Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 157: โรงงานของโครินาเล
หน่วยพิเศษเสียชีวิตเกือบทั้งหมดจากการโจมตีของกริมเซฟ แม้เซกันใช้พลังทั้งหมดเพื่อหักล้างแต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสส่วนคนที่รอดมาได้ก็มีสภาพดีกว่ากันแค่เล็กน้อย
องครักษ์ทั้งสามจากไปโดยไม่ได้ฆ่าพวกที่เหลือ สำหรับทั้งสามแล้วพวกเขาไม่ได้มีค่าพอให้สนใจอีกแล้ว พวกเขาไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าโซนาตาและมิเดลเลียยังรอด อีกฝ่ายอาจจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่ก็ได้
โชคดีที่พลังของกริมเซฟไม่เหมือนกับริแลนท์ มิเดลเลียสามารถชุบชีวิตเกือบทุกคนคืนกลับมาได้ ส่วนโซนาตาและซีวีก็ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่อช่วยรักษาทุกคนเท่าที่สามารถทำได้แล้ว
“มีคนรอดมากกว่าที่คิด” จีดัสพึมพำ
“รอดชีวิตก็จริง แต่ไม่เหลือใครที่คิดจะสู้แล้ว” รีสเลย์เห็นสีหน้าของทุกคนแล้วก็เข้าใจดี เจอความพ่ายแพ้ย่อยยับแบบนั้นจะถอดใจก็ไปแปลก ยิ่งเมื่อมองว่าพวกเขาแต่ละคนเดิมเป็นอันดับหนึ่งในแต่ละสายอาชีพ ศักดิ์ศรีของพวกเขาคงจะถูกบดขยี้จนเละ
“อยากหรือไม่อยากสู้ ก็ยังต้องสู้” เคสเทรลประคองเซกันลุกขึ้น อีกฝ่ายร่างกายหายดีแล้วโดยไม่ต้องพึ่งการรักษา แต่เขาก็เหนื่อยอ่อนจนแทบไม่เหลือแรงเดิน
โซนาตาทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่เขาจะพูดขึ้น “ฉันตัดสินใจแล้ว… พรุ่งนี้จะไปออสตาร์ ฉันอยากจะตรวจสอบอะไรสักหน่อย”
“มีอะไรต้องตรวจสอบอีก ก็เห็นอยู่ว่าเราสู้ไม่ได้เลย ที่ต้องทำในตอนนี้คือตามหามิเนอร์วาต่างหาก”
“เคสเทรล นายคิดว่าถึงได้พวกนั้นมาช่วยแล้วเราจะพลิกสถานการณ์ได้เหรอ”
“คุณภาพก็สำคัญ แต่คนเยอะด้วยก็ยิ่งดี ปกตินายเป็นพวกแบบนั้นไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าไม่ใช่กรณีที่โดนจับกินแล้วอีกฝ่ายดันแกร่งขึ้นนะ ที่สำคัญทางนั้นเองก็น่าจะพยายามหาพวกเราด้วย ที่พวกนั้นเงียบหายไปเลยก็คงจะมีปัญหาอยู่นั่นแหละ”
“แล้วแบบนั้นพวกเรายิ่งไม่ควรไปช่วยก่อนเหรอ... เอ้อ เอาเถอะ เอาไงก็เอาแต่ยังไงก็ไม่ให้ไปคนเดียวหรอกนะ” เคสเทรลถอนหายใจ เขาไม่เคยเถียงชนะโซนาตามาก่อน
“ฉันก็จะไปด้วย” ซีวียืนกรานหนักแน่น จากนั้นจีดัส รีสเลย์ หรือแม้แต่มิเดลเลียเองก็จะไปด้วยเช่นกัน
โซนาตาทนการรบเร้าไม่ไหวจึงจำใจต้องรับปากไป เขามองไปทางราคูอันดาและอีกหลายคนด้วยความเสียดาย แม้จะรอดมาได้แต่พวกเขาก็ไม่เหลือจิตใจที่คิดจะสู้ต่อแล้ว
การเดินทางไปออสตาร์ราบรื่นและรวดเร็วจนน่าระแวง ตลอดเส้นทางทุกอย่างสงบเงียบราวกับโลกได้กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ไม่มีทหารของแรปโซดี ไม่มีเทพปีศาจ หรือแม้แต่พวกสัตว์ร้าย จะมีก็เพียงกองทัพพันธมิตรตรึงกำลังเอาไว้ที่ชายแดนของออสตาร์
