Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 167: โลกใบใหม่
ไม่เพียงแค่เฉพาะร่างมนุษย์และร่างยักษ์เท่านั้นที่กลายเป็นหินไป ผลกระทบของเอ็กโซดัสส่งไปถึงทุกชีวิตที่เชื่อมต่อกับเขา เป็นอย่างที่โซนาตาว่าเอาไว้ จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของโลกแห่งแรปโซดี ก็คือตัวแรปโซดีเอง เมื่อระบบที่ต้องพึ่งพิงเขาขาดเขาไปสักคน ทุกอย่างก็ล้มครืนพังทลายอย่างรวดเร็ว ป่าทั้งป่า ต้นไม้ทุกต้น สัตว์เล็กใหญ่ทุกชนิดในระบบต่างก็กำลังกลายเป็นหินไปด้วยกัน
รีสเลย์หลับตาปี๋เมื่อหมัดของกริมเซฟกำลังจะกระแทกหน้าตัวเอง เขาเคยหัวหลุดกระเด็นเพราะหมัดแบบเดียวกันนี้ในการจำลองการต่อสู้ มันจึงไม่แปลกที่เขาจะคิดไปว่าดวงตัวเองคงถึงฆาตแล้ว แต่ไม่ว่าจะหลับตารอนานแค่ไหนการปะทะก็มาไม่ถึง เมื่อลืมตามองเขาก็พบว่าเบื้องหน้าของตัวเองคือกำปั้นที่กลายเป็นหินไปแล้ว
“เป็นหิน! ฝีมือโซนาตางั้นเหรอ”
“เวทมนตร์ที่ใช้ผนึกเทพปีศาจสินะ”
“โธ่เอ๊ย จะใช้เอ็กโซดัสแล้วทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก แบบนี้พวกเราคนใดคนหนึ่งก็ใช้ได้ไม่ใช่เหรอ” รีสเลย์โวยวาย
“ถ้าเป็นพวกเราคนใดคนหนึ่ง เจ้านั่นคงระวังตัวแจไม่ยอมเข้าใกล้หรอก คงคิดไม่ถึงว่าจะโดนเวทผนึกเทพปีศาจเล่นงาน เพราะสำหรับมัน เอ็กโซดัสไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเวทมนตร์เพื่อถ่วงเวลา”
จีดัสเดินเข้าไปสำรวจกริมเซฟใกล้ ๆ การต่อสู้จบลงแล้วแต่เขายังสังหรณ์ใจประหลาด
“มีอะไรงั้นเหรอ”
“เปล่า… อาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่ทางที่ดีเราทำลายหินของกริมเซฟเลยดีกว่า” จีดัสหันไปคุยกับทุกคน
“เฮ้ย!” แต่ละคนร้องกันเสียงหลงเมื่อเห็นว่ารูปปั้นหินกริมเซฟกำลังเคลื่อนไหว
ที่ซากปราสาทมีชีวิตของแรปโซดี โซนาตากำลังเหลียวมองรอบ ๆ ด้วยความตระหนก ต้นไม้และสัตว์ที่กลายเป็นหินไปเมื่อครู่กำลังกลับมามีชีวิตอีกครั้ง รวมไปถึงร่างของแรปโซดีที่เพิ่งถูกทุบจนแตกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว
“หรือว่า…”
“โชคดีเหลือเกินที่ได้เซลล์ของแกมาทันเวลา”
โซนาตาเหลือบมองหยดเลือดของตนที่ยังติดอยู่ที่มือ เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการปะทะ แต่หยดเลือดเล็ก ๆ นี้ก็มากพอให้แรปโซดีได้ข้อมูลพันธุกรรมของตนไปแล้ว
“ถึงกับเลียนแบบเอ็กโซดัสได้เลยหรือเนี่ย”
“เอ็กโซดัสคือเวทมนตร์ผนึกที่แยกจิตกับร่างออกจากกัน หากใช้เวทนี้ซ้ำอีกครั้ง ข้าก็จะส่งตัวเองจากจักรวาลอื่นกลับมาที่นี่ได้ ตอนนี้แกไม่เหลือไพ่ตายอะไรอีกแล้ว”
โซนาตารู้สึกได้อย่างชัดเจน แรปโซดีกำลังขยายตัวออกไป ตอนนี้มันกำลังทำให้แน่ใจว่าศัตรูจะไม่หลงเหลือวิธีการใดมาโต้กลับได้อีก
เมือกสีแดงเพิ่มปริมาณจนกลายเป็นทะเลสีเลือด เพียงชั่วพริบตาร่างของเขาก็ถูกกลืนหายไปในนั้น โซนาตาแน่ใจว่าแรปโซดีกำลังจะกินทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งตัวเขา
แล้วสติก็ดับวูบลง
“จบแล้วสินะ ข้าเป็นฝ่ายชนะ” แรปโซดีหัวเราะอย่างยินดี นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้รู้สึกถึงความรู้สึกนี้ อาจจะเป็นเพราะความหวาดกลัวที่เกือบจะตาย มันทำให้เขาได้ความรู้สึกนี้กลับคืนมาด้วย
นี่คือสิ่งที่เขาอาจจะตามหามาตลอด ความรู้สึกแบบมนุษย์ที่เสียไปตอนที่กลายมาเป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้ เขาแน่ใจแล้วว่าการฆ่าตัวเองในอีกจักรวาลคือหนทางที่ถูกต้อง
“นี่สินะความรู้สึกยินดีที่แรปโซดีผู้นี้เคยหลงลืมไป มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง”
“แค่นี้ก็ไม่ต้องหวาดกลัวเจ้าพวกนั้นแล้ว”
…เจ้าพวกนั้นเหรอ…
แรปโซดีตกใจกับเสียงนั้น ไม่น่าจะมีใครเหลืออยู่อีกแล้ว มันคือเสียงของใครกัน หรือเขาจะหูแว่วไปเอง
…อืมมม ร่างกายของแก มันทำงานแบบนี้เองเหรอ…
“เสียงโซนาตา นี่แกยังไม่ตายเหรอ เป็นไปไม่ได้ ข้ากินแกจนหมดแล้ว”
…งั้นแกก็คงหูแว่วไปเองนั่นแหละ ไม่ต้องคิดมากหรอก…
“ไม่ใช่ เสียงนี่มีอยู่จริง แก… อยู่ในร่างของข้า ในจิตใต้สำนึก”
แรปโซดีรีบเข้าไปค้นหาในความทรงจำของตัวเอง เขากินผู้คนมาแล้วนับล้านชีวิตแต่นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เขาไม่เคยพบเจอ เหตุผลเดียวที่พอจะนึกออกได้คือโซนาตามีคลื่นจิตที่ใกล้เคียงกับเขามากและเขายังเคยมีประสบการณ์ในการเข้าไปในเครือข่ายจิตของโครินาเล มันทำให้ตัวตนของเขาไม่ถูกลบไปแม้จะไม่เหลือร่างกายอีกแล้ว
“บ้าจริง ต้องรีบกำจัดมันก่อนที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อทั้งระบบ”
“อย่าเพิ่งมาขัดสิ ฉันเพิ่งรู้ว่าการเข้าไปป่วนทำลายโลกของคนอื่นมันสนุกแบบนี้เอง”
“อย่างแกน่ะ หายไปซะเถอะ” ทั้งสองฝ่ายพูดประสานเสียงกัน
แรปโซดีรู้สึกได้ว่าบางอย่างกำลังหายไป โซนาตาทำอย่างที่เขาพูด เขากลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่มีอยู่เพียงเพื่อบ่อนทำลายเท่านั้น แรปโซดีแน่ใจว่าเขากำลังลบข้อมูลพันธุกรรมและความทรงจำของผู้คนจำนวนมาก
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ แกไม่รู้ตัวหรือไงว่าทำอะไรอยู่”
“รู้สิ ฉันกำลังลบข้อมูลของผู้คนยังไงล่ะ ถ้าพวกนี้หายไปหมด แกก็จะอ่อนแอลง”
“พวกนั้นคือข้อมูลสำคัญนะ ถ้ามีพวกมันข้าจะคืนชีพให้ใคร เมื่อไหร่ก็ได้ แกลบพวกมันไปก็เหมือนกับแกฆ่าพวกเขาถาวร”
“อะไรกัน นี่แกฆ่าคนมาตั้งมามายขนาดนี้แล้วจะมาบ่นอะไรกับเรื่องนั้น อ๊ะ หายไปเท่าไหร่แล้วนะ พันล้านคนได้แล้วใช่ไหม”
“หยุดเดี๋ยวนี้!!!!”
