Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 161: ปลายทางของความทรงจำ
“เจ้านี่แหละคือผลงานสุดยอดของเรา” หนึ่งในนักวิจัยชื่นชมผลงานที่ไกลจากความเป็นมนุษย์ออกไปทุกที
“ทั้งที่เคยตัดสินไปแล้วว่าเป็นผลงานล้มเหลว แต่เจ้านี่กลับพัฒนาต่อได้ เหลือเชื่อจริง ๆ”
“ส่งเด็กที่เหลือทั้งหมดเข้าไป ฉันอยากรู้ว่าจะพัฒนาไปได้ถึงแค่ไหน” ผู้รับผิดชอบสูงสุดออกคำสั่ง
สิ่งที่โซนาตาได้เห็น เขาเองยังไม่อยากเรียกว่าคือการทดลอง มันเป็นเพียงแค่การที่มนุษย์ฆาตกรรมมนุษย์ด้วยกันเองอย่างไร้ศีลธรรม เด็กมากมายถูกเข่นฆ่า ทำร้ายอย่างทารุณ เป็นภาพที่แม้แต่คนจิตใจต่ำทรามยังต้องเบือนหน้าหนี
อาร์-ไนน์ซิกจำพวกเขาได้ทุกคน เด็กบางคนในนั้นเคยวิ่งเล่นกับเขา เด็กผู้หญิงคนหนึ่งในนั้นเคยแบ่งขนมให้ เด็กผู้ชายที่โตกว่าเคยช่วยเขาไว้จากการโดนกลั่นแกล้ง
เขาจำทุกคนได้ ทุกคนเป็นคนที่เขารัก แต่มันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกอะไรเลยสักนิดที่ฆ่าพวกเขาได้สำเร็จและดูดกลืนเข้าไป ร่างกายของทุกคนถูกหลอมละลายในเมือกสีแดงที่ผลิตออกมา ทุกคนกำลังจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
ความทรงจำกระโดดไปมาอีกรอบ
โซนาตาได้เห็นหญิงสาวรายหนึ่ง เขาคือรุ่นพี่ที่อาร์-ไนน์ซิกมักจะพูดถึงอยู่เสมอ เธอเป็นเหมือนกับพี่สาวของเขาและเป็นผู้ถูกทดลองที่เขาสนิทด้วยมากที่สุด ชื่อของเธอคืออาร์-ซีโรทู
อาร์-ซีโรทูคือร่างทดลองที่เก่าแก่ที่สุดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ เธอคนที่ใกล้เคียงกับความสำเร็จที่สุดในการทดลอง ความก้าวหน้าของเธอทำให้เธอได้รับสิทธิพิเศษที่ร่างทดลองอื่นไม่เคยได้รับ อย่างเช่นโอกาสได้ออกไปข้างนอกเป็นครั้งคราว
เธอผูกพันกับอาร์-ไนน์ซิกด้วยสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ ราวกับทั้งคู่รู้จักกันมานานแสนนาน เธอกลายเป็นคนเพียงคนเดียวในโลกที่เด็กชายยอมเปิดใจให้
“อดทนไว้นะ พี่เองก็จะอดทนเหมือนกัน” พี่สาวต่างสายเลือดให้กำลังใจเขาด้วยประโยคนี้อยู่เสมอ
การทดลองที่โหดร้าย การผ่าตัดเพื่อดัดแปลงร่างกาย ดำเนินไปพร้อมกับชีวิตประจำวันของทั้งคู่ มีเพื่อนที่เป็นผู้ทดลองหลายราย ไม่สามารถทนได้และหายตัวไป ไม่พูดออกมาแต่ก็เข้าใจว่าพวกเขาเหล่านั้นตายกันไปหมดแล้ว แต่ทุกครั้งที่มีคนหายไป ก็จะมีคนใหม่เข้ามาแทนที่
สุดท้าย มีเฉพาะเขาและเธอเท่านั้นที่ยังอยู่ตรงนั้น ทั้งคู่ต่างผลัดกันเป็นกำลังใจให้กันและกัน
มีบางครั้งที่อาร์-ไนน์ซิกเกือบถูกโละทิ้งในฐานะการทดลองที่ผิดพลาด คนที่ช่วยเขาไว้ก็ไม่มีใครอื่น มันคือคนที่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างอาร์-ซีโรวัน เธอใช้เส้นสายทุกอย่างที่มีเพื่อให้เขาได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองต่อมาโดยตลอด และมันก็ทำให้เขาผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นตายมาได้หลายครั้งหลายหน