ที่ชายแดนนี้เอง โซนาตาและพวกพบว่ามันแตกต่างจากรายงานครั้งสุดท้ายที่ได้รับมา ร่องรอยอารยธรรมของมนุษย์แทบจะไม่หลงเหลือให้เห็น ทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยป่าดงดิบใหญ่สุดลูกหูลูกตา ต้นไม้ขนาดยักษ์ปกคลุมรอบอาคารบ้านเรือน ผู้คนที่ควรจะเดินสัญจรไปมาถูกแทนที่ด้วยสัตว์น้อยใหญ่ ธรรมชาติที่แปลกประหลาดได้ปกคลุมทั้งอาณาจักรจนไม่เหลือเค้าเดิมแม้สักนิด
“ออสตาร์ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา” มิเดลเลียและเคสเทรลเคยสู้กับบัลเซรุสและเออร์มุนที่นี่ แต่ตอนนั้นมันไม่ได้เป็นแบบนี้
“ป่านี่ก็ฝีมือแรปโซดีอย่างนั้นเหรอ” รีสเลย์ถามจีดัส แน่นอนว่าอีกฝ่ายก็ตอบไม่ได้
พวกเขาตัดสินใจย่างเท้าเข้าไปในถิ่นของศัตรู มันเป็นบรรยากาศที่แปลกประหลาดเหมือนกับอีกโลกหนึ่ง คอมพิวเตอร์ในชุดไซเลนเซอร์ของโซนาตาตรวจสอบสิ่งมีชีวิตทุกชนิดและพบว่ามันเป็นสายพันธุ์ที่ไม่รู้จัก
“สายพันธุ์ใหม่ทั้งหมด” โซนาตาเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เขาสัมผัสมันแล้วก็รู้สึกขนลุก
ก่อนที่จะได้อธิบายกับทุกคนว่าเขาพบอะไร การโจมตีก็เริ่มขึ้น
ฝูงเดวัลกรูกันมาจากป่าประหลาด ทุกคนไม่ได้แปลกใจเพราะคิดว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นแน่ แต่ที่พวกเขาไม่ได้คาดเอาไว้ก็คือ มันไม่ใช่แค่เพียงเดวัลเท่านั้น
ต้นไม้ทั้งหลายพยายามจู่โจมพวกเขา บางต้นขยับกิ่งก้านของมันฟาดใส่ บางต้นทิ้งผลที่แข็งเหมือนลูกตุ้มหนามลงมา บางต้นปล่อยเกสรและสารเคมีอันตรายออกมาด้วย
ฝูงแมลงต่างหันมาจู่โจม ต้นไม้เบื้องหน้าพวกเขาทุกต้นพยายามยึดจับพวกเขาไว้ แม้แต่สัตว์กินพืชตัวเล็กก็ยังพร้อมใจปรากฏตัวออกมาเพื่อเล่นงานด้วย
“อะไรกัน แม้แต่แมลงกับพืชก็ด้วยเหรอ”
รีสเลย์พบว่าเท้าของเขาเจ็บแปลบขึ้นมา ตอนแรกเขาเข้าใจว่าน่าจะเป็นฝีมือของแมลงที่เล็ดลอดเข้าไปในเกราะผ่านทางรอยต่อของชุด แต่เมื่อถอดเกราะและรองเท้าออกจึงพบว่ามันคือเชื้อราที่กำลังกัดกินขาของเขา รีสเลย์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยลมหายใจไฟ ก่อนที่จะได้มิเดลเลียช่วยรักษาให้อีกที
“ระบบนิเวศทั้งหมดนี่คือส่วนหนึ่งของแรปโซดี” จีดัสเอ่ยเสียงเครียด “มันกำลังจะเข้าไปแทนที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลก”
หากเทียบกับทหารปีศาจ เดวัลและสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอาจจะอ่อนแอกว่ามาก แต่ในความเป็นจริงพวกมันสร้างความยากลำบากให้กับพวกโซนาตาอย่างมหาศาล เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่มีชีวิตกลายเป็นศัตรู มันบีบให้พวกเขาไม่มีเวลาพักเลยแม้แต่น้อย
