Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 149: สนใจจะมาเข้ากลุ่มอะบีสไหม
ไม่ใช่เพียงแค่การรบในสมรภูมิหลัก ก่อนที่จะยกทัพมาที่นี่จีดัสได้ช่วยวางแผนในการรบแทบทุกส่วนของทวีป ทัพของแต่ละประเทศได้แผนการมากมายของเขาช่วยเอาไว้เพื่อให้มีผู้สูญเสียน้อยที่สุด
ในบางพื้นที่หลุมพรางได้ถูกขุดขึ้น ต่อให้อีกฝ่ายเป็นปีศาจแต่เมื่อตกลงไปในหลุมที่มีเวทมนตร์กำกับไว้พวกมันก็ไม่สามารถรอดปลอดภัยออกมาได้ทุกตัว บางพื้นที่ที่ใกล้กับทะเลสาบ จีดัสวางแผนล่อศัตรูไปสู้บนน้ำแข็งบาง ๆ ก่อนที่จะทำลายและปล่อยให้พวกมันตกลงไป บางพื้นที่เขาก็สามารถมองหาจุดซุ่มโจมตีได้อย่างรวดเร็ว บางกองทัพถูกเสริมจุดแข็งด้วยการเกื้อหนุนกับอีกกองทัพ บางกองทัพก็ได้รับอาวุธใหม่ที่ปิดจุดอ่อน
ราวกับสงครามทั้งหมดเกิดขึ้นบนฝ่ามือของเขา ตัวหมากทั้งสองฝ่าย ความเป็นไปได้ทั้งหมดล้วนอยู่ในหัวของเขาจนหมดแล้ว จะมีก็เพียงแค่สิ่งเดียว…
…ใช่แล้ว แผนจะยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ไม่สำคัญเลย ตราบใดที่อีกฝ่ายยังมีสัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครล้มได้อย่างเซเลนอสและกาดิออส ทุกอย่างที่ทำมาก็จะไร้ผล ทุกคนจะถูกฆ่า ถูกแรปโซดีกลืนกิน และสุดท้ายมนุษยชาติทั้งหมดก็จะสูญสิ้น…
รีสเลย์ควงหอกเข้าปะทะกับกาดิออส หอกมังกรของเขาคืออาวุธระดับเจ็ดซึ่งมีระดับสูงเท่ากับชาโดว์เอจของเซเลนอสหรือดาบของพาลาดินศักดิ์สิทธิ์จากเอเทเซีย ไม่เคยมีครั้งใดที่เขากังวลว่าอาวุธคู่กายนี้จะพ่ายแพ้ให้กับอาวุธชนิดไหน จนกระทั่งเมื่อนำมันมาปะทะกับดาบของกาดิออสโดยตรง
กาดิออสมีดาบทั้งสิ้นสิบสี่เล่ม ทั้งสิบสี่คือดาบที่ถูกอัญเชิญมาจากคลังแสงของเทพแห่งสงคราม แม้จะไม่เคยมีการจัดอันดับดาบเหล่านี้อย่างเป็นทางการแต่หลายคนก็เชื่อว่ามันคืออาวุธที่เทียบเท่ากับระดับแปดหรือบางทีอาจจะสูงยิ่งกว่านั้น
ดาบทุกเล่มล้วนเป็นดาบขนาดใหญ่ที่สำหรับคนทั่วไปจะต้องจับทั้งสองมือ แต่ด้วยรูปร่างกำยำของกาดิออสเขาจึงสามารถถือดาบแต่ละเล่มด้วยมือเพียงข้างเดียว
“อัญเชิญดาบวารี อัญเชิญดาบกำราบเทพ” สิ้นคำดาบสองเล่มก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า กาดิออสคว้าดาบทั้งคู่เอาไว้ด้วยมือคนละข้าง
“ตาเฒ่านี่เอาจริงตั้งแต่ต้นเลยสินะ” รีสเลย์รู้สึกขำไม่ออก ก็ไม่ได้อยากแช่งตัวเองหรอก แต่เขาไม่เห็นทางชนะเลยสักนิด ต่อให้ต้องกลายร่างเป็นมังกรเข้าสู้ก็เถอะ
จีดัสโจมตีเซเลนอสด้วยการยิงธนูต่อเนื่อง เขามีท่าพลิกแพลงในการยิงนับสิบแบบ เช่นเดียวกับอดอว์ตเตที่มีลูกเล่นมากมายในการยิง เขาใช้ลูกศรแนวโค้งบีบให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวยากขึ้น ลูกศรล่องหนเพื่อให้อีกฝ่ายต้องใช้สมาธิในการหลบ ในขณะที่แอบแทรกลูกศรเวทที่มีพลังทำลายสูงลงไปด้วย
เซเลนอสเข้าประชิดตัวได้ แต่พอคิดว่าจับได้อยู่หมัดก็พบว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา จีดัสโจมตีจากด้านหลังของเขาในระยะประชิด เขาไม่ได้ยี่หระเลยว่าอาวุธระยะไกลของตนเสียเปรียบในการต่อสู้แบบนี้
“สายฟ้าลงทัณฑ์ ธันเดอร์แคลป!”
