Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 17: ของขวัญที่คาดไม่ถึง
…ต่อให้มองไม่เห็น ก็ต้องแก้แค้น ต้องฆ่ามันให้ได้…
ดีวานฝืนลากสังขารเดินไปอย่างไร้จุดหมาย เขาไม่รู้ว่าวอลโดไปทางไหนและไม่คิดว่าสภาพในตอนนี้เขาจะเอาชนะได้ เขาจำเป็นจะต้องรอฟื้นตัว ฝึกฝนตนเองใหม่ และค่อยออกตามล่า
“เฮ้ พ่อหนุ่ม อาการหนักเลยนะ” เสียงของชายแก่ที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น ดีวานบอกได้ว่าเขาเป็นมิตรจากน้ำเสียง
“ขอโทษนะ หมู่บ้าน… ไปทางไหน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย
“เธอเป็นอัศวินสินะ ไม่สิน่าจะเป็นพาลาดิน แถมยังระดับสูงด้วย” ชายแก่วิเคราะห์จากชุดเกราะสีขาวที่เขาสวมอยู่ ดีวานรู้สึกว่าชายแก่คนนี้ใช้คำพูดคำจาแปลกหูพิกล
“เขาคือดีวาน อเล็กซีสครับ เป็นหนึ่งในสามพาลาดินศักดิ์สิทธิ์” ชายที่อยู่ข้างชายแก่รายงาน
ดีวานชะงัก เขาแน่ใจว่ากำลังเผชิญหน้ากับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกรุกปริศนา ผู้ที่คนลือกันว่ามาพร้อมกับยานยักษ์
น่าแปลกที่ดีวานไม่ได้รู้สึกถึงความรู้สึกคุกคามจากคนพวกนี้ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนพวกเขายังสู้รบกันอยู่แท้ ๆ อีกฝ่ายราวกับเดาใจได้ พวกเขารีบบอกว่าสงครามจบลงแล้วและดีวานไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะถูกพวกเขาเล่นงาน
“หมู่บ้าน…” ดีวานถามอีกครั้ง
“จะให้บอกทางก็ได้ แต่สภาพนี้เธอไปไม่ถึงหรอก ถ้ายังไงไปรักษาตัวกับพวกเราก่อนดีไหม” ชายแก่พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง พอเห็นว่าดีวานไม่ได้ปฏิเสธเขาจึงหันไปพูดกับลูกน้อง
ดีวานเหลือสติแค่เลือนรางจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เขาจำได้เพียงถูกพาขึ้นไปบนพาหนะ จากนั้นก็ถูกพาไปเข้าไปอยู่ในอุปกรณ์บางอย่างที่เต็มไปด้วยของเหลว ความรู้สึกสบายทำให้เขารู้ว่ามันคือการรักษาด้วยวิธีการที่เขาไม่รู้จัก เพียงไม่นานนักอาการของเขาก็ดีขึ้นตามลำดับ
“เป็นยังไงบ้าง” ชายแก่เดินมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียง ดีวานยังคงมองไม่เห็นแต่กลับมั่นใจว่าคนพูดโล่งใจจริง ๆ ที่เห็นดีวานได้สติแล้ว
“ขอบคุณ… ไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม ขอบคุณจริง ๆ”
“ศาสตราจารย์ด็อกมา ดิอาลโน… คุณจะเรียกผมว่าด็อคก็ได้”
“บุญคุณนี้สักวันข้าจะตอบแทนแน่” ดีวานพยายามลุกขึ้นนั่ง อาการบาดเจ็บอื่น ๆ หายไปหมดแล้ว แต่เขายังอ่อนเพลียอยู่มากจนด็อกมาต้องเข้ามาช่วยพยุง
“พักอีกสักหน่อยเถอะ”
“ข้ามีเรื่องต้องไปสะสาง”