ตัดเรื่องการตั้งค่ายพักออกไป แม้แต่อาหารหรือน้ำดื่มก็ถูกปนเปื้อน มันเป็นสภาพแวดล้อมสุดพิลึกที่น่าหนักใจยิ่งกว่าเนเธอร์เวิลด์เสียด้วยซ้ำ
แต่โซนาตาก็ไม่มีทางเลือก เขาพยายามมุ่งหน้าต่อไป
แม้พื้นที่ทั้งหมดจะถูกปกคลุมด้วยป่า แต่ธรรมชาติ พืชพรรณ และสารพัดสัตว์ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวที่พวกเขาพบ เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็พบกับสิ่งที่ต่างออกไป
“สิ่งก่อสร้าง” ซีวีถาม เธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอเห็นอะไรกันแน่
มันแตกต่างจากอาคารที่มนุษย์สร้าง เป็นรูปร่างที่ก้ำกึ่งระหว่างกองดินที่ถูกนำมาขึ้นรูป และโครงสร้างที่จะว่าเป็นพืชก็ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะของสัตว์ก็ไม่เชิง ทุกคนบอกได้เพียงแค่มันไม่น่าไว้วางใจสักนิด
“เจ้าแรปโซดีไม่ได้สร้างได้แค่สิ่งมีชีวิตงั้นเหรอเนี่ย” จีดัสขยับแว่นขึ้นลง ไม่ได้ทำเพื่อให้เห็นชัดขึ้นแต่เขาทำเพราะมันติดเป็นนิสัยเท่านั้น
“ดูเหมือนจะไม่ใช่ความสามารถของหมอนั่นนะ” โซนาตาลองใช้พลังพิเศษอ่านดู เขาพบว่ามันมีพลังบางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง มีอะไรบางอย่างที่เข้ามาซ้อนทับกับพลังของแรปโซดี
“ผู้หญิงคนนั้น… โครินาเล” เคสเทรลพูดชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัวของโซนาตาราวกับรู้ใจ
แล้วโซนาตาก็อธิบาย ความสามารถของไซเลนเซอร์ไม่ใช่สิ่งที่สืบทอดตามสายเลือด แม้ว่าโครินาเลจะได้พันธุกรรมของเคสเทรลไปเป็นส่วนประกอบ มันก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสามารถของตัวเองในทันที โซนาตาเชื่อว่าที่องครักษ์ทั้งสามบุกเข้าโจมตีในงานคัดตัวไม่ได้ทำไปเพียงเพราะต้องการประกาศศักดาเท่านั้น
“เธอตั้งใจมาดูพลังของโซนาตาและเคสเทรล เพื่อให้พลังของตนเองเติบโตขึ้นโดยสมบูรณ์” จีดัสวิเคราะห์ต่อ
“เป็นสมมติฐานจากข้อมูลที่มีเท่านั้นนะ” โซนาตาว่าพร้อมกับเหยียบงูตัวหนึ่งที่เลื้อยมาใกล้ เขาเตะมันออกไป “เธอคงศึกษาว่าไซเลนเซอร์มันทำอะไรกันได้ในขอบเขตแค่ไหน จะได้พัฒนาความสามารถของตัวเองและปรับเปลี่ยนรูปแบบความสามารถให้เป็นแบบที่ต้องการ”
“แล้วถ้าจะเดาต่ออีก คิดว่าความสามารถของเธอคืออะไรคะ” มิเดลเลียถามบ้าง “น่าจะเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างพวกนี้ใช่ไหม”
โซนาตาใช้สตีลมายด์กับสิ่งก่อสร้างประหลาด แล้วเขาก็ได้คำตอบมาในทันที
“ใช่… มันเป็นพลังของโครินาเล แรปโซดีกลืนกินสิ่งมีชีวิตและสร้างสิ่งใหม่ได้ แต่มันไม่ใช่จะไร้ข้อจำกัด อย่างน้อยเขาก็ไม่สามารถสร้างลูกน้องแบบสามองครักษ์ออกมาได้อีก พลังของโครินาเลจะมาอุดในจุดนั้น เธอสร้างสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ขึ้นเพื่อเป็นโรงงานผลิตสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ”
