Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 155: สามองครักษ์บุกงานประลอง
คู่ของมิเดลเลียจบลงก่อนหน้าซีวีได้ไม่นาน อีกฝ่ายเป็นบีสต์มาสเตอร์ที่ไม่เพียงแค่ควบคุมสัตว์ได้แต่ยังนำพลังของสัตว์มาเสริมให้กับตัวเอง แต่ทั้งหมดไม่ได้ช่วยอะไรในการรับมือกับมิเดลเลียเลยเพราะเมื่อมิเดลเลียร่าย เทราธันเดอร์ ร่างของเขาก็ต้องถูกนำไปรักษาในทันที
“วันนี้ท่านมิเดลเลียโหดจัง” ซีวีมองร่างไหม้เกรียมที่กำลังถูกรักษา โดยไม่รู้ว่ามิเดลเลียก็กำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
“ตั้งใจจะยิงเฉียด ๆ ค่ะ แต่เขาวิ่งเข้ามาชนเต็ม ๆ โชคดีที่นักบวชที่รวบรวมมาที่ลานประลองเป็นมือหนึ่งทั้งนั้น เขาควรจะปลอดภัยดีค่ะ”
กลุ่มของรีสเลย์ จีดัสและเคสเทรลเริ่มขึ้นทันทีเมื่อเวทีจากกลุ่มแรกว่าง ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นในกลุ่มนี้ มีพวกพาลาดินศักดิ์สิทธ์ที่เหลืออีกสาม
รีสเลย์พบกับกาเวนผู้ใช้เก้าดาบ เซกันพบว่ากาเวนผู้นี้กับเจราฟคือผู้ที่สร้างเพลงดาบเอเทเซียต้นแบบขึ้น และมันถูกแก้ไขดัดแปลงจนกลายมาเป็นในแบบที่เขารู้จักในภายหลัง นอกจากนั้นวิชาเก้าดาบก็ยังสืบทอดกันอยู่ในบางกลุ่มจนถึงยุคของดีวาน
การบังคับดาบเก้าเล่มได้เป็นเรื่องที่น่ากลัว ยิ่งกับคนที่สามารถอัดจิตต่อสู้ลงในดาบได้แบบกาเวน มีหลายครั้งที่รีสเลย์เกือบจะเผลอกลายร่างเป็นมังกรเพื่อจบการต่อสู้แต่เขาก็ยับยั้งตัวเองไว้ได้ และเอาชนะผ่านมาด้วยร่างกายที่สะบักสะบอม
จีดัสได้พบกับสายลมศักดิ์สิทธิ์มิชคาน เขาคือผู้ครอบครองดาบเทมเพสตามาก่อนที่จะตกทอดไปถึงชายผู้มีศักดิ์เป็นท่านตาของเซกัน
มิชคานเชี่ยวชาญการใช้ลมเฉือนและเคลื่อนไหวด้วยกระแสลม ลูกธนูของจีดัสไม่สามารถฝ่ากำแพงพายุของเขาเข้าไปได้ แต่มันก็ไม่ได้มีผลให้ได้เปรียบกับการต่อสู้มากนัก เพราะจีดัสสามารถใช้เวทมนตร์โจมตีใส่มิชคานได้โดยตรงด้วย
“เทมเพสตาที่เควนตัสใช้น่ากลัวกว่านี้เยอะเลยครับ” เซกันวิจารณ์โดยซื่อ ท่านตาของเขาอาจจะเป็นคนเลวร้ายที่ไม่น่าคบหา แต่ถ้าเรื่องฝีมือแล้วเขาก็เหนือกว่าพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ในยุคนี้อย่างชัดเจน
คู่ของเคสเทรลจืดชืดจนแทบไม่น่าพูดถึง อีกฝ่ายเป็นอัศวินสูงศักดิ์ของประเทศหนึ่ง ฝีมือดีแต่ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากใบหน้าและคารมที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงใหล เขาขึ้นชื่อเรื่องพยายามตั้งตนเป็นผู้รู้และสอนการใช้ชีวิตแก่คนอื่น เครสเทลคิดว่ามันน่าขำ อัศวินผู้นี้เพิ่งมีประสบการณ์ชีวิตมาได้เพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยที่ได้สู้กับคุณ” อีกฝ่ายทักอย่างนอบน้อม แต่น้ำเสียงดูเป็นการประดิษฐ์อย่างชัดเจน
