Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 175: ไซคิกเน็ตเวิร์ก
หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อยโซลิเนและเพื่อนของเธอขอตัวกลับ เธอถ่ายทอดเรื่องราวทุกอย่างที่ได้ยินได้ฟังมาให้กับเพื่อน ๆ อย่างละเอียดไม่มีตกหล่น ซึ่งแต่ละคนก็มีทีท่าต่างกันออกไป จิมมีแทบจะลมใส่เมื่อนึกภาพไซเลนเซอร์และกองทหารทิ้งผู้คนไป ลินดาดูเจ็บแค้นและอยากเอาเรื่องนี้ไปกระจายให้ทั่ว ส่วนแอมเบอร์ที่ไม่ได้ชอบไซริลตั้งแต่แรกกลับยังมองโลกในแง่ดีว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้
ขณะที่แต่ละคนกำลังถกเถียงถึงความเป็นไปได้กันอย่างออกรส เสียงสัญญาณจากประตูก็ดังขึ้น แขกที่ไม่คาดคิดอยู่ตรงนั้น การมาของคนผู้นั้นทำให้เรื่องของลูเธอร์น่าเชื่อถือขึ้นอีกเป็นสิบเท่า
“คุณคือ…” โซลิเนไม่อยากเชื่อว่าเธอคนนั้นจะมายืนอยู่หน้าห้องของตน
“ขอโทษนะ ขอคุยในห้องดีกว่า” อีกฝ่ายบอกด้วยสีหน้านิ่งไร้อารมณ์
โซลิเนและเพื่อนนั่งเรียงแถวตรงกันข้ามกับเก้าอี้ของแขก แขกของพวกเธอไม่ได้อยู่ในชุดแบตเทิลสูทที่สวมเป็นประจำ วันนี้เธอเพียงสวมชุดลำลองที่ทำให้ดูไม่ต่างจากหญิงสาวแรกรุ่นทั่วไป
“ท่านฟิลิเซีย มีอะไรจะให้พวกเรารับใช้เหรอครับ” จิมมีดูพินอบพิเทาผิดปกติ เป็นท่าทางที่เห็นแล้วเพื่อน ๆ รู้สึกหมั่นไส้ชอบกล
ฟิลิเซียจิบชาที่แอมเบอร์เพิ่งชงมาให้ เธอหน้านิ่งจนเหมือนตุ๊กตาทำให้คนอื่นเดาไม่ได้เลยว่ากำลังเครียด ผ่อนคลาย หรือมีความนัยซ่อนอยู่ในสีหน้าเรียบเฉยนั้น
“คุณไปคุยกับตาแก่ฟอลลอนมาสินะคะ”
“คือ..” จิมมีพยายามจะปฏิเสธ แต่ฟิลิเซียไม่เปิดช่อง
“ไม่มีประโยชน์ที่จะโกหกหรอกค่ะ ฉันเห็นทุกอย่างได้ผ่านไซคิกเน็ตเวิร์ก”
“ค่ะ” โซลิเนตอบไปตามตรง
“โซลิเน!” เพื่อน ๆ โซลิเนพยายามหยุดเธอแต่ช้าไปแล้ว
“ไม่มีอะไรต้องปิดบังนี่คะ คุณฟอลลอนมีธุระอยากคุยกับฉัน เรื่องของที่พวกคุณจะทิ้งพวกเราไป มันจริงหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงกลายเป็นกดดัน โซลิเนจ้องเขม็งฟิลิเซียแบบไม่กะพริบตา
“จริงค่ะ”
“หาาา” ทุกคนประสานเสียงอีกรอบ ทุกคนไม่คิดว่าฟิลิเซียจะยอมรับออกมาตรง ๆ
“ไซริลกำลังถ่ายเททรัพยากรต่าง ๆ ไปที่ศูนย์กลาง และเมื่อทุกอย่างพร้อม เฉพาะคนที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะได้ไปกับเซคเตอร์โฟร์ ชาวเมืองที่เหลือจะถูกทิ้งไว้กับเมืองที่เหลือแค่เปลือก”
“คนหลายหมื่นกำลังจะถูกทิ้ง แล้วคุณก็ยังนิ่งเฉย” เสียงโซลิเนเกือบจะกลายเป็นการตวาดไปแล้ว เธอลืมตัวไปว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นอยู่เหนือกฎหมาย ถ้าอีกฝ่ายโกรธขึ้นมาจะฆ่าเธอทิ้งที่นี่ก็ไม่ได้ยากเย็น