แล้วแรปโซดีก็หาโซนาตาพบจนได้ เขารีบกระโจนเข้าสู่โลกจิตที่สร้างขึ้น มันคล้ายกับโลกจำลองที่โซนาตาสร้างขึ้นก่อนหน้านี้เพียงแค่ว่าตรงนั้นมีเพียงแค่โซนาตาและเขาสองคนเท่านั้น
“พอได้แล้ว”
“จะพอได้ยังไง ฉันเพิ่งเริ่มสนุกเองนะ” โซนาตาแสยะยิ้ม มือของเขากุมสิ่งที่คล้ายสายไฟเรืองแสง มันคือสายที่เชื่อมต่อไปถึงข้อมูลของผู้คนที่แรปโซดีเก็บเอาไว้
“ข้าจะหยุดแกเดี๋ยวนี้แหละ” แรปโซดีว่าพร้อมกับกระโจนเข้าใส่ แต่จังหวะเดียวกันนั้นโซนาตาก็ลบข้อมูลคนไปอีกหลายล้าน
วินาทีที่มือของแรปโซดีจะคว้าคอโซนาตาไว้ กำปั้นของอีกฝ่ายก็สวนกลับมาก่อน มันกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง แรงที่มหาศาลของอีกฝ่ายถึงกับทำให้ครึ่งหน้าของแรปโซดีแหว่งไปครึ่งหนึ่ง
…ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้…
“เคยเล่นเกมจ้องตาไหม” โซนาตาระดมหมัดเข้าใส่ร่างแรปโซดีอีกหลายชุด ทุกหมัดรุนแรงในระดับที่แรปโซดีไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ
“เกมจ้องตาน่ะ ใครที่หลบสายตาก่อนก็จะแพ้ แกที่หวาดกลัวเพราะเห็นฉันลบผู้คน มันคือหลักฐานว่าจิตใจของแกมันอ่อนแอกว่า แกน่ะแพ้ไปแล้ว”
“อย่ามาซี้ซั้วกำหนดเอาเองนะ ท่านแรปโซดีผู้นี้เนี่ยนะจะแพ้ในโลกของตัวเอง”
แรปโซดีดิ้นรนโต้ตอบ เขาขยายร่างเป็นร่างหกแขนที่เคยใช้สู้กับโซนาตา แต่เพียงคลาดสายตาจากโซนาตาครู่เดียว เขาก็พบว่าแขนทั้งหกของตัวเองถูกเด็ดออกไปจนหมด
“อ๊ากกกกกก”
“เจ็บใช่ไหมล่ะ ฉันช่วยเอาความเจ็บปวดที่แกลืมไปแล้วกลับมาให้ยังไงล่ะ อ้อ แถมด้วยความเจ็บปวดของทุกคนที่ถูกแกกินเข้าไปด้วยนะ”
“นี่แก วางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ แกตั้งใจเข้ามาในร่างนี้งั้นเหรอ”
“ไม่ใช่หรอก ฉันตั้งใจจะจบด้วยเอ็กโซดัสนั่นแหละ แต่ก็รู้อยู่แต่แรกแล้วว่าถ้าถูกแกกินขึ้นมาจริง ๆ ยังไงฉันก็จะชนะ เพราะจิตใจของแกน่ะมันอ่อนแอ”
“ข้า…” แรปโซดีพยายามฝืนลุกขึ้น
“พักซะเถอะ อาร์-ไนน์ซิก นายน่ะไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก”
“อย่างแกจะไปรู้อะไร”
“ไม่รู้หรอก ต่อให้รับรู้อดีตของนายทั้งหมดฉันก็ไม่รู้อะไร ๆ ที่นายว่ามา แต่ที่สามารถพูดได้เต็มปากก็คือ ถึงนายจะดูดกลืนทุกคนมาอยู่ด้วยมันก็ไม่ได้ทำให้นายหายเหงาได้หรอกนะ”
ปืนปฏิสสารปรากฏขึ้นในมือของโซนาตา เขาจ่อมันที่หัวของแรปโซดีที่ตอนนี้ไม่สามารถตอบโต้กลับมาได้อีก จากนั้นเขาก็ลั่นไกออกไป
การต่อสู้มาถึงช่วงสุดท้าย จิตของแรปโซดีถูกทำลายไปแล้ว แต่ความเป็นจริงที่ซีนถูกทำลายไปแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป โลกนี้กำลังจะถึงจุดจบไปพร้อมกับการตายของแรปโซดี
…ต้องแข่งกับเวลา…
โซนาตารู้ตัวว่าเวลาเขาเหลืออีกไม่มาก ก่อนที่ร่างนี้จะสูญสลายไป เขามีหน้าที่สำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ ข้อมูลพันธุกรรมที่เขาทำลายไปในระหว่างต่อสู้กับแรปโซดี เป็นข้อมูลของผู้คนในโลกเก่าที่แรปโซดีจากมาเท่านั้น ข้อมูลทุกชีวิตที่อยู่ในซีนยังคงถูกเก็บเอาไว้อย่างสมบูรณ์
ร่างแล้วร่างเล่ากำลังถูกสร้างขึ้นในทะเลเมือกสีแดง ผู้คนมากมาย พืช สัตว์ แมลง หรือแม้แต่จุลชีพ อะไรก็ตามที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลกำลังเกิดใหม่ด้วยความเร็วสุดยอด
โซนาตากำลังสร้างโลกทั้งโลกขึ้นมา
สงครามสิ้นสุดลงพร้อมกับการจากไปของแรปโซดี เมือกสีแดงเลือนหายไปพร้อมกับสิ่งมีชีวิตมากมายที่ถูกสร้างขึ้น สิ่งที่หลงเหลือเอาไว้มีแต่เศษซากของภัยพิบัติ และเหล่าผู้คนที่ได้รับชีวิตกลับมาอีกครั้ง…