Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 154: ไข่แห่งความโกลาหล
คู่ประลองของเคสเทรลสวมหน้ากากทำจากไม้ นอกจากนั้นเธอไม่ได้มีหน้ากากอันเดียว ราคูอันดาจะสลับหน้ากากไปมาซึ่งเป็นการสลับความสามารถไปด้วย หน้ากากบางอันทำให้เธอโกรธจนคลั่ง หน้ากากบางอันคือหน้ากากยิ้มที่จะช่วยเพิ่มการรักษาฟื้นฟู หน้ากากบางอันก็มาพร้อมกับทักษะพิเศษที่เดิมเธอไม่สามารถใช้ได้
อาวุธเองเธอก็มีหลากหลายเช่นกัน เธอพกทั้งไม้เท้าเวท คันธนูพร้อมลูกศร รวมทั้งมีดพกคมกริบ ทักษะของเธอโดนเด่นแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวสำหรับเคสเทรล สิ่งเดียวที่ทำให้เคสเทรลเสียเวลากับเธอขนาดนี้เพราะเขาสัมผัสได้ว่ามีอีกตัวตนนึงที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ
“หน้ากาก” เคสเทรลพึมพำ เขารู้สึกว่าเธอมีหน้ากากที่อันตรายเก็บไว้
เคสเทรลไม่อยากรอดูว่าราคูอันดามีไพ่ตายอะไรซ่อนไว้อีก เขาตัดสินใจจบการต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุด เขาเข้าประชิดอีกฝ่ายจากด้านหลัง จากนั้นก็สับสันมือที่ท้ายทอยด้วยความเร็วสูง
การเคลื่อนไหวของราคูอันดาเปลี่ยนไปกะทันหัน เธอหลบการโจมตีของเคสเทรลได้แต่เขาก็ตามติดไปทันที สันมือถูกเหวี่ยงซ้ำและคราวนี้มันก็เข้าเป้า
พลั่กกก
สาวหน้ากากไม้เซแต่ก็ยังไม่ยอมล้มลง ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยแสงสีแดง มันบีบให้เคสเทรลต้องซ้ำอีกรอบ
พลั่กกก
เคสเทรลคุมแรงเพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่คอหักหรือขาดไป แต่มันไม่ได้ผล ราคูอันดาลุกขึ้นมาใหม่ด้วยดวงตาแห่งความโกรธที่สว่างจ้า
พลั่กกก เป็นครั้งที่เคสเทรลลงมือหนักที่สุด อีกนิดเดียวเท่านั้นเขาจะพลาดทำกระดูกคออีกฝ่ายเคลื่อนหรือไม่ก็ร้าว แต่คราวนี้มันจบลงด้วยดี ราคูอันดาพ่ายแพ้และล้มลง
…ยัยนี่มันอะไรกันแน่…
กลุ่มสิบหกคนกลุ่มสุดท้ายมีโซนาตาอยู่ในนั้น กลุ่มนี้มีขุนพลชื่อดังของอีกหลายประเทศ รวมถึงกาเวนผู้ใช้วิชาเก้าดาบ สมาชิกจากกิลด์ดัง หรือแม้แต่อดีตนักฆ่าชื่อกระฉ่อน
คู่ต่อสู้ของโซนาตาคือคาซินทาร์ มนุษย์ประหลาดที่มีใบหน้าของสิงโตและครึ่งร่างคล้ายกับเซนทอร์ ถึงจะดูแปลกตาแต่โซนาตาก็คุ้นหน้าคุ้นตาเขาเป็นอย่างดี เพราะคาซินทาร์ผู้นี้คือขุนพลเอกของกาดิออสนั่นเอง
“อยากประมือกับท่านมานานแล้ว” ขุนพลที่มีใบหน้าของสิงโตทัก
“ฉันเองก็อยากลองพิสูจน์บางอย่าง”
เมื่อเริ่มประลองคาซินทาร์ก็สร้างคลื่นคล้ายไฟฟ้าสีน้ำเงินขึ้นบนมือ มันก่อตัวเป็นรูปร่างของดาบ เป็นวิชาที่คล้ายกับดาบแสงของซีวี แต่เปลี่ยนจากแสงสว่างจ้าเป็นคลื่นพลังประหลาดแทน
