Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 150: ผู้คนที่ล้มลง
ต่างฝ่ายต่างก็ผลัดกันชม ทำเอารีสเลย์ที่ร่วมฟังอยู่ด้วยรู้สึกกระดากแทน เขายืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่การประลองแต่เป็นสงคราม ร่างมังกรของเขาตัดสินใจกระโจนเข้าร่วมต่อสู้ด้วยและทำให้กาดิออสเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันที
“เอ่อ… ถ้าเป็นไปได้ให้ผมรับมือคนเดียวดีกว่านะครับ” เซกันหันมาพูดด้วยท่าทีเกรงใจ
“เฮ้! กำลังจะบอกว่าข้าเกะกะงั้นเหรอ” รีสเลย์ฟังแล้วก็รู้สึกยัวะขึ้นมา แล้วหน้าเกรงใจนั่นก็ทำให้เขาหงุดหงิด
ทำสงครามอยู่ ทำราวกับตัวเองแค่คนเดียวจะเอาชนะได้ ไอ้ละอ่อนนี่!
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมน่ะสู้ตามลำพังมาตลอด… ผมกลัวว่าจะพลาดพลั้งไปถูกคุณเข้า ที่สำคัญคุณกาดิออสก็เก่งจนผมออมมือให้ไม่ได้มาก”
“ออมมือให้ไม่ได้มาก” กาดิออสสะดุดกับประโยคของเซกัน
“ข้าไม่โง่เข้าไปโดนลูกหลงง่าย ๆ หรอกน่า” รีสเลย์ยืนกรานจะสู้ต่อ
แล้วเซกันก็โหมบุกไปพร้อมกับรีสเลย์ เขาเป็นฝ่ายตั้งรับการโจมตีและปล่อยให้รีสเลย์ค้นหาช่องโจมตีแทรกเข้าไป กาดิออสทุ่มสุดแรงเพื่อจัดการกับเซกันก่อนแต่ก็ไม่สามารถทำลายกำแพงของอีกฝ่ายได้
ประสบการณ์ของราชาเฒ่ายังเหนือกว่า เขาอ่านการโจมตีของรีสเลย์ออกและยังอาศัยมันเป็นเครื่องมือ จังหวะที่มังกรเพลิงกำลังพ่นไฟ ดาบอัคคีก็ปรากฏขึ้น ไฟลูกใหญ่ถูกม้วนและกลืนเข้ากับดาบ เป็นจังหวะเดียวกับที่กาดิออสสะบัดดาบไปทางเซกัน
“แย่แล้ว!!”
จากวิถีของดาบ ทางเลือกโดยสามัญคือการเบี่ยงหลบ ด้านหลังหรือข้างบน ทางเลือกอื่นเช่นก้มหลบ หรือเบี่ยงซ้ายขวาคือทางที่จะทำให้ถึงฆาตเพราะกาดิออสพร้อมที่จะฟันซ้ำด้วยดาบอีกเล่ม และต่อให้ถอยหรือกระโดดหนี เขาก็ยังเตรียมตามเข้าไปซ้ำแล้ว
เซกันทำให้สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาตรงเข้ามา ไม่สนใจทั้งเปลวไฟและคมดาบที่กำลังจะหั่นร่างของตน เขาเลือกที่จะแทงดาบดำสวนไป
ฉึกกก
ดาบแทงทะลุอกของกาดิออส ในตำแหน่งที่เซกันตั้งใจว่าจะทำให้บาดเจ็บหนักแต่ไม่ถึงชีวิต ส่วนตัวเขาก็ถูกดาบเพลิงตัดแขนข้างหนึ่งขาด แถมคมดาบยังฟันฝังลึกลงไปถึงหัวใจ
“เฮ้ยยย” รีสเลย์ร้องเสียงหลง
“ผมว่าผมชนะแล้วนะครับ” เซกันตอบหน้านิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บปวด แต่เพราะเจ็บยิ่งกว่านี้เป็นสิบเป็นร้อยเท่าก็เคยมาแล้ว
“ถึงกับยอมตายเชียวหรือ แต่แผลของข้าน่ะ…”
“ครับ คุณโซนาตาอยากให้จับเป็น ถ้าไม่ทำขนาดนี้ก็คงหยุดคุณได้ยาก” เซกันว่าพร้อมกับดันตัวกาดิออสออกไป
