Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 139: โซลดัท บลาสซาและเซปทอร์
โซนาตาวิ่งไปบนตัวอาโรด้วยความเร็วสูง เขาวิ่งผ่านเดียซาเบลที่ยังอยู่ที่มือซ้ายของอาโรโดยไม่สนใจ เดียซาเบลที่พื้นฟูร่างกลับมาแล้วส่วนหนึ่งก็มองกลับมาที่เขาอย่างเคียดแค้นแต่ยังไม่โจมตีเข้ามา ด้านอาโรก็พยายามสะบัดตัวเขาออกไป แต่โซนาตาอาศัยความว่องไวปราดเปรียวเคลื่อนไหวทรงตัวบนร่างกายใหญ่ยักษ์นี้
ในหัวของโซนาตาตอนนี้มีแต่ความอยากรู้ มีคำถามมากมายที่เขาต้องการคำตอบ แรปโซดีที่รออยู่บนส่วนหัวของอาโรผู้นี้คือใคร ทำไมถึงเขาถึงรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับเขา
แรปโซดีมองโซนาตาที่ขึ้นมาหาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทั้งคู่สบตากันพริบตาก่อนที่โซนาตาจะพุ่งเข้าปะทะ แต่แรปโซดีก็เบี่ยงตัวหลบไปได้อย่างง่าย ๆ
โซนาตาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ดวงตาสีเขียวเรืองแสงคู่นั้น ใบหน้าและรูปร่างสะโอดสะองงดงามคล้ายกับสตรีเพศ แต่ก็อาจจะไม่ใช่ โซนาตาไม่สามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพศไหน ไม่สามารถบอกได้ด้วยซ้ำว่าเป็นมนุษย์จริงหรือไม่
“ข้าแค่ต้องการคุยด้วย” เสียงของเขาก็ไม่ได้ช่วยชี้ชัด มันคล้ายกับของเด็กผู้ชายหรือไม่ก็ผู้หญิงที่เสียงค่อนข้างทุ้มต่ำ
ในพริบตาที่ทั้งสองประสานสายตา โซนาตาก็เข้าใจทุกอย่างได้เองโดยไม่ต้องสื่อสาร แรปโซดีผู้นี้ไม่ใช่แค่คนที่มีคลื่นจิตเหมือนเขา แม้รูปร่างจะแตกต่างแค่ไหนแต่โซนาตาก็มั่นใจว่านั่นคือตัวเขาอีกคนหนึ่ง
“หรือว่านายมาจากโลกคู่ขนาน”
ทำไมถึงคิดแบบนั้น โซนาตาก็ไม่สามารถอธิบายได้ ใช่ว่าเขาจะเจอใครสักคนจากโลกคู่ขนานมาก่อน มันไม่มีหลักฐานใด ๆ มารองรับสมมติฐานนี้ เขาแค่รู้สึกว่ามันต้องเป็นแบบนั้น รวมทั้งรู้สึกอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายมองเขาเป็นศัตรูด้วย
โลกคู่ขนาน คือความเชื่อที่ว่ามีโลกอื่น ๆ อยู่ โดยในแต่ละโลกก็ล้วนมีตัวเราเองอีกคนอาศัยอยู่
คำถามของโซนาตา แรปโซดีไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“เกิดอะไรขึ้นกับกองทัพปีศาจ” โซนาตาถามขณะที่เขากำลังหาที่วางเท้าบนศีรษะของราชาปีศาจ
“กินไปหมดแล้ว ทั้งหัวหน้าของพวกมัน ราชาปีศาจและกองทัพ”
“กิน?”