“พลังแห่งดวงดาว… สตาร์ฟอร์ซจริงด้วย”
“ทำไมท่านถึงรู้จักชื่อนั้น” คาซินทาร์เผยสีหน้าฉงน
“ไม่รู้ว่าที่นี่เรียกเหมือนกันหรือไม่ นี่คือพลังของสตาร์เฟนเซอร์ แล้วเผ่าของนายก็คือทรอนใช่ไหม”
“ไม่นึกว่าท่านจะรู้จักเผ่าที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้วอย่างพวกเรา”
“ฉันเคยมีลูกน้องเป็นทรอนอยู่หลายคน”
“เป็นเช่นนั้นเองหรือ”
คาซินทาร์แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้าง เขาไม่มีความจำเป็นต้องเก็บซ่อนวิชาต่าง ๆ เป็นความลับอีกต่อไป เขาเคลื่อนที่ด้วยการเคลื่อนที่ในพริบตา โจมตีด้วยการระเบิดกระแสสตาร์ฟอร์ซ แต่โซนาตาก็หลบได้ทั้งหมด
โซนาตาโต้กลับด้วยสตาร์ฟอร์ซเช่นกัน เขาเปลี่ยนสตาร์ฟอร์ซให้มีรูปร่างคล้ายปืนใหญ่ จากนั้นก็ยิงใส่คาซินทาร์จนยืนได้ไม่ติดพื้น
ในตอนที่ผู้ชมทั้งหลายคิดว่าเขาสามารถชนะไปได้ทั้งแบบนี้ โซนาตากลับร่ายเวทมนตร์แทนและมันไม่ใช่เวทที่คาซินทาร์ใช้ได้ด้วย
“ร่ายเวทงั้นเหรอ” เคสเทรลย่นคิ้ว สีหน้าเขาชัดเจนว่ากำลังกังวล
ซีวียังไม่ทันจะถาม การร่ายเวทก็เสร็จสิ้นไปแล้ว บนเวทีได้ปรากฏสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน มันคืออสูรอัญเชิญที่เขาฝึกมาพร้อมกับตอนที่ซีวีได้ลูเซนต์ แต่โซนาตาไม่เคยใช้ออกมาให้ใครเห็น
เคสเทรลไม่ได้สนใจอสูรสีดำที่โซนาตาเรียกออกมา ใจของเขายังคงกังวลที่โซนาตาร่ายเวทมนตร์ทั้งที่เขาไม่ได้เลียนแบบจากผู้อื่น
“โซนาตาเคยเล่าให้ฟังเรื่องพลังของไซเลนเซอร์แล้วหรือยัง”
เคสเทรลอธิบายว่า ไซเลนเซอร์คือทหารพลังจิตที่จักรวรรดิในโลกอนาคตสร้างขึ้น พวกเขาถูกฝึกและถูกดัดแปลงให้กลายเป็นอาวุธเพื่อใช้ต่อสู้กับศัตรูของจักรวรรดิซึ่งบางครั้งก็รวมไปถึงมนุษย์ต่างดาวที่มีพลังจิตหรือเวทมนตร์
“เพิ่งที่จะได้ต่อกรพวกนั้นได้สมน้ำสมเนื้อ แต่ขณะเดียวกันก็ยังสามารถควบคุมได้ง่าย จักรวรรดิจึงกำหนดให้ไซเลนเซอร์ฝึกทักษะพลังจิตได้เพียงหนึ่งอย่าง และต้องทุ่มเทพรสวรรค์ที่เหลือไปกับการฝึกพลังต้านทานเวท”
“นั่นก็เลยทำให้ไซเลนเซอร์ทั่วไปเรียนเวทมนตร์ไม่ได้สินะครับ” จีดัสที่บังเอิญได้ยินถามขึ้น
“ใช่… ยกเว้นหมอนั่น สตีลมายด์ทำให้ที่ผ่านมาโซนาตาใช้เวทมนตร์ได้ผ่านการเลียนแบบ”
“ฉันยังไม่เข้าใจ แล้วมันยังไง” ซีวีเริ่มเกาหัว
“สเปลอิมมูนิตีเป็นทักษะที่สิ้นเปลืองพรสวรรค์มาก ยิ่งเขาเรียนรู้เวทมนตร์หรือทักษะพิเศษมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทำให้ทักษะนี้เสื่อมลงไป”
“งั้นเหรอ แต่ก็ไม่เห็นมีปํญหาอะไรนี่ ทั้งฉัน ทั้งท่านจีดัส หรือคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็ไม่ได้มีพลังนั้นสักหน่อย”
“อืมมม”
“ที่สำคัญ” ซีวีชี้ไปที่อสูรอัญเชิญของโซนาตา “พวกท่านคิดยังไงกับอสูรอัญเชิญตัวนั้นล่ะ นั่นเป็นอสูรระดับแปดดาวเลยนะ”
อสูรอัญเชิญปรากฏอยู่ข้างโซนาตา ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็มีหน้าตาเหมือนไข่ขนาดยักษ์ แต่ลวดลาย สีและสัมผัสที่รู้สึกได้จากมันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเลย
“ไข่นั่นน่ะเหรอคะ” มิเดลเลียเอียงคอมอง เธอคิดว่าถ้ามันฟักออกมาก็อาจจะเป็นอสูรที่ร้ายกาจได้ แต่ว่าตอนนี้ยังไงมันก็ยังเป็นแค่ไข่เท่านั้น
“ก็…” ไม่บ่อยที่เห็นจีดัสตอบอึกอัก “เขาไม่เคยเห็นใครใช้อสูรอัญเชิญตัวนี้มาก่อน แต่ก็เคยอ่านเรื่องราวของมันมาบ้าง”
จีดัสอธิบายอย่างละเอียดอีกที อย่างที่ทุกคนเห็นไข่นี้ไม่ใช่ร่างสมบูรณ์ของอสูรอัญเชิญตนนี้ อันที่จริงมันไม่มีร่างสมบูรณ์ด้วยซ้ำ
“มันถูกเรียกว่าไข่แห่งความโกลาหล ไข่นี้จะดูดกลืนพลังชีวิตและเวทมนตร์ของทั้งเจ้าของและศัตรู สิ่งที่จะเกิดขึ้นมาจากมันจะแปรเปลี่ยนไปตามรูปแบบของพลังและปริมาณที่มันดูดซับเข้าไป”
“งั้นมันก็อาจจะกลายเป็นอสูรอัญเชิญสุดยอดได้สินะคะ”
“หรืออาจจะกลายเป็น อสูรอัญเชิญที่มีระดับเพียงสองถึงสามดาว ที่อันตรายกว่านั้นคือเคยมีกรณีที่อสูรอัญเชิญที่เกิดขึ้นมาใหม่ผสานร่างกับผู้ใช้และทำให้คน ๆ นั้นกลายเป็นปีศาจไปเลย”
“กลายเป็นปีศาจ… นี่มันอันตรายกว่าที่คิดมากเลยนะ” ซีวีอุทานอย่างคาดไม่ถึง
“มันไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นบ่อยหรอกค่ะ การเชื่อมต่อกับอสูรอัญเชิญธาตุมืดบางตัวมักจะมาพร้อมข้อเสีย แต่ถ้าเขาทำได้สำเร็จมันจะกลายเป็นอสูรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าลูเซนต์อีกค่ะ”
…ถ้าสำเร็จนะ… ซีวีรู้สึกใจคอไม่ดี
การต่อสู้เกือบทุกเวทีจบสิ้นแล้วรวมถึงคู่ของโซนาตาและคาซินทาร์ อีกฝ่ายนอนนิ่ง ขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียวหลังจากที่เขาถูกไข่ปีศาจดูดพลังไปจนเกือบเกลี้ยง
โซนาตาเองก็ดูอ่อนแรงลงเช่นกัน ไข่ปีศาจไม่เลือกมิตรหรือศัตรู อะไรก็ตามที่อยู่ในขอบเขตของเวทีถูกมันสูบพลังอย่างไม่เลือกหน้า สาเหตุเดียวที่โซนาตายังยืนอยู่ได้เพราะเขามีพลังก้นบึ้งที่เหนือว่าคาซินทาร์ ทันทีที่อีกฝ่ายหมดแรงแล้วเขาก็ยกเลิกคาถาอัญเชิญไข่แห่งความโกลาหลด้วยเช่นกัน