ไม่มีบาดแผลหลงเหลือสักนิด มีเพียงแค่ร่องรอยของเสื้อและเกราะบางส่วนที่ถูกทำลายไป แม้แต่แขนที่ขาดกระเด็นไปแล้วก็กลับมาเหมือนเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ก็ใช่ว่าเซกันที่หน้านิ่งจะไม่ตกใจกับพลังของอีกฝ่ายเมื่อครู่ เกราะดาร์คบลัดอาร์เมอร์ของเขาถึงกับเสียหายได้ทั้งที่เพิ่งถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว นี่คือหลักฐานว่าศัตรูของเขาเป็นสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์
“พลังฟื้นตัวยิ่งกว่าพวกอันเดดซะอีก” ทหารคนหนึ่งที่ดูอยู่ด้วยวิจารณ์เซกัน เขาจ้องแขนข้างที่ขาดไปแล้วตาแทบไม่กะพริบ
“โชคดีชะมัดที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน” ทหารอีกรายพูดขึ้น
เซกันถอดเกราะแขนจากแขนข้างที่ขาดมาใส่แขนใหม่ที่งอกออกมาแทนที่ เขาทิ้งแขนเก่าเอาไว้โดยไม่รู้ว่าลูกสมุนของแรปโซดีกำลังจับตามองอยู่
เช่นเดียวกับรีสเลย์ผู้สืบสายเลือดจากเทพแห่งความกล้าหาญ กลาดิออสเองก็ไม่หวาดหวั่นต่อความตาย เขาเจ็บหนักแต่ก็ไม่ยอมถอยแม้สักก้าว ชายแก่ยังตั้งหน้าตั้งตาโจมตีใส่เซกันอย่างบ้าเลือด
ดาบถูกสลับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ดาบอัศนี ดาบเพลิง ดาบปฐพี ดาบต้องสาป ดาบมายา และอีกมากถูกสลับไปมาในสองมือ จ้วงแทงด้วยดาบหนึ่ง รับด้วยดาบหนึ่ง ฟันกระหน่ำด้วยดาบหนึ่ง ทุกอย่างเร็วจนเหล่าพยานในการต่อสู้ไม่สามารถจับได้ทัน
แทนที่จะเหนื่อยและอ่อนล้าจากอาการบาดเจ็บ กาดิออสกลับยิ่งเร็วขึ้น ราวกับแสงสว่างวาบก่อนที่เปลวเทียนจะดับลง เขาเค้นเอาทุกอย่างออกมาจนหมด
รีสเลย์หาจังหวะโจมตีไม่ได้เลยสักนิด เช่นเดียวกับทหารอีกหลายรายที่เฝ้ารอดูจังหวะแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนหนึ่งในนั้นหมดความอดทน เขาคิดจะเสี่ยงด้วยการเข้าโจมตีจากข้างหลังดื้อ ๆ
“อย่าครับ อย่าเข้ามา” เซกันตะโกนเตือน แต่ไม่ทันแล้ว ทหารรายนั้นถูกแค่แรงอัดอากาศที่เกิดจากดาบของกาดิออสบดจนกลายเป็นเศษเนื้อ
ฉึกกก
เป็นอีกดาบที่เซกันจำใจต้องแทงสวนไปมันทะลุท้องของกาดิออสไปถึงด้านหลัง อีกฝ่ายเกร็งท้องเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาชักดาบกลับได้ ถ้าเป็นคนอื่นมันก็คงเป็นเช่นนั้น แต่แรงของเซกันนั้นมากเกินกว่าจะหยุดยั้ง ผลลัพธ์คือเอวและกล้ามท้องด้านซ้ายของกาดิออสแหลกหายไปแทน
“แย่แล้ว…” เซกันร้องเสียงหลง เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะลงมือหนักแบบนั้นเลย
“ไอ้เด็กบ้านี่… จนถึงตอนนี้ก็ยังจะออมมืออยู่อีกเหรอ” กาดิออสมองออก เขาเจ็บใจ รู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนกำลังดูถูกตน
“กรุณาหยุดเถอะครับ ผมขอร้อง”
“อยากให้หยุดก็ฆ่าข้าซะ” กาดิออสคำราม
เลือดทะลักออกมาไม่ขาดสาย ผลการต่อสู้ชัดเจนอยู่แล้วว่าราชาเฒ่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แค่ฝ่ายที่กำลังลนลานกลับเป็นเซกัน เขาหลั่งน้ำตาให้กับความเจ็บปวดของอีกฝ่าย ในใจก็ภาวนาขอให้อีกฝ่ายยอมแพ้ก่อนที่จะหมดลมหายใจ