“ฉันไม่ได้นิ่งเฉย” ฟิลิเซียลดถ้วยชาลง ใบหน้ายังไร้อารมณ์ไม่ต่างจากเดิม “แต่แค่ไซเลนเซอร์คนสองคนหยุดพวกนั้นไม่ได้หรอก สำคัญกว่านั้น ไซริลยังมีคนสนับสนุนและเชื่อในตัวเขาอีกมาก ต่อให้เอาเรื่องนี้มาแฉ พวกเราเองนี่แหละที่จะถูกเล่นงาน”
“เขาพูดถูกนะโซลิเน ใจเย็น ๆ ก่อน” แอมเบอร์เตือนเพื่อน
“พวกเราจะถูกทิ้งจริง ๆ เหรอเนี่ย” จิมมีหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“มันคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และเราก็ไม่มีทางไปหยุดได้ด้วย”
ประโยคนี้ของฟิลิเซียทำให้เวลาเหมือนถูกหยุดเอาไว้ ต่างคนต่างมองหน้ากันไปมาแต่ไม่มีคำพูดใด ๆ พวกเธอรู้สึกผิดหวังในตัวกองทัพที่ควรจะปกป้องประชาชนแต่กลับคิดแต่จะหาทางเอาตัวรอด
“แล้วที่คุณมาบอกพวกเรา แสดงว่าคุณอยู่ฝ่ายเราสินะคะ”
“ค่ะ ฉันกับไคเลอร์ พวกเราสองคนจะอยู่ที่นี่ต่อ พวกเราจะไม่ตามไซริลกับกองทัพไป”
“ต่อให้ที่นี่จะไม่เหลืออนาคตแล้วน่ะเหรอ” ลินดาถาม
“ก็ยังมีคนอีกเป็นหมื่นเลยนี่คะ ฉันทิ้งทุกคนไปไม่ได้หรอก” ฟิลิเซียพูดเสียงเรียบ
“ขอบคุณนะคะ ที่อยู่ข้างพวกเราทุกคน”
“เอาไว้ขอบคุณหลังจากผ่านคืนนี้ไปได้เถอะค่ะ”
“หือ”
“อ้อ จริงสินะ ฉันไม่ได้บอกสินะว่า มีความเป็นไปได้ที่ทัพใหญ่ของชาลูจะโจมตีที่นี่คืนนี้”
“หมายความว่ายังไงคะ”
“ตั้งแต่เมื่อวานไซริลได้ออกคำสั่งให้ไนเจลก็ใช้พลังของเขาตรวจจับรอบเมือง จนเราแน่ใจแล้วว่าพวกชาลูกำลังรวบรวมทัพใหญ่เพื่อเตรียมมาถล่มที่นี่ อาจจะภายในวันสองวันนี้ หรืออาจจะภายในคืนนี้เลยก็ได้”
“แต่ไม่มีประกาศอะไรเลยนะครับ” จิมมีตื่นตกใจจนนั่งไม่ติดที่
“เพราะกองทัพไม่สนแล้วยังไงล่ะ ทรัพยากรสำคัญถูกขนย้ายไปหมดแล้ว ยานก็เกือบจะพร้อมแล้วด้วย พวกเขาจะหนีไปตอนไหนก็ได้”
“จะเห็นแก่ตัวแค่ไหนมันก็ต้องมีขอบเขตกันบ้างไม่ใช่เหรอ” ลินดาก็นั่งไม่ติดแล้วเช่นกัน เธอรู้ว่าไม่ควรจะไปขึ้นเสียงกับฟิลิเซีย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะระบายความโกรธนี้ที่ใคร
“ถ้าเป็นโซนาตาต้องไม่ยอมให้เรื่องบ้า ๆ แบบนี้เกิดขึ้นแน่” แอมเบอร์ของขึ้นเช่นกัน “เราต้องเตือนคนอื่น ไม่งั้นได้มีคนตายเป็นเบือแน่”
ฟิลิเซียเป็นคนเดียวตรงนั้นที่ยังใจเย็น เธอจิบชาที่เหลือในขณะที่ปล่อยให้พวกโซลิเนร้อนรน จิมมีบอกว่าจะติดต่อเพื่อนดีไซเนอร์ของเขาให้ช่วยกันกระจายข่าวออกไป ลินดากำลังทำสิ่งเดียวกันแต่เป็นเพื่อนในวงการนางแบบ ส่วนแอมเบอร์ก็กำลังส่งข้อความไปให้กับเพื่อนที่เป็นนักข่าว
“เรื่องกระจายข่าว ฉันมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนั้นแหละ”
แล้วฟิลิเซียก็ชวนทำในสิ่งที่โซลิเนไม่คาดคิดมาก่อน เธอถามโซลิเนว่าเตรียมใจพร้อมแล้วหรือยังที่จะเป็นปฏิปักษ์กับพวกไซริล จากนั้นเธอก็มอบชื่อผู้ใช้งานและรหัสลับให้
“ยูสเซอร์เนม แอนโนนีมัส ส่วนพาสเวิร์ดก็เป็น 1111”
“คะ” โซลิเนถามกลับด้วยความงุงงง