“รีบสู้เถอะ” เคสเทรลบอกปัดอย่างรำคาญ
“วันนี้ผมอยากจะมาสอนวิธีการสู้กับอีกฝ่ายที่ไม่มีอาวุธนะครับ” หนุ่มหน้าสวยหันไปพูดกับกองอวย “สิ่งที่สำคัญมากคือการจ้องตากับอีกฝ่ายเอาไว้เสมอ อย่าไปมองที่มือนะครับ ให้ดูภาพรวม”
กองอวยทั้งหมดที่อยู่ในที่นี้คือนักสู้ทั้งนั้น แต่ละคนมีประสบการณ์การต่อสู้ไม่น้อยไปกว่าเขาเลย การสู้ไปและสอนสั่งไปด้วยของเขามันจึงดูแปลกสำหรับคนอื่น แต่สำหรับคนที่นิยมชมชอบเขาแล้วจะมาแบบไหนก็ไม่ผิดอะไรทั้งนั้น
เวลาเก้าสิบวินาที เป็นเวลาที่เคสเทรลปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามไม่หยุด เวลาห้าวินาทีคือเวลาที่เคสเทรลย่างเท้าเข้าไปหาเขา และเวลาครึ่งวินาทีคือเวลาที่หมัดถูกปล่อยกระแทกใบหน้าอีกฝ่ายจนตัวลอย และมันเป็นหมัดที่จบการต่อสู้ในทันที
“ต้องแข่งอีกกี่รอบกันเนี่ย” ซีวีเริ่มเหนื่อย เธอไม่แน่ใจว่าการประลองแบบนี้มันได้ประโยชน์จริงหรือไม่
“เหลือสิบหกคนแล้ว ก็เท่ากับว่าต้องแข่งอีกไม่กี่ครั้งหรอก” โซนาตาตอบ เขาเองก็เริ่มหมดความสนใจแล้วเช่นกัน คนที่เหลืออยู่ตอนนี้เก่งก็จริง แต่ก็ไม่มีใครเตะตาเขาเป็นพิเศษแล้ว
“ถ้าเบื่อแล้วก็สละสิทธิ์แบบเซกันไปก็ได้นะ อันที่จริงแค่ผ่านรอบแรกก็ได้อยู่ในหน่วยพิเศษแล้ว” จีดัสชี้แจงเพิ่ม
“ขึ้นชื่อว่านักรบ ไม่ว่าใครก็ต้องอยากรู้ระดับของตัวเองทั้งนั้นแหละ” รีสเลย์ค้านความคิดที่จะให้สละสิทธิ์ เขาอยากลองสู้กับจีดัส ซีวี โซนาตา และคนที่แข็งแกร่งทุกคน
“หวังว่าจะได้เจอกันในรอบใดรอบหนึ่งนะ” จีดัสส่งสายตาชวนหาเรื่องให้รีสเลย์
“ขอให้เจอกันตั้งแต่รอบแรก ๆ เถอะ กลัวว่านายจะตกรอบไปซะก่อน” รีสเลย์ก็จ้องเขม็งแบบเอาเรื่องเช่นกัน
ในตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าการหยอกล้อกึ่งเล่นกึ่งจริงของจีดัสและรีสเลย์จะเป็นสิ่งที่ไม่มีทางได้เกิดขึ้น
หลายนาทีต่อมา
จีดัสล้มลงไปนอนจมกองเลือด ที่ล้มอยู่ข้าง ๆ เขาคือคู่ประลองที่ถูกตัดเป็นสองท่อน ไม่ใช่จากฝีมือของจีดัสแต่มันเกิดจากดาบของผู้ชายที่เล่นงานจีดัสเข้าเช่นกัน
ผมขาว ผิวขาว ตาสีฟ้าอ่อน ชุดของศัตรูรายนี้มีสีหลักเหมือนกับผิวเผือกของเขา แม้แต่ดาบยาวที่เขาใช้ก็มีสีขาวเหมือนกัน
เสียงกรีดร้องดังขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมการแข่งขันต่างก็ปลดกำแพงเวทที่ชายแปลกหน้าผ่านเข้าไปได้อย่างหน้าตาเฉย พวกเขาจะเข้าไปหยุดคน ๆ นั้น
ฉับบบ