“ฆ่าเขาซะ” รีสเลย์ตะโกนบอก
“แต่ว่า… คุณโซนาตาบอก…”
“เลิกบ้าซะที นายกำลังหยามศักดิ์ศรีของเขานะ”
“…” เซกันไม่ได้ตอบ เขาเล่นงานกาดิออสอีกหลายแผล แต่ทุกแผลก็เป็นแค่การทำเพื่อหยุดอีกฝ่าย
“ถ้าจะทำให้พิการล่ะก็ ฆ่าเขาเลยดีกว่า” รีสเลย์เองทนไม่ไหวกับภาพที่เซกันสร้างความบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับกาดิออสที่ไม่มีทีท่าจะยอมแพ้
“พิการก็อาจจะรักษาได้ ศักดิ์ศรีถูกหยามแล้วยังไง อย่างน้อยก็ดีกว่าให้เขาตายไม่ใช่เหรอครับ ต่อให้ต้องตัดแขนตัดขาเขาทิ้ง…”
“ก็บอกให้หยุดยังไง!!” รีสเลย์กระโจนเข้าใส่เซกัน อีกฝ่ายไม่กล้าสวนกลับจึงถูกปีกมังกรซัดใส่จนกระเด็นลอยไปหลายช่วงตัว
“อย่า!!!” เซกันร้องโหยหวน เพลิงจากลมหายใจมังกรพุ่งเข้าใส่กาดิออสที่ไม่คิดจะหลบหนี ร่างทั้งร่างถูกไฟลุกท่วมในทันที
“นายอาจจะเก่งกว่าพวกเราทุกคน… แต่นายน่ะไม่ใช่นักรบหรอก” รีสเลย์พูดตอกใส่หน้าเซกันเป็นการทิ้งท้าย
ด้านซีวีและอดอว์ตเต การต่อสู้ของพวกเธอชะงักงันหลังอดอว์ตเตใช้ทุกอย่างเท่าที่เธอนึกออกแต่ก็ไม่สามารถต่อกรกับซีวีได้ มันทำให้เธอเหลือแค่วิธีสุดท้าย
ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนไป อดอว์ตเตก่อนเสียชีวิตได้ต่อสู้กับเดียซาเบลจนปางตาย ในครั้งนั้นเธอใช้กระสุนพิเศษกับตัวเองถึงสามครั้ง ทั้งที่รู้ว่าสองครั้งคือขีดจำกัดสูงสุดที่มนุษย์สามารถรับได้ แต่เธอก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปในขอบเขตใหม่ เธอกระตุ้นพลังของตัวเองเพื่อให้สามารถส่งมอบพลังให้ซีวีได้อย่างถาวร
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป อดอว์ตเตตั้งใจสู้ถวายชีวิตให้กับแรปโซดี ปืนหลอมรวมเข้ากับมือทั้งคู่ ร่างกายขยายขนาดใหญ่โตขึ้นและปรากฏชิ้นส่วนที่ดูคล้ายกับเครื่องจักรงอกออกมา มีทั้งเครื่องจักรที่งอกออกมาคลุมขาเอาไว้ ปืนใหญ่ที่งอกออกมาที่ไหล่ บางส่วนเหมือนกับหมวกและพร้อมกับหน้าจอ เธอกำลังกลายเป็นเครื่องจักรสังหาร
“ขอถามอะไรหน่อยสิ แรปโซดีมีเป้าหมายอะไรกันแน่” ซีวีพยายามไม่สนใจรูปร่างพิลึกของอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้เธอก็เคยเห็นอดอว์ตเตกลายเป็นตัวอะไรต่อมิอะไรมาไม่น้อย
“คิดจะถ่วงเวลาหรือยังไง ก็เห็นอยู่ว่าข้ามีเวลาจำกัด” อดอว์ตเตใช้เสียงหงุดหงิดอย่างที่ซีวีไม่เคยได้ยินมาก่อน
“ข้า…”
“แต่เอาเถอะ จะบอกนิดหน่อยก็ได้ ท่านแรปโซดีน่ะต้องการสร้างโลกขึ้นใหม่ยังไงล่ะ เจ้าน่ะคงคิดว่าพลังของท่านทำได้แค่ดูดกลืนมนุษย์เข้าไปสินะ แต่จริง ๆ ท่านสามารถดูดกลืนและสร้างสิ่งมีชีวิตได้ทุกชนิด มนุษย์ สัตว์ ปีศาจ เดวัล แมลง พืช หรือแม้แต่พวกเชื้อโรค”
“แรปโซดีจะสร้างโลกใหม่ที่ทุกอย่างคือส่วนหนึ่งของตัวเองเหรอ”
