Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 151: ชัยชนะ?
เหล่าทหารปีศาจที่สูญเสียแม่ทัพกำลังลดจำนวนลงด้วยความเร็วที่น่าใจหาย หลังจากเสียกาดิออสและอดอว์ตเตไป พวกมันก็เสียแม่ทัพสำคัญไปอีกถึงสองรายในเวลาไล่เลี่ยกัน รายแรกคือบัลเซรุสที่ถูกเคสเทรลถลุงจนสะบักสะบอมไปทั้งร่าง ราชาปีศาจที่ไม่เคยก้มหัวยอมแพ้ให้ใครกำลังถูกมนุษย์อัดยับมาตั้งแต่เมื่อครู่
เคสเทรลโกรธจนสติขาดผึงไปแล้ว ก่อนหน้านั้นเขาพลาดและปล่อยให้บัลเซรุสเข้าประชิดตัวมิเดลเลียได้ และทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
“ชีพสังเวย” มิเดลเลียเอ่ยชื่อคาถา มันคือเวทมนตร์ทำลายล้างของนักบวช เวทนี้เป็นไม่กี่เวทที่มิเดลเลียสามารถสร้างความเสียหายให้กับปีศาจระดับบัลเซรุสได้ แต่มันก็ต้องแลกมากับสิ่งแลกเปลี่ยนที่หนักหนา
บรึ้ม!!
เสียงระเบิดดังก้อง ร่างของทั้งสองถูกแรงระเบิดผลักจนกระเด็นออกจากกัน หน้าอกของบัลเซรุสมีร้อยไหม้เป็นรูปฝ่ามือปรากฏอยู่ ส่วนร่างกายก็มีความเสียหายเกิดขึ้นไปทั่ว
มิเดลเลียก็บาดเจ็บหนักไม่แพ้กัน แขนของเธอข้างหนึ่งพังยับ หัวฟาดเข้ากับพื้นจนหมดสติ
มันคือเวทมนตร์นำพลังชีวิตออกมาใช้เป็นพลังทำลาย เดิมทีทั้งผู้ใช้และเหยื่อควรจะต้องตายตกไปตามกัน แต่บัลเซรุสแข็งแกร่งจนเกินไป ส่วนมิเดลเลียก็มีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ซึ่งทำให้เธอรอดมาได้แต่ก็ต้องเจ็บสาหัส
“ยัยนี่…” บัลเซรุสฉุนขาดที่ถูกผู้หญิงเล่นงาน เขาพบว่าหนึ่งในผู้ที่ติดตามของมิเดลเลียล้มลงไปด้วย ในตอนนั้นเขายังไม่เฉลียวใจว่า ผู้ติดตามคนนั้นเป็นคนสละชีพแทน
นี่คือแผนของมิเดลเลีย เธอตั้งใจใช้ชีวิตของตัวเองและผู้ติดตามอีกหลายคนเพื่อต่อกรกับคนที่แข็งแกร่งแบบเขา
แต่เธอก็ผิดพลาด แรงสะท้อนจากชีพสังเวยนั้นมากมายกว่าที่คิด นอกจากเสียแขนข้างขวาไปแล้ว มิเดลเลียยังทำให้ตัวเองหมดสติอีก
มิเดลเลียไม่รู้ว่าในประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เธอใช้วิธีเดียวกันนี้สังหารบัลเซรุส แต่นอกจากจะมีผู้เสียสละมากมายมันก็จะทำให้เธอเจ็บหนักเจียนตายด้วย และมันนำพาเธอไปถึงจุดจบในที่สุด
เคสเทรลโทษว่ามันคือความผิดของเขา ทั้งที่พูดเสียดิบดีว่าจะปกป้องเธออย่างสุดความสามารถ แต่แค่พริบตาเดียวที่เขาตัดสินใจจะปิดบัญชีเออร์มุนก่อน เรื่องเลวร้ายนี้ก็เกิดขึ้น
…บ้าเอ้ย ทำไมฉันไม่อยู่ข้างเธอในตอนนั้น…
“เทิร์นทูดัสต์”
กำปั้นของเคสเทรลกับขวานของบัลเซรุสประสานกัน ส่วนคมของขวานเป็นส่วนแรกที่ถูกเทิร์นทูดัสต์สลายไปแต่พลังของเคสเทรลก็ไม่สามารถสลายขวานทั้งเล่มได้หมด ขวานเล่มนี้เป็นหนึ่งในอาวุธชั้นสูงที่ราชาปีศาจใช้ ความบ้าบิ่นในการชกสวนมันจึงต้องแลกด้วยกำปั้นขวาของเขา
กำปั้นที่แหลกเละไม่ได้ให้เคสเทรลชะงักไปสักนิด กำปั้นซ้ายของเขาง้างรอไว้แล้วเช่นกัน บัลเซรุสก็ไหวตัวทัน เขายกแขนขวาขึ้นตั้งรับ