ร่างของเจ้าหน้าที่หลายสิบนายถูกตัดออกเป็นชิ้น ไม่มีใครเข้าใกล้ชายชุดขาวได้แม้แต่คนเดียว เซกันตัดสินใจกระโดดขึ้นเวทีไปพร้อมกับพวกนักสู้อีกหลายราย
“ริแลนท์ แรปโซดี… ชื่อของฉัน” ผู้บุกรุกพูดขึ้นลอย ๆ
“แรปโซดี… เจ้านี่ก็คือคนที่ถูกแรปโซดีกินเข้าไปงั้นเหรอ” นักสู้คนหนึ่งถามขึ้น
ริแลนท์ฉีกยิ้ม เขาตอบคำถามด้วยการโจมตีใส่ทุกคน เพลงดาบของเขาแปลกประหลาดที่สุดที่เซกันเคยพบเห็น เขาฟันทางหนึ่งแต่มันส่งผลไปถึงทิศตรงกันข้ามด้วย การโจมตีของเขาพรากชีวิตของเจ้าหน้าที่และนักสู้ไปอีกหลายราย
“หยุด!!” เซกันตะโกนห้าม จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าปะทะ
ดาบสีขาวและดำปะทะใส่กัน เซกันแน่ใจว่าดาบอีกฝ่ายมีระดับด้อยกว่าดาบของตนหลายขั้น แต่ที่มันไม่ได้แหลกเป็นชิ้น ๆ ก็เกิดมาจากพลังที่กล้าแข็งของผู้ใช้
เซกันไม่ได้ออมมือ ทุกดาบที่เขาฟันออกไปมีพลังพอที่จะแหวกท้องฟ้า ฉีกผืนดินจนกลายเป็นหุบเหว กรีดทะเลจนแยกเป็นสองส่วน เป็นการโจมตีระดับที่มนุษย์ไม่น่าจะต้านทานไว้ได้ แต่ริแลนท์ไม่ได้แม้แต่เปลี่ยนสีหน้า เขาใช้ดาบสีขาวหยุดการโจมตีทั้งหมดไว้ได้
ไม่ได้มีแค่เซกันที่เข้าปะทะกับศัตรู ผู้คนรอบ ๆ ก็รับรู้ถึงอันตรายของริแลนท์ ทุกคนบอกกับตัวเองว่าถ้าหยุดคน ๆ นี้ไว้ไม่ได้พวกเขาทุกคนก็จะตายกันหมด
จากทุกทิศทาง จากระยะใกล้และไกล ด้วยการโจมตีทั้งกายภาพและเวทมนตร์ แพทซีกระหน่ำยิงใส่โดยเล็งไปที่ข้อต่อ พาลาดินทั้งห้าใช้ดาบในตำนานของพวกเขาฟันใส่โดยรอบ กระสุนเวทสารพัดธาตุ อสูรอัญเชิญที่ถูกเรียกมาสมทบ ทุกอย่างล้วนไร้ประโยชน์
ราวกับทุกอย่างถูกลบล้างไปด้วยการกวัดแกว่งดาบ กระสุนแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก เวทมนตร์ถูกคมดาบกลืนหายไป
เพราะเวทีอื่นก็ต้องหยุดการต่อสู้ด้วยเช่นกัน มันจึงทำให้พวกโซนาตาตามมาสมทบได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังไม่เร็วพอ แขนขาของพาลาดินทั้งห้าถูกตัดกระเด็นไปทั่ว เดวัลและนักรบอีกกว่าสิบชีวิตก็มีสภาพแบบเดียวกัน พวกเขาทุกคนคือหนึ่งในเจ็ดสิบเอ็ดคนที่ผ่านรอบแรกมาแล้ว มันไม่น่าเชื่อเลยที่จะถูกคนเพียงคนเดียวฆ่าทิ้งได้พร้อมกัน
คำตอบก็คือริแลนท์ไม่ใช่มนุษย์อย่างที่เห็นจากภายนอก โซนาตาไม่เคยสัมผัสคลื่นความคิดที่วิปริตขนาดนี้มาก่อน เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือผลงานของแรปโซดี
“เจ้านี่ถูกแรปโซดีสร้างขึ้น”
“เหมือนกับพวกลูกสมุนพวกนั้นน่ะเหรอ” รีสเลย์ถาม
“ใช่ แต่ระดับมันต่างกันกับพวกนั้นที่เราเจอมาก่อน” โซนาตาจ้องไป “นี่มัน เหมือนกับเป็นสิ่งมีชีวิตอีกประเภท นี่คือผลลัพธ์จากการกินคนและปีศาจนับหมื่นนับแสนเข้าไป”
