Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 153: เศษเสี้ยวเงื่อนงำจากอนาคต
“เจ็ดสิบเอ็ดคนเลยเหรอ นี่มันเยอะกว่าที่คิดไว้มากเลยนะคะ” มิเดลเลียมองผู้ผ่านเข้ารอบมาด้วยความปลาบปลื้ม ตอนแรกเธอคิดว่าถ้าผ่านมาได้สักสามสิบคนก็เก่งแล้ว
“ส่วนสายเลือดเทพรอดมาได้ทุกคน” รีสเลย์ มองไปทางจีดัส ซีวีและมิเดลเลีย เรื่องนี้ก็ไม่เกินความคาดหมาย
โซนาตาไม่ได้พูดอะไร แต่รีสเลย์เดาจากรอยยิ้มน่าหมั่นไส้ก็เดาได้ว่าเขาก็คงอยากพูดแบบเดียวกัน ทางเขาเองก็รอดมาได้ครบทั้งสามคน
“ว่าแล้ว พวกท่านทุกคนต้องรอดมาได้” ชายผมยาวสีน้ำตาลเข้าไปมาทัก จีดัสจำได้ว่าเขาคือกาเวน อดีตนักผจญภัยชื่อดัง และขุนพลคนสำคัญของนอร์ธบริซาเนีย
“ห้าพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ของเอเทเซีย” รีสเลย์โบกไม้โบกมือทักทายพาลาดินทั้งห้าที่ก็รอดมาได้เช่นกัน
“ห้างั้นเหรอ” โซนาตาเกาคาง ในยุคที่เขาได้พบกับดีวาน มันมีเพียงแค่สามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์
“ในยุคของผมพูดถึงดาบเล่มอื่นเหมือนกันนะครับ แต่ว่ามีคน ๆ เดียวเท่านั้นที่มีตำแหน่งนั้น” เซกันเสริม
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” เคสเทรลไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เขากำลังพิจารณาคนที่เหลือรอดอีกหลายคน ในรอบต่อไปมันจะเป็นการจับคู่ต่อสู้ เขาสงสัยว่าตนจะต้องประลองกับใคร
“ถ้ากาเรนอยู่ที่นี่ด้วย หมอนั่นต้องอยากจับคู่กับกลุ่มนั้นแน่” โซนาตาสะกิดให้เคสเทรลมองในที่นักสู้กลุ่มหนึ่ง ทั้งกลุ่มของพวกเธอมีแต่ผู้หญิงหน้าตาดีทั้งนั้น
“ไม่ใช่ว่านายเองเหรอที่อยากจับคู่สู้กับพวกนั้น” ซีวีโผล่มาข้างหลังพร้อมกับจิตสังหาร
“ก็น่าสนใจดีนะ ทั้งเก่งทั้งเจริญหูเจริญตา ถ้าชวนมาเป็นพวกจะมาไหมนะ” เขาแกล้งไม่สนใจรังสีอำมหิตที่ซีวีปล่อยออกมา
“เตือนอีกทีนะ ถ้าจะหาคนมาเป็นภรรยาเพิ่ม ต้องเป็นคนเป็นที่ฉันยอมรับเท่านั้น”
“เดี๋ยวนะ พวกนายสองคน” เคสเทรลชี้สลับไปมาระหว่างโซนาตากับซีวี
เคสเทรลภาวนาในใจ อย่านะโว้ย…
“นี่นายตกข่าวหรือไง” คำพูดนี้ทำให้มิเดลเลียและรีสเลย์ก็หูผึ่งไปด้วย
โซนาตาโอบซีวีเข้ามาใกล้ ๆ “ซีวีคือเจ้าสาวของฉันเอง”
“พูดเป็นเล่นน่า” รีสเลย์หันไปถามมิเดลเลียว่ารู้เรื่องนี้ไหม เธอไม่รู้มาก่อนว่าทั้งคู่ตกลงกันไปแล้วแต่ว่าก็ไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจอะไร
“ข้าขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ” มิเดลเลียเข้าไปจับมือกับซีวี