…แขนข้างนี้ข้ายกให้… บัลเซรุสคิด
มันเป็นอย่างที่คาด กำปั้นซ้ายของเคสเทรลจมหายเข้าไปในมัดกล้ามของแขนขวา ทั้งแขนกำลังจะแหลกสลายไปในเวลาอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
…ขอหัวแกให้ข้าเถอะ…
บัลเซรุสปล่อยมือจากขวานที่หมดสภาพไปแล้ว เขาตั้งใจจะคว้าคอของเคสเทรลและบีบให้เละหลุดติดมือมา แต่เคสเทรลเร็วกว่า เขาเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาแทน หัวกับหัวกระแทกกันอย่างจัง แรงจนหัวของฝ่ายราชาปีศาจต้องถอยไป
“อ๊ากกกก”
บัลเซรุสร้องลั่น มันไม่ใช่แค่การกระแทกทั่วไป เคสเทรลอัดพลังของเขาไว้ที่หัวด้วย เมื่อยามที่มันกระแทกเข้ากับหัวของบัลเซรุส ใบหน้าของอีกฝ่ายจึงเริ่มหลุดร่วงเป็นผง
เคสเทรลฉวยจังหวะนั้นโจมตีซ้ำ แขนขวาของบัลเซรุสสลายไปแล้ว เขาจึงต้องยกแขนข้างที่เหลือขึ้นป้องกันกำปั้นซ้าย แต่สิ่งที่พุ่งเข้ามากลายเป็นลูกเตะเสยปลายคางแทน
สติของบัลเซรุสดับวูบไปพร้อมกับลูกเตะแรกและสุดท้ายจากเคสเทรลโดยมีเขาเป็นเป้า ศีรษะของบัลเซรุสกำลังผุกร่อนและสลายไป ในเสี้ยวสุดท้ายก่อนที่จะสูญสิ้น เขาถามตัวเองว่าทำไมตนถึงมาอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรกและการต่อสู้ครั้งนี้มันมีความหมายจริง ๆ หรือ
เมื่อไม่มีบัลเซรุส การจัดการกับเออร์มุนก็สะดวกขึ้น เทียบกับการสลายสิ่งมีชีวิต พลังของเคสเทรลมีผลกับร่างไร้ชีวิตดีกว่า เขาและพวกนักบวชช่วยกันทำลายอันเดดของเออร์มุนจนหมด
สมุนของแรปโซดีแทบไม่เหลือแล้ว เออร์มุนแทบไม่เหลือกำลังเสริมอีก แต่เขาก็ยังดูสงบไม่แสดงความแตกตื่นใด ๆ เหล่าวิญญาณที่ไร้ร่างถูกเรียกมาแทนที่
“ระวังนะครับ ท่านเออร์มุนไม่ได้มีแค่หอกกระดูก หรือกองทัพอันเดด วิชาคำสาปของเขาก็ไม่แพ้ใคร” นักผจญภัยชื่อดังรายหนึ่งเตือนเคสเทรล
“ขอบคุณที่เตือน แต่คำสาปน่ะใช้กับฉันไม่ได้หรอก” เคสเทรลตอบ แล้วจากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไป
มันเป็นอย่างที่เขาว่าไว้ เวทมนตร์ที่ส่งผลโดยตรงกับเหยื่อทำอะไรไซเลนเซอร์ไม่ได้ การโจมตีของเออร์มุนจึงถูกบีบให้เหลือแค่การใช้วิญญาณโจมตีโดยตรง หรือใช้เวทมนตร์ที่ส่งผลทางกายภาพอย่างเช่นหอกกระดูก
“ปืนผลาญวิญญาณ! โซลดีวาวเรอร์” ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้น มันคือชื่อของปืนพกหน้าตาสยดสยองที่เออร์มุนหยิบขึ้นมาใช้
วิญญาณมากมายถูกดูดเข้าไปในปืนนั้น ไม่ว่าใครก็เดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ เคสเทรลนั้นรวดเร็วกว่าใครอื่น ทันทีที่รู้ว่าเออร์มุนกำลังรวบรวมวิญญาณเป็นกระสุน เขาก็เข้าถึงระยะที่สัมผัสปืนได้แล้ว
ถ้าเข้าไปอีกสักก้าว เคสเทรลจะสามารถเล่นงานเออร์มุนได้ซ้ำ แต่เขาตัดสินใจพลาด มือของเขาจับโซลดีวาวเรอร์ไว้ได้ก่อน เขาตั้งใจทำลายมัน
เสียงลั่นไกดังขึ้น ปืนยังอยู่ในสภาพดีไม่บุบสลาย สิ่งเดียวที่ได้รับความเสียหายคือหน้าอกของเคสเทรลที่ถูกเจาะจนเป็นรูขนาดเท่ากำปั้น