แรปโซดีไม่ได้อธิบายแม้แต่คำเดียว แต่โซนาตารับรู้ได้จากทักษะพิเศษและความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับอีกฝ่าย ราชาปีศาจทั้งสี่ตนถูกแรปโซดีกินเข้าไปและสร้างขึ้นใหม่ มันเป็นสิ่งเดียวกับที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ประหลาดที่เคยโจมตีโซนาตาก่อนหน้านี้
“ความสามารถในการดูดกลืนเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่น และสร้างขึ้นมาใหม่สินะ”
โซนาตาไม่ต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ เพราะแรปโซดีกำลังจะแสดงตัวอย่างให้เขาดู เขาเปลี่ยนมือข้างหนึ่งเป็นฝูงแมลง จากมือข้างเดียว มันกลายเป็นแมลงนับล้านในพริบตา แมลงหลากหลายชนิดพุ่งเข้ามารุมใส่โซนาตาอย่างกระหายเลือด
และไม่ใช่แค่มือข้างนั้นเท่านั้น แรปโซดีแบ่งบางส่วนของร่างกายเขาออกมาเพิ่ม บางส่วนกลายเป็นสัตว์ร้าย บางส่วนกลายเป็นปีศาจ ที่น่ากลัวกว่านั้น เมื่อพินิจมอง พวกมันทั้งหมดเป็นร่างผสมของสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์
มันไม่ใช่พลังจิตหรือเวทมนตร์ แต่เป็นความสามารถทางกายภาพ โซนาตาจึงไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เขาถูกบีบให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตนเสียเปรียบทุกด้าน
“นายเป็นอัจฉริยะ คงจะรู้ดีสินะว่าไม่มีโอกาสชนะเลย”
“โธ่เอ๊ย… ลุ้นแทบแย่นึกว่าจะมีอะไรสนุกกว่านี้ซะอีก” โซนาตายั่วยุอีกฝ่ายและหวังว่าจะทำให้แรปโซดีเปิดช่องว่างให้เห็นบ้าง
“ว่าไงนะ”
โซนาตาถอนหายใจ
“ฉันหมดความสนใจในตัวนายแล้วล่ะ ขอฆ่าให้หมดเลยก็แล้วกันทั้งนายและราชาปีศาจพวกนี้ด้วย”
ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่แรปโซดีด้วยความเร็วเต็มกำลัง มันคือการเดิมพันที่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นฝ่ายชนะ เขารวบรวมพลังจิตไว้ที่มือจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาลงมือ ระเบิดถูกเขวี้ยงออกไปก่อนหน้านั้น แรงระเบิดในระยะประชิดแม้จะไม่แรงพอที่จะทำอะไรแรปโซดีได้ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เหล่าแมลงและปีศาจที่แรปโซดีสร้างขึ้นต้องแหวกทางออก
ลูกเล่นพรรค์นี้ก็แค่ลูกเล่นทีเผลอ โซนาตารู้ดีว่าเขามีโอกาสครั้งเดียวเท่านั้น ด้วยความเร็วที่เหนือเสียง โซนาตาเข้าประชิดอีกฝ่ายพร้อมกับใช้มือที่อัดแน่นด้วยพลังจิตทะลวงอกในทันที
แรปโซดีคว้ามือข้างนั้นไว้แต่ก็ช้าไป เขารั้งไม่ให้โซนาตาชักมือกลับไม่ทัน มันทำให้หัวใจสด ๆ ของแรปโซดีหลุดติดมือโซนาตาที่พุ่งออกมาดูเชิงห่าง ๆ
โซนาตาหน้าซีดลง อีกฝ่ายไม่ได้ดูเดือดร้อนอะไรนักแม้ว่าจะเพิ่งถูกควักหัวใจออกไปต่อหน้าต่อตา เหมือนเขาต้องการแสดงให้เห็นด้วยซ้ำว่าสิ่งที่โซนาตาทำเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์
…แค่นี้ไม่ตายจริง ๆ ด้วยสินะ… โซนาตาแสยะยิ้ม ทั้งรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกวิตกไปด้วยพร้อม ๆ กัน
“นี่แหละ! จิตสังหารแบบนี้แหละที่ข้าต้องการ” แรปโซดีว่าก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่โซนาตาบ้าง ทั้งคู่แลกหมัดใส่กันด้วยความเร็วที่ทำให้เกิดคลื่นกระแทก
ต่างคนต่างแลกหมัดรุกรับได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ยอมเปิดช่องให้อีกฝ่ายเลย โซนาตาพยายามเร่งความเร็วขึ้นอีก ส่วนแรปโซดีก็อาศัยปีกที่งอกขึ้นมาช่วยเสริมความเร็วเช่นกัน ทั้งคู่ไม่สามารถสู้กันบนที่แคบ ๆ อย่างหัวของอาโรได้อีกต่อไป จึงสู้ไปพลางเคลื่อนที่ไปพลางบนตัวของอาโร ด้านแรปโซดีที่มีปีกนั้นไม่มีปัญหาแต่โซนาตาที่บินไม่ได้ก็ยังคงทั้งตอบโต้และวิ่งดิ่งลงสู่พื้นไปด้วยได้อย่างไร้ปัญหา
“นายนี่มันแกร่งจนเหนือมนุษย์จริง ๆ ราวกับเป็นหนึ่งในปีศาจ” แรปโซดียิ่งสู้ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมโซนาตา เขาแน่ใจว่าพลังแฝงของโซนาตาไม่ได้ด้อยไปกว่าราชาปีศาจทั้งสี่ด้วยซ้ำ