“นึกถึงไซคิกเน็ตเวิร์ก ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดที่ให้ไป”
ฟังดูแปลกผิดสามัญสำนึก แต่ทุกคนก็ได้เห็นมาหลายครั้งแล้วว่าสามัญสำนึกอย่างคนทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้กับพลังพิเศษของไซเลนเซอร์ได้ โซลิเน จิมมี ลินดา และแอมเบอร์ มองหน้ากันอยู่ครู่เดียว ทุกคนจึงนึกตามอย่างที่ฟิลิเซียว่าโดยไม่ได้เกี่ยงงอน แล้วฉับพลันสภาพแวดล้อมทั้งหมดก็เลือนเปลี่ยนไป
ทั้งห้ารวมทั้งฟิลิเซียไม่ได้อยู่ในห้องเดิมอีก สิ่งนี้คล้ายคลึงกับการเข้าสู่โปรแกรมสร้างภาพเสมือนจริง เพียงแต่ว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวพวกเขาไม่ใช่ภาพจำลองแต่เป็นกระแสของข้อมูลจำนวนมหาศาล แทนจะเป็นกำแพงของอาคาร พื้นดินพื้นหญ้าหรือท้องฟ้าสีคราม คลื่นตัวอักษร ตัวเลขรหัสจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนกำลังวิ่งวนอยู่รอบตัวพวกเธอแต่ละคน
“ที่นี่คือในไซคิกเน็ตเวิร์กเหรอคะ” โซลิเนถามทั้งที่พอเดาคำตอบอยู่แล้ว
“ฉันกำลังเชื่อมต่อทุกคนในเมืองเข้ากับไซคิกเน็ตเวิร์ก และฉันก็อยากให้เธอเป็นคนช่วยแถลงการณ์ทุกอย่างแทนหน้าที่ของไซริล”
“เอาจริงสิ” ลินดาถามเพื่อให้แน่ใจ เธอไม่รู้ว่าฟิลิเซียคิดจะมาไม้ไหน
“ไม่เห็นจำเป็นต้องเข้ามาทำในนี้ก็ได้นี่”
“แบบนี้แหละดีแล้ว” ฟิลิเซียตอบ
ฟิลิเซียเริ่มจากการส่งต่อข้อมูลที่เธอได้มาจากไนเจล ข้อมูลนี้เป็นประสบการณ์โดยตรงที่ไนเจลพบด้วยตนเอง มันเป็นสิ่งที่แม้แต่ฟิลิเซียเองก็ปลอมแปลงไม่ได้ เธอคิดว่าการส่งสิ่งนี้ให้โซลิเนโดยตรงเป็นทางที่รวดเร็วที่สุด แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเธอไม่อยากใช้สิ่งนี้กับทุกคน
โซลิเนเห็นและสัมผัสทุกอย่าง ชาลูจำนวนมากมายชนิดที่ผ่านมากลายเป็นแค่เรื่องล้อเล่นกำลังถูกรวบรวมมาจากทุกสารทิศ พลังของไนเจลทำให้โซลิเนรับรู้ได้แม้แต่ความหิวโหยผิดปกติของชาลู กลิ่นคาวเลือดของมนุษย์ทำให้พวกมันคลุ้มคลั่ง
จากนั้นผู้คนจำนวนมากก็เริ่มทยอยล็อกอินเข้ามาในระบบ โซลิเนมารู้ภายหลังว่าฟิลิเซียได้ส่งวิธีเข้ามาในไซคิกเน็ตเวิร์กลงไปในเว็บกระดานข่าวของเมือง เพียงไม่กี่นาทีต่อมาคนนับหมื่นก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ทั้งคนธรรมดาทั่วไป ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้แต่ผู้นำหรือตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ หัวหน้าสมาคมการค้า นักข่าวชื่อดัง กรรมการบริหารของบริษัทตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กยันบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างฟอลลอนคอร์เปอร์เรชัน ทั้งคนที่มองไซริลเป็นปัญหา และคนที่ยังศรัทธาในตัวเขา มีเพียงแค่ไซเลนเซอร์สี่คนเท่านั้นที่ถูกกันออกไป
