Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 15: อัศวินผู้ทรยศ

ด็อกมา ดิอาลโน (พ่อบุญธรรมโซนาตา)
บริเวณคุกเก่าที่ห่างออกมาจากปราสาท บาลดริกและทหารที่เหลือรอด แอบมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ หลังจากที่กองทัพเคออสบุกเข้ามาถึงเมืองหลวงผ่านกำแพงเมืองที่แหว่งหายไป ความเสียหายต่อเนื่องทำให้ทัพหลวงจากจำนวนหลายหมื่นเหลือแค่หลักร้อยภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์เดียว
แม้ทุกคนจะยอมรับแล้วว่าพวกเขาพ่ายแพ้ แต่ดีวานและทีนาก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างกล้าหาญ หลายครั้งหลายหนที่พวกเขาออกไปเผชิญหน้าเคออส และกลับมาด้วยความบอบช้ำ
“ต้องพาองค์ราชาหนี” ทีนาปรึกษายารอนเกี่ยวกับแผนการที่เหลืออยู่ ตอนนี้วังไม่สามารถอยู่ได้อีกแล้ว ทางรอดที่เหลืออยู่จึงมีเพียงหนีไปพึ่งเมืองอื่นและรวบรวมกำลังทหารขึ้นใหม่
“เรฟลินตันเป็นเมืองที่มีกำลังทหารเข้มแข็ง แต่ตัดไปได้เลย เมืองนั้นอยู่ใกล้เรวาเรนท์เกินไป” ยารอนส่ายหน้า เขาพยายามไล่รายชื่อเมืองสำคัญที่อยู่ฝ่ายตน แต่ไม่ว่าจะที่ไหนก็ดูไม่เข้าที
“ต้องออกห่างจากเดคอนและเมืองหลวงให้มากที่สุด” ดีวานที่ดูมอมแมมกว่าที่เคยเดินมาร่วมวงด้วย
“หรือจะไปขอพึ่งโซดาเรีย…” ยารอนลองเสนอดูแต่แล้วก็เลิกล้มความคิดนี้ โซดาเรียเป็นประเทศเกาะเล็ก ๆ ที่รักสงบ พวกเขาไม่อยากยุ่งกับปัญหาภายในของเอเทเซีย และต่อให้พวกเขายอมช่วยมันก็เท่ากับว่าหนีไปติดเกาะ ซึ่งสภาพแทบจะไม่ดีไปกว่าตอนนี้
“เมืองทางตอนใต้มีหลายเมืองที่ยังอยู่ข้างเรา เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงใต้” ทีนาสรุปอีกครั้ง
ยารอน ดีวานและทีนานำเรื่องนี้ไปปรึกษากับราชาอีกครั้ง ทั้งบาลดริกและไบรเดนต่างหัวเสียที่ต้องทิ้งเมืองหลวงไปแต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นี่เป็นหนทางสุดท้ายที่เหลืออยู่
…ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์… วอลโดยืนกอดอกฟังอยู่จากระยะไกล ถ้าหนีไปตามลำพังก็เรื่องหนึ่ง แต่เขาไม่คิดว่าจะสามารถพาบาลดริกและขุนนางทั้งหลายกระเตงไปด้วยได้ ยิ่งเรื่องจะกลับไปรวบรวมกำลังพลขึ้นใหม่ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำเอาประชาชนส่วนใหญ่หันไปอยู่ข้างเคออสแทบทั้งนั้น
เขาควรจะหนีไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้ วอลโดไม่ได้มีความจงรักภักดีต่อราชาของตนเหมือนกับพาลาดินศักดิ์สิทธิ์อีกสองคน ใจจริงเขาอยากจะเอาหัวบาลดริกไปมอบให้เชอรีสเสียตั้งแต่ตอนนี้ เผื่อจะได้ความดีความชอบด้วยซ้ำ แต่ที่ไม่ทำเช่นนั้นก็เพราะรู้ตัวว่าก่อนหน้านี้ตนเองก็เคยอาศัยอำนาจบารมีทำเรื่องต่ำช้ามาไม่น้อย บางทีว่าที่ราชินีองค์ใหม่อย่างเชอรีสซึ่งค่อนข้างเป็นเดือดเป็นแค้นกับการใช้อำนาจหาประโยชน์จากผู้อ่อนแอกว่าอาจจะไม่ไว้ชีวิตเขา
แล้วอะไรคือเหตุผลที่เขายังอ้อยอิ่งอยู่แถว ๆ บาลดริกล่ะ…
เหตุผลก็คือฟเลนนิรัสและฟราคาเรียนที่อยู่ในมือของทีนาและดีวานนั่นเอง เขายังเล็งดาบสองเล่มนี้อยู่และหากสบโอกาสก็จะไม่ลังเลที่จะแย่งมันมา
กลุ่มของบาลดริกปลอมตัวเป็นชาวบ้านและเล็ดลอดหนีออกมาจากเมืองหลวงได้อย่างไร้ปัญหา เพราะคำสั่งเปิดทางแก่ผู้ที่ต้องการหลบหนีโดยว่าที่ราชินีองค์ใหม่ยังมีผลอยู่ เชอรีสรู้ว่าทรราชบาลดริกอาจฉวยโอกาสหนีในลักษณะนี้และตอนช่วงเวลานี้ แต่เธอก็ปล่อยวางไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วในเรื่องการสำเร็จโทษแก่เขา
ต่อให้เขาหนีไปได้ เชอรีสเชื่อว่าเอเทเซียภายใต้การนำของบาลดริกจะไม่มีทางหวนคืนมาเป็นครั้งที่สอง
บาลดริกและคณะของเขามุ่งลงใต้ตามแผน
ความลำบากจากการเดินทางทำให้มีทหารเสียชีวิตและหนีทัพเพิ่มขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน และเพียงไม่กี่สัปดาห์จากวันที่เริ่มออกเดินทาง พวกเขาก็เหลือไม่ถึงครึ่ง
“พวกเราต้องหยุดพัก” ดีวานเอ่ยเสียงเครียด ตัวเขาเองยังทนไหว แต่เขาไม่คิดว่าพวกลูกน้องจะทนได้มากกว่านี้ พวกเขาต้องแวะพักที่หมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งเพื่อซื้อเสบียงรวมทั้งให้เวลาทหารที่บาดเจ็บได้ฟื้นตัว
“หมู่บ้านแถวนี้ทั้งหมดเข้ากับฝ่ายเคออสหมดแล้ว” ทีนาก็เสียงเครียดไม่แพ้กัน นอกจากทหารแล้วเธอก็ยังห่วงอาการของราชาและเจ้าชายด้วย พวกเขาไม่เคยต้องตกระกำลำบากขนาดนี้มาก่อน เธอไม่มั่นใจเลยว่าพวกเขาจะทนได้จนถึงปลายทาง
พวกเขาเลี่ยงหมู่บ้านและชุมชนมากเท่าที่จะมากได้ เพราะกลัวถูกทหารเคออสจดจำใบหน้าได้และเข้าเล่นงาน แต่การทำแบบนั้นยิ่งทำให้เกิดเรื่องแย่กว่าเดิม เพราะเส้นทางรกร้างหากไม่เต็มไปด้วยพวกเดวัลป่าก็มักจะมีกลุ่มโจร
แล้ววันที่แผนร้ายของวอลโดถูกเผยก็มาถึง เมื่อคณะของพวกเขาเดินทางมาจนถึงจุดหนึ่ง สายฝนก็เทกระหน่ำลงมา ไม่มีใครเลยที่สงสัยว่าวอลโดมีความสัมพันธ์กับกลุ่มโจรและการถูกโจรเข้าจู่โจมก็เป็นไปตามแผนที่ได้นัดแนะแล้ว ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เริ่มการต่อสู้
“พวกโจร! คุ้มกันองค์ราชาและเจ้าชาย” ดีวานตะโกนเตือนทุกคนฝ่าสายฝน เขากระโดดเข้าไปกลางวงของโจรอย่างกล้าหาญและสังหารศัตรูทิ้งไปหลายคนในพริบตา
ทีนา วอลโดและอัศวินอีกหลายรายต่างยืนล้อมบาลดริกและไบรเดนเอาไว้ พวกเขาประหลาดใจที่โจรกลุ่มนี้มีทักษะเหมือนกับทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ท่ามกลางความวุ่นวายวอลโดก็เผยเจตนาแฝงอันร้ายกาจ แทนที่เขาจะช่วยสู้กับกลุ่มโจร เขากลับหันไปทางทีนา
ในมุมอับที่พาลาดินหญิงไม่มีทางมองเห็น ดาบเล่มหนึ่งได้พุ่งออกมาจากเงาของวอลโด ทีนาจับจิตสังหารได้จึงหันกลับมาปัดมันทิ้งในทันที แต่ร่างของเธอกลับไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ดังใจเพราะน้ำแข็งที่เกาะกุมเกือบทั้งร่าง
ฉึกกก
ดาบเงาเลื่องชื่อได้แทงทะลุผ่านมือของเธอไป ทีนาฝืนขยับทั้งที่แทบทำไม่ได้ แล้วตอนนั้นเองดาบอีกเจ็ดเล่มก็พุ่งมาจากทุกทิศทาง
…เมกะชิลด์… ทีนาร่ายเวทป้องกันฉับพลันโดยไม่ได้แม้แต่เอ่ยชื่อออกมา มันเพิ่มพลังป้องกันให้เธอมากมายแต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานคมดาบที่แฝงด้วยจิตต่อสู้ของวอลโดได้
“ท่านจะทำอะไร” ทีนากระอักเลือด เธอมีเจตจำนงจะโต้ตอบกลับด้วยเวท แต่สภาพของดินฟ้าอากาศที่ไม่เป็นใจทำให้เธอต้องยั้งมือเพราะพวกของเธออาจจะโดนลูกหลงไปด้วย
“ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวก็จริง แต่เจ้าช่วยตายที่นี่ด้วยเถอะ” วอลโดพูดหน้าตาเฉย เขาออกแรงใส่ดาบทั้งแปดเล่มที่ยังปักอยู่บนร่างของทีนาให้แทงลึกขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ผลดังใจ เพราะพลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นของทีนาผู้ซึ่งฝึกฝนตนมาอย่างแข็งแกร่ง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะวอลโด เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่” ราชาบาลดริกตะโกนห้าม แต่อดีตแม่ทัพใหญ่ไม่ได้สนใจ เมื่อเห็นว่าดาบแปดเล่มยังไม่พอ เขากระหน่ำดาบวิเศษในมือใส่ทีนาอีกหลายหน และมันทำให้อัศวินอีกหลายคนถูกลูกหลงตายไป
“ไอ้คนทรยศ” เจ้าชายไบรเดนโกรธจนมือไม้สั่น เขาเข้าใจว่าวอลโดถูกเคออสซื้อตัวไปแล้ว ไม่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายเคลื่อนไหวเพียงเพราะอยากได้ดาบที่ทีนาและดีวานครอบครอง
ดีวานถูกกลุ่มโจรดันออกมานอกวงจึงหันไปเห็นถนัดตาว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาโกรธจนแทบคลั่งกับภาพที่เห็น และเริ่มประติดประต่อสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่มือยังต่อสู้โรมรันศัตรูต่อ กว่าเขาจะตระหนักว่าวอลโดคือตัวการของความวุ่นวายทั้งหมด ทีนาก็ถูกเล่นงานจนแทบหมดสภาพไปแล้ว ดีวานพยายามเข้าไปช่วยแต่กลุ่มโจรที่เป็นพวกเดียวกับวอลโดสกัดปิดทางไว้
ทักษะเชิงดาบ เวทมนตร์ และประสบการณ์ของทีนาไม่มีส่วนไหนเลยที่เธอด้อยกว่าวอลโด จุดที่แตกต่างกันมีเพียงแค่เธอได้รับบาดเจ็บหนักก่อนที่จะได้ตั้งตัว และเธอยังรู้สึกลังเลที่จะฆ่าฟันอีกฝ่ายที่เคยร่วมต่อสู้กันมาตลอด แม้ว่าฝ่ายนั้นจะออกตัวชัดเจนว่าเขาไม่ได้ใส่ใจมิตรภาพที่เคยมีร่วมกันมาแม้แต่นิดเดียว
“โฮลีธันเดอร์” ทีนารอจังหวะที่คนอื่นถอยห่างออกไป เธอยิงสายฟ้าจากปลายดาบโดยพยายามควบคุมวิถีให้ถูกเฉพาะวอลโด
เขาเห็นท่านี้มานับร้อยนับพันครั้งและรู้จังหวะดียิ่งกว่าไม้ตายของตัวเอง ตรงกันข้ามกับทีนา เธออ่านเขาไม่ทัน ไม่ได้นึกว่าวอลโดเตรียมใช้ดาบชาโดว์เอจกับเธออีกครั้ง
ดาบโค้งสีดำถูกปักลงที่เงาของเธอ มันไม่เพียงแค่ทำให้เลือดจากคอทีนาพุ่งกระฉูดมันยังยึดคอของเธอไว้กลางอากาศจนขยับไม่ได้แม้เพียงนิด ด้วยประสบการณ์ทีนานึกหาวิธีหลุดออกจากสภาพนี้ได้ เธอใช้เวทแสงสว่างในทันทีเพื่อเปลี่ยนทิศทางเงาของตัวเอง แต่การกระทำของเธอก็สายไปเสียแล้ว
ศีรษะของหญิงวัยกลางคนหลุดกระเด็นจากคอ ไม่ได้ดิ้นรนหนีไปได้อย่างที่คาดไว้ เพราะดาบน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ของวอลโดตวัดออกไปอย่างเต็มแรง แล้วนั่นก็กลายเป็นจุดจบที่เลวร้ายของหนึ่งในสามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์
“ม่ายยยยยย” ดีวานร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง ราวกับโลกทั้งโลกได้ทลายลง ผู้หญิงที่เขาชื่นชมและกลายมาเป็นเหตุผลให้เขาเลือกวิถีอัศวินเพิ่งถูกอาจารย์ของตนเองฆ่าไปต่อหน้าต่อตา