“ใช่แล้ว และเมื่อทำได้สำเร็จ การแก่งแย่ง สงคราม ความขัดแย้งทุกอย่างจะหายไป เพราะสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลกนี้จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกอย่างจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของท่านแรปโซดี”
“แบบนั้นจะมีความสุขจริง ๆ เหรอ”
“เพราะต่อต้าน มันถึงได้เจ็บปวดยังไงล่ะ”
“เพราะบังคับ มันเลยมีคนที่ต่อต้านยังไงล่ะ”
“เลิกถ่วงเวลาได้แล้ว” อดอว์ตเตไม่ยอมเสียเวลาอีกแล้ว เธอพุ่งเข้ามาและกระหน่ำยิงใส่ซีวีในระยะประชิด ส่วนอีกฝ่ายก็ปัดป้องไว้ด้วยดาบแสง
ซีวีพบว่าอดอว์ตเตกึ่งจักรกลเร็วพอ ๆ หรืออาจจะเหนือกว่าเล็กน้อย นอกจากนั้นทั่วร่างของอดอว์ตเตก็ยังเต็มไปด้วยอาวุธโจมตีทั้งระยะใกล้และไกล บางส่วนทำหน้าที่เหมือนกับใบเลื่อย บางส่วนเป็นปืนหรือตัวปล่อยทุ่นระเบิด
ข้อจำกัดมีเพียงพลังงานมหาศาลที่ถูกสูบไปใช้อย่างรวดเร็ว อดอว์ตเตไม่เหลือเวลาให้ฟื้นกำลัง ตรงกันข้ามกับซีวี แสงอาทิตย์คือแหล่งพลังงานที่เกือบจะไร้ขีดจำกัด
ซีวีสู้มาตลอดทั้งวันโดยที่แทบไม่ได้บันยะบันยังพลังเวทเลยสักนิด แต่แสงแดดก็ฟื้นคืนกำลังเวทให้เธอ เมื่อมีพลังเวทเธอก็จะใช้คาถารักษาอาการบาดเจ็บได้ สิ่งเดียวที่เธอฟื้นฟูไม่ได้จึงมีเพียงแค่ความอ่อนล้าที่เวทมนตร์รักษาไม่ได้ช่วยอะไร
ความแตกต่างนั้นส่งผลให้เห็นอย่างรวดเร็ว ฝ่ายที่เหนือกว่ากำลังอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว ฝ่ายที่ด้อยกว่ากำลังฟื้นกำลังและฟื้นฟูจากบาดแผลด้วยความเร็วสูง แค่เพียงไม่ถึงสิบนาทีรูปการณ์ก็พลิกผัน ซีวีเปลี่ยนจากฝ่ายที่ถูกบีบให้ต้องตั้งรับกลายเป็นสามารถเริ่มโจมตีสวนกลับได้ และในที่สุดก็มีแค่เธอเท่านั้นที่มีโอกาสโจมตี
อดอว์ตเตถือว่าต่อสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
เธอเกือบจะเป็นฝ่ายคว้าชัยไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าเพียงแค่ซีวีแข็งแกร่งน้อยกว่านี้อีกสักนิด หรือซีวีไม่เคยรู้การเคลื่อนไหวของเธอ ผลคงไม่ออกมาแบบที่ทุกคนเห็น
ซีวีแบกร่างที่กำลังจะหมดลมหายใจเพื่อนรักออกมาสนามรบ
การที่ต้องมาเห็นเพื่อนคนเดิมจากไปเป็นครั้งที่สองเป็นสิ่งที่บีบคั้นหัวใจ เธอเจ็บปวดและสะอื้นร้องไห้ปริ่มจะขาดใจตายตามไป เธอได้เพียงแค่ภาวนาขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
“อดทนเอาไว้นะ โซนาตาไม่ก็ท่านจีดัสต้องมีวิธีรักษาแน่”
“โง่จริง มันมีวิธีที่ไหนล่ะ” เสียงของอดอว์ตเตแผ่วลง
“เจ้าพูดอยู่เสมอไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นแบบไหนก็ต้องมีความหวัง”
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ” อดอว์ตเตหัวเราะเสียงแหบพร่า “นี่…”
“อะไรเหรอ”
“ทะเล สวยจังเลยเนอะ” อดอว์ตเตเหม่อมองไปเบื้องหน้า มันมีแต่ท้องทุ่งหิมะ ซากศพและสีแดงของเลือด ไม่มีอะไรเลยที่ดูเหมือนทะเลที่เธอพูดถึง
“อดอว์ตเต!”