Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 159: มังกรแห่งความมืดที่ไล่ตามมา

กริมเซฟ แรปโซดี
“ทำไม! ข้าแกร่งกว่าชัด ๆ”
โครินาเลกลายเป็นฝ่ายตั้งรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าทางโซนาตายิ่งกว่าเดิม เขาประเคนหมัดใส่ กระทุ้งเธอด้วยเข่า ยิงปืนปฏิสสารอัดใส่หน้าในระยะเผาขน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนการตั้งรับของโครินาเลเปิดออก
มันคือความแตกต่างของประสบการณ์ โครินาเลมีความทรงจำพื้นฐานมาจากมนุษย์มากมายที่ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ แต่ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังอยู่ในระดับของมนุษย์ มันยังด้อยนักเมื่อเทียบกับโซนาตาที่ถูกฝึกมาตั้งแต่เด็กเพื่อให้กลายเป็นเครื่องจักรสงคราม
เมื่อโครินาเลหันไปใช้วิชาอื่นรับมือกับโซนาตา เธอก็จะพบว่าอีกฝ่ายรู้วิธีแก้ทางวิชานั้น เขารู้จักหลักการถ่ายเทพลัง รู้จักการใช้อ่อนต้านแข็ง ความเร็วสยบอ่อน ข้อมูลของศิลปะการต่อสู้ทุกชนิดในโลกที่เขาจากมาถูกปลูกฝังไว้ในสมองของไซเลนเซอร์ทุกคนจนหมดสิ้น
โซนาตาตั้งใจจะฆ่าเธอ เขาแน่ใจว่าโครินาเลยังแข็งแกร่งได้มากกว่านี้ หากปล่อยเธอหลุดมือไปคราวหน้าเขาอาจจะไล่ต้อนเธอไม่สำเร็จก็ได้
เวลาแบบนี้ก้างขวางคอมักจะปรากฏตัวขึ้น ก่อนที่โซนาตาจะใช้พลังที่ยืมมาจากเคสเทรลอัดเข้าใส่ใบหน้าของโครินาเล ศัตรูรายใหม่ก็กระโดดลงสู่เวที
ราวกับดาวตกที่พุ่งลงมากลางวง ทั้งพวกเดียวกันและศัตรูถูกแรงกระแทกมหาศาลพัดปลิวไปไกล ผู้โชคร้ายที่อยู่ใกล้กับจุดตกร่างแหลกเหลวไป ส่วนพวกโซนาตาทุกคนแม้จะเอาตัวรอดกันได้หมด แต่ก็ล้วนแล้วแต่บาดเจ็บกันถ้วนหน้าจากอากาศที่ถูกอัดส่งมาจากร่างที่เพิ่งตกลงมา
“เฮ้ย กำลังจะทำอะไรโครินาเลวะ” กริมเซฟตะคอกใส่โซนาตาอย่างเดือดดาล ไม่ได้สนใจว่าส่วนหนึ่งของความเสียหายของเพื่อนก็มาจากที่เขาพุ่งเข้าโหม่งโลกจนเกิดการระเบิดรุนแรง
สถานการณ์พลิกอีกครั้ง ไม่มีใครอยู่ต่อล้อต่อเถียงอีก ไม่มีเหตุที่จะต้องลดจำนวนศัตรูลงอีกแล้วด้วยเพราะการโจมตีซี้ซั้วของกริมเซฟมันทำให้พาโลเกียแทบไม่เหลือหลอ
ซีวีเรียกลูเซนต์ออกมา ไม่ต้องเสียเวลานัดแนะทุกคนต่างก็รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ แต่ละคนกระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังของมังกรแสง
จากนั้นมันก็ทะยานขึ้น!
“ไม่ต้องตามไป” โครินาเลร้องห้าม
กริมเซฟไม่สนใจ เขากลายร่างเป็นมังกรในชั่วพริบตาและทะยานตามไปติด ๆ
“ไฟนอลแคแทคลิซึม”
“ชาโดว์วอร์เทค”
ท่าไม้ตายของเซกันและเซเลนอสถูกกริมเซฟอย่างจัง คลื่นรูปปีศาจจับปีกของกริมเซฟตรึงเอาไว้ ส่วนวังวนสีดำของเซเลนอสก็ซัดถูกลำตัวอย่างแม่นยำ
มันเป็นครั้งแรกที่เซเลนอสใช้ท่านี้และเป้าหมายไม่ถูกทำลาย วังวนนี้โซนาตาเข้าใจได้ทันทีว่ามันคือหลุมดำขนาดจิ๋ว มันไม่ควรจะมีอะไรที่มันดูดเข้าไปและทำลายไม่ได้เพราะแม้แต่แสงเองยังไม่สามารถหลุดรอดจากแรงดึดดูดมหาศาลของมัน
แต่มันกลับทำให้กริมเซฟแค่ชะงักไปเท่านั้น ออรามังกรของเขาสามารถลบล้างผลของชาโดว์วอร์เทคก่อนที่มันจะทำหน้าที่ได้เสร็จสิ้น
“เทราวินด์” มิเดลเลียร่ายมหาพายุขึ้น ใจครึ่งหนึ่งเธอหวังว่ามันจะสร้างความเสียหายให้กับกริมเซฟ ใจอีกครึ่งเธอต้องการใช้มันเพื่อผลักให้ลูเซนต์ลอยห่างออกมา แต่ก็เป็นดั่งที่ทุกคนคาดไว้พายุระดับที่ถล่มทั้งประเทศย่อยยับได้ มีผลแต่ดันมังกรทั้งสองตัวให้ห่างจากกัน
“ดวงตะวันแห่งเฮลิออสจงมาเป็นอาวุธให้กับข้า เฮลิออสอีรัปชัน” ซีวีร่ายมหาเวทบ้าง ดวงอาทิตย์เทียมขนาดเท่าศีรษะมนุษย์พุ่งผ่านพายุลงไป