“ทำให้คนพวกนี้เห็นอย่างที่โซลิเนเห็นไม่ง่ายกว่าเหรอ” จิมมีซุบซิบกับลินดาและแอมเบอร์
“ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นภาพแบบนั้นแล้วจะไม่ขวัญเสีย” ฟิลิเซียอธิบายเพิ่ม
โซลิเนรับไม้ต่ออย่างรู้งาน เธออธิบายสถานการณ์ต่าง ๆ ให้กับคนราวพันชีวิตฟังอย่างละเอียด เธอยืนกรานว่าตนเองก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่ากองทัพจะทิ้งประชาชนอย่างที่รับรู้มาจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอสามารถการันตีได้ก็คือพวกชาลูกำลังรวมพล และมันอาจจะบุกมาวันนี้หรือภายในวันสองวันนี้
“พูดเป็นเล่นไป เจ้าตัวประหลาดนั่นหลายหมื่นเลยเหรอ”
“พวกเราไม่ใช่ทหารนะ ไม่ใช่ทุกคนที่มีปืนด้วย”
“หรือว่าพวกเราต้องหาที่ซ่อน”
“จะไปซ่อนที่ไหน คนเยอะขนาดนี้เนี่ยนะ”
มันไม่ง่ายที่จะทำให้ทุกคนหยุดความตระหนก โซลิเนรู้สึกว่าโชคดีที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้กังขาในเรื่องนี้ อาจจะเพราะลึก ๆ ทุกคนก็รู้ว่าชาลูรออยู่ข้างนอก ชาลูจะบุกเข้ามาอาละวาดเมื่อไหร่มันขึ้นกับเวลาเท่านั้นเอง
“พวกเรามาช่วยกันหาวิธีรับมือด้วยกันเถอะค่ะ ถ้าร่วมมือกันเราต้องผ่านมันไปได้” โซลิเนพยายามพูดแข่งกับเสียงของทุกคน แต่ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจเธอนัก
“ผมจะช่วยครับ” ชายผู้หนึ่งตะโกนพร้อมกับโบกไม้โบกมือ โซลิเนจำได้ว่าเขาคือแฟนคลับที่ได้รับบาดเจ็บในวันแรก เทคโนโลยีการรักษาขั้นสูงทำให้เขาหายดีเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
“พวกเราก็ด้วยครับ” เช่นเดียวกับคนแรกคนนี้ก็เป็นแฟนคลับของโซลิเน เขามาพร้อมกับป้ายไฟที่ไม่รู้ว่าเอาเข้ามาในโลกของไซคิกเน็ตเวิร์กได้ยังไง
“หนูก็ด้วยค่ะ” ไม่ได้มีแต่หนุ่ม ๆ สาว ๆ หรือคนมีอายุ โซลิเนมีแฟนรุ่นเยาว์อยู่ไม่น้อย พวกเธอต่างก็มาให้กำลังใจโซลิเน
“ไม่ว่าท่านโซลิเนจะเลือกอะไร กองกำลังโซลิเนจะขอเป็นกำลังให้ครับ” แฟนคลับที่มีผ้าโพกหัวตะโกน โซลิเนรู้จักเขาดี เขาคือประธานกลุ่มแฟนคลับของเธอเอง
มันยังเร็วไปที่โซลิเนจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน ข้อมูลของโซลิเนมีผลเพียงทำให้พวกเขาระวังตัวขึ้น แต่ละกลุ่มยังคงจับกลุ่มกันแบบเดิม พวกที่ขึ้นตรงกับบริษัทหรือกลุ่มขั้วอำนาจก็ยังคงไม่เชื่อใจเธออย่างเต็มที่
“สรุปว่าส่วนใหญ่ที่ได้มาก็คือพวกแฟนคลับกับคนของฟอลลอนคอร์เปอร์เรชันสินะ” ฟิลิเซียถอนหายใจ เธอยังแอบหวังว่าจะมีคนมากกว่านี้อีกนิด
“ถือว่าเริ่มต้นได้ไม่เลว ที่เหลือก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์กันไป”
พวกเขาบอกกับตัวเองว่าเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ชื่อเสียงของโซลิเนในฐานะผู้นำรุ่นใหม่จะเริ่มหลังจากนี้ต่างหาก