“สาเหตุที่พวกลูกสมุนก่อนหน้านี้อ่อนแอ เพราะเอาพลังทั้งหมดไปสร้างเจ้านี่งั้นเหรอ” จีดัสเริ่มปะติดปะต่อภาพได้ชัดเจนขึ้น
“พวกเราคือสามองครักษ์ของท่านแรปโซดี อย่าเอาเราไปเทียบกับพวกของเล่นที่ท่านสร้างขึ้นมาถ่วงเวลาสิ”
“สามองครักษ์”
กำปั้นปริศนาลอยมาจากตำแหน่งที่รีสเลย์มองไม่เห็น เขาเหลือบไปมองพร้อมกับยกแขนขึ้นรับ แต่แขนที่ยกขึ้นไม่สามารถต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย
ตู้มมมม
ร่างของรีสเลย์และนักรบอีกหลายคนปลิวไปตามแรง พวกเขาไม่ได้ถูกหมัดโดยตรงด้วยซ้ำแต่แค่แรงอัดอากาศก็ทำให้ทุกคนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ส่วนพื้นที่เป็นเป้าหมายจริงของศัตรูแหลกพินาศราวกับถูกระเบิดลูกโตระเบิดใส่
เจ้าของกำปั้นที่ทำให้เกิดแรงระเบิด มีร่างกายสูงใหญ่ ด้วยความสูงเกือบสองเมตรครึ่งอาจจะไม่เท่ากับบัลเซรุสแต่เขาก็ตัวใหญ่กว่าคนทั่วไปมาก
รีสเลย์เพิ่งจะมองเห็นร่างนั้นได้เต็มตา มันคล้ายกับตัวเขาเองในอีกแบบฉบับ ตัวใหญ่กว่า ดุร้ายกว่า ผมสั้นสีดำ ชุดเกราะสีดำที่ยิ่งทำให้ตัวใหญ่กว่าเดิม และที่สำคัญก็คือเขาคืออัศวินมังกรอย่างไม่ต้องสงสัย รีสเลย์แค่เห็นก็มั่นใจ เลือดในกายของเขารับรู้ถึงพลังของอีกฝ่ายได้
“ลมหายใจแห่งความมืด” ชายแปลกหน้าพ่นลมหายใจสีดำออกมา นี่คือลมหายใจมังกรอย่างแน่นอนแต่มันไม่ได้เป็นเปลวเพลิงเหมือนรีสเลย์
เหยื่อของลมหายใจแหลกสลายไปอีกราวสิบคน แม้ว่ามิเดลเลียจะพยายามกั้นกำแพงต้านธาตุมืดไว้ก่อนแล้ว แต่พลังราวครึ่งหนึ่งก็ยังฆ่าคนได้อย่างสบาย
“เป็นไปไม่ได้ อัศวินมังกร แถมยังธาตุความมืด” ใครคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้น มันเป็นสิ่งเดียวกับที่รีสเลย์กำลังคิดพอดี สายเลือดของอัศวินมังกรมีเฉพาะตระกูลลีออนเท่านั้น
“ไฟ น้ำแข็ง และสายฟ้า อัศวินมังกรมีแค่สามธาตุนี้เท่านั้น” จีดัสเองก็ประหลาดใจ เขาได้ยินมาว่าตระกูลลีออนที่ครอบครองพลังของน้ำแข็งได้หนีไปเป็นโจรสลัด ส่วนสายฟ้าก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองจึงหนีหายไปและไม่มีข่าวคราวอีก แต่ธาตุความมืดเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ทำไมถึงจะเป็นอัศวินมังกรธาตุความมืดไม่ได้ ก็เห็นอยู่ว่าตรงนี้ก็มีข้ากริมเซฟ แรปโซดีอยู่ทั้งคน”
“เจ้านี่ก็คือหนึ่งในสามองครักษ์ พวกที่ถูกแรปโซดีสร้างขึ้น” จีดัสกระซิบบอกซีวีและโซนาตาที่เพิ่งมาถึง