“ข้าไม่เข้าใจ ก่อนหน้านี้แรปโซดีก็สร้างกองทัพออกมาตั้งมากมายโดยไม่ต้องพึ่งโรงงานอะไรนี่” รีสเลย์พยายามคิดตาม
“ทหารปลายแถวที่แรปโซดีสร้างมีรูปแบบแค่ไม่กี่อย่าง แม้พวกมันจะวิวัฒนาการเป็นชนิดอื่นได้ แต่ก็เกิดขึ้นภายหลัง อย่างเซเลนอสหรือหลาย ๆ คนที่ถูกกินเข้าไปก็ถูกคืนชีพมาในสภาพที่เหมือนเดิมทุกประการ มันเป็นไปได้สูงมากว่าเขามีข้อจำกัดในการสร้างสิ่งใหม่จริง ๆ”
“ถ้าคาดไม่ผิด จำนวนชนิดสายพันธุ์ที่สร้างขึ้นใหม่และความแข็งแกร่งของสิ่งที่สร้างน่าจะอิงจากจำนวนที่กินเข้าไป สองอย่างนี้คือข้อจำกัดดั้งเดิมของแรปโซดี แต่ด้วยพลังของโครินาเลเธอช่วยขยายขอบเขตนั้นออกไป ใช้ทรัพยากรน้อยลงเพื่อสร้างได้ดีขึ้นกว่าเดิม เร็วกว่าเดิม”
“คงไม่ใช่ว่าออสตาร์คือการจำลอง แล้วนี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลกทั้งโลกนะครับ” เซกันที่เงียบมาตลอดเริ่มหวั่นใจ
“แต่ก็ช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น” โซนาตาหันไปบอกกับเซกัน “วางพวกนั้นลงได้แล้ว”
เซกันวางสัมภาระขนาดใหญ่ทั้งสองชิ้นลง โซนาตาไม่ได้บอกทุกคนว่ามันคืออะไรแต่ดูจากขนาดและรูปร่างมันก็พอจะเดาได้ว่ามันคือร่างของมนุษย์
“มีโอกาสสำเร็จแค่ไหน” จีดัสถามทั้งที่เขารู้ว่าโซนาตาเองก็ไม่รู้คำตอบมากไปกว่าตน
“ไม่รู้สิ… แต่ในเมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผลมันก็ต้องลองวิธีนี้ ตอนแรกคิดว่าจะต้องเข้าใกล้แรปโซดีก่อน โชคดีที่สิ่งก่อสร้างนี้เชื่อมโยงกับโครินาเล เราน่าจะทำตรงนี้เลยได้”
ร่างแรกในห่อบรรจุสีดำคือร่างของชายผู้มีอายุจริงหลายร้อยปี เขาคืออดีตพรรคพวกที่ครั้งหนึ่งถูกแรปโซดีดูดกลืนเข้าไปและสร้างขึ้นใหม่… เออร์มุน
ร่างที่สองคือเซเลนอส ผู้เคยเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสงครามซีนครั้งที่ผ่านมา เช่นเดียวกับร่างแรก ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกตัวยาและเวทมนตร์ทำให้มีสภาพไม่ต่างจากซากศพ
ความตั้งใจของโซนาตาคือ เขาอยากรู้ว่าตนเองจะสามารถแทรกแซงเข้าไปในเครือข่ายของแรปโซดีได้ไหม และดูเหมือนโครินาเลจะช่วยให้งานของเขาง่ายขึ้น
แล้วโซนาตาก็เข้าไปสู่ภวังค์
สตีลมายด์ลอกเลียนพลังของโครินาเลผ่านพลังส่วนหนึ่งที่อ่านได้จากโรงงานมีชีวิต เขาเข้าใจพลังของเธอมากขึ้นเมื่อลองใช้เอง มันเป็นอย่างที่คาดไว้ แรปโซดีมีขีดจำกัดและหน้าที่ของโครินาเลคือทำลายขีดกำจัดนั้น ในคลังข้อมูลของเธอมีการสำรองข้อมูลของทุกอย่างที่แรปโซดีเคยดูดกลืนเอาไว้ รวมไปถึงแหล่งความทรงจำของแต่ละคนด้วย
มันเป็นข้อมูลที่อ่านไม่ได้ แรปโซดีก็แค่เก็บเอาไว้เท่านั้น แต่เขาส่งต่อให้ร่างใหม่มีความทรงจำเดิมผสมเข้ากับเจตจำนงใหม่ นี่คือวิธีที่เขาใช้สร้างทาส