เซเลนอสหลบได้ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองเหนือมนุษย์ แต่จีดัสก็มองออกอยู่แล้ว ในทิศทางที่เขาขยับไปมีกับดักเวทรออยู่
บรึ้มมมม
เสียงกัมปนาทจากระเบิดดังมาไม่ได้มาจากจุดเดียว เท้าข้างที่เหยียบกับดักเวทควรจะกระจุยไปแล้ว แต่ความเสียหายถูกลดทอนไปมากว่าเจ็ดในสิบส่วน เซเลนอสใช้วิชาควบคุมเงาส่งพลังทำลายจากระเบิดไปที่อื่นที่อยู่ไม่ห่างออกไป มันทำให้ทหารของฝ่ายพันธมิตรหลายคนต้องกลายเป็นผู้รับเคราะห์แทน
“ระเบิดของคุณน่ากลัวใช่เล่นเลยนะครับ”
“แน่สิ มันใช่พลังเวทของคนเป็นสิบ ๆ เลยนะ ยังอุตส่าห์รอดปลอดภัยได้อีก” จีดัสเหลียวมองไปที่จุดเกิดเหตุที่ถูกย้ายที่ไป เขาเห็นหลายคนที่ต้องตายแทน
“ลูกไม้แบบนั้นมีแต่จะทำให้พวกเดียวกันล้มตายครับ”
“ขอบคุณที่เตือนนะ แต่ทุกคนที่มาที่นี่เตรียมใจไว้แล้ว”
“ผมเองก็ไม่มีปัญหาที่จะตายครับ ขอแค่ได้ทำประโยชน์ให้ท่านแรปโซดีก็พอแล้ว”
ระเบิดถูกฝังไว้มากมายหลายตำแหน่งทั่วพื้นที่ และมีเพียงแค่จีดัสที่จดจำตำแหน่งของระเบิดทั้งหมดและจุดชนวนได้ทุกเมื่อ ข้อดีของระเบิดชนิดนี้คือมันจะไม่ระเบิดด้วยความร้อน การกระแทก หรือเพราะสิ่งกระตุ้นใด ๆ มีเพียงแค่เวทมนตร์พิเศษของจีดัสเท่านั้นที่สามารถบังคับจุดชนวนการทำงานของมันได้
เขาเพียงแค่รอให้เซเลนอสเข้าไปอยู่ในรัศมีของระเบิด และจุดชนวนเท่านั้น
บรึ้มมม
เสียงระเบิดดังขึ้นอีกหลายครั้งและมันก็เป็นเช่นที่เซเลนอสว่าไว้ ถึงแม้จะเกิดขึ้นโดยมีเซเลนอสเป็นศูนย์กลาง แต่ทุกครั้งทุกหนอำนาจทำลายล้างของมันจะถูกย้ายออกไปในจนพ้นระยะ คนที่ต้องรับกรรมจากระเบิดจนร่างแหลกเหลวจึงมีเพียงแค่ทหารของกองทัพฝ่ายพันธมิตร
แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่ใช้ตอบโต้ได้ผล ถึงจะทีละเล็กทีละน้อยแต่เซเลนอสก็ได้รับบาดเจ็บไม่มากก็น้อย
เซเลนอสสามารถโจมตีเงาของอีกฝ่ายและสร้างบาดแผลหรือยึดตรึงเจ้าของเงาได้ แต่จีดัสเองก็รู้จุดนั้นดีเขาจึงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังไม่ให้ทั้งตัวจริงหรือเงาเข้าไปอยู่ในระยะโจมตี
เซเลนอสจับการเคลื่อนไหวของจีดัสได้ทีละนิด เขาอ่านกระแสเวท การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ผิว สีหน้า มันทำให้เขาแน่ใจว่าจังหวะไหนที่จะกดระเบิด