โซนาตาชักปืนและยิงเข้าใส่ฝูงชน เขาจำผู้แข่งขัน กองเชียร์ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ได้ทุกคน จึงรู้ตัวว่ามีคนแปลกหน้าปะปนมาในกลุ่มนั้น อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ยอดเยี่ยม เธอกระโดดหลบได้และแม้ว่าโซนาตาจะโผล่มาโจมตีซ้ำในระยะประชิด เธอก็ยังปัดป้องไว้ได้
“ผู้หญิง…” โซนาตาเลิกคิ้วเมื่อมองอีกฝ่ายเต็มตา
“ใช่… มีปัญหากับผู้หญิงเหรอ” อีกฝ่ายแสยะยิ้ม
หญิงสาวอยู่ในชุดที่ไม่ได้สะดุดตา ผมสีดำของเธอถูกมัดไว้ข้างหลัง หน้าตาดูสะสวยแต่ก็ไม่ได้โดดเด่น เทียบกับริแลนท์และกริมเซฟ สาวคนสุดท้ายค่อนข้างดูใกล้เคียงกับมนุษย์ยิ่งกว่าใครเพื่อน
“ยัยนี่เป็นไซเลนเซอร์” เคสเทรลกัดฟันกรอด เขารู้สึกถึงสเปลอิมมูนิตีในตัวเธอ นอกจากนั้นก็ยังรู้สึกว่าเธอมีพลังจิตในรูปแบบที่ซับซ้อน
“หนึ่งในองครักษ์เช่นกัน โครินาเล แรปโซดี” หญิงสาวคนสุดท้ายแนะนำตัว
แล้วตอนนั้นโซนาตาก็รู้สึกตัว โซนาตาแน่ใจว่าส่วนหนึ่งของโครินาเลมีความเกี่ยวข้องกับเคสเทรล บางทีแรปโซดีอาจจะได้พันธุกรรมของเคสเทรลจากในสงครามคราวก่อนและใช้มันสร้างโครินาเล
กรณีแบบเดียวกันเกิดขึ้นกับรีสเลย์และเซกัน มันคือเหตุผลที่กริมเซฟกลายเป็นอัศวินมังกร ส่วนริแลนท์ก็มีพลังทำลายล้างระดับสู้กับเซกันได้แต่มีภาพลักษณ์ตรงกันข้ามกับเซกัน
“ถอยก่อนค่ะ ห้ามสู้เด็ดขาด” มิเดลเลียตะโกนเตือนทุกคน
“ที่อยู่ตรงนี้ทุกคนคือยอดฝีมือนะ มันกล้ามาหาเรื่องแล้วจะปล่อยไปได้ไง” บีสต์มาสเตอร์คนที่เคยแพ้ให้กับมิเดลเลียไม่สนคำเตือน เขาพุ่งเข้าใส่กริมเซฟพร้อมกับนักรบอีกหลายคน
ทั้งสามถูกรุมโจมตีจากทุกด้าน ไม่เพียงแค่พวกที่ผ่านเข้ารอบแรก นักสู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก เจ้าหน้าที่จัดการประลอง ทหารที่เฝ้าอยู่ด้านนอกต่างก็กรูกันเข้ามา
ริแลนท์ตัดทุกอย่างที่เข้ามาในระยะโจมตี กริมเซฟสาดลมหายใจความมืดไปรอบ ส่วนโครินาเลก็ใช้วิชาหักข้อต่อบิดร่างของศัตรูทุกคนที่เข้าไปใกล้เธอ ไม่มีใครเลยที่จะหยุดทั้งสามได้
เซกันยิ่งปะทะกับริแลนท์เขาก็ยิ่งหวาดหวั่น เขาเคยคิดว่าบางทีชีวิตนี้อาจจะไม่มีทางเจอกับคู่ต่อสู้แบบเทพปีศาจหรือเลกันพี่ชายของตนอีกแล้ว แต่ตอนนี้เขาได้รู้ว่ามันเป็นความคิดที่อ่อนหัด โลกนี้เต็มไปด้วยผู้ที่แข็งแกร่ง ริแลนท์ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“มัลติรีเซอร์เรคท์!*” มิเดลเลียร่ายเวทเมื่อเห็นว่าจำนวนผู้เสียชีวิตกำลังเพิ่มขึ้น แสงสีขาวลอยขึ้นก่อนจะแตกกระจายเหมือนสายฝน หยดน้ำสว่างจ้ากระทบถูกเหล่าบรรดาเหยื่อเคราะห์ร้ายทุกคนไม่มีเว้น จากนั้นพวกเขาส่วนหนึ่งก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง