Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 152: คัดตัวรอบแรก
ไม่นานนัก ข่าวเกี่ยวกับออสตาร์ก็แพร่สะพัดออกไปจนทั่ว กองทัพพันธมิตรที่หลงเหลืออยู่และกำลังจะยกทัพกลับประเทศต่างก็ต้องระงับคำสั่งเพื่อรอดูท่าสถานการณ์อีกครั้ง
พวกเขาจัดประชุมขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่มันเป็นการประชุมที่แทบไม่ได้ประโยชน์อะไรนัก ข้อสรุปยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมคือ ตราบใดที่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาส่วนใหญ่ก็จะยังไม่เคลื่อนไหว จนกว่าจะได้รับข่าวที่ยืนยันแน่ชัดว่าปราสาทที่ออสตาร์มีแรปโซดีอยู่จริง ซึ่งกว่าจะยืนยันได้มันก็เป็นในการประชุมครั้งที่ห้าแล้ว
“แรปโซดีสามารถฆ่าและดูดกลืนร่างของมนุษย์คนไหนก็ได้ ยิ่งล่าช้าเราก็จะยิ่งเสียเปรียบ”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านมิเดลเลียว่าเราจะปล่อยไปไม่ได้ และต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับการบุกด้วยกำลังทั้งหมดที่เรามี” บีชมาที่กลายเป็นราชาองค์ใหม่ของมาดารัสตอบ
“อะไรทำให้ท่านไม่อยากทุ่มกำลังทั้งหมดทำลายมันล่ะ” ราชาจากโซดาเรียตรัสถาม
“ข้าก็แค่คิดว่าไพร่ราบทหารเลวทั้งหลายมีแต่จะถูกส่งไปเป็นอาหารให้กับมัน ก่อนหน้านี้พวกเราโชคดีที่แรปโซดีไม่เคยปรากฏตัวในสงครามเองเลย แต่ในตอนนี้เมื่อรู้แน่แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน เราก็ควรจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น”
“ข้าคิดว่าพวกเราควรจะเลือกแค่มือดีที่สุดมากลุ่มเดียวก็พอ” รีสเลย์เสนอ
มันเป็นความคิดเดียวกับจีดัส แต่เขาไม่ได้ชอบวิธีนี้ที่สุด เขาเชื่อว่าแรปโซดีที่ฉลาดและอ่านเกมสงครามเป็นเองก็อยากให้พวกเขาทำแบบนี้ นอกจากนั้นการที่มีตัวหมากในมือน้อยลง มันก็หมายความว่าพวกเขามีโอกาสพลิกแพลงตามสถานการณ์ได้น้อยลงด้วยเช่นกัน
“ถ้าแบบนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของซามูไรของซิแปงเถอะ ถ้าพูดถึงนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดก็ต้องมาจากประเทศของเราอย่างแน่นอน” กษัตริย์จากซิแปงออกหน้า
“ซามูไรของท่านก็ไม่ได้แกร่งไปกว่าผู้ใช้ตราเทพพิทักษ์ของแทนก้าหรอก”
“พูดถึงความแข็งแกร่ง พาลาดินของเนอร์เวียร์ก็…”
“พาลาดินน่ะ ต้องเอเทเซียเป็นอันดับหนึ่งไม่ใช่หรือท่าน”
จากนั้นแทนจะที่พูดคุยสื่อสารกันฉันมิตร หลายประเทศต่างก็เอากองทัพของตัวเองยกขึ้นมาข่มผู้อื่น บางประเทศเชื่อว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงแสนยานุภาพ พวกเขาต่างก็ลืมวัตถุประสงค์หลักในการร่วมมือคราวนี้ไปจนหมด