บรึ้มมม
ระเบิดคราวนี้ไม่ถูกตัวเขาเลยแม้แต่น้อย เขาอ่านได้ว่าจีดัสพยายามต้อนเข้าไปที่เนินตรงนั้นและชั่วพริบตาก่อนที่จีดัสจะจุดระเบิด เซเลนอสก็หนีออกมาแล้ว
“ดูเหมือนว่าระเบิดจะใช้ไม่ได้แล้วนะครับ”
บรึ้มมมม
“อ้อกก” เซเลนอสกระอักเลือด ระเบิดคราวนี้ไม่เพียงแค่รุนแรงกว่าทุกลูกที่ผ่านมามันยังถูกวางไว้ไม่ห่างจากระเบิดเมื่อครู่เพื่อหวังผลเรื่องรัศมีการทำลาย ทำให้เขาหนีไปไม่ทัน เซเลนอสประหลาดใจมาก เหนือกว่านั้นคือเขาไม่สามารถจับสัมผัสถึงระเบิดที่เพิ่งทำร้ายเขาได้เมื่อครู่เลยแม้แต่นิด
จีดัสอาจไม่ใช่คนที่จุดชนวน
“ใช่แล้ว ฉันเป็นคนจุดระเบิดเอง” โซนาตาโผล่มาจากข้างหลังพร้อมกับรอยยิ้ม “นอกจากจีดัสก็มีฉันนี่แหละที่จุดระเบิดได้”
“เป็นคุณนี่เอง ท่านแรปโซดีเล่าเรื่องของคุณให้ฟังแล้ว คุณมาจากอนาคตสินะครับ” เซเลนอสขยับตัวทำมุมที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นได้ทั้งจีดัสและโซนาตา เขามองมาที่โซนาตา นี่คือเป้าหมายหลักที่แรปโซดีตั้งใจกำจัดทิ้ง
โซนาตาไม่สนใจจะตอบคำถามที่จริง ๆ แล้วเป็นแค่การบอกเล่า
“นายเนี่ยน่าสนใจดีนะ แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยกลิ่นของความเศร้า แต่ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความชั่วร้ายจากก้นบึ้งของจิตใจ” โซนาตาชมจากใจ “ด้านวิชาที่ใช้เงา สารพัดทักษะการต่อสู้ น่าสนใจจริง”
“ขอบคุณที่ชม” เซเลนอสพยายามฝืนลุกขึ้นยืน แต่อาการบาดเจ็บของเขาหนักกว่าที่เห็นได้จากภายนอก เขาตั้งหลักยืนขึ้นมาได้ แต่ก็ดูอ่อนแรงและนิ่งอยู่ ดูท่าว่าจะขยับไปทางอื่นไม่ได้อย่างใจ สายตาของเขากวาดรวดเร็ว ดูเหมือนประเมินสถานการณ์และคิดแผนการในหัวอย่างรอบคอบ
ในอีกแง่หนึ่ง หมอนี่เหมือนกับจีดัส ไม่ใช่แค่ความสามารถทางกายภาพแต่สมองฉลาดปราดเปรื่องสุด ๆ
“เอาไว้จัดการกับแรปโซดีได้ สนใจจะมาเข้ากลุ่มอะบีสไหม”
“เฮ้ อย่ามาเกณฑ์คนในเวลาแบบนี้สิครับ” จีดัสส่ายหน้า “หมอนี่น่ะ ก่อนที่จะโดนล้างสมองก็เป็นตัวอันตรายที่คิดจะปลุกเทพปีศาจเลยนะ”
“แต่รีสเลย์บอกนี่ว่าเขาทำเพราะคิดจะช่วยพ่อและแม่นะ”
“ดูเหมือนจะรู้รายละเอียดดีจังเลยนะครับ”