“เป็นไปได้ยังไง ปืนมัน…”
“ปืนนี่คือส่วนหนึ่งของเจ้าผู้ปกครองนรก พลังของมนุษย์ทำลายมันไม่ได้” เออร์มุนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ขณะเดียวกันเขาก็กำลังบรรจุกระสุนวิญญาณชุดใหม่
…ถูกยิงเข้าไปแต่กลับมีแผลแค่นี้ คนผู้นี้เป็นใครกันแน่…
…ถ้าปล่อยไว้จะต้องเป็นภัยต่อท่านแรปโซดีในภายหลัง ต้องกำจัดเขาซะ…
เออร์มุนกำลังจะยิงซ้ำ วิญญาณที่เขาเรียกมาและยังไม่ถูกเปลี่ยนเป็นกระสุนถูกใช้เป็นกำแพงไม่ให้ใครเข้ามาขัดขวางการประหารเคสเทรลได้
มิเดลเดียเพิ่งฟื้นจากอาการหมดสติก่อนหน้านั้นไม่นาน ในขณะที่กำลังขับไล่ความมึนงงออกไป เธอก็พบเหตุการณ์นี้พอดี วิญญาณมากมายกำลังก่อตัวเป็นกำแพง ส่วนเออร์มุนก็กำลังจะโจมตีใส่เคสเทรลที่ยังขยับตัวไม่ได้
“ท่านเคสเทรล” มิเดลเดียร้องเสียงดัง เธออยากจะบอกใครสักคนให้เข้าไปช่วยแต่มันช้าไปเสียแล้ว
เออร์มุนกำลังจะลั่นไกใส่หัวของเคสเทรล แต่แล้วภาพของอีกฝ่ายก็เลื่อนสูงขึ้น เออร์มุนพบว่ามันไม่ใช่อีกฝ่ายที่กำลังเคลื่อนไหว แต่เป็นตัวเขาเองที่กำลังจมลงพื้น
“เทิร์นทูดัสต์” เคสเทรลพึมพำ มือของเขาสัมผัสพื้นดินตรงหน้า หิมะบาง ๆ พื้นดิน หิน กรวด ขนาดเล็ก ทุกอย่างที่อยู่ใต้เท้าของเออร์มุนกำลังทรุดตัวลง
กระสุนถูกยิงสวนกลับมา แต่มันก็แค่เฉี่ยวหมวกของเขาหลุดไปเท่านั้น เคสเทรลควบคุมพลังของเขาได้อย่างแม่นยำ มันมีเฉพาะหลุมข้างหน้าที่จมลึกลงเรื่อย ๆ
เทิร์นทูดัสต์มีระยะที่จำกัด มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เคสเทรลจะฝังเออร์มุนทั้งเป็นด้วยวิธีนี้ แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะหลบหนีได้เคสเทรลก็โจมตีซ้ำด้วยบางสิ่งที่เขาโยนตามลงไป
เสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกับฝุ่นควันจำนวนมากที่พุ่งขึ้นมาจากรูเบื้องหน้า เออร์มุนกระโดดออกมาจากรูในสภาพสะบักสะบอม ถึงจะรอดแต่ทั่วร่างก็รุ่งริ่งไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว
“จับตัวเขาไว้” มิเดลเลียเห็นแบบนั้นก็รีบออกคำสั่ง เธอเห็นเออร์มุนพูดขมุบขมิบเหมือนกำลังจะร่ายคาถาใหม่ แต่ทุกคนเร็วกว่า ในที่สุดพวกเขาก็สามารถจับกุมเออร์มุนได้สำเร็จ
เช่นเดียวกับเซเลนอส โซนาตาและจีดัสใช้เวลาอยู่นานเพื่อจับเป็นเขา จีดัสเกือบถอดใจหลายครั้งและหันไปใช้วิธีสังหารแทน แต่หลังจากความพยายามรอบที่สิบโซนาตาก็เล่นงานเซเลนอสจนปางตายและจับกุมเขาไว้ได้
“ท่านอดอว์ตเต ท่านกาดิออสเสียชีวิต ส่วนราชาปีศาจบัลเซรุสก็เสียชีวิตเช่นกัน” เสียงจากอุปกรณ์ส่งสัญญาณเวทมนตร์ดังรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
“จับกุมท่านเออร์มุนไว้ได้แล้วค่ะ” เสียงมิเดลเลียดังตามมา
“ทางนี้ก็เพิ่งจับเซเลนอสได้ ดูเหมือนฝ่ายศัตรูจะไม่เหลือขุนพลที่เป็นตัวปัญหาแล้ว” จีดัสรายงานเช่นกัน
