Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 169: สัตว์ประหลาดบุกยาน
แล้วโซลิเนก็มองเห็นพวกมัน ต้นเหตุของเสียงกรีดร้องคืออสูรกายที่มีความสูงแค่เอวของมนุษย์ พระเจ้าช่วย เจ้าพวกนี้มันน่าเกลียดน่ากลัวเสียเหลือเกิน พวกมันมีใบหน้ายื่นยาว จมูกเป็นรูเล็ก ๆ สองรู ดูแล้วก็เหมือนกับหัวของสัตว์เลื้อยคลานอย่างงูหรือกิ้งก่า ดวงตาสีดำปูดโปนกลอกกลิ้งไปมาเพื่อมองหาเหยื่อ ผิวสีเนื้อที่คล้ายกับมนุษย์ไม่ได้ทำให้มันดูน่ากลัวน้อยลง กลับกันทำมันให้โซลิเนรู้สึกขยะแขยงมากขึ้น
…ตัวอะไรกัน… เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาพร้อมกัน
เจ้าพวกนี้ไม่ได้เป็นมิตรอย่างแน่นอน อสูรกายร่างเล็กเหล่านี้โจมตีมนุษย์ทันทีที่มันเห็น มือเล็ก ๆ ที่มีเพียงสามนิ้วไม่ได้มามือเปล่าแต่ละตัวมีอาวุธติดมือมาด้วย
พวกมันไม่ใช่สัตว์ป่าไร้สติปัญญา นอกจากอาวุธแล้วเมื่อสังเกตให้ดีก็จะพบว่าแต่ละตัวมีการแต่งกายที่แตกต่างกันด้วย กลุ่มแรกที่เฮโลกันเข้ามามีเครื่องนุ่งห่มที่คล้ายผ้าผืนเล็ก ๆ ปกปิดร่างกาย แต่กลุ่มต่อมาไม่เพียงแค่มีอาวุธที่ดีขึ้นพวกมันยังสวมเครื่องป้องกันที่ทำจากหนังสัตว์
…หรือว่าพวกมันจะเป็นชาวพื้นเมืองของโลกนี้… โซลิเนตั้งข้อสงสัย
ด้วยขนาดของยานที่ใหญ่เท่ากับเมืองทั้งเมือง โซลิเนจึงไม่รู้ว่าเหตุการณ์แบบเดียวกันกำลังเกิดขึ้นที่มุมอื่นของซากยานด้วยเช่นกัน สัตว์ประหลาดที่พวกเขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อกำลังโจมตีผู้รอดชีวิตจากหลายทิศทาง
“หนีเร็ว มนุษย์กิ้งก่ามาแล้ว” ใครคนหนึ่งพยายามตั้งชื่อชั่วคราวให้กับสิ่งนี้ และเป็นคำที่น่าจะใกล้เคียงที่สุดที่สามารถบรรยายรูปร่างของมัน
“อย่าให้มันกัดได้นะ อาจจะมีพิษหรือเชื้อโรคก็ได้” ทหารคนหนึ่งตะโกนเตือน
ทุกอย่างวุ่นวายซะจนโซลิเนไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้ว
“ลินดา จิมมี แอมเบอร์” โซลิเนตะโกนเรียกชื่อเพื่อนทีละคน แต่ฝูงชนที่วิ่งสวนทางมาและความโกลาหลทำให้เธอคลาดสายตาจากเพื่อน ที่ยังเหลือมีเพียงแค่อลิสันที่นอนเจ็บอยู่ไม่ห่างออกไปเท่านั้น
“โซลิเน” อลิสันพยายามฝืนลุกขึ้นพร้อมกับเรียกชื่อเพื่อน แผลที่ท้องของเธอถูกเย็บเรียบร้อยแล้ว แต่โซลิเนคิดว่าสภาพของอลิสันยังไม่พร้อมที่จะวิ่ง
เสียงปืนดังขึ้นช้ากว่าที่คาดไว้ สาเหตุก็มาจากสัดส่วนระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านการทหารกับผู้โดยสารนั้นแตกต่างกันจนเกินไป เซคเตอร์โฟร์ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการรบ พวกเขามีทหารน้อยจนน่าตกใจ