“ขอโทษค่ะ ช่วงนี้ทุกคนยุ่งกับเรื่องสงคราม ข้าก็เลยยังไม่ได้บอกใครเลย” ซีวียิ้มเขิน ๆ รู้สึกผิดที่ลืมบอกแม้แต่มิเดลเลียที่เธอมองราวกับพี่สาวคนหนึ่ง
“ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้น ท่ามกลางเรื่องแย่ ๆ มากมายล่ะนะ” รีสเลย์พยายามมองในแง่ดี แม้ว่าลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่แน่ใจว่าการที่ซีวีไปลงเอยกับโซนาตาเป็นเรื่องดีแน่แล้วเหรอ
ด้านเคสเทรล เขาต้องเคารพการตัดสินใจของโซนาตา แม้ว่าความคิดในใจของเขาจะอดเปรียบเทียบซีวีกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่สนใจโซนาตา พวกนั้นทั้งมากความสามารถหรืองดงามมากยิ่งกว่าซีวีเสียอีก
การคัดเลือกรอบที่สองคือการจับคู่ประลอง เป้าหมายหลักของการประลองรอบนี้ไม่ใช่การคัดคนที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมภารกิจแต่คือการหาผู้ที่เข้มแข็งพอที่จะเป็นผู้นำของหน่วยกวาดล้าง
ตารางการแข่งถูกกำหนดขึ้นแบบสุ่ม พวกเขาต้องการคนหกสิบสี่คนเพื่อให้พอดีกับการจับคู่ ผลก็คือจะมีอยู่เจ็ดคนที่เป็นเศษเกิน โชคดีที่มีผู้สละสิทธิ์เจ็ดคนพอดี จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้แข่งคนไหนต้องสู้รอบพิเศษเพิ่ม
เซกันคือหนึ่งในเจ็ดคนที่ถอนตัว เขาไม่มีความคิดที่อยากพิสูจน์ตนเองหรืออยากเป็นผู้นำภารกิจ ในขณะที่ซีวีและจีดัสแม้จะไม่ได้อยากเป็นผู้นำเช่นกัน แต่ทั้งสองก็จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสายเลือดเทพยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับงานนี้
ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ที่ต้องใช้อาคมในการสร้างขอบเขต รอบแรกทั้งหกสิบสี่คนจึงไม่สามารถประลองได้จนครบทุกคู่พวกเขาแบ่งอออกเป็นทีละสิบหกคู่พร้อมกัน ซึ่งสำหรับสิบหกคนแรกนี้มีเพียงรีสเลย์เท่านั้นที่โซนาตารู้จักดี
คู่ต่อสู้ของรีสเรย์คือเจราฟ หัวหน้าห้าพาลาดินศักธิ์สิทธิ์และเป็นแม่ทัพใหญ่ของประเทศเอเทเซีย เขารู้สึกตลกกับการจับคู่ครั้งนี้ เพราะมันทำให้เขาต้องมาเจอกับคู่ปรับเก่า
“ท่านเจราฟ สบายดีหรือไม่” รีสเลย์ทักทาย
“เจอกับท่านตั้งแต่รอบแรก ดูท่าข้าจะไม่มีดวงในการจับฉลากเลยนะ” เจราฟตอบ ครั้งก่อนที่เคยสู้กันมันคือสงครามระหว่างมาดารัสกับพามิลเลส รีสเลย์อยู่ฝ่ายของมาดารัส และเอเทเซียถือหางฝ่ายพามิลเลสอยู่ การประลองครั้งนั้นเขาเกือบถูกรีสเลย์จัดการได้ตั้งแต่เริ่ม