จากนั้นก็มีการรายงานอีกมากมายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บ้างก็เป็นรายงานการกวาดล้างในประเทศที่อยู่ห่างออกไป บ้างก็เป็นรายงานเกี่ยวกับความสำเร็จในยุทธวิธีทั้งหลายที่จีดัสเตรียมเอาไว้
ทุกอย่างกำลังจะจบลง…
หลังจากวันนั้นอีกหลายวัน พันธมิตรของทุกประเทศในซีนเกือบจะสิ้นสุดสงครามลงได้ พวกเขาใช้เวลาจนแน่ใจว่าสมุนของแรปโซดีถูกกำจัดทิ้งจนราบคาบ แม้จะยังหาตัวแรปโซดีไม่เจอแต่เกือบทุกคนก็ด่วนสรุปไปว่าสงครามคราวนี้จบสิ้นแล้ว
จีดัส มิเดลเลีย และรีสเลย์ใช้ความพยายามอยู่พักใหญ่เพื่อเตือนทุกคนว่าตราบใดที่แรปโซดียังรอด พวกเขาก็จะนิ่งนอนใจไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีภัยจากเทพปีศาจมันก็ยากที่รวมทุกคนเอาไว้ได้ ในที่สุดกองทัพของแต่ละประเทศน้อยใหญ่ต่างก็เตรียมตัวทยอยกลับอาณาจักรของตน
คนที่ยืนยันว่าจะอยู่จัดการกับแรปโซดีต่อจึงเหลือแค่ผู้ถูกเลือกทั้งสี่ กลุ่มของโซนาตา และบรรดาคนใกล้ชิดของพวกเขาที่ยังไม่ยอมจากเซาธ์บริซาเนียไป
ความสงบสุขกลับมาได้ไม่นาน มันก็เป็นไปอย่างที่จีดัสคาดไว้
“ออสตาร์… อีกแล้วเหรอ” จีดัสทำหน้าเหยเก ก่อนหน้านี้ไม่นานออสตาร์เพิ่งถูกแรปโซดียึดไว้ จากนั้นกองทัพพันธมิตรก็เพิ่งยึดคืนได้ก่อนที่จะส่งคืนให้กับคนในราชวงศ์ออสตาร์
“แรปโซดีงั้นเหรอ” รีสเลย์ถามทหารผู้เข้ามารายงาน
“คนของเราที่ถูกทิ้งไว้ขาดการติดต่อไป ส่วนสายข่าวจากเมืองอื่นที่เข้าไปสืบก็ขาดการติดต่อไปเช่นกันครับ มีความเป็นไปได้สูงครับที่อาจจะเกี่ยวข้องกับพวกแรปโซดี”
“หรือว่าแรปโซดีจะสร้างกองทหารขึ้นมาใหม่ครับ” เซกันตั้งสมมติฐานว่าทหารทั้งหมดที่ติดต่อไม่ได้คงจะตายไปจนหมดแล้ว
“ครั้งก่อนเขาก็ต้องกินกองทัพปีศาจไปมากมายเลยถึงจะสร้างทหารขึ้นมา” ซีวีว่า
“ไม่แน่ว่าการสร้างกองทัพครั้งก่อนจะเป็นทั้งหมดที่เขาทำได้ เขาอาจจะทำได้มากกว่านั้น นี่เขาคงกินคนที่ออสตาร์เพิ่มเข้าไป” โซนาตาตอบ “มีโอกาสสูงทีเดียวว่าเขายังเหลือพลังอยู่มาก แต่เราก็เห็นแล้วว่าสมุนของแรปโซดีไม่แข็งแกร่งเท่ากับกองทัพปีศาจแต่ดั้งเดิม”
โซนาตาตริตรองถึงกองทัพลูกสมุนของแรปโซดี ถ้าเป็นแบบเดิมก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตที่จะกวาดล้างอีกสักรอบ แต่เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เขาแน่ใจว่าสิ่งเลวร้ายกว่าเดิมกำลังจะเกิดขึ้น
หนึ่งวันหลังจากนั้น ข่าวใหม่ที่สร้างความงุนงงยิ่งกว่าเดิมก็มาถึง มีรายงานยืนยันมาแล้วว่าผู้คนทั้งประเทศออสตาร์ได้หายสาบสูญไปจนหมด นอกจากนั้นยังมีการพบเห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในชั่วข้ามคืน
“ปราสาท” จีดัสถามยืนยันกับทหารสอดแนมอีกครั้ง
ตอนนั้นพวกเขาเพียงแค่รู้ว่าสิ่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับแรปโซดี แต่พวกเขาไม่ได้จินตนาการไปถึงว่ามันจะกลายเป็นหายนะที่รุนแรงถึงขั้นที่สามารถทำลายโลกทั้งโลกได้