“โดนตัวประหลาดอย่างนายเรียกปีศาจไม่รู้จะดีใจดีหรือเปล่า”
แรปโซดีไม่เพียงไม่โกรธแต่กลับยิ้มชอบใจ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาแสดงอารมณ์ออกมาทางใบหน้า
แรปโซดียกมือขึ้น จากนั้นของเหลวเหนียวที่มีลักษณะเหมือนเมือกสีแดงก็ค่อย ๆ ปรากฏออกมาทั่วบริเวณ พวกมันแทรกตัวขึ้นจากพื้นหิมะ ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดขนาดใหญ่ เมือกประหลาดค่อย ๆ ปกคลุมและย้อมทั้งบริเวณจนราวกับจะกลายเป็นทะเลเลือด
โซนาตายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร และเขาก็ไม่เสี่ยงเข้าใกล้จนกว่าจะรู้แน่ชัด ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนที่บินไม่ได้เหมือนโซนาตามีเพียงการเกาะอยู่บนร่างยักษ์ของอาโรเท่านั้น
ทะเลเมือกไม่ได้ครอบคลุมแค่พื้นที่ ๆ โซนาตามองเห็น ห่างออกไปในจุดที่เซกัน ซีวี จีดัสและอีกหลาย ๆ คนกำลังต่อสู้ พวกเขาทุกคนก็พบกับปรากฏการณ์แบบเดียวกัน มันเดาได้ไม่ยากว่าสิ่งนี้คงปรากฏขึ้นลุกลามเพื่อกลืนกินบริเวณเกือบจะทั้งประเทศ
“ไอ้สีแดง ๆ นี่อะไรเนี่ย” อดอว์ตเตกรีดร้อง เห็นพื้นที่สีแดงรุกคืบเข้ามา
ซีวีไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่เธอตัดสินใจไม่รอให้มันประชิดตัว เวทเพลิงถูกสาดกระจายไปทั่วและหวังว่าจะทำลายเมือกเหล่านี้ไปได้บ้าง
“ได้เวลาตื่นแล้ว!” แรปโซดีพึมพำด้วยรอยยิ้ม
มันไม่ใช่แค่เมือกเหลวธรรมดา มีบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้นด้วย สิ่งมีชีวิตจำนวนมากกำลังพยายามผุดขึ้นมาจากพื้นสีแดงนั่น ตอนนี้โซนาตาเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร
ถ้าคนขวัญอ่อนได้เห็นภาพนี้ เขาคงจะต้องหัวใจวายอย่างแน่นอน ปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังถือกำเนิดขึ้น ทุกตัวคือสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน จำนวนของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าโรคระบาด ไม่กี่อึดใจโซนาตาก็พบว่าเขาอยู่ในวงล้อมของปีศาจนับหมื่นนับแสนเสียแล้ว
“โซลดัท บลาสซา เซปทอร์…” แรปโซดีไล่รายชื่อหน่วยทหารของเขาด้วยภาษาที่โซนาตาไม่รู้จักแต่ก็สามารถคาดเดาความหมายได้
“ไม่ใช่แค่ดัดแปลงแล้วมั่ว ๆ นี่มันสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่โดยสมบูรณ์เลย” โซนาตาเห็นผลงานของแรปโซดีแล้วก็รู้สึกทึ่ง
เดิมทหารของกองทัพปีศาจเคยมีหลากหลายสายพันธุ์ แข็งแกร่งมากบ้าง น้อยบ้าง บางตนสามารถส่งเสริมสนับสนุนกันได้ดี แต่บางชนิดก็ไม่เหมาะที่จะให้มาอยู่ใกล้กัน บัดนี้ข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านั้นล้วนพังทลายลงจนหมดสิ้น ด้วยรูปแบบของสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ๆ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับทำสงครามโดยเฉพาะ
ด้านรีสเลย์ การต่อสู้ของกษัตริย์ในร่างของมังกรเพลิงและราชาปีศาจบัลเซรุสใกล้มาถึงบทสรุป รีสเลย์มีทักษะในการรบยอดเยี่ยม ยิ่งเมื่ออยู่ในร่างมังกรเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีกเป็นทวีคูณ แต่บัลเซรุสที่เคยเป็นถึงราชาปีศาจเองก็แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นอีกและเขากำลังได้เปรียบมากขึ้นจากฝูงปีศาจที่กำลังเกิดขึ้น
มังกรสีแดงถูกกำปั้นหนักหน่วงราวค้อนยักษ์ทุบครั้งแล้วครั้งเล่า เกล็ดมังกรที่ว่ากันว่าแข็งยิ่งกว่าเหล็กแตกร้าวหมดสภาพ เลือดของเขาสาดกระเซ็นไปทั่ว แต่รีสเลย์ในร่างมังกรก็ไม่ยอมตกเป็นฝ่ายถูกเล่นงานข้างเดียว เขาทั้งกัดทั้งขย้ำด้วยขากรรไรและกรงเล็บ รวมถึงการปลดปล่อยเพลิงนรกเผาผลาญใส่บัลเซรุสชนิดที่ไม่ให้พักหายใจ
บัลเซรุสพยายามจะคว้าจับอาวุธที่เขาทำหลุดมือ แต่รีสเลย์ก็ยื้อเขาไว้สุดแรง แค่กำปั้นของราชาปีศาจก็ทำเอาเขาแทบจะฉีกเป็นชิ้น ๆ หากปล่อยให้บัลเซรุสแตะต้องอาวุธได้อีก ชีวิตของรีสเลย์คงจะต้องดับดิ้น
“ชาร์จช็อต!!”
กระสุนพลังจิตของอดอว์ตเตยิงมาแต่ไกล มันทะลวงใส่กองทัพที่เพิ่งเกิด และทะลุไปจนถึงตัวของบัลเซรุส กระสุนปะทะเข้าด้านหลังของราชาปีศาจอย่างจัง ซีวีที่วิ่งตามมาติด ๆ กันก็แซงไปพร้อมกับฝ่ามือที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยลำแสงสีขาว
บัลเซรุสผละจากรีสเลย์ในร่างมังกรเพื่อตั้งหลัก เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกโจมตีซ้ำ แต่เป้าหมายของซีวีไม่ใช่ราชาปีศาจแต่เป็นมังกรรีสเลย์นั่นเอง
“กิกะฮีล”
ลำแสงสีขาวถูกปล่อยออกจากสองฝ่ามือของเธอ แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ใช่คาถาโจมตี เพียงพริบตาที่สัมผัสกับแสงบาดแผลทั้งน้อยใหญ่ของรีสเลย์เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
บัลเซรุสรู้ตัวว่าเขาพลาดที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น เขาเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ซีวีแทน โดยสามัญสำนึกอาชีพสายนักบวชมักจะมีจุดอ่อนที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เขาจึงคิดที่จะกำจัดเธอก่อน
แต่ราชาแห่งดาร์คเอลเลนเข้าใจผิด ซีวีไม่ใช่นักบวช เธอคือจอมเวทกึ่งนักสู้ที่เชี่ยวชาญทั้งการต่อสู้แบบประชิดและเวทมนตร์แห่งแสง ไม่เพียงเธอไม่รีบหลบหนีแต่ซีวีกลับพุ่งสวนเข้าใส่บัลเซรุสเสียด้วยซ้ำ
ความเร็วของเธอเหนือกว่าราชาปีศาจอยู่หลายขั้น ขาเรียวเล็กนั้นถูกเตะเหวี่ยงออกไปด้วยความเร็วสูงจนเห็นเป็นแค่ลำแสงวูบวาบ ซีวีระดมโจมตีใส่บัลเซรุสไม่ยั้ง และแต่ละครั้งมันไม่ใช่แรงของเด็กผู้หญิงควรจะมี
พลั่ก พลั่ก พลั่ก พลั่ก
เสียงเท้าที่เคลื่อนที่ด้วยความไวเข้าใกล้แสง ถูกประเคนใส่ลำตัวของบัลเซรุสอย่างเน้น ๆ อดอว์ตเตเห็นซีวีเตะไปเพียงห้าถึงหกครั้ง แต่ในความเป็นจริงมันเยอะมากจนซีวีเองก็ไม่สามารถนับได้ทัน
ทั้งปีศาจที่อยู่รอบ ๆ ทั้งบัลเซรุส ต่างถูกเล่นงานจนสะบักสะบอม เขาต้องใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นเอาไว้ไม่ให้ล้ม ต่อให้เป็นคนทำอะไรไม่ยั้งคิดแบบเขายังเข้าใจได้ว่าตนเองกำลังเสียท่า ศัตรูรวดเร็วจนเกินไป รีสเลย์ก็ฟื้นกลับมาจากอาการบาดเจ็บ อดวอร์ตเตที่อยู่วงนอกก็ยิงกระสุนจิตใส่มาเพิ่ม ส่วนพวกปีศาจที่เพิ่งเกิดก็ยังไม่พร้อมกับการต่อสู้ระดับนี้
“ดาร์คออรา”
บัลเซรุสรีดเร้นพลังเพื่อหนีตาย ดาร์คออราของเขาจะทำให้พวกซีวีอ่อนแรงลงและมันยังทำให้ปีศาจในรัศมีแข็งแกร่งขึ้น
แต่มันก็ยังไม่สามารถหยุดพวกเธอได้ โอกาสที่จะเด็ดหัวหนึ่งในราชาปีศาจไม่ได้มีบ่อย ๆ พวกเธอจึงทุ่มสุดกำลังเพื่อหวังจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุด