาอยู่ตรงหน้าของเขาจริง ๆ
รีสเลย์ลืมทุกอย่างจนหมดสิ้น ไม่ว่านี่จะเป็นภาพลวงตาหรือกับดักอะไรก็ตาม เขาก็ยอมจะสละทุกอย่างเพื่อแลกกับวินาทีนี้ ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวไว้จนแน่น ราวกับกลัวว่าภาพลวงตาของเธอจะจากเขาไปอีกครั้ง
ต่างกับจีดัส รีสเลย์ไม่อยากจะรู้คำตอบของการที่คนตายกลับมาเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้าได้อีกครั้ง เขาเพียงต้องการให้วินาทีแห่งความสุขนี้อยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน
“รีสเลย์ ข้า…” หญิงสาวพยายามจะบอกอะไรกับเขา แต่รีสเลย์กลัวที่จะรับรู้ จึงยิ่งกอดเธอไว้แน่น พลางสะอื้นออกมา หญิงสาวเข้าใจความรู้สึกของคนรักดีจึงไม่ได้เอ่ยอะไรต่อและทำเพียงกอดเขาเอาไว้เช่นกัน
“ไม่ต้องร้องแล้วนะ ข้ากลับมาแล้ว อลิเซียของท่านกลับมาแล้ว”
โซนาตารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เขาอยากตามรีสเลย์และจีดัสที่ถูกดึงตัวออกไป แต่ก็ทำไม่ได้เพราะตอนนี้พวกเขาเองก็กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่อันตรายและอาจจะร้ายแรงยิ่งกว่าด้านของจีดัสและรีสเลย์อีก
โซนาตานึงถึงครั้งที่เขาถูกศัตรูดักเล่นงานในเมือง เทียบกันแล้ว ศัตรูคราวนี้แตกต่างจากครั้งนั้นราวฟ้ากับดิน เพราะหนึ่งในนั้นคือผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาปีศาจ”
“ข้าฟาซาเบล จักพรรดินีแห่งโคลดาเรีย” หญิงสาวผู้มีความงดงามไม่แพ้มิเดลเลียผู้ถูกชื่นชมว่างดงามที่สุดในโลกแนะนำตัว เธอมีผิวขาวซีดราวกับกระดาษตัดกับสีผมและดวงตาสีดำสนิทราวกับความมืด
เซกันปราดเข้ามายืนบังโซนาตาทันที จักรพรรดินีปีศาจยิ้มมุมปากและออกคำสั่งให้ลูกน้องของเธอเริ่มการโจมตี เซกันให้สัญญาณกับโซนาตาเพื่อให้คนอื่นหนีในขณะที่เขาจะรั้งฟาซาเบลเอาไว้
“ไปรวมตัวกับคุณรีสเลย์และคุณจีดัสก่อนเถอะครับ”
โซนาตา ซีวี และอดอว์ตเต พยักหน้าให้กัน พวกเขาอาศัยจังหวะที่เซกันสร้างขึ้นผละออกไป เพราะแน่ใจว่าเซกันจะไม่แพ้ให้กับอีกฝ่าย พวกเขาจึงวางใจและออกวิ่งเพื่อตามหารีสเลย์ แต่ยังไปได้ไม่ไกล ศัตรูใหม่ก็ปรากฏขึ้น
ท้องฟ้าสีดำขมวดตัวเป็นเกลียว และมีควันสีดำก่อตัวเป็นรูปร่าง
ควันสีดำรูปร่างคล้ายมนุษย์เข้ามาขวางทางทั้งสามเอาไว้
“เดียซาเบล… ที่อาร์คุสเล่าให้ฟัง” อดอว์ตเตคิดแล้วก็แทบหมดเรี่ยวแรง เธอไม่เคยพบกับสิ่งใดที่ทำให้หวาดกลัวเท่านี้มาก่อน
ด้านจีดัส และมาดาฟ พวกเขายังยืนประจันหน้ากันอยู่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าที่จะเป็นอันตราย จีดัสจึงลดธนูลง
“เกิดอะไรขึ้น นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ท่านผู้นั้น ให้ชีวิตข้าอีกครั้ง”
“ท่านผู้นั้น?”
“ใช่ ท่านแรปโซดีต้องการให้เจ้ามาทำงานรับใช้ จึงได้ให้ข้ามาเพื่อเชิญเจ้ายังไงล่ะ”
“แรปโซดี… แรปโซดีที่ว่าอยู่ที่นี่ด้วยอย่างงั้นหรือ”
“ตามข้ามา เดี๋ยวก็รู้เอง”
จีดัสเห็นมาดาฟดูไม่เป็นตัวของตัวเอง จึงตัดสินใจว่าสิ่งที่ควรคำนึงถึงในตอนนี้คือความปลอดภัยของพวกรีสเลย์และคนอื่น ๆ มากกว่า
“ขอโทษนะมาดาฟ” จีดัสหันหลังกลับและเริ่มออกวิ่ง
มาดาฟเห็นแบบนั้นจึงตวัดดาบใส่จีดัสโดยตั้งใจหมายชีวิต
จีดัสรับรู้ถึงกระแสลมและหันกลับมาใช้คันธนูปัดป้องได้ทันฉิวเฉียด
“นายไม่ใช่มาดาฟ… มาดาฟที่ฉันรู้จัก ไม่มีวันตวัดดาบใส่ใครจากข้างหลัง” จีดัสเจ็บปวดใจอย่างที่ยากจะอธิบายออกมา แม้จนถึงตอนนี้เขาก็ยังอยากจะขอให้มาดาฟที่เห็นคือเพื่อนรักคนเดิมที่เขารู้จัก คนเพียงไม่กี่คนในโลกนี้ที่เขาเรียกว่าเพื่อน
“หุบปาก ข้านี่แหละมาดาฟ!” มาดาฟโกรธจนเส้นเลือดบนใบหน้าปูดโปน เขาฟาดดาบในมือใส่จีดัสราวกับคนเสียสติ “แกทรยศ! แกปล่อยให้ข้าต้องตาย”
“หยุด!” จีดัสตะโกน
“ที่สำคัญแกยังไปสนิทสนมกับมันอีก กับไอ้คนที่ฆ่าข้า เจ้ารีสเลย์นั่น”
จีดัสมีสีหน้าเหมือนคนอยากจะร้องไห้ ปากก็ได้แต่พูดย้ำบอกมาดาฟให้หยุดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีที่จะยั้งมือเลย มาดาฟมองเพื่อนสนิทของเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยัน
“น่าสมเพช! นี่รึ ปีกสีเงินแห่งโดนาเมส” มาดาฟเงื้อดาบหมายจะลงดาบสุดท้ายเพื่อปลิดชีพเพื่อนเก่าด้วยมือของเขาเอง “พอกันที ตายซะเถอะ”
แต่ร่างของมาดาฟกลับขยับไม่ได้อย่างใจคิด มือที่ยกดาบเงื้อสูงราวกับถูกตรึงไว้กลางอากาศ
“ข้าบอกให้หยุดยังไง” จีดัสมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาเคียดแค้น “หยุดทำลายภาพของมาดาฟที่ข้ารู้จักได้แล้ว” มาดาฟเพิ่งจะสังเกตว่าหน้าอกของเขามีรูโหว่ที่เกิดจากศรเวทมนตร์ของจีดัสโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มทรุดลงนั่งชันเข่า เขาใช้มือกุมตำแหน่งหัวใจที่เลือดทะลักออกมาไม่หยุด แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อย
“จีดัส ข้า…”
ชายผมเงินเข้าประคองร่างเพื่อนเอาไว้
ขณะที่สติของมาดาฟกำลังจะหายไป สายตาของมาดาฟได้กลับมาเป็นสายตาอ่อนโยนที่จีดัสคุ้นเคยอีกครั้ง
ด้านรีสเลย์ เขายังกอดคนรักอย่างแนบแน่น สัมผัสและความอบอุ่นทำให้เขามั่นใจว่าเธออยู่ตรงนั้นกับเขาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความฝันเหมือนทุกครั้ง
“ท่านกอดแน่นไปแล้วนะ รีสเลย์” หญิงสาวหยอกเอิน
“ขอโทษ” เขายอมปล่อย แต่สายตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าของเธอแทบจะไม่ยอมกะพริบตา ราวกับว่าต้องการจะจำภาพนี้ไปตลอดสำหรับช่วงชีวิตที่เหลือ
“ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” ชายหนุ่มลูบไล้เส้นผมสีทองของเธอ สัมผัสของเส้นผมนั้นนุ่มนวลดังสัมผัสของใยไหมและยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ที่เธอมักจะใช้หมักผม มันไม่ต่างจากสมัยก่อนเลย
หญิงสาวไม่ได้ตอบแต่ยิ้มอย่างเศร้า ๆ ให้
“ข้าได้รับชีวิตใหม่จากท่านแรปโซดี” อลิเซียพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“ท่านมีทางเลือกสองทาง เข้าร่วมกับท่านแรปโซดีและได้อยู่กับข้าอีกครั้ง…” อลิเซียร้องไห้ “หรือไม่ก็… ฆ่าข้าทิ้งที่นี่และช่วยโลกเอาไว้”
รีสเลย์ไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แรปโซดีคือใครกัน และทำไมเธอถึงพูดเหมือนกับอยากให้เขาทำร้ายเธอ
รีสเลย์นิ่งอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ แต่ในที่สุดก็เอ่ยปากออกมา
“อลิเซีย… ข้าเคยละเลยต่อเจ้า และข้าจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สอง”
หญิงสาวแปลกใจกับคำตอบนั้น เธอรู้ดีว่ารีสเลย์ต้องแบกรับความรับผิดชอบแค่ไหน และชายหนุ่มก็มักจะเลือกหน้าที่ความรับผิดชอบก่อนครอบครัวเสมอ การที่ต้องเสียเธอไปครั้งหนึ่งคงจะมีผลต่อรีสเลย์มากจนทำให้เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อแก้ไขมัน
หลายครั้งหลายคราที่อลิเซียต้องน้อยใจเพราะคนรักมักจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อประเทศ จนหลงลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธออยู่ร่ำไป แต่เธอก็รักและชื่นชมเขาที่เป็นแบบนั้น รีสเลย์ผู้กล้าหาญ จริงใจ กษัตริย์ที่ประชาชนทุกคนรัก แต่ตอนนี้เขากลายเป็นเพียงชายผู้ใจสลายที่พร้อมยอมทำทุกอย่างแม้แต่การขายวิญญาณให้กับปีศาจ
แม้รีสเลย์จะไม่มีวันที่จะเกลียดเธอ แต่สักวันเขาจะต้องเกลียดตัวเองที่เลือกเส้นทางนี้ และเธอจะต้องเห็นเขาอยู่กับคำสาปนี้ไปตลอดกาล นี่เป็นเรื่องที่เธอกลัวยิ่งกว่า
“ข้าฆ่าซะ” อลิเซียแย่งหอกคู่กายของรีสเลย์มาจ่อคอตัวเอง “เร็วเข้า ข้าไม่สามารถทำเองได้”
รีสเลย์ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอลิเซียของเขา ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกนอกจากร้องห้ามและยื้อแย่งอาวุธคืนจากเจ้าหล่อนก่อนที่เธอจะทำร้ายตัวเอง
“นึกแล้วว่าไม่ควรหวังอะไรกับเธอ” เสียงดังขึ้นจากข้างหลังรีสเลย์พร้อมกับเสียงกำปั้นที่ดังแหวกอากาศ รีสเลย์คว้าร่างอลิเซียหลบ แต่เพราะมัวแต่กลัวว่าเธอจะบาดเจ็บเขาจึงหลบได้ไม่ถนัดนัก
“บัลเซรุส เมราโอ”
“ต้องเรียก ท่านบัลเซรุสสิเว้ย” ชายร่างใหญ่ผู้มีปีกสีดำแสยะยิ้ม