ทหารกลุ่มแรกที่เพิ่งมาสาดอาวุธไปในทิศทางของป่า หน่วยนี้ใช้ปืนเลเซอร์และปืนกลเป็นอาวุธหลัก มันพิสูจน์แล้วว่าสามารถใช้ได้ผลเป็นอย่างดี ผลของการยิงสร้างรอยไหม้เป็นรูบนร่างของผู้บุกรุก หลายครั้งมันก็แรงพอจะทะลุร่างของตัวหนึ่งไปสู่อีกตัวหนึ่ง และหลายครั้งก็สร้างความร้อนจนเผาร่าง อาวุธ หรือชุดของตัวประหลาดพวกนั้น
“ถอยเข้าไปในยาน” ทหารหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าโซลิเนตะโกนบอกเธอ
“แต่ยาน…”
“ไม่ต้องห่วง ไฟดับหมดแล้ว พื้นที่ทางฝั่งตะวันออกปลอดภัย” ทหารอีกคนช่วยย้ำความมั่นใจให้
“ไม่มีหน้าที่ก็อย่ามาเกะกะ” หน่วยพยาบาลที่เพิ่งมาถึงออกปากไล่ เธอและทีมงานมาพร้อมกับเปลต่อต้านแรงดึงดูดสำหรับเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
โซลิเนไม่ชอบน้ำเสียงของอีกฝ่ายแต่เธอก็ไม่อยู่ต่อล้อต่อเถียงด้วย เธอรอจนแน่ใจว่าอลิสันกับหนุ่มแฟนคลับถูกพาขึ้นเปลไปแล้วจึงตามไป ถ้าภายในยานตอนนี้ปลอดภัยกว่ามันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องรออยู่ข้างนอก
เมื่อผ่านรอยแตกกลับเข้าไปในตัวยาน เธอพบว่าสภาพด้านในนั้นดีขึ้นกว่าที่เห็นตอนที่เพิ่งเกิดเรื่อง โครงสร้างภายในที่เสียหายและเอียงกระเท่เร่กลับมาอยู่ในระนาบเดิมอย่างที่เคยเป็น ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเวลาไม่กี่สิบนาทีที่ทุกคนรออยู่ข้างนอกพวกเจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่ได้ขนาดนี้
โซลิเนไม่ได้ตามเปลที่พาตัวเพื่อนไป เธอถูกทหารสั่งให้วิ่งไปทางเดียวกับที่ฝูงชนที่กำลังอพยพกลับเข้ามาในยาน เธอเป็นห่วงอลิสันแต่ก็ไม่มีทางเลือก
“ระบบซ่อมแซมยาน ทำได้ขนาดนี้เลยเรอะ” เสียงคนที่วิ่งอยู่ข้างหน้าโซลิเนพึมพำ เธอเองก็คิดแบบเดียวกัน
“แต่มันไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้หรอก” อีกคนตอบ เขาเป็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของยาน “ยานลำนี้ไม่ได้ออกแบบมาแบบนั้น คุณก็รู้นี่ว่าหน้าที่ของมันจริง ๆ คืออะไร”
…สร้างเมืองอาณานิคมใช่ไหมล่ะ… โซลิเนตอบคำถามเขาในใจ
สาเหตุที่พลเรือนอย่างเธอกลายเป็นผู้โดยสารของยานล่าอาณานิคม เพราะเซคเตอร์โฟร์มีหน้าที่หลักอย่างที่กล่าวไว้ ยานลำนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถเปลี่ยนรูปแบบกลายสภาพเป็นเมืองทั้งเมืองได้
เมื่อยานล่าอาณานิคมอย่างดูมแองเจิลค้นพบดวงดาวที่มีค่าควรแก่การยึดครอง หากดาวดวงนั้นมีเผ่าพันธุ์ที่ทรงภูมิปัญญาปกครองอยู่ก่อน พวกเขาจะเข้าโจมตีเพื่อยึดครองดวงดาวเหล่านั้น แน่นอนว่าทุกครั้งมันจะจบลงด้วยความพินาศของอีกฝ่าย
ดาวที่ถูกโจมตีจะถูกปรับสภาพดาวเพื่อให้เหมาะกับการดำรงชีพของมนุษย์และดราโกเนียน จากนั้นจะถูกทิ้งไว้จนกว่ากองกำลังที่ตามมาในภายหลังจะอพยพผู้คนมาสร้างประเทศขึ้นใหม่ แต่เพราะว่าระยะทางที่ห่างไกลบางครั้งพวกเขาก็จะสร้างเมืองขึ้นก่อนในระหว่างที่จักรวรรดิยังไม่ได้ตามมาสมทบ
หน้าที่ของเซคเตอร์โฟร์คือกรณีนั้น ยานทั้งลำจะปรับเปลี่ยนรูปร่างและกลายเป็นเมืองพร้อมใช้งานในทันที สาธารณูปโภคเช่นโรงงานไฟฟ้า โรงประปา ระบบขนส่งมวลชน ระบบสื่อสาร โรงงานผลิตอาหาร รวมไปถึงโรงงานต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพครบวงจรจะสามารถทำงานได้ในทันทีที่การปักหลักเริ่มขึ้น
ผู้โดยสารทุกคนในเซคเตอร์โฟร์มีอยู่เพื่อทำให้เมืองนี้เป็นเมืองโดยสมบูรณ์ รวมถึงอดีตนักร้องและนักแสดงอย่างโซลิเนที่มีหน้าที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้คนด้วย
“โซลิเน เฮ้ ทางนี้” เพื่อนชายตัวใหญ่แต่ใจปลาซิวโบกมือเรียกเธอ โซลิเนรู้สึกใจชื้นขึ้นทันทีที่เจอจิมมี หนึ่งในเพื่อนในก๊วนของเธอ
“เกิดอะไรขึ้น ลินดากับแอมเบอร์ล่ะ” โซลิเนทัก
“สองคนนั้นไม่ได้อยู่กับเธอเหรอ อ้าว แล้วอลิสันล่ะ”
“เธอปลอดภัยแล้ว หน่วยแพทย์พาตัวเธอไป ที่จะไม่ปลอดภัยก็เราสองคนนี่แหละ”
“หล่อนกำลังจะบอกว่าในยานไม่ได้ปลอดภัยกว่าข้างนอกสินะ”
“ไม่รู้สิ แต่ยานเกือบหักครึ่งรอยแยกรอยแตกก็เต็มไปหมด ต่อให้ซ่อมเร็วแค่ไหน...”
ยังไม่ทันขาดคำดีสิ่งที่โซลิเนระแวงไว้ก็เกิดขึ้น เสียงร้องโวยวายและเสียงปืนดังขึ้นจากจุดที่ไม่น่าจะห่างออกไปมาก จากเสียงสะท้อนเธอแน่ใจว่ามันมาจากที่ใดที่หนึ่งในยานนี่เอง
จิมมีออกวิ่งไปก่อนโดยไม่รอ เขาตามคนอื่นไปเพราะเชื่อว่ามันเป็นทิศที่ตรงกันข้ามกับเสียงการต่อสู้ แต่วิ่งได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องชะงักเพราะเสียงก็ดังมาจากทิศที่มุ่งไปเช่นกัน
“ตาย ๆ ๆ พวกมันเข้ามาแล้วแน่เลย” จิมมีแหกปากร้องลั่น
“อย่าส่งเสียงดังสิ” โซลิเนซอยเท้าไม่หยุดขณะที่พยายามอุดปากเพื่อนไปด้วย แต่ไม่ค่อยเป็นผล อีกฝ่ายนอกจากวิ่งเร็วกว่าแล้ว ยังไม่ยอมว่าง่ายให้เธอปิดปากไว้แต่โดยดี
โซลิเนพยายามตั้งสติและมองหาเส้นทางที่ปลอดภัย พื้นที่ของเซคเตอร์โฟร์ไม่ใช่แค่ใหญ่โตกว้างขวางมันยังมีห้องน้อยใหญ่ โซนต่าง ๆ ก็ถูกแบ่งไว้สลับซับซ้อน ยังไม่นับว่ามันมีพื้นที่แบบนั้นหลายชั้นอีกด้วย เธอไม่สามารถเชื่อใจฝูงชนที่วิ่งนำทางอยู่ข้างหน้าได้เพราะพวกเขาก็ไม่น่าจะรู้ทางดีไปกว่าเธอ บางทีพวกเขาอาจจะวิ่งพาทุกคนไปเจอกับเจ้าตัวประหลาดนั่นอีก
เธอและจิมมีผละออกมาจากกลุ่มช้าไป ในทางเดินยาวที่คิดจะใช้ผ่านไปยังอีกโซน ทหารกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับเจ้ามนุษย์กึ่งสัตว์เลื้อยคลาน รายหนึ่งถูกพวกมันรุมเกาะและกระหน่ำมีดใส่จนสิ้นชีพ ปืนของเขาลั่นและทำเอาทั้งทหารและพลเรือนอีกหลายคนตายตกไปตามกัน
จิมมีเห็นภาพของผู้คนจำนวนมากล้มตายต่อหน้าต่อตา เขาหมดสติทั้งยืน โซลิเนคว้าเขาไว้แต่ร่างบางแบบเธอไม่สามารถหยุดไม่ให้คนตัวใหญ่แบบจิมมีล้มได้ ผลคือเธอเองล้มไปด้วยพร้อมกับเขา