“มีพรรคพวกของเราคนนึงเคยอ่านเรื่องราวของยุคนี้ เขาจำรายละเอียดไม่ได้มากแต่ก็เพิ่งนึกเรื่องของนายออกเร็ว ๆ นี้เอง เซเลนอส เพื่อนฉันเล่าให้ฟังกระทั่งเรื่องที่นายถูกอาร์มอนเดหลอกใช้”
“อาร์มอนเด…”
“ฉันรู้แล้วว่าจักรพรรดิแวมไพร์อาร์มอนเดอยู่เบื้องหลังนาย ถ้าไม่เกิดเรื่องของแรปโซดีขึ้น หมอนั่นก็อาจจะตลบหลังนายไปแล้ว ลองย้อนนึกดูดี ๆ นายไม่สงสัยบ้างเลยเหรอว่าทำไมวันนั้นเจ้านั่นถึงได้ไปโผล่แถวบ้านนาย ในวันนั้นที่นายสูญเสียทุกอย่าง มันไม่บังเอิญเกินไปหน่อยเหรอ”
โซนาตากระตุ้นให้เซเลนอสนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต วันที่ครอบครัวของเขาถูกชาวบ้านสังหารโหดเพียงเพราะหวาดกลัวที่พวกเขามีสายเลือดเทพ และตอนนั้นเองเป็นตอนที่เขาได้พบกับอาร์มอนเด
“ไม่มีประโยชน์ที่จะเกลี้ยกล่อมหรอก ต่อให้หมอนี่รู้ความจริงก็ไม่มีผลอะไร ก่อนหน้านี้จะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญ ตอนนี้เขาก็จะทำเพื่อแรปโซดีอยู่ดี” จีดัสตอบให้แทน
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ผล” โซนาตาแสยะยิ้ม “แต่ถ้าได้สติคืนมาแล้วยังจำได้ก็อยากให้รู้ไว้ว่าฉันอยากได้นายมาเป็นพวก”
จีดัสรู้สึกปวดหัวจี๊ด เขาชักไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือผิดที่ตอบตกลงว่าจะติดตามโซนาตาไป ชายคนนี้ไม่เลือกเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนดีหรือร้าย ขอแค่ถูกใจเขาก็จะหว่านล้อมให้มาทำงานให้ตน
“หึ ๆ ๆ “ เซเลนอสหัวเราะในลำคอ “เอาไว้ถึงตอนนั้นก่อนก็แล้วกันนะครับ แต่ผมไม่คิดว่าวันนี้คุณจะรอดชีวิตไปได้หรอก”
แล้วฉับพลัน เซเลนอสระเบิดพลังออกมา ดวงตาของเขาเรืองแสงอีกทั้งร่างกายห่อหุ้มไปด้วยออราสีม่วงดำ บาดแผลจากระเบิดเมื่อครู่หายไปจนเกือบหมด
ด้านของกาดิออสเองก็เหมือนกัน เขากลายเป็นร่างเทพหลังจากที่ไล่ต้อนรีสเลย์อยู่นานแต่ก็ไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด สภาพที่แข็งแกร่งของกาดิออสบีบให้รีสเลย์ต้องกลายร่างเป็นมังกรเพื่อรับมือ แม้ว่าโอกาสเอาชนะของร่างนี้ก็จะริบหรี่เต็มทีก็ตาม
“จงตายเพื่อท่านแรปโซดี” กาดิออสตะโกน เสียงคำรามของเขาดั่งราชสีห์ นอกจากมังกรรีสเลย์แล้วพวกทหารทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องถอยกรูดออกไปด้วยความหวั่นเกรง