“ถ้าวันหนึ่งออกไปได้ เราจะอยู่ด้วยกันนะ”
“ตอนนั้นผมคงจะโตแล้ว ผมจะเป็นฝ่ายดูแลพี่เอง”
“แหม ดูพึ่งพาได้เชียวนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ก็พี่เป็นครอบครัวคนเดียวของผมนี่นา”
“ใช่แล้วล่ะ เราคือครอบครัวเดียวกัน”
โซนาตารู้สึกเจ็บแปลบในอก มันน่าแปลกเพราะเขาไม่ได้รู้สึกประทับใจกับความสัมพันธ์ของพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้มากมายอะไร อาจจะเป็นประสบการณ์ซ้อนทับกับความทรงจำอื่นที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้น
…อะไรกัน…
ภาพความทรงจำที่ไม่เคยมีอยู่จริง ผุดออกมาเป็นฉาก ๆ มันไม่ใช่ของอาร์-ไนน์ซิกหรือของเหยื่อคนใดของเขา โซนาตาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คล้ายกับเชอรีสในชุดยุคสมัยใหม่และเด็กสาวอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นน้องสาวของเขาเอง
น้องสาว?
แต่เขาไม่เคยมีน้องสาว? โซนาตาสับสนและส่ายหัวไปมา ไม่แน่ใจว่าทำไมจู่ ๆ เขาก็มั่นใจเหลือเกินว่าเด็กสาวที่เห็นภาพไปเมื่อครู่เป็นน้องสาว
หรือนั่นเป็นอีกชีวิตที่เขาไม่รู้จักกันนะ โซนาตาว่ามันพิลึก เขาเห็นความทรงจำที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือไม่บางทีมันก็อาจจะเหมือนกับความทรงของแรปโซดีในตอนนี้ มันคือความทรงจำของตัวเขาเองในอีกจักรวาล
ใช่แล้ว ถ้ามีแรปโซดีได้ ก็อาจจะมีคนอื่นได้เช่นกัน
ก่อนที่โซนาตาจะหลงหลุดไปในความทรงจำอื่น เขาพยายามดึงตัวเองกลับมาสู่ความทรงจำสมัยเด็กของแรปโซดีอีกครั้ง
มันเป็นวันหนึ่งที่อาร์-ซีโรวันได้มาบอกข่าวดีกับเด็กชาย
ข่าวนั้นทำให้ทั้งสองดีใจจนต้องกระโดดสวมกอดกัน การทดลองของอาร์-ซีโรวันได้ผลที่น่าพึงพอใจและรางวัลที่เธอจะได้รับก็คืออิสระนั่นเอง
“เธอก็ต้องรอดออกมาให้ได้นะ อดทนไว้ ถ้าอดทนจนถึงที่สุดเธอก็จะมีโอกาสแบบพี่”
“ผมสัญญา ผมจะทำให้ได้”
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสัญญานั้นไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว
เด็กชายคนเดิมที่เคยมีความฝันหายไปตลอดกาลในที่สุด ที่ตรงนั้นเขาที่ผ่านการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่ากลายเป็นเพียงแค่ก้อนเนื้อน่าสยดสยองที่หิวกระหายไม่รู้จักจบสิ้น เขาหลงเหลือเพียงความอยากจะดูดกลืนทุกอย่างเพื่อให้ทุกชีวิตกลายเป็นหนึ่งเดียว
แรปโซดี… มันคือชื่อใหม่ที่เขาได้รับหลังจากนั้น
ภาพความทรงจำยังคงถาโถมเข้ามาไม่หยุด โซนาตาพบว่าบางครั้งมันก็เป็นความทรงจำของเหยื่อที่ถูกแรปโซดีกิน เป็นของเด็กจำนวนมากและบางครั้งก็มีเป็นของนักวิจัยบางคนที่พลาดพลั้งถูกกินเข้าไปด้วย
จากก้อนเนื้อที่เกือบจะไร้สติปัญญา ในเวลาต่อมาแรปโซดีเริ่มรู้จักเลือกที่จะเก็บหรือขจัดทั้งความทรงจำและรหัสพันธุกรรม จากการคัดสรรครั้งแล้วครั้งเล่า แรปโซดีก็ได้เกิดใหม่จากเมือกเหลวสีแดง เขาได้ร่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์คืนมาอีกครั้ง
ขณะที่ความสำเร็จรุดหน้า ผลของมันก็สร้างความหวาดกลัวด้วย
เหล่านักวิจัยและผู้บริหารขององค์กรเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการควบคุมแรปโซดี และมาตรการในการกำจัดหากเขาเปลี่ยนมาเป็นภัย
มันเป็นความผิดพลาดที่ปล่อยให้แรปโซดีรู้ตัวก่อน
เขามีสติปัญญาสูงเกินกว่าที่ทุกคนคาด แรปโซดีเริ่มแพร่ตัวเองออกไปจากพื้นที่ควบคุม จากนั้นเขาก็ทำการปิดระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด
ไม่นาน แรปโซดีก็เคลื่อนไหวเพื่อจัดการกับทุกคนที่เห็นเขาเป็นภัยก่อน เมือกสีแดงกลืนกินสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง มันแทรกเข้าไปในทุกส่วนของอาคาร เหล่านักวิจัยพยายามหนีตายแต่ก็ไม่อาจรอดไปได้ แรปโซดีเป็นอันตรายครั้งใหญ่และส่งผลรุนแรงที่สุดที่โลกนั้นเคยพบ
จากเมืองทั้งเมืองก็ถูกกลืนกินจนหมด กว่าที่ระเบิดปรมาณูลูกแรกจะถูกทิ้งลงมา พันธุกรรมของแรปโซดีก็แพร่กระจายออกไปจนถึงเมืองข้าง ๆ แล้ว
สาเหตุที่การขยายตัวแรปโซดีแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเป็นปรากฏการณ์ที่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับซีน ทุกคนที่ถูกแรปโซดีดูดกลืนเข้าไปได้ย้อนกลับมาเป็นกำลังรบให้กับเขา และกำลังรบเหล่านี้ก็จะช่วยแพร่เชื้อออกไป ดูดกลืนคนอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาอีก
จากเมืองสู่เมือง จากเกาะสู่อีกเกาะ ทวีปสู่ทวีป
อาวุธของโลกในยุคนี้ไม่มีสิ่งใดที่สามารถหยุดแรปโซดีได้ ระเบิดที่รุนแรงที่สุดมีผลเสียกับมนุษย์มากกว่าแรปโซดี เขาพัฒนาตนเองจนสารพิษทุกชนิดไม่สามารถทำอันตรายกับตนได้ โลกที่ถูกย้อมด้วยกัมมันตรังสีมีแต่จะทำให้มนุษย์ย่อยยับ
มนุษย์ได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังแล้ว แต่มันก็ไร้ประโยชน์ พวกเขาทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลาก่อนที่โลกนี้จะถึงจุดจบ
มันกินเวลานานขนาดไหนแรปโซดีก็จำไม่ได้และเขาไม่ใส่ใจจะจำด้วย แม้แต่ในวันที่เธอคนนั้นมาอยู่ตรงหน้ามันก็ไม่ได้มีความหมายอย่างที่เขาเคยหวังไว้
อาร์-ซีโรทูอยู่ในกลุ่มต่อต้านกลุ่มสุดท้ายของมนุษย์ เช่นเดียวกับแรปโซดีที่เกือบจะลืมเธอไปแล้ว เธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น
หญิงสาวต่อสู้อย่างกล้าหาญกับศัตรูของมนุษยชาติ โซนาตาแน่ใจว่าเรื่องราวนี้ใกล้จะถึงจุดจบแล้ว ไม่มีทางเลยที่อาร์-ซีโรทูจะเอาชนะแรปโซดีได้ สุดท้ายเธอต้องตายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นมาก
สิ่งที่โซนาตาอยากเห็นมีสองสิ่ง หนึ่งคือจุดอ่อนของแรปโซดีที่เขาเองก็เริ่มไม่ได้คาดหวังมากมายว่าจะพบ สองคือหนทางที่แรปโซดีใช้เดินทางมาสู่อีกจักรวาลหนึ่ง
เขาคิดว่าหากเขารู้ว่าอีกฝ่ายมาสู่ซีนได้อย่างไร เขาก็อาจจะรู้วิธีส่งเขากลับไปโลกของตัวเองได้