Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 138: ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

แรปโซดี
บัลเซรุสผู้นี้คือหนึ่งในราชาปีศาจแห่งเนเธอร์เวิลด์ เขาปกครองเหล่าปีศาจที่มีเชื้อสายสืบทอดมาจากเอลเลนนอสผู้ถูกเนรเทศตั้งแต่ครั้งอดีตกาล รีสเลย์ยังจำได้ดีว่าสมัยที่เขายังเป็นเด็กก็เคยได้ยินเรื่องราวของปีศาจตนนี้จากในนิทานก่อนนอน ใครจะคิดล่ะว่าวันหนึ่งปีศาจจากในตำนานจะปรากฏตัวขึ้นและยังหมายหัวเขาด้วย
ออราสีดำแผ่ออกมาจากร่างของบัลเซรุส และกินบริเวณกว้างในชั่วอึดใจ รีสเลย์รู้สึกว่ากำลังของเขาถดถอยลง มือเท้ารู้สึกหนักอึ้ง แม้แต่สติก็เหมือนจะวูบหายไป เพียงแค่เพราะเขาอยู่ในอาณาเขตที่บัลเซรุสสร้างขึ้น
“นี่คือดาร์คออราของข้า” บัลเซรุสหัวเราะอย่างสะใจเมื่อเห็นรีสเลย์กำลังจะหมดท่า ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มเสียอีก
“หนีไปอลิเซีย” รีสเลย์ไล่ให้เธอไป แล้วเขาก็เพิ่งสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติ ออราสีดำที่ทำให้เขาอ่อนแรงไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเธอเลย
อลิเซียหลบสายตา เธอไม่อยากจะให้รีสเลย์เห็นเธอในตอนนี้ เธอที่ไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว
“เลิกเล่นกันเสียที ในเมื่อไม่สวามิภักดิ์กับท่านแรปโซดี ก็อย่าอยู่เลย” บัลเซรุสหยิบขวานยักษ์ที่เขาสะพายเอาไว้เตรียมบั่นคอรีสเลย์ที่อ่อนแรงไร้ทางหนี รีสเลย์รู้ว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาและอลิเซียต้องไม่พ้นความตายแน่ เขาฝืนกลายร่างเป็นมังกรเข้าปกป้องหญิงคนรักโดยใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน
ว่ากันว่าประวัติศาสตร์มักจะเกิดซ้ำรอยเสมอ สมัยที่รีสเลย์ทำสงครามกับจีดัสได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่รีสเลย์ยังรู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้ จีดัสต้องสูญเสียมาดาฟไปเพราะคมหอกของรีสเลย์ ส่วนเขาก็ต้องสูญเสียอลิเวียผู้เป็นน้องภรรยาไปด้วยธนูเวทที่ไม่มีคาถาใด ๆ เยียวยาได้
อีกครั้งที่ภาพของทั้งหญิงสาวทั้งสองมาซ้อนกันด้วยความบังเอิญ ทั้งพี่และน้องต่างทำในสิ่งเดียวกันเพื่อปกป้องชายที่ตนรัก ร่างของอลิเซียที่เข้ามาขวางกระทันหัน ทำให้บัลเซรุสชะงักไปชั่วจังหวะหนึ่ง แต่มันก็ยังหลงเหลือความรุนแรงมากพอที่จะส่งให้ทั้งทั้งรีสเลย์และคนรักของเขาปลิวกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยง
หญิงสาวกระอักเลือดเพราะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง โชคดีที่เธอแทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใด ๆ อยู่แล้ว ชายหนุ่มเมื่อตั้งสติได้ก็เข้ามาประคองหญิงคนรักเอาไว้ เขาพูดบางอย่างกับเธอแต่อลิเซียไม่ได้ยินอะไรแล้ว ภาพตรงหน้าเองก็ค่อย ๆ มืดลงจนดับสนิทในที่สุด