จีดัสคิดว่าเขาเข้าใจว่าโซนาตากำลังทดลองอะไร เขาเดาไปได้ถึงเป้าหมายสุดท้ายที่โซนาตาต้องการด้วยซ้ำ แม้จะไม่สามารถการันตีได้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่แต่เขาก็หวังว่ามันจะเป็นตามที่โซนาตาคิด
เมื่อกลุ่มที่สี่ประลองจบลง ผู้เข้ารอบทั้งสามสิบสองคนก็ได้เวลาพักผ่อนครึ่งชั่วโมงก่อนที่การแข่งครั้งถัดไปจะเริ่มขึ้น พวกเขาต่างก็แยกย้ายไปรวมกันที่กระโจมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะการรักษา บริการอาหารและเครื่องดื่มและอื่น ๆ ที่จำเป็น
โซนาตาและจีดัสใช้เวลาช่วงนี้ตระเวนไปตามกระโจมต่าง ๆ เพื่อทักทายทั้งพวกที่ผ่านเข้ารอบและคนที่ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องการศึกษาคู่ต่อสู้แต่คิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่จะหาสมาชิกเข้ากลุ่มอะบีส
ราคูอันดาเป็นคนหนึ่งที่โซนาตารู้สึกสนใจ เธอมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็อาจจะยังไม่รู้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้เห็นบางอย่างที่ว่านั่นก่อนหน้านี้แล้ว
“ผจญภัยท่องเวลา” ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ราคูอันดาคงคิดว่าเธอกำลังโดนอำเล่น แต่คนที่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง คนหนึ่งคือชายที่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างอุปกรณ์มากมายให้กับกองทัพ ส่วนอีกหนึ่งก็คือเสนาธิการอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงก้องโลก เธอไม่คิดว่าพวกเขาจะโกหก
“ฉันรู้สึกว่าเรามีบางอย่างเชื่อมโยงกัน ถ้าเธอยอมไปกับพวกเราบางทีพวกเราอาจจะได้คำตอบนั้น”
ราคูอันดาทำท่าคิดหนัก มันไม่ใช่คำถามที่เธอจะตอบได้ง่าย ๆ เลย
“ไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ คิดไปได้”
“แล้วท่านล่ะ” เธอถามจีดัส “ท่านบอกว่าถ้าไปแล้วอาจจะกลับมายุคนี้ไม่ได้อีก ทำไมถึงกล้าไปล่ะ”
“ข้าไม่มีครอบครัวให้ต้องเป็นห่วง ประเทศโดนาเมสก็โดนเทพปีศาจทำลายไปหมดแล้วด้วย ครอบครัวที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็เลยมีแค่สายเลือดเทพและบรรดาทหารในกองทัพพันธมิตรนี้เท่านั้น”
จีดัสหวนคิดถึงเพื่อนและอริเก่าในบ้านเกิดของตัวเอง จากนั้นก็พูดต่อ “ที่ผ่านมา พวกเราทำได้แค่ผนึกเทพปีศาจเท่านั้น สุดท้ายมันก็จะตื่นขึ้นมาอยู่ดี ข้าคิดว่าการเดินทางกับโซนาตาจะช่วยให้เราเข้าใกล้คำตอบที่จะจัดการมันอย่างถาวร”
“มันจะเป็นไปได้เหรอ”
“ไม่รู้ แต่มันก็ควรค่าแก่การลอง ถ้าได้เดินทางข้ามเวลา เราจะได้พบกับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่ในยุคนี้ยังเป็นไปไม่ได้”
ราคูอันดานิ่งไป เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมจีดัสถึงกล้าทิ้งโลกของตัวเองไป บางทีถ้าเธอถูกชวนเร็วกว่านี้สักสี่ถึงห้าปี เธอก็คงจะตอบรับไปแล้วโดยไม่ลังเล แต่ตอนนี้นอกจากหน้าที่ในกิลด์แล้วเธอก็มีหน้าที่สำคัญในเผ่าของเธอด้วย มันทำให้เธอต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
“ขอบคุณพวกท่านมากที่ชวน ข้าจะลองไปคิดดูอีกที แต่ว่าอย่าคาดหวังกับข้ามากจะดีกว่านะ”
โซนาตาและจีดัสใช้เวลาพักเพื่อค้นหาคนที่เตะตาทั้งคู่ได้อีกไม่นาน สัญญาณเตือนถึงการแข่งรอบถัดไปก็เริ่มขึ้น
เวทีสามารถรองรับการแข่งพร้อมกันได้สิบหกคู่ คราวนี้พวกเขาถึงต้องถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกที่ต้องลงประลองก่อนมีโซนาตา ซีวีและมิเดลเลีย
คู่แข่งของโซนาตาเป็นชายหนุ่มที่อยู่กิลด์เดียวกับราคูอันดา เขาเคยเป็นกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์อื่นก่อนที่จะมาควบรวมกิลด์กัน
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่ทั้งสองทักทายกันเสร็จ โซนาตาใช้ลูกเล่นแบบเดิม เขาเรียกไข่แห่งความโกลาหลมาดูดพลังของทั้งคู่ เป็นความโชคร้ายของคู่แข่งที่เขามีพื้นฐานพลังเวทค่อนข้างน้อยกว่าคนทั่วไป พอถูกชิงแหล่งพลังเวทเขาก็เกือบจะสิ้นท่าในทันที
“รีโคสอย่าเพิ่งยอมแพ้นะ” แพทซีสาวแว่นจากกิลด์เดียวกันตะโกนให้กำลังใจ ชายหนุ่มพยายามฝืนลุกขึ้นแต่ก็ทรุดลงไปอีก
“ถ้าแพ้ล่ะก็วันนี้ไม่ต้องกินข้าวเลยนะ” จอมเวทสาวจากกิลด์เดียวกันตะโกนขู่ เขาลุกขึ้นอีกครั้งแต่ก็ได้ไม่นาน อัตราการขโมยพลังของไข่ปีศาจสูงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทนทานหรือฟื้นพลังขึ้นมาทันได้
เสียงให้กำลังใจจากสาวสวยมากมายส่งไปให้กับรีโคส แต่สุดท้ายความพยายามก็ไร้ผล
“ไอ้หมอนี่ ถ้ากาเรนอยู่ตรงนี้คงอยากเตะปากแน่” โซนาตามองเหล่ากองเชียร์สาวแล้วก็ส่ายหน้า
คู่ของซีวีไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น อีกฝ่ายคือจอมเวทอาวุโสจากตระกูลใหญ่ในอาณาจักรพามิลเลส เขามีพลังเวทที่ใช้ได้ถึงขั้นกิกะ ชนิดของเวทที่มีก็มากกว่าจอมเวททั่วไปสามถึงสี่เท่าตัว แต่การต่อสู้ก็จบลงแทบจะทันทีเมื่อซีวีแย่งไม้กายสิทธิ์ของเขาได้
“ท่านมิเดลเลียบอกว่าในพามิลเลสมีผู้ใช้เวทไม่น้อยที่ถ้าไม่มีไม้แบบนี้ก็จะร่ายเวทไม่ได้เลย” ซีวีเอาไม้กายสิทธิ์มาดีดเล่น
“อย่านะ เดี๋ยวมันหัก” อีกฝ่ายร้องห้าม “ข้ายอมแพ้แล้ว”