จีดัส มิเดลเลียและรีสเลย์พยายามอย่างมากเพื่อให้การประชุมที่เหมือนจับปูใส่กระด้งนี้จบลงด้วยดี และหลังจากการถกเถียงอยู่นานอีกหลายชั่วโมง สุดท้ายพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่าจะจัดการทดสอบขึ้นเพื่อหาว่าใครควรจะได้เข้าร่วมภารกิจครั้งนี้
“ข้าคิดว่าผู้ถูกเลือกอย่างท่านมิเดลเลีย ท่านรีสเลย์และอีกสองท่านที่เหลือไม่มีความจำเป็นจะต้องคัดเลือกแล้ว” บีชมาเสนอสิทธิ์ชนะผ่านให้กับทั้งสี่
“เดิมทีผู้ถูกเลือกทุกคนได้รับเกียรติให้เป็นผู้บัญชาการก็เพราะว่าพวกเขาสามารถใช้ลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ได้ ในเมื่อภัยของมนุษยชาติคราวนี้ไม่ใช่เทพปีศาจแล้ว ข้าคิดว่าเราไม่จำเป็นต้อง…” บางคนพยายามแย้ง
“สายเลือดเทพทุกคนก็เก่งกาจเหนือมนุษย์ทั้งนั้น ให้สิทธิ์พวกเขาผ่านก็ไม่น่ามีปัญหานะ”
“ถ้าจะให้สิทธิ์นั้นพวกท่านโซนาตาเองก็ควรได้รับ เขาสร้างผลงานไว้มากในสงครามที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในแง่การคิดค้นอาวุธหรือผลงานในสนามรบ” ข้อเสนอเพิ่มเติมดังขึ้นมา
แล้วเพื่อไม่ให้ต้องยืดเยื้อไปมากกว่านั้น มิเดลเลียจึงขอใช้อำนาจเผด็จการตัดสินใจแทนทุกคนว่าจะไม่มีผู้ใดได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ว่าใครที่จะเข้าร่วมหน่วยปราบปรามแรปโซดีจะต้องเข้ารับการทดสอบโดยไม่มีข้อยกเว้น และการคัดเลือกรอบแรกก็จะถูกจัดขึ้นโดยเร็วที่สุด
ซึ่งมันคือวันรุ่งขึ้นนั่นเอง
กฏกติกานั้นก็เรียบง่าย การทดสอบรอบแรกเป็นการตัดสินว่าอาสาสมัครจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำได้หรือไม่ และในรอบถัดไปจะเป็นการจัดอันดับว่าใครจะได้เป็นผู้บังคับบัญชาในหน่วยพิเศษนี้ ไม่เกี่ยวว่าเดิมคน ๆ นั้นจะมียศตำแหน่งสูงศักดิ์แค่ไหน จะมีสายเลือดเทพหรือเคยเป็นทาส ทุกคนได้รับสิทธิ์เท่ากันในการคัดเลือกนี้
ทุกคนต่างทยอยกันเดินลงสู่สนาม มิเดลเลียในวันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดของสังฆราชินีแต่เป็นชุดออกรบของนักบวช เช่นเดียวกับนักรบทุกคนที่อยู่ที่นี่ และร่างกายเธอไม่ปรากฏแผลหรืออาการบาดเจ็บใด ๆ ที่ได้มาจากสงคราม สีหน้าจริงจังของเธอแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอจริงจังแค่ไหนในการประลองคัดเลือก รวมทั้งการเตรียมตัวรับมือกับแรปโซดีหลังจากนี้
ซีวีดูขึงขังต่างจากปกติ ท่าทีกึ่งเล่นกึ่งจริงของเธอหายไปหลังการต่อสู้จากที่เธอต้องเสียเพื่อนรักเป็นครั้งที่สอง ซีวีหันมาสบตากับโซนาตาและพยักหน้าให้ เหมือนกับจะส่งสัญญาณบอกเขาให้สู้ได้เต็มที่โดยไม่ต้องห่วงเธอ
รีสเลย์มาพร้อมกับเกราะใหม่ที่หน้าตาเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ซีวีรู้สึกคันปากอยากถามขึ้นมาทันทีว่ามันคือเกราะเดิมที่ได้รับการซ่อมแซมแล้วหรือว่าเขามีเกราะหน้าตาแบบเดียวกันอีกเป็นโหล ๆ