ด็อกมาเห็นแบบนั้นก็รบเร้าให้ดีวานเล่าเรื่องราวของเขา ตอนแรกดีวานลังเลว่าควรพูดปัญหาของตัวเองออกไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมพูดออกไป เขาเล่าเรื่องของตนเอง เรื่องของทีนา และเรื่องต่ำทรามของวอลโดที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้
“ถึงจะเป็นลูกศิษย์คนผู้นั้นแค่ในระยะสั้น ๆ แต่ก็คงจะรู้สึกลำบากใจบ้างสินะที่ต้องฆ่าแกงกันเอง”
“ไม่เลย ข้าเต็มใจอย่างยิ่งที่จะกำจัดเจ้าคนเลวนั่น เสียดายที่ข้ารู้จักสันดานของมันช้าไป ไม่เช่นนั้นคงจะสามารถช่วยท่านทีนาได้”
“ถ้าฆ่าวอลโดได้ แล้วเธอจะทำอะไรต่อ”
ดีวานส่ายหน้า เขาเองก็ไม่รู้ เอเทเซียไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ตำแหน่งพาลาดินศักดิ์สิทธิ์ก็ดูจะไร้ความหมายสำหรับเขาเพราะทีนาซึ่งเป็นเป้าหมายในการเป็นพาลาดินได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ และเขาไม่รู้ว่าจะเป็นพาลาดินเพื่อปกป้องใครอีก เพราะเหล่าราชวงศ์ทางฝ่ายเชอรีสไม่แน่ว่าจะยอมรับเขากลับไปทำงานให้
ตอนนี้เขาพุ่งเป้าไปยังการต้องฆ่าวอลโดให้ได้ก่อน เรื่องอื่นไว้ทีหลัง
“ลูกชายผมอยากได้คนเก่ง ๆ มาช่วย ถ้าคุณรับปากจะช่วยล่ะก็ ผมก็มีของขวัญจะมอบให้”
“ของขวัญที่จะช่วยให้ข้าตามล่าวอลโดได้”
“แน่นอน มันช่วยได้แน่”
ดีวานเคยเห็นสิ่งประดิษฐ์ของพวกที่มาจากท้องฟ้าในตอนที่ทำสงครามกัน เขาเข้าใจว่าด็อกมาคงจะให้ยืมอาวุธหรือพาหนะสักอย่าง แต่สิ่งแรกที่ได้รับมาคือการรักษาขั้นต่อไป
“นัยน์ตาถูกทำลายไปแล้วก็จริง แต่เราก็สร้างใหม่ได้” ด็อกมาอธิบายด้วยศัพท์วิทยาศาสตร์ที่ดีวานไม่เข้าใจ เขาพูดเกี่ยวกับการนำเอาเนื้อเยื่อของดีวานมาเพาะใหม่และสร้างตาขึ้น สำหรับด็อกมาแล้วการเชื่อมตาใหม่เข้ากับประสาทตาเดิมเป็นเรื่องง่ายราวพลิกผ่ามือ
การผ่าตัดจบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้ตั้งตัวและลืมตาขึ้นมาเอง ดีวานถูกบอกให้ลืมตาขึ้น
เขาตื่นเต้นจนแทบคิดว่าฝันไปเมื่อได้เห็นแสงสว่างที่คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว
“มองเห็น… ข้ามองเห็นแล้ว” น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบแก้ม เขามองฝ่ามือตัวเอง พลิกไปมาอยู่ครู่ใหญ่ แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณชายแก่ตรงหน้า
ภาพของด็อกมาคล้ายกับที่เขามโนภาพเอาไว้ ชายแก่ผมขาวที่ผมไม่ค่อยเป็นระเบียบ อยู่ในชุดกาวน์สีขาวที่ดูประหลาดตาสำหรับคนยุคของเขา ทางด็อกมายิ้มอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าการผ่าตัดของเขาได้ผลออกมาสมบูรณ์แบบ
“ไม่มีอะไรผิดปกติตรงไหนใช่ไหม”
“ไม่เลย” ดีวานจะลงไปคุกเข่าเพื่อขอบคุณ แต่ด็อกมาดึงตัวเขาไว้
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก พวกเราตกลงกันแล้วนี่”