“ม่านศรจงโปรยปราย แอร์โรว์เคอร์เทน” จีดัสยิงศรเงินที่แตกตัวราวกับสายฝนลงไปเสริม เขาไม่ได้คิดว่ามันจะทำอะไรได้มาก แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะชะลอให้กริมเซฟเคลื่อนไหวไม่ได้อย่างใจ
กริมเซฟบินหลบลูกศรทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว แต่ละดอกไม่สามารถทำให้เขามีแผลได้ แต่มันก็เจ็บ ๆ คัน ๆ อยู่ดี เขาไม่รู้ว่าลูกศรเหล่านั้นกำลังบีบให้เขาบินเข้าหาดวงอาทิตย์เทียมของซีวี
“แล้วยังไงวะ”
กริมเซฟทำในสิ่งที่ทุกคนต้องอ้าปากค้าง เขาไม่หลบหรือแม้แต่พยายามปัดป้อง มังกรยักษ์สีดำอ้าปากกว้างก่อนที่จะเขมือบเอาเวทดวงอาทิตย์เข้าไป
ก๊าซซซซซซซ
เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดดังกระหึ่มไปทั่วทั้งฟ้า มันกลบเสียงพายุฝนที่มิเดลเลียเรียกมาจนมิด ทุกคนต่างก็ลืมตัวเผลออุดหูตัวเองเอาไว้ตาม ๆ กัน
“บ้าดีเดือดเกินไปแล้ว”
“ตายไหมนั่น”
มังกรทมิฬกำลังลุกไหม้จากภายใน มันไม่ได้บินตามมาต่อแต่ทุกคนก็แน่ใจว่ากริมเซฟยังไม่ตาย เพราะอย่างน้อยปีกทั้งคู่ก็ยังคงกระพืออย่างต่อเนื่อง ร่างยักษ์ของมันไม่ได้ร่วงลงไป
ดวงตาที่เกือบจะไร้แววเบิกโพลงขึ้นอีกครั้ง มันจ้องเขม็งไปทางลูเซนต์และพวกโซนาตาอย่างประสงค์ร้าย จากนั้นร่างที่กำลังลุกไหม้ก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง
“เพิ่งเคยเห็นตัวอะไรที่โดนท่านั้นแล้วไม่ตายนี่แหละ ขนาดพวกราชาปีศาจยัง…” ซีวีรู้สึกเข่าอ่อนมือไม้หมดเรี่ยวแรง โซนาตาจึงคว้าเธอไว้เพราะกลัวว่าเธอจะหลุดร่วงลงไป
“เจ้านั่นบินช้าลงแล้ว”
“งั้นโจมตีโดนอีกสักครั้งก็น่าจะทิ้งห่างได้” เออร์มุนที่ทุกคนเกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ตรงนั้นพูดขึ้น ตั้งแต่ที่ได้ปืนมาขณะที่ทุกคนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด เขาก็รวบรวมวิญญาณมาเก็บไว้ในปืนอย่างเงียบ ๆ
กระสุนวิญญาณจากผู้คนนับพันแตกกระจายออกเป็นสาย ฝูงวิญญาณแค้นเข้ารุมล้อมกริมเซฟและพยายามจะฉีกกินวิญญาณของเขา บางตนระเบิดตัวทันทีที่ได้สัมผัส บางตนแทรกตัวเข้าไปในร่างยักษ์ บางตนก็พยายามยึดจับตัวเขาไว้
“ลมหายใจ….” กริมเซฟพึมพำ
“ไม่ต้องยั้งแล้ว บินเต็มที่ไปเลย” โซนาตาบอกซีวี และเธอก็สั่งให้ลูเซนต์เร่งความเร็วสูงสุด
“แห่ง” กริมเซฟก็เร่งความเร็วขึ้นเช่นกัน เขาไม่สนว่าพวกวิญญาณของเออร์มุนกำลังเล่นงานตัวเองอยู่
เซกันซัดคลื่นดาบลงไปพร้อมกับเซเลนอส มิเดลเลียร่ายเทราวินด์ซ้ำ
จังหวะเดียวกับที่คำว่า “ความมืด” จบ พายุก็ดันทั้งสองฝ่ายออกห่างจากกัน มันทำให้ท่าไม้ตายของกริมเซฟพลาดเป้าไป ควันสีดำพ่วยพุงเฉียดลูเซนต์ไปไกลโข แต่มันไม่ได้หยุดแค่นั้นกริมเซฟขยับลำคอเพื่อให้วิถีของความมืดลากพาดผ่านเป้าหมาย
คลื่นความมืดกำลังจะถึงลูเซนต์และทุกชีวิตที่เกาะอยู่บนตัวมัน โชคดีที่การโจมตีของเซกัน เซเลนอสถูกอีกฝ่ายก่อนซึ่งมีผลให้วิถีการโจมตีเบี่ยงออกไปอีกนิด
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดูสับสนไปหมด ไม่มีใครจำได้อีกว่าใครทำอะไรอีกบ้าง ทุกคนรู้แค่เพียงสารพัดท่าไม้ตายถูกงัดออกมาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยมีกริมเซฟเป็นเป้าหมาย
พายุฝนกำลังสงบลง ท้องฟ้ากว้างใหญ่กลับมาสดใสอีกครั้ง ทุกคนรวมไปถึงเจ้ามังกรแสงลูเซนต์ต่างก็แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอีก แต่พวกเขาก็โล่งใจ เพราะที่ปลายขอบฟ้าไม่มีเงาของมังกรยักษ์สีดำตามมาอีกแล้ว พวกเขาหลบหนีได้สำเร็จ