เจราฟตั้งใจว่าครั้งนี้เขาต้องไม่แพ้ คาถาควบคุมดินของเขากลายเป็นกำแพงหนามล้อมรีสเลย์เอาไว้ แน่นอนว่ารีสเลย์ไม่ยอมถูกจับตั้งแต่เริ่ม เขาใช้หอกมังกรทะลวงเปิดทาง
ไม่ว่าจะพยายามทำลายกำแพงเท่าไร กำแพงดินใหม่ก็จะปรากฏขึ้น เจราฟทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อหยุดรีสเลย์ให้ได้ก่อนที่จะอีกฝ่ายจะกลายร่างเป็นมังกร
…ถ้าปล่อยให้แปลงเป็นมังกรได้ เราจะหมดทางชนะ ต้องหยุดเขาให้ได้ก่อนนั้น…
เจราฟไม่รู้ว่ารีสเลย์ไม่เคยคิดที่จะเอาชนะด้วยการแปลงร่าง เขาประเมินรีสเลย์จากศึกสุดท้ายที่เห็นฝีมือของกษัตริย์หนุ่มโดยไม่รู้ว่ารีสเลย์ในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขารู้จักมากนัก
“โกเลมดิน” ผู้ชมต่างก็ร้องอุทานเมื่อเห็นเวทมนตร์สร้างวัตถุรูปมนุษย์ขึ้นมาจากดิน โกเลมทั้งสี่ตัวกำลังพยายามจับตัวรีสเลย์ที่แหวกกำแพงดินออกมาได้แล้ว
“ไปดูคู่อื่นกันเถอะ” โซนาตาสะกิดซีวี เธอเพิ่งเห็นว่ามิเดลเลีย จีดัส และคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้อยู่ดูคู่ของรีสเลย์ต่อแล้ว
“ไม่อยู่ให้กำลังใจท่านรีสเลย์ก่อนเหรอคะ”
“ผลลัพธ์มันชัดอยู่แล้วนี่ หรือเธอไม่คิดแบบนั้น”
ซีวีจ้องการต่อสู้อย่างใจเย็น เธอแน่ใจว่ารีสเลย์ออมแรงเอาไว้เพราะยังมีการต่อสู้หลังจากนี้อีกหลายรอบ ส่วนเจราฟกำลังโหมกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อโค่นอีกฝ่าย
“พาลาดินท่านนี้ฝีมือไม่เลวเลย แต่เขาโหมแรงมากเกินไปและรีบร้อนจนเกินไป ข้าเดาว่าเขาคงกลัวว่าท่านรีสเลย์จะกลายร่างเป็นมังกรก็เลยคิดจะจัดการให้ได้ก่อน”
“ซึ่งไม่จำเป็นเลย คน ๆ นั้นตั้งใจว่าจะสู้โดยไม่แปลงร่าง” โซนาตาบอกจากความรู้สึกที่เขาอ่านได้ รีสเลย์ตั้งใจจะทำลายขีดจำกัดของตัวเอง ถ้ามัวแต่กลายเป็นมังกรทุกครั้งที่เจอสถานการณ์ยากลำบาก เขาก็จะพบกับทางตันในการพัฒนาความสามารถในร่างมนุษย์ ไม่เติบโตมากไปกว่านี้
หลังจากนั้นซีวีและโซนาตาก็ตระเวนไปตามเวทีต่าง ๆ เพื่อดูการต่อสู้ในคู่อื่น นอกจากนักรบมากฝีมือแล้ว พวกเขาก็ยังพบกับพวกที่มีทักษะน่าตื่นตาตื่นใจอีกหลายคน
ซีวีตกใจกับจอมเวทแขนงย่อย ๆ ที่เธอไม่เคยได้สังเกตมาก่อน มีพวกที่เรียกตัวเองว่าบลัดเมจที่เชี่ยวชาญการควบคุมเลือด ดีไวเนอร์ที่มีพลังพยากรณ์เหมือนกับโดมิเน อีโวเกอร์ที่เป็นจอมเวทสายโจมตีแบบที่เธอพบเห็นทั่วไป และยังมีอีกมากมายนับสิบชนิด
โซนาตาสนใจนักรบสาวรายหนึ่งที่ใช้อาวุธที่เรียกว่ากาตาร์ ซึ่งคู่ต่อสู้ของเธอก็ใช้อาวุธรูปร่างเหมือนดาบที่มีปลายเป็นตะขอซึ่งดูแปลกไม่แพ้กัน
สิบหกคนแรกได้ผลเป็นไปตามคาด รีสเลย์เอาชนะในการประลองมาได้หลังจากที่เขาต้อนให้เจราฟใช้พลังเวทจนหมด สาวที่ใช้กาตาร์เอาชนะคู่แข่งของเธอได้อย่างหวุดหวิด ส่วนคู่ที่เหลือก็มีคนเก่งน่าสะดุดตาอีกบ้างประปราย
สิบหกคนต่อมามีจีดัสและมิเดลเลียอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย นอกจากนั้นพาลาดินศักดิ์สิทธิ์อีกสี่คนก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน
จีดัสต้องสู้กับนักฝึกเดวัลที่ขนเดวัลขึ้นมาสู้ด้วยหลายตัว มันยังเป็นข้อถกเถียงกันว่าการใช้เดวัลในการต่อสู้เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฏไหม แต่จีดัสก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าเป็นสิบเท่า
ต่างจากเดวัลเทมเมอร์ทั่วไปที่มักจะนำเดวัลมาจับกลุ่มกันอย่างมั่ว ๆ ศัตรูของจีดัสเป็นมือหนึ่งของวงการ เดวัลของเขาไม่เพียงแค่เป็นเดวัลหายากทุกตัว พวกมันยังถูกคัดเลือกมาอย่างดี สายพันธุ์ที่ดีเยี่ยม การเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ การฝึกอย่างเข้มงวด นอกจากนั้นพวกมันทุกตัวก็ถูกเลือกมาเพื่อให้ต่อสู้สนับสนุนกันได้
แพลตตินัมโฟกี เป็นสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของโฟกี ที่ดูคล้ายกับลิงสี่แขน นอกจากจะแกร่งกว่าโฟกีสายพันธุ์ที่คนทั่วไปคุ้นเคยอย่างเทียบไม่ติด มันยังถูกติดตั้งทั้งอาวุธและชุดเกราะมาพร้อม แค่เฉพาะตัวนี้ตัวเดียวก็เทียบเท่ากับอัศวินฝีมือดีหนึ่งคนแล้ว
อาร์คอาร์เมอร์แบร์ สายพันธุ์หมีหุ้มเกราะที่ตัวใหญ่ที่สุด พละกำลัง ความดุร้าย ขนาดตัว เป็นจุดขายของมันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ประมาทไม่ได้เลยก็คือมันมีเวทมนตร์ทั้งโจมตีและสนับสนุนหลายชนิด
จีดัสมองดูเดวัลเหล่านี้อย่างหนักใจ ถ้าเป็นแค่เดวัลป่าถึงจะอันตรายแค่ไหนก็มักจะมีจุดอ่อนให้เล่นงาน แต่เดวัลที่ถูกฝึกนั้นแตกต่าง ผู้ฝึกที่เชี่ยวชาญสามารถฝึกฝนจนจุดอ่อนบางอย่างมีผลน้อยลงไปจนถึงทำให้หายไปได้ก็มี
“แอร์โรว์ชาวเวอร์” ลูกธนูถูกส่งขึ้นฟ้าในวินาทีเดียวกับที่สัญญาณเริ่มประลองดังขึ้น จากนั้นธนูเพียงดอกเดียวก็แตกตัวออกและกลายมาเป็นห่าฝนลูกธนูตกลงมา
“ท่านจีดัส เอาจริงตั้งแต่เริ่มเลย” ซีวีเห็นบรรดาธนูที่ร่วงลงมาก็ขนลุก เธอพบว่าแต่ละดอก ๆ ถูกบรรจุเวทมนตร์ลงไปด้วย โดยกลุ่มแรกที่ตกลงใส่พวกเดวัลก็คือลูกธนูระเบิด
รีสเลย์เผลอถอยห่างจากเวทีเพราะกลัวโดนลูกหลง เขาลืมไปแล้วว่าเวทีแต่ละแห่งมีกำแพงเวทคอยกั้นไม่ให้คนดูหรือนักสู้เวทีอื่นถูกลูกหลงไปด้วย
ที่เวทีอื่นก็ดุเดือดไม่แพ้กัน มิเดลเลียได้พบกับสเวน พาลาดินแห่งเพลิงศักดิ์สิทธิ์ สเวนผู้นี้ใช้ดาบฟเลนนิรัสที่มีพลังเหมือนของดีวาน ดาบของเขาสามารถสร้างไฟสีขาวที่รวมผลของทั้งธาตุไฟและธาตุแสงได้ เขาคงจะเป็นศัตรูที่น่ากลัวสำหรับผู้ใช้เวทแห่งความมืด หรือผู้ควบคุมผีดิบอย่างเนโครแมนเซอร์ แต่การจับคู่กับมิเดลเลียถือเป็นความดวงกุดของเขา
มิเดลเลียมีทั้งเวทนักบวชและเวทโจมตีของนักเวท แค่ลำพังเวทธาตุทั้งหลายเธอก็เป็นผู้เดียวในยุคนี้ที่ใช้ได้ถึงขั้นเทรา เธอออมมือโดยไม่ได้เรียกอสูรอัญเชิญที่เป็นไพ่ตายออกมาช่วย แต่ใช้เวทธาตุน้ำที่เหนือกว่าอย่างลิบลับซัดจนอีกฝ่ายกระเด็นตกเวทีไป
จีดัสต้องใช้ลูกล่อลูกชนอยู่นานกว่าจะจัดการกับเดวัลลงได้ทีละตัว ๆ เขาเพิ่งจัดการไปได้เพียงแค่ครึ่งอีกฝ่ายก็ขอยอมแพ้ไปเอง เขาไม่คิดว่าจะจัดการกับจีดัสได้ด้วยเดวัลที่เหลือ และเขาก็ไม่อยากเสี่ยงให้เดวัลที่ถูกจีดัสเล่นงานต้องตายระหว่างที่รอให้การต่อสู้จบลง
รอบนี้ก็จบลง ในบรรดาคนที่ชนะนอกจากจีดัสกับมิเดลเลียแล้ว รีสเลย์ก็ยังพบว่าพาลาดินศักดิ์สิทธิ์อีกสามรายได้แก่ เลโดร มิชคาน และ ทาฟีส ก็ผ่านเข้ารอบมาได้เช่นกัน
สิบหกคนกลุ่มที่สาม มีซีวีและเคสเทรลอยู่ในรอบนี้ ซีวีได้พบกับแพทซีมือปืนสาวที่มีลักษณะชวนให้คิดถึงอดอว์ตเต ส่วนเคสเทรลก็เจอกับราคูอันดานักรบเผ่าโอลูลูผู้สวมหน้ากาก
คู่แข่งของทั้งคู่นั่นเป็นสมาชิกของกิลด์อุสทรินา กิลด์ขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศลีโอตาร์แต่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นกิลด์ที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
แพทซีเป็นสาวแว่นผู้เชี่ยวชาญการใช้ปืนพก ถ้าเฉพาะเรื่องความแม่นยำและความเร็วเธอเหนือยิ่งกว่าอดอว์ตเตเสียอีก
แพทซีไม่สามารถใช้กระสุนพลังจิตได้ตลอดเวลาเหมือนอดอว์ตเต เธอจึงต้องพึ่งกระสุนดินปืนเป็นอาวุธหลัก แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาในการต่อสู้นักเพราะความเร็วในการเปลี่ยนกระสุนของเธอก็ไม่เป็นสองรองใคร การกระหน่ำยิงต่อเนื่องของเธอ หากซีวีพลาดแม้เพียงนิดผลลัพธ์จะต้องออกมาไม่น่าดูอย่างแน่นอน
ซีวีไม่อยู่เฉยเป็นเป้านิ่ง เธอเคลื่อนที่ไปมาตลอดเวลาจนเกิดเป็นภาพติดตา อีกฝ่ายก็สมกับเป็นมือดีของกิลด์ชั้นนำ เธอมองตามซีวีไม่ทันก็จริงแต่เธอกลับคาดเดาทิศทางและตำแหน่งล่วงหน้าได้
กระสุนถูกยิงไปดักทาง แพทซีกะจังหวะได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว แต่ซีวีไม่ได้เพียงแค่เร็ว เธอยังมีปฏิกิริยาตอบสนองเหนือมนุษย์ด้วย เธอเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนและสามารถหยุดตัวเองได้ก่อนที่กระสุนจะถึงร่าง ถ้าไม่ใช่คนที่เร็วขนาดซีวี หรือต่อให้เร็วเทียบเท่าแต่ไม่มีประสาทรับรู้ด้วยความไวสูง ชัยชนะคงเป็นของแพทซีไปแล้ว
แพทซีล้มลงกระแทกพื้น ซีวีไม่ได้ออกแรงมากเพราะไม่ได้อยากทำให้อีกฝ่ายเจ็บ มือของเธอคว้าแว่นสายตาของแพทซีเอาไว้เพราะกลัวว่ามันจะพังจากแรงกระแทก
“ยอมแพ้แล้วค่ะ” อีกฝ่ายบอก มันเป็นชัยชนะที่เด็ดขาด แพทซีไม่หลงเหลือความขุ่นมัวใด ๆ ซีวีเหนือกว่าเธออย่างชัดเจน
เสียงปรบมือดังขึ้น ซีวีหันไปโค้งขอบคุณบรรดากองเชียร์ที่อยู่รอบด้าน หลังจากลงมาจากเวทีเธอก็พยายามมองหาเคสเทรลที่แข่งพร้อมกันแต่ก็ไม่พบเขาอยู่ข้างสนาม
“ไม่จริงน่า อย่างเคสเทรลเนี่ยนะ ยังสู้ไม่จบ”
ไม่ใช่ซีวีเท่านั้น โซนาตา หรือบรรดาสายเลือดเทพที่กำลังดูอยู่ก็คิดแบบเดียวกัน พวกเขาประจักษ์กับสายตามาหลายต่อหลายครั้ง ฝีมือของเคสเทรลเหนือชั้นกว่ารีสเลย์เสียด้วยซ้ำ
“เฮ้ จีดัส! ผู้หญิงใส่หน้ากากคนนี้เป็นใคร เธอก็เป็นสายเลือดเทพงั้นเหรอ” รีสเลย์ถาม
“ไม่รู้สิ ถ้าใช่ก็คงเป็นพวกตกสำรวจ” เขาไม่กล้าฟันธง แต่ลึก ๆ ก็รู้สึกว่ามันแตกต่างออกไป
ซีวีและโซนาตามั่นใจว่าราคูอันดาคนนี้มีพลังของเทพเจ้าอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ใช่พลังของเอลเลนนอส ทั้งคู่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น
โซนาตาหวนนึกถึงตอนที่เขาสู้กับโครนิเคิลดรากอน ในตอนนั้นเขาได้เห็นภาพอนาคตมากมายและหนึ่งในนั้นมีความเกี่ยวข้องกับราคูอันดาคนนี้
“ราลคูดา…”
“ไม่ใช่ราลคูดา ราคูอันดาต่างหาก”
“หืมมม อะไรนะ”
“เมื่อกี้ นายพูดว่าราลคูดาหรืออะไรนี่แหละ” รีสเลย์ช่วยยืนยันว่าไม่ใช่แค่ซีวี แต่เขาเองก็ได้ยินโซนาตาพึมพำขึ้นมา
“ฉันไม่ได้พูดอะไรนะ”
“นายพูด” ซีวียืนยันอีกครั้ง “จริง ๆ”
โซนาตาขมวดคิ้ว พอทั้งสองช่วยกันยืนยัน เขาก็ไม่ได้เถียงด้วยอีก บางทีเขาอาจจะเผลอพูดชื่อที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำในอนาคตออกมาโดยไม่รู้ตัว
…คิดไปก็ป่วยการ ยังไงมันก็เป็นข้อมูลจากอนาคตที่ไม่ครบสมบูรณ์…