ไม่มีใครหยุดช่วยทั้งคู่ จังหวะนั้นทุกคนคิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้น ราวกับผึ้งแตกรัง ทุกคนกระจายออกไปคนละทิศละทาง บางคนวิ่งย้อนกลับไปทางเดินที่ทอดยาวมา บางคนเปิดประตูเข้าไปหลบที่ห้องที่อยู่ด้านข้าง หรือแม้แต่พวกที่พยายามวิ่งสวนตัวประหลาดออกไปก็มี
สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งหันมาสนใจโซลิเนและจิมมีที่ยังกองอยู่บนพื้น ทั้งคู่เป็นเหยื่อที่ไร้การป้องกันอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะโซลิเน มันได้กลิ่นหอมที่แตกต่างมนุษย์ผู้อื่นโชยออกมาจากเธอ มันแน่ใจว่าเธอจะต้องเป็นอาหารมื้อเด็ดอย่างแน่นอน
โซลิเนเพิ่งสังเกตเห็นปืนยาวที่หล่นอยู่ข้างตัว มันต้องเป็นปืนของทหารคนใดคนหนึ่งที่ทำหลุดมือก่อนหน้านี้ เธอหยิบมันขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ในหัวไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าปืนบางชนิดถูกตั้งโปรแกรมไว้ไม่ให้ใช้งานได้หากไม่ใช่เจ้าของ
เป็นโชคดีที่ปืนกระบอกนั้นไม่ได้มีระบบป้องกันเอาไว้ แม้แต่ปุ่มนิรภัยก็ถูกเปิดเอาไว้แล้ว โซลิเนหันปากกระบอกไปที่ตัวประหลาดที่อยู่ใกล้ที่สุด นิ้วเข้าไปในโกร่งไกปืนโดยไม่ได้คิด
ไกถูกเหนี่ยว กระสุนชนิดพิเศษพุ่งผ่านลำกล้องออกไปโดยที่ดวงตาไม่ได้อยู่ที่กล้องเล็ง แต่ด้วยระยะใกล้ขนาดนี้มันจึงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ
แรงสะท้อนรุนแรงกว่าที่คาดไว้แต่โซลิเนยังจับปืนไว้ได้อย่างมั่นคง เป็นโชคของเธออีกเช่นกันที่ปืนนี้มีระบบสลายแรงสะท้อนที่ช่วยให้คนแรงน้อยและไม่เคยจับปืนมาก่อนแบบเธอใช้งานได้อย่างไร้ปัญหา
สัตว์ประหลาดตัวที่วิ่งเข้ามาถูกยิงจนพรุน เลือดของมันกระจายจนเปรอะไปทั้งหน้าของโซลิเน เธอกลัวจนแทบจะฉี่ราดแต่ก็ยังไม่ทรุดหรือเป็นลมไป สัตว์ประหลาดยังมีอีกหลายตัว ส่วนทหารก็ไม่รู้ว่าจะยันไว้ได้อีกนานแค่ไหน
…ใจเย็น ๆ โซลิเน มันก็เหมือนกับตอนที่เธอขึ้นเวทีนั่นแหละ คิดว่านี่คือการแสดงสิ…
…ใช่แล้ว มันคือการแสดง สัตว์ประหลาดพวกนี้คือทีมงาน แฟนคลับกำลังดูเราอยู่ จะทำตัวน่าอับอายไม่ได้…
โซลิเนหลอกตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ความกลัวเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่ออยู่บนเวทีเธอไม่เคยแพ้ใคร ไม่ว่าศัตรูจะมารูปแบบไหน เธอจะสามารถจัดการมันได้อยู่หมัด
กระสุนถูกสาดออกไปเพิ่ม โซลิเนอาจจะไม่เคยจับปืนจริงมาก่อน แต่เธอก็เคยรับบทที่ต้องยิงปืนมาแล้ว เธอนึกถึงตอนที่ได้รับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญ วิธีการจับปืน วิธีการเล็งเป้า และการเคลื่อนไหวเหมือนมืออาชีพ
…นึกถึงตอนที่เล่นบทเป็นองครักษ์ให้พระเอกที่เป็นมาเฟียสิ…