รีสเลย์มีสติมากกว่าครั้งไหนในร่างมังกร เทียบกันกับแต่ก่อนเวลาที่ต้องอยู่ในร่างมังกร แรก ๆ เขารู้สึกเหมือนตกอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น หรือแยกแยะไม่ออกถึงความจริงหรือความฝัน อาจจะเป็นเพราะต้องกรำศึกในร่างนี้มาอย่างต่อเนื่องเขาจึงควบคุมมันได้สมบูรณ์แล้ว
รีสเลย์งับดาบเล่มหนึ่งไว้ได้ก่อนที่มันจะหั่นเขาเป็นสองซีก เพลิงจากลมหายใจมังกรถูกระเบิดออกมาแต่ก็ถูกมวลน้ำที่ดาบวารีสร้างขึ้นกั้นขวางไว้ กาดิออสใช้แรงเหนือมนุษย์พยายามกระชากดาบออกแต่รีสเลย์ก็กัดไม่ปล่อย สุดท้ายกลายเป็นฝ่ายกาดิออสเองที่ยกเลิกการอัญเชิญดาบวารีและหันไปใช้ดาบเล่มใหม่แทน
“จงมา… ดาบสยบมนตรา”
รีสเลย์รู้จักดาบเล่มนี้ดีเพราะเคยประดาบกับกาดิออสมาแล้วหลายครั้งหลายหน มันคือดาบที่ใช้เล่นงานผู้ใช้เวทโดยเฉพาะ นอกจากสามารถฟันเพื่อสลายเวทได้แล้ว มันยังสร้างความเสียหายโดยตรงให้กับแหล่งพลังเวทของศัตรู หากได้รับบาดเจ็บจากดาบเล่มนี้เข้าไปเพียงเล็กน้อยพลังเวทก็จะค่อย ๆ แห้งเหือดหมดไป
“เดลตาแอทแทค” กาดิออสพุ่งเข้าใส่ด้วยท่าโจมตีพิเศษ เขาเร็วขึ้นจนมองเห็นเป็นสามร่างและทั้งสามร่างก็โจมตีเข้าใส่จุดเดียวกัน
…ถูกฆ่าแน่…
แคร้งงง
รีสเลย์ในร่างมังกรยกปีกทั้งสองข้างขึ้นตั้งรับ เขาไม่ถอยเพราะคิดจะสละปีกทั้งคู่แลกกับการได้โจมตีสวน ต่อให้ต้องตายก็ไม่เป็นไรขอเพียงแค่บั่นทอนกำลังของกาดิออสได้มากพอ สุดท้ายไม่จีดัสก็บรรดายอดฝีมือทั้งหลายก็จะช่วยจบการต่อสู้นี้
แต่การโจมตีนั้นมาไม่ถึง ดาบคู่ที่ประสานกับท่าโจมตีสามทิศทางถูกหยุดไว้ได้ด้วยดาบคะตะนะสีดำสนิท เจ้าของดาบเล่มนั้นคือเซกันนั่นเอง
“ขอโทษที่เข้ามาแทรกนะครับ” เซกันหันมายิ้มให้
“ระวังไว้นะ ร่างเทพนี่ไม่เหมือนกับตอนที่ประลองหรอกนะ”
“ครับ” เซกันตวัดดาบและดันกาดิออสถอยกลับไป เขาไม่ได้ออกแรงมากแต่กลับดันดาบทั้งสองเล่มที่อยู่ในมืออีกฝ่ายกลับไปได้อย่างง่าย ๆ
จากนั้นมันก็กลายเป็นการดวลดาบของเซกันและกาดิออส ฝ่ายหนึ่งมีความเร็ว อ่อนพลิ้วและยืดหยุ่น ส่วนอีกฝ่ายก็มีพละกำลัง ความดุดัน
แต่ไม่ว่าจะฝ่ายไหนพวกเขาก็มีชั้นเชิงดาบขั้นสุดยอด
“ทั้งที่ใช้ดาบใหญ่ทั้งสองมือ แต่ก็เคลื่อนไหวได้ดีมาก ระยะไหนก็ไม่มีช่องว่างเลยครับ”
“สมบูรณ์แบบมาก ไม่เคยเห็นเพลงดาบที่งดงามแบบนี้มาก่อน”