จีดัสคือสายเลือดเทพคนสุดท้ายที่เดินเข้ามาในสนาม เขาเห็นโซนาตา เซกันและเคสเทรลเกาะกลุ่มกันอยู่จึงเข้าไปทักทาย แตกต่างจากสามคนแรกที่ตั้งใจสู้กันตามลำพัง จีดัสตั้งใจจะออมแรงไว้และสู้ร่วมกับพวกโซนาตา
“นึกว่าจะทำแบบพวกนั้นซะอีก” โซนาตามองไปทางพวกรีสเลย์
“ไม่ล่ะ กติกาไม่ได้ห้ามให้สู้เป็นกลุ่มนี่ อีกอย่างสำหรับพวกเราการทดสอบนี้มันไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว”
คำพูดของจีดัสไม่ได้ยินแค่เฉพาะพวกโซนาตา มันดังพอที่จะทำให้คนล้อมวงอยู่แถวนั้นได้ยินไปด้วย หลายคนหันมาเหล่ใส่ทั้งจีดัสและพวกโซนาตาที่โดนหางเลขไปด้วย
“กลายเป็นจุดสนใจไปจนได้” เคสเทรลถอนหายใจ
“ก็เป็นตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ” โซนาตาแสยะยิ้ม
การคัดเลือกในรอบแรกคือการเอาตัวรอด หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวในสนามจนครบ เดวัลจำนวนมากมายถูกปล่อยเข้าไปในสนามประลองที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยเวทมนตร์ สิ่งที่ผู้เข้าแข่งขันต้องทำก็มีเพียงอยู่รอดในสนามประลองให้ได้จนกว่าจะหมดเวลาหนึ่งชั่วยาม
ฟังดูเหมือนง่าย แต่เพียงแค่ไม่กี่นาทีผ่านไปก็มีผู้ตกรอบไปแล้วหลายสิบคน บางคนเป็นถึงมือดีของกิลด์ชื่อดัง บางคนเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี บางคนก็เป็นจอมเวทหน้าใหม่ที่มีชื่อเสียง แต่ว่าพวกเขาไม่สามารถรับมือกับเดวัลที่แห่เข้ามาจากทุกทิศทาง
คนที่บาดเจ็บหนักจะถูกพาออกจากสนามด้วยเวทมนตร์พิเศษที่ถูกติดตั้งไว้ในสนาม แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าพวกเขาจะปลอดภัย บางคนถูกพาออกไปด้วยสภาพโชกเลือด ทุกคนต่อสู้โดยตระหนักถึงจุดนี้ดี มันคือการทดสอบที่พวกเขาอาจจะตายได้จริง ๆ
“ระวังนะ เดวัลพวกนี้บางตัวมาจากเกาะนิรนาม” ใครคนหนึ่งตะโกนเตือน เกาะที่เขาพูดถึงเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยเดวัลดุร้าย เป็นเกาะร้างที่คนทั่วไปไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้
“ระวังเจ้านั่นไม่ดีกว่าเหรอ” นักฆ่ารายหนึ่งตะโกนและชี้ไปที่เดวัลหนอนทะเลทราย เจ้าตัวนี้โซนาตาจำได้ว่าเคยเห็นมันในเนเธอร์เวิลด์ เขาไม่รู้ว่าใครคิดอุตริเอาเดวัลแบบนี้มาใช้ในการทดสอบด้วย
ขณะที่ทุกคนกำลังแตกตื่นกับเดวัล คงมีเพียงแค่กลุ่มโซนาตาเท่านั้นที่ยังใจเย็นได้อยู่ พวกเขาสู้เฉพาะกับเดวัลที่หลุดเข้ามาใกล้ในขณะที่กำลังมองสำรวจฝ่ายมนุษย์ไปด้วยเช่นกัน
“คนพวกนี้ไม่ธรรมดา เกือบทุกคนมีระดับเดียวกับเวเนหรือเจเนวีฟเลย” เคสเทรลเอ่ยปากชมเหล่านักสู้ พร้อมกับนึกถึงสองสาวจากกลุ่มอะบีส
“ไม่แปลกนะ นักสู้พวกนี้คือยอดฝีมือหัวแถวของซีน ต้องชมสองคนนั้นต่างหากที่สามารถเก่งพอฟัดพอเหวี่ยงกับนักสู้พวกนี้ได้”
เซกันดูเหม่อลอย ไม่ได้มีสมาธิอย่างที่เคย เดวัลพวกนี้ไม่ควรจะเป็นปัญหากับเขาเลยสักนิด แต่เพราะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมันจึงทำให้เขากำลังถูกพวกเดวัลกดดัน
“เฮ่ย! เป็นอะไรไป” เคสเทรลผลักเซกันล้ม ก่อนที่เขาโดนเดวัลกิ้งก่ายักษ์ขย้ำหัว
“ขะ ขอโทษครับ”
“ไม่สมเป็นนายเลย” โซนาตาจัดการกับเจ้ากิ้งก่ายักษ์ให้แทน เขารู้ว่าเซกันดูเซื่องซึมหลังจากศึกเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นหนักขนาดนี้
“ขอโทษครับ”
“จะขอโทษอีกสักกี่ครั้งกัน”
“ขะ… ครับ”
จุดอ่อนของเซกันคือจิตใจที่ไม่มั่นคง เขาโหยหาความรักและการยอมรับจากผู้อื่น ความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยกาดิออสไว้ได้อย่างที่รับปากกับโซนาตา และความรู้สึกผิดที่ถูกรีสเลย์ตำหนิส่งผลกับเขายิ่งกว่าที่ตัวเขาเองจะรู้ตัว
…ไม่ได้ เราจะทำตัวเป็นภาระคนอื่นไม่ได้… คิดได้แบบนั้นเซกันก็ลุกขึ้นสู้ เขาจะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงให้กับคนที่ยอมรับในตัวเขาอย่างโซนาตา
รีสเลย์เองก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเซกัน ดาบของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความลังเล มันไม่ได้เฉียบคมอย่างที่เคยเป็น รีสเลย์เห็นแบบนั้นก็ตัดสินใจเข้าไปสู้ใกล้ ๆ เพื่อที่จะได้คุยกับเด็กหนุ่ม
“นี่! เจ้ายังกังวลเรื่องที่ข้าพูดไปอีกเหรอ” กษัตริย์หนุ่มเป็นฝ่ายเริ่มทัก
“อาา… ครับ ผมทำตัวให้สมควรถูกตำหนิแล้วล่ะครับ”
“ไม่หรอก… จริง ๆ แล้วข้าต่างหากที่สมควรถูกตำหนิ” รีสเลย์ยิ้มเจื่อน ๆ “ขอโทษนะ”
“คุณไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอกครับ” เซกันคอตกลง “ผมนอกจากจะช่วยคุณกาดิออสไม่สำเร็จ ก็ยังทำไปโดยไม่ได้นึกถึงจิตใจของอีกฝ่ายด้วย สมควรให้คุณว่าแล้วล่ะครับ”
รีสเลย์ได้ฟังแล้วก็ต้องยกมือขึ้นเกาหัว เขาไม่คิดเลยว่าเซกันจะเป็นคนคิดมากขนาดนั้น
“ข้าปากพล่อยไปหน่อย พูดจาไม่คิดให้ดี เจ้าไม่ผิดอะไรเลย”
“ใช่ หมอนี่พูดอะไรไม่ค่อยคิดให้ดีหรอก อย่าไปใส่ใจเลย” จีดัสเข้ามาช่วยสนับสนุน รีสเลย์ด่าตัวเองก็เรื่องหนึ่ง แต่พอออกมาจากปากของชายผมเงิน เขาก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมา
หลังจากการพูดคุยเล็กน้อยก็กลายเป็นว่ารีสเลย์หันมาช่วยเซกันรับมือกับเดวัลแทน ที่ไม่น่าเชื่อคือทั้งคู่ประสานงานกันดีกว่าตอนที่ช่วยกันสู้กับกาดิออส ต่างฝ่ายต่างผลัดกันโจมตีและคุ้มกันอีกฝ่าย
เดวัลที่ถูกรวบรวมมามีมากกว่าที่มิเดลเลียคาดไว้ เธอถูกบังคับให้ต้องถอยร่นมาสู้พร้อมกับซีวีและเมื่อรู้ตัวอีกที เคสเทรลก็อยู่ตรงนั้นด้วยเช่นกัน
เวลาผ่านไปจนใกล้ครบกำหนด เดวัลยังถูกเติมเข้ามาในสนามทดสอบ แต่จำนวนของผู้ทดสอบแทบจะไม่ลดไปกว่าเดิมแล้ว เจ็ดสิบเอ็ดชีวิตที่เหลืออยู่ตอนนี้คือมืออาชีพในหมู่มืออาชีพ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่แข็งแกร่ง
แล้วสุดท้ายเวลาก็หมดลง…