การกลับมามองเห็นแสงสว่างอีกครั้งเป็นหนึ่งในของขวัญล้ำค่าที่ด็อกมามอบให้ ของขวัญอย่างที่สองคือดาบจำลองที่สร้างโดยเลียนแบบฟราคาเรียน ด็อกมาเล่าว่าตัวเขาและโซนาตาสนใจอารยธรรมเวทมนตร์ของซีนและกำลังศึกษาวิธีการนำมันมาใช้ ฟราคาเรียนเลียนแบบเล่มนี้แม้จะไม่สามารถสร้างไฟสีขาวได้เหมือนเล่มจริง แต่อย่างน้อยมันก็สามารถสร้างไฟขึ้นมาได้ตามใจคิด
“แค่นึกภาพไฟ มันก็สามารถสร้างไฟขึ้นมาได้” ด็อกมาสาธิตให้ดู ดาบเล่มนี้อ่านคลื่นสมองของผู้ใช้และทำงานได้ราวกับเวทมนตร์ โดยหลักการแล้วมันทำงานเหมือนกับฟราคาเรียนทุกอย่าง รวมไปถึงว่ามันสามารถดึงเอาพลังเวทของผู้ใช้มาเป็นแหล่งพลังงานด้วย
“แน่ใจหรือว่านี่ไม่ใช่เวทมนตร์” ดีวานรู้สึกทึ่ง ทั้งรูปร่าง น้ำหนัก สัมผัสและเปลวเพลิงที่ออกมา มันแทบไม่มีอะไรต่างจากดาบเดิมเลย
“เราเรียกว่าโซลคริสตัน” ด็อกมาชี้ไปที่ผลึกที่ประดับอยู่บนดาบ มันเป็นผลึกหายากที่สามารถบันทึกพลังงานหลากหลายรูปแบบ ถ้าเขียนวงจรถูกวิธีเราสามารถทำให้มันทำหน้าที่เหมือนอุปกรณ์เวทมนตร์ในโลกนี้ได้ จากนั้นเขาก็อธิบายเกี่ยวกับหลักการทำงานของมัน แต่ดีวานได้แต่พยักหน้าหงึกหงักเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
“สรุปว่ามันคือดาบเวทมนตร์ในโลกของพวกท่าน” ดีวานสรุป
“เอาเป็นว่ามันเป็นแบบนั้นก็แล้วกัน” ป่วยการอธิบาย สุดท้ายด็อกมาก็ยอมแพ้
“ข้าสัญญาว่าใช้ดาบเสร็จจะนำมาคืนอย่างแน่นอน”
“เอาไว้ได้ดาบเดิมคืนมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ชายแก่ดูไม่เดือดร้อน นี่เป็นแค่ผลงานที่เขานึกสนุกอยากลองสร้างดูเท่านั้น เขาเองไม่คิดว่ามันจะใกล้เคียงกับดาบวิเศษของแท้รุ่นต้นแบบ
ดีวานไม่ได้ปฏิเสธว่าของขวัญสองชิ้นแรกเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องใช้เพื่อตามล่าวอลโด แต่ของขวัญชิ้นสุดท้ายคือสิ่งที่เขายินดีมากที่สุด มันคือที่อยู่ของวอลโดนั่นเอง แม้ว่าเชอรีสจะตัดสินใจปล่อยเสี้ยนหนามในอดีตไปเพื่อฉลองให้กับการขึ้นครองราชย์ของตน แต่โซนาตาไม่คิดแบบนั้น เขาส่งคนจับตาดูการเคลื่อนไหวของอดีตศัตรูทุกคน และรู้ที่อยู่ในปัจจุบันของวอลโดไปด้วย
หลังจากร่ำลาด็อกมาเสร็จ ดีวานออกเดินทางในวันนั้นเอง ระหว่างการเดินทางเขาได้ยินข่าวว่าราชาบาลดริกถูกสังหารโดยผู้คนที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากราชวงศ์ ส่วนเจ้าชายไบรเดนและยารอนก็หันไปสวามิภักดิ์กับเรวาเรนท์ แต่เรื่องพวกนี้ไม่ได้ทำให้ดีวานสนใจแม้แต่น้อย ในตอนนี้เขามองว่าพวกสารเลวพวกนั้นก็ไม่ได้ต่างจากวอลโดเลย พวกเขากดขี่ผู้อื่นและแย่งชิงทุกอย่างมาโดยใช้อำนาจ และนี่คือผลกรรมที่พวกเขาควรได้รับ
ดีวานไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขาเองก็กำลังตกลงสู่ด้านมืดเช่นกัน…