การสูญเสียคนสำคัญคนเดิมมากกว่าหนึ่งครั้งเป็นเรื่องที่สุดจะทานทน รีสเลย์ไม่อาจควบคุมสติได้อีกต่อไป เกราะสีแดงปริแตกออก เขากลายร่างเป็นมังกรเพลิงด้วยความเร็วที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ขณะนี้กษัตริย์หนุ่มที่ชื่อรีสเลย์ได้หายไปแล้ว เหลือเพียงแค่มังกรร้ายที่ต้องการแค่การล้างแค้น
โซนาตา ซีวี และ อดอว์ตเตยิ่งวิ่งก็ยิ่งทิ้งห่างจากทิศทางที่จีดัสและรีสเลย์อยู่ เพราะเขาต้องคอยหลบหลีกการตามล่าของเดียซาเบลที่บัดนี้ใช้ร่างแยกเงาผลัดกันโจมตีใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า
เดียซาเบลเป็นศัตรูในแบบที่โซนาตาไม่อยากรับมือด้วยมากที่สุด เขาสามารถเลียนแบบวิชาของเดียซาเบลได้แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะความสามารถเกินกว่าครึ่งของราชาปีศาจตนนี้มาจากร่างกึ่งพลังงานกึ่งสิ่งมีชีวิตซึ่งตัวเขาเองไม่สามารถเลียนแบบทางกายภาพได้
ถึงจะคล่องแคล่วแค่ไหนก็ไม่อาจจะหลบหลีกการโจมตีได้ตลอดไป เดียซาเบลบีบให้ทางหนีค่อย ๆ หมดลง ก่อนที่จะลงมือสังหารอย่างเลือดเย็น รยางค์เงาพุ่งมาจากทิศทางที่ที่ยากจะเห็น พวกมันพุ่งแทงทะลุร่างของอดอว์ตเตและซีวีจนพรุนไปทั้งร่าง
ร่างของสองสาวค่อย ๆ เลือนหายไป เดียซาเบลพบว่ามันถูกหลอกด้วยวิชาที่เหมือนกับของมันเอง เป็นฝีมือของโซนาตาที่ตอนนี้ตัวจริงได้ถูกรยางค์ของเขาจับตัวไว้ได้แล้ว
“ถ้ามองจากบนท้องฟ้าแบบทุกทีก็คงไม่โดนหลอกแล้ว ดันลงมาไล่ล่าเองก็แบบนี้แหละนะ” โซนาตายังมีแก่ใจยั่วโทสะอีกฝ่าย ไม่สำนึกสักนิดว่าตนเองกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือศัตรู
“ให้สองคนนั้นล่วงหน้าไปก่อนสินะ แต่ยังไงก็หนีข้าไม่พ้นหรอก”
“ตลกน่า จะหนีทำไม พวกเราเข้ามาที่นี่ตั้งแต่แรกก็เพราะคิดจะกำจัดนายน่ะแหละ” โซนาตาหัวเราะ เขาคิดว่าถ้ากำจัดเดียซาเบลไม่ได้และปล่อยให้ท้องฟ้ายังคงมืดต่อไป โลกคงถึงจุดจบในไม่ช้า
เดียซาเบลตั้งใจจะเล่นงานโซนาตาให้เฉียดตาย เขาให้ร่างแยกทั้งหมดรุมเข้าใส่โซนาตาที่ไม่มีทางตอบโต้
การกระทำของมันบีบให้ซีวีและอดอว์ตเตต้องออกมาจากเงาที่โซนาตาใช้ซ่อนทั้งคู่
ราชาแห่งเงาคิดว่าสายเลือดเทพทั้งสองหลบหนีไป เขาจึงเปิดช่องชั่วพริบตา แต่ก็เป็นพริบตาที่สำคัญเพราะทั้งซีวีและอดอว์ตเตรอจังหวะนี้มานานแล้ว
“มัลติช็อต” เสียงของสองสาวประสานกัน กระสุนแสงและกระสุนพลังจิตจากทั้งคู่กระหน่ำยิงออกมาราวกับห่าฝน แต่ละนัด ๆ พุ่งเข้าทำลายร่างแยกของเดียซาเบล รวมไปถึงรยางค์ส่วนหนึ่งที่พันธนาการโซนาตาเอาไว้ มีเพียงแค่ร่างหลักเท่านั้นที่สร้างกำลังเงาขึ้นมาป้องกันไว้ได้ทัน
โซนาตาไม่เปิดโอกาสให้ศัตรูตั้งหลัก เขารวมรวบลำแสงด้วยพลังของซีวี เดียซาเบลที่ทะนงตนว่าไม่มีอะไรที่จะทะลวงการป้องกันของเขาได้ถึงกับตกตะลึงเมื่ออพบว่ามีลำแสงเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากำปั้นทะลุกำแพงเงาเข้ามาอย่างง่ายดายซ้ำยังทะลุร่างของมันพร้อมกับฝากรอยไหม้เอาไว้อีกด้วย
“ว้าว! พลังของข้าทำแบบนี้ได้ด้วยรึเนี่ย” ซีวีตกใจเมื่อเห็นโซนาตาใช้พลังของเธอในรูปแบบที่เธอไม่เคยคิดถึง พลังลำแสงที่พุ่งเป็นเส้นตรงนั้นดูรุนแรงและทรงพลังกว่าคลื่นแสงที่เธอใช้เป็นปกติมากมายนัก
“เขาเรียกว่าเลเซอร์น่ะ” โซนาตายิ้มอย่างสาแก่ใจที่ทำให้ราชาปีศาจลงไปทรุดกระอักเลือดได้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสมาธิก่อนที่จะระดมยิงเลเซอร์จากฝ่ามือที่ประสานกันอีกครั้ง
บาดแผลของเดียซาเบลไม่รุนแรงพอที่จะทำให้เสียชีวิตได้ แต่มันได้สร้างผลกระทบต่อตัวเขามากกว่าที่เห็นได้จากภายนอก เดียซาเบลที่เคยคิดว่าตนไร้จุดอ่อนกำลังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อความเจ็บปวดที่ไม่เคยรู้จักและโซนาตาชายที่ไม่เหมือนกับมนุษย์คนไหนที่เดียซาเบลเคยพบเห็นมาก่อน เขาไม่มีความกลัวอยู่เลย
โซนาตาเข้าใจดีว่านี่เป็นโอกาสครั้งเดียว หากเดียซาเบลหนีรอดไปได้เขาจะไม่สามารถใช้วิธีเดิม ๆ ได้อีกเป็นครั้งที่สอง เขาไม่เปิดโอกาสให้เดียซาเบลหนีกลับไปรวมร่างกับส่วนอื่นของร่างรายที่ยังคงปกคลุมท้องฟ้าอยู่ในเวลานี้ โซนาตากระหน่ำโจมตีเพื่อให้การต่อสู้นี้จบลงเร็วที่สุด
ซีวีและอดอว์ตเตเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเธอเข้าใจว่าโซนาตากำลังทำอะไรจึงช่วยสนับสนุนการโจมตี พวกเธอหวังว่ามันจะสามารถหยุดราชาปีศาจตนนี้ได้ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายโต้กลับ
เดียซาเบลที่ถูกยิงจนรูปร่างของมันถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น เขาพยายามแยกร่างออกมาเพิ่มเพื่อกลับสู่ร่างหลักบนท้องฟ้า แต่ก็ถูกทั้งสามทำลายส่วนแล้วส่วนเล่าจนลดขนาดลงเรื่อย ๆ
“อย่าปล่อยให้มันรอดไปได้แม้แต่ส่วนเดียว” โซนาตาออกคำสั่ง
“รู้แล้วน่า” ซีวีและอดอว์ตเตประสานเสียง
ก่อนที่ร่างของเดียซาเบลจะถูกทำลายจนหมดสิ้น การโจมตีของทั้งสามก็ต้องหยุดลง เหตุเกิดจากแรงสั่นสะเทือนราวแแผ่นดินไหวที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถยืนได้ติดพื้น พริบตาต่อมาร่างของเดียซาเบลก็ถูกแผ่นดินดันยกตัวลอยขึ้นสูง
พวกโซนาตาพลันรู้สึกราวกับว่าพื้นดินทั้งผืนถูกฟ้าพลิกสลับกันไปมา โซนาตาคว้ามือซีวีเอาไว้ ส่วนซีวีก็คว้าอดอว์ตเตไว้ได้อีกต่อหนึ่ง ถึงจะกระเด็นออกไปไกลมากแต่พวกเขาก็ยังสามารถลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย
“โอ้ยยย อะไรกันเนี่ย” อดอว์ตเตโวยลั่น
“เสียดายจังเลย เกือบจะจัดการได้แล้วเชียว” ชีวีประท้วง
“อย่าเพิ่งเสียสมาธิ” โซนาตามองเห็นความวุ่นวายใจของพวกสาว ๆ
เมื่อความโกลาหลยุติ พวกเขาก็พบว่ามีร่างขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นต่อหน้า ร่างสูงใหญ่ยักษ์นั้นค่อย ๆ ยันกายขึ้นจากพื้น และเมื่อลุกขึ้นยืนแล้วมันสูงเสียจนยากที่จะมองเห็นใบหน้าของมันด้วยซ้ำ
โซนาตา ซีวีและอดอว์ตเตวิ่งถอยพลางมองร่างยักษ์นั้นไปพลาง มันมีผิวที่ประกอบขึ้นมาจากต้นไม้และดิน ร่างสูงเสียดฟ้านี้คือ “อาโร” หนึ่งในราชาปีศาจที่พวกเขาเคยได้ยินคำร่ำลือมานั่นเอง
“ใหญ่เกินไปแล้ว อย่างกับเทพปีศาจเลย” อดอว์ตเตอุทาน ส่วนขาก็ยังจ้ำไม่หยุด อีกฝ่ายตัวใหญ่จนราวกับวิ่งเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอให้พ้นระยะการก้าวของมัน
“สูงเกือบแปดถึงเก้าพันเมตรเลยใช่ไหมเนี่ย” โซนาตาเองก็ยังอดบ่นไม่ได้ แม้แต่ตอนที่เขาและพรรคพวกตระเวนไปในเนเธอร์เวิลด์ก็ไม่เคยพบเจอกับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์เท่านี้
ในมือข้างหนึ่งของอาโรมีร่างของเดียซาเบลที่กำลังฟื้นตัวจากความเสียหาย และถึงแม้จะสูงใหญ่จนแทบไม่เห็นใบหน้าแต่โซนาตาก็รู้สึกถึงใครบางคนข้างบนนั่น
“บนนั้น” ซีวีชี้ “ที่หัวของอาโร”
เช่นเดียวกับโซนาตา ด้วยขนาดและระยะ มันเป็นระยะที่ยากที่จะมองเห็นแต่เธอก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนยืนอยู่บนส่วนหัวนั้น
โซนาตารู้สึกคุ้นเคยกับสัมผัสนั้น คุ้นเคยดีจนน่าหวาดกลัว เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ แต่คำตอบของเขามีอย่างเดียวคือ ชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
แรปโซดีเกี่ยวข้องกับตัวเขา…
โซนาตาอาศัยความคล่องแคล่วและพละกำลังเหนือมนุษย์ เขาวิ่งเป็นแนวดิ่งไต่ขึ้นไปบนร่างของอาโร
“ไม่ต้องตามมา” โซนาตาตะโกนทิ้งท้ายและพุ่งขึ้นไปจนลิบตา
“ตามขึ้นไปกันเถอะ” อดอว์ตเตไม่สนใจว่าเพิ่งโดนห้าม เธอพยายามจะวิ่งไต่ขึ้นไปบ้าง แต่ก็พบว่ามันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เห็น เพียงไม่ถึงสิบก้าวเธอก็เสียหลักและร่วงลงมา
“เลวิเทท” ซีวีร่ายเวทมนตร์ลอยตัว เวทมนตร์ใหม่ที่เธอเพิ่งจะใช้ได้ไม่นานนี้ เธอคว้าตัวอดอว์ตเตก่อนที่เธอจะตกลงมาก้นจ้ำเป้า
“อะไรกัน เวทมนตร์ใหม่อีกแล้วเหรอ” คำพูดของเพื่อนรักทำให้ซีวียิ้มอย่างภูมิใจ เธอประคองอดอว์ตเตเอาไว้ก่อนที่จะพากลับมายืนบนพื้นอีกครั้ง
“ไม่ตามไปจะดีเหรอ” อดอว์ตเตถาม แต่ซีวีส่ายหัว
“เขาคงอยากจะจัดการเรื่องนี้เองมากกว่า พวกเราไปช่วยรีสเลย์กับจีดัสกันเถอะ”
อดอว์ตเตไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้ถามต่อเพราะเห็นสายตาของซีวีที่มองตามขึ้นไปข้างบนก่อนจะหักใจหันหลังวิ่งไปอีกทาง ซีวีคงจะห่วงโซนาตามากแต่เธอเลือกไม่ตามเขาไปก็ต้องเพราะว่ารู้ใจเขาดี