Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 177: กลับเป็นเด็กอีกครั้ง
โซลิเนก้าวเข้ามาในห้องที่สว่างจ้าจนเธอต้องเอามือขึ้นมาบังเพราะสายตายังปรับไม่ทัน ในขณะที่ประตูที่ก้าวผ่านมากำลังปิดลง ชายหญิงอีกสองรายก็แทรกตัวเข้ามาก่อน
“คุณไคเลอร์ คุณฟิลิเซีย ทำไมพวกคุณ…” โซลิเนทักด้วยความประหลาดใจ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าทั้งคู่ตามมาด้วย
“จะรอจนถึงพรุ่งนี้เช้าไม่ได้เลยสินะครับ” ไคเลอร์ยิ้มแบบกระอักกระอ่วน ผมทรงกะลาครอบของเขายุ่งเหยิงเพราะความรีบร้อน เห็นได้ชัดว่าเขาถูกฟิลิเซียบังคับให้มาด้วยแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ฉันคิดว่าหมอนี่ก็น่าจะอยากรู้เหมือนกัน” ฟิลิเซียตอบเสียงเรียบ
“ยินดีต้อนรับสู่เดอะคอลเลคชัน” หลังจากประตูปิดลง เสียงหนึ่งก็ดังแทรกการสนทนาของทั้งสาม มันดังขึ้นจากทิศทางที่ไม่ชัดเจน ราวกับว่ามันเป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากตัวห้องเอง
“เดอะคอลเลคชัน” โซลิเนทวนชื่อที่ได้ยิน
“ใช่แล้ว มันคือชื่อของผม และ เป็นชื่อของพวกเราด้วย”
“พวกนายคืออะไรกันแน่” ฟิลิเซียถามบ้าง
“พวกเราคือของเล่นของท่านโซนาตาครับ” เสียงนั้นตอบ
“ของเล่น ไม่ใช่อาวุธเหรอ” ไคเลอร์เลิกคิ้วขึ้น เขาเข้าใจมาตลอดว่าฟิลิเซียกำลังหาอาวุธใหม่มาช่วยรับมือกับสถานการณ์ยุ่งยากในตอนนี้
“มันขึ้นอยู่กับมุมมอง จะเป็นเพียงแค่ของเล่น จะเป็นอาวุธร้ายแรง หรือจะเป็นเครื่องมือช่วยชีวิตผู้คน… โซลิเน อเลฟกา ดิคาสโต คุณคือผู้กำหนดครับ”
“คุณ… รู้จักฉันด้วยสินะ”
“แน่นอน คุณคือผู้ที่ท่านโซนาตาฝากกุญแจไว้ พวกเราต้องรู้จักว่าที่นายของเราอยู่แล้ว รวมทั้งไซเลนเซอร์ทั้งคู่ที่อยู่ข้างหลังนั่นด้วย ผมมีข้อมูลของพวกคุณทุกคนในเซคเตอร์โฟร์”
“ถ้างั้นก็ดีเลย ฉันอยากรู้ว่านายจะช่วย…” แต่ก่อนที่โซลิเนจะพูดจบ อีกฝ่ายก็แทรกขึ้นมาก่อน
“เพียงแต่ว่า ก่อนที่พวกเราจะยอมรับ พวกคุณต้องผ่านการทดสอบให้ได้ก่อน”
เดอะคอลเลคชันไม่รอถามความสมัครใจหรือให้โอกาสเตรียมใจสักนิด เขาถือวิสาสะจับทั้งสามโยนเข้าไปในโลกเสมือนจริงทันที
มันเป็นสิ่งที่คนละระดับกับโลกเสมือนจริงที่โซลิเนเคยพบในฟอลลอนทาวเวอร์ เพราะในคราวนี้เธอเกือบจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำ นี่เป็นเทคโนโลยีแบบเดียวกับที่กองทัพใช้
เมื่อรู้สึกตัว โซลิเนพบว่าเธอกลายเป็นเด็กหกขวบไปแล้ว ระบบนี้ไม่เพียงแค่สร้างสัมผัสที่เหมือนจริง มันยังปรับแต่งความเป็นจริงได้อย่างซับซ้อน
ที่น่าหนักใจกว่านั้นคือฟิลิเซียกับไคเลอร์ที่ควรจะอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
“นี่คือส่วนหนึ่งของการทดสอบเหรอ” เด็กน้อยโซลิเนมองมือที่เล็กจิ๋วของตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา
โซลิเนอยู่ในบ้านหลังเก่าที่เธอเคยเติบโตมา แต่บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากครั้งล่าสุดที่เธอจำได้ มันอาจจะเพราะตอนนี้เธอมองมันอีกครั้งจากมุมของเด็กนั่นเอง ทุกอย่างดูใหญ่โตไปหมดจากมุมนี้
“บ้านเก่าเรานี่” น้ำตาพาลจะไหลเอาดื้อ ๆ ความทรงจำสมัยเด็กที่อัดแน่นอยู่กำลังย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ
โซลิเนเคยอยู่ที่นี่จนถึงอายุสิบสามปี บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าของคุณย่า มันจึงค่อนข้างทรุดโทรมตั้งแต่สมัยเธอจำความได้แล้ว ตอนที่โซลิเนตัดสินใจย้ายออกไปอยู่เอง เธอไม่คิดว่าจะไม่ได้เห็นมันอีกครั้ง เพราะหลังจากนั้นไม่นานมันถูกพ่อของเธอทุบทิ้งเพื่อสร้างเป็นโรงแรม
แม่ของโซลิเนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับจดหมาย เช่นเดียวกับทิวทัศน์แปลกตาในห้อง เธอก็ไม่คุ้นกับภาพของแม่ในมุมนี้เลย แม่ที่ยังดูสาวกว่าปัจจุบันมากกำลังเปิดจดหมายฉบับนั้นออกอ่านก่อนที่จะลงไปนั่งร้องไห้
ความจริงก็คือจดหมายกระดาษเป็นสิ่งที่โซลิเนไม่ได้เห็นมานานแล้ว มันมักจะถูกใช้ในกรณีสำคัญที่ต้องการให้ดูเป็นพิธีการเท่านั้น แม่ของเธอยิ้มแก้มแทบปริหลังจากที่ได้อ่านจดหมายนั่นจบเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ จากนั้นจึงโผเข้ากอดเธอไว้แน่น
โซลิเนจำเหตุการณ์นี้ไม่ได้ เธอสารภาพว่าเธอนึกภาพตอนที่แม่กอดไม่ได้ด้วยซ้ำ ตอนนี้โซลิเนแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ไม่ใช่ความจริงที่เคยเกิดขึ้น แต่มันคือบทบาทใหม่ที่ถูกเดอะคอลเลคชันวางไว้
“แม่ไม่รู้เลยนะเนี่ย ว่าลูกของแม่จะเก่งขนาดนี้”
โซลิเนยังงงว่าแม่ของเธอหมายถึงอะไรจนกระทั่งเธอได้เห็นตราประทับบนจดหมาย
“ต่อไปนี้ต้องพยายามให้มากล่ะ ลูกจะต้องเป็นไซเลนเซอร์ให้ได้นะ”
“ไซเลนเซอร์” โซลิเนแทบลมจับเมื่อได้รับคำยืนยันว่าเธอไม่ได้หูเพี้ยนไป
ในทุกปีจักรวรรดิจะทำการคัดเลือกเด็กที่มีแววมาจากทั่วทุกมุมของจักรวาล จักรวรรดิมีข้อมูลของเด็กทั้งหมดตั้งแต่แรกเกิด และเด็กเหล่านั้นจะถูกจับตาดูมาตลอดจนกระทั่งถึงวัยราวหกถึงเจ็ดปี หากพวกเขาได้รับการประเมินว่ามีศักยภาพสูงพอ พวกเขาก็จะถูกเชิญเพื่อเข้ารับการฝึกฝน
ถึงจะเรียกว่าเชิญ แต่ความเป็นจริงคือผู้ปกครองของเด็กไม่มีสิทธิปฏิเสธคำเชิญนี้ การฝึกไซเลนเซอร์และการเข้ารับการดัดแปลงร่างกายมีความเสี่ยง เด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสเรียนจบ บางคนเสียชีวิตระหว่างการฝึกที่โหดร้าย บางคนก็ถูกตัดสินว่าเป็นของชำรุด
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มักเต็มใจสนับสนุนให้บุตรหลานของตนได้รับโอกาสนี้ ในเมื่อไซเลนเซอร์ที่จบการศึกษานั้นมีโอกาสมากกว่าคนทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้ ในบางชุมชนที่ไม่เคยมีเด็กแม้แต่คนเดียวถูกคัดเลือก วันที่มีเด็กแบบนั้นปรากฏตัวขึ้น มันจะไม่ใช่แค่ความภูมิของคนในครอบครัวเท่านั้น แต่มันอาจจะหมายถึงของคนอีกหลายร้อยหลายพันล้านในชุมชนด้วย
โซลิเนจึงไม่มีสิทธิเลือกเลยสักนิด
ในชีวิตเดิมของเธอ โซลิเนเป็นอัจฉริยะที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่อายุสิบสามปี แต่เธอไม่เคยได้ถูกคัดเลือกไปฝึกฝนเพื่อเป็นไซเลนเซอร์ เธอเป็นแค่อัจฉริยะทั่วไปที่หาได้เกลื่อนกลาด ระดับที่มนุษย์เกือบทุกคนสามารถไปถึงได้ด้วยความอุตสาหะ มันแตกต่างกับไซเลนเซอร์ของแท้ที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่พระเจ้ามอบให้ เป็นกำแพงที่เธอไม่เคยคิดฝันที่จะข้ามด้วยซ้ำ
เดอะคอลเลคชันต้องการเปลี่ยนเธอให้เป็นไซเลนเซอร์ นั่นคือข้อสรุปเดียวที่โซลิเนได้มาในตอนนี้
มันไม่มีทางเลือก โซลิเนในร่างเด็กน้อยจึงได้แต่ตามน้ำไป อย่างน้อยที่สุดในโลกสมมุตินี้ เธอก็ได้ญาติดีกับพ่อและแม่ที่ไม่เคยปลื้มในทุกสิ่งที่เธอทำ
…อาจจะไม่เลวนักก็ได้ และที่สำคัญ ถ้าได้เข้าเรียนที่นั่นล่ะก็ เราก็อาจจะได้เจอคน ๆ นั้น…
ปีหนึ่ง โซลิเนในวัยหกปี…
โรงเรียนไซเลนเซอร์อัลเทอันมีที่ตั้งอยู่บนดาวเดียวกับบ้านเกิดของโซลิเน มันทำให้เธอไม่จำเป็นต้องปรับตัวมากเพื่อให้ชินกับสภาพแวดล้อมของเมืองใหม่บนดาวดวงเดิม ต่างจากเด็กส่วนใหญ่ที่ต้องคัดตัวไปเรียนที่นั่น หลาย ๆ คนพลัดพรากจากครอบครัวจากดวงดาวที่อยู่ห่างไกลแสนไกล
โซลิเนตักตวงความสุขในบ้านอย่างเต็มที่ จากเด็กที่ทั้งพ่อและแม่ไม่ได้สนใจนัก เธอกลายมาเป็นความหวังของคนทั้งบ้าน แม้จะรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่เธอก็รู้สึกขอบคุณเดอะคอลเลคชันที่มอบความสุขเล็ก ๆ นี้ให้
ไม่นานนักวันปฐมนิเทศก็มาถึง เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เธอเคยไปที่เมืองอัลเทอันมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นแรกที่เธอได้ไปเหยียบโรงเรียนไซเลนเซอร์… ไม่ใช่สิ เธอจะต้องอยู่ที่นั่นจนหลายปีหลังจากนี้
มันไม่มีอะไรการันตีว่าโลกเสมือนจริงนี้จะจบลงเมื่อไหร่ แต่โซลิเนค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเจตนาของเดอะคอลเลคชันต้องการให้เธออยู่จนจบการศึกษา ซึ่งมันอาจจะหมายถึงสิบปีหลังจากนี้
ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่นักเรียนและบรรดาอาจารย์ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกัน โซลิเนได้พบกับฟิลิเซียและไคเลอร์อีกครั้ง แน่นอนว่าทั้งสองคนก็ถูกลดอายุลงมาเป็นเด็กหกขวบเหมือนกับเธอ
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย เดิมทีฉันไม่ได้เรียนจบจากที่นี่นะ” ไคเลอร์บ่นอุบ เขาเด็กลงจนหน้าเปลี่ยนไปเยอะ แต่ทรงผมกะลาครอบยังคงเหมือนเดิม โซลิเนแอบสงสัยว่าเขาไว้ผมทรงนี้ตั้งแต่เด็กเลยเหรอ
“อยู่ในร่างนี้ไม่ง่ายเลย อ่อนแอเหมือนคนธรรมดาแถมยังใช้ไซคิกเน็ตเวิร์กไม่ได้อีก” ฟิลิเซียบ่นหน้านิ่ง คนนี้ก็ไม่ต่างกัน โซลิเนคิดว่าเธอมีสีหน้าเดียวมาตั้งแต่เด็กแน่นอน
สิ่งที่ดึงความสนใจทั้งหมดของโซลิเน ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ไม่เคยเจอ สิ่งที่ครูใหญ่กำลังพูดในงานปฐมนิเทศ หรือเรื่องที่ฟิลิเซียกับไคเลอร์กำลังถกกันอยู่ แต่มันคือรุ่นพี่ของเธอโซนาตา ดิอาลโนในวัยแปดปี
…เขาอยู่ตรงนั้นนั่นเอง…
ผมดำสนิท ตาขวางดูเจ้าเล่ห์ มีรอยยิ้มชั่วร้ายอยู่เกือบตลอดเวลา ไม่เคยทำตัวอยู่ในกฏระเบียบ มันเป็นคำนิยามของรุ่นพี่คนนั้น โซนาตายืนหาวหวอดไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่ครูใหญ่กำลังพูดสักนิด นอกจากโซลิเนแล้วก็ไม่ได้มีใครสังเกตว่าโซนาตาไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยซ้ำ ภาพของเขาที่เห็นเป็นแค่โฮโลแกรม หมอนี่โดดตั้งแต่วันก่อนเปิดเทอม
…คนอะไรน่ารักน่าหยิกเหลือเกิน…
โซลิเนจำได้ว่าเคยดูสารคดีชีวิตนักเรียนฝึกหัดไซเลนเซอร์ ที่โรงเรียนแห่งนี้ทุกอย่างมันไม่ต่างจากที่เคยรับรู้มา เพียงแค่ต้องนำมันมาคูณสักสิบเท่า ไม่ว่าจะส่วนของเรื่องร้ายและเรื่องดี
การฝึกฝนที่นี่คือขุมนรก ช่วงแรกเธอยังไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ นอกจากวิชาพื้นฐานที่เหมือนโรงเรียนทั่วไปในหลักสูตรที่เข้มข้นว่า สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาก็มีการเรียนพลังจิตเบื้องต้น เริ่มตั้งแต่ทฤษฏี วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ยันไปถึงประวัติที่มาที่ไป
เธอพบว่าความโหดร้ายเริ่มขึ้นในวันที่มีการปรับสภาพ
มันคือเทคโนโลยีในการแก้ไขดัดแปลงมนุษย์ เดิมทีแล้วการปรับแก้พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตควรจะทำตั้งแต่ยังอยู่ในสภาพตัวอ่อน แต่เทคโนโลยีล้ำสมัยของจักรวรรดิ พวกเขาสามารถแก้ไขดัดแปลงมนุษย์ได้อย่างอิสระในวัยใดก็ได้ มันทำให้พวกสามารถปรับแก้ร่างกายของเด็กแต่ละคนได้หลายครั้งโดยไร้ความเสี่ยงใด ๆ
ไร้ความเสี่ยงใด ๆ นอกเสียจากความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
พันธุกรรมด้อยถูกเปลี่ยนด้วยพันธุกรรมใหม่ที่ไร้ข้อเสีย โรคทางพันธุกรรมทั้งหมดทั้งมวลถูกลบหายไป จุดอ่อนทุกอย่างที่มนุษย์เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเป็นไปได้ใหม่ เฉพาะขั้นตอนนี้พวกเขาแต่ละคนก็กลายเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสามารถเป็นไปได้แล้ว
แต่มันเป็นแค่การเริ่มต้น การดัดแปลงยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายต่อหลายครั้ง กล้ามเนื้อ กระดูก ถูกแทนที่ด้วยวัสดุพิเศษที่สามารถเติบโตไปด้วยกันกับร่างกาย อวัยวะหลายส่วนถูกดัดแปลงเพิ่มประสิทธิภาพในระดับที่สิ่งมีชีวิตไม่มีทางทำได้
การดัดแปลงครั้งแรกเกิดขึ้นแทบจะทันทีหลังจากปฐมนิเทศจบลง เป็นหนึ่งอาทิตย์แรกแห่งความทรมานที่เธอไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน โซลิเนแน่ใจว่าเดอะคอลเลคชันสามารถตัดความเจ็บปวดตรงนี้ออกไปได้ แต่เขาอยากให้เธอได้รับประสบการณ์นี้อย่างเต็มที่
เกือบจะทันทีที่ความเจ็บปวดทุเลาลง โซลิเนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญ เพราะมันจะเป็นวันที่เธอได้รู้ด้วยว่าเธอจะได้อยู่กลุ่มไหน
จริงอยู่ที่ไซเลนเซอร์ถูกฝึกมาให้เป็นสุดยอดอาวุธสงคราม ว่ากันว่าไซเลนเซอร์เพียงคนเดียวก็มีกำลังรบเท่ากับยานแม่ทั้งลำ แต่แม้จะแข็งแกร่งแค่ไหนพวกเขาก็ถูกฝึกฝนเพื่อให้รู้จักทำงานเป็นกลุ่มเช่นกัน
สมาชิกห้าคนจะถูกคัดเลือกด้วยวิธีการที่ไม่เปิดเผย กลุ่มที่ถูกสร้างขึ้นนี้จะคงอยู่ไปตลอดจนกระทั่งจบการศึกษาในอีกสิบปีข้างหน้า เว้นเสียแต่ว่าจะมีกลุ่มใดที่สูญเสียสมาชิกไปในระหว่างการฝึก ไม่ว่าจะโดยการไล่ออก หมดสภาพ หรือแม้แต่ความตาย
ด้วยความสำคัญเช่นนี้ ทุกคนจึงปรารถนาที่จะได้เพื่อนร่วมกลุ่มที่ดี ครูผู้ดูแลที่น่ารัก เพราะว่าสิ่งนี้จะช่วยให้โอกาสอยู่รอดไปจนถึงปีสุดท้ายเพิ่มขึ้น
โซลิเนรู้สึกโล่งใจเมื่อพบว่ากลุ่มของเธอมีสมาชิกที่คุ้นหน้าดีอยู่แล้วอย่างไคเลอร์และฟิลิเซีย เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายนัก พวกเธอเดาว่านี่คือสิ่งที่เดอะคอลเลคชันจัดการให้
ส่วนสมาชิกอีกสองราย หนึ่งในนั้นโซลิเน ฟิลิเซีย และไคเลอร์เคยเห็นข้อมูลมาก่อนแล้ว เธอคือไซเลนเซอร์คนหนึ่งของดูมแองเจิลเซคเตอร์ทรี โดยเฉพาะฟิลิเซีย เธอรู้จักอีกฝ่ายมากกว่าใครเพราะทั้งคู่อยู่จบมาจากอัลเทอันในรุ่นเดียวกัน
“คาเซีย ซัลดานาสินะ” ฟิลิเซียเดินเข้าไปทักทาย “ฉันฟิลิเซีย ลินด์เซย์”
“ลินด์เซย์…” คาเซียสะดุดกับนามสกุลนี้ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นนามสกุลของพวกคนดัง
“ผมไคเลอร์ ครอว์เลย์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ส่วนฉันชื่อลีอา ซานเชค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ” เด็กคนสุดท้ายแนะนำตัว เมื่อรวมเธอแล้วทำให้กลุ่มนี้มีผู้หญิงถึงสี่คน และเกือบจะกลายเป็นกลุ่มหญิงล้วน
เป็นการแนะนำตัวที่ดูมีพิธีการไม่ค่อยเหมือนกับเด็กอายุหกปีนัก แต่โซลิเนก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้คือหัวกะทิในหมู่หัวกะทิ ถึงภายนอกจะดูเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ แต่ว่าพวกเธอแต่ละคนมีสติปัญหาเกินกว่าวัยไปอย่างน้อยก็คงสองถึงสามเท่าไปแล้ว
คาเซีย ซัลดานา ไม่ว่าจะเป็นใครเพียงแค่ชายตามองก็สามารถสรุปได้ว่าเธอคือพวกเนิร์ด ก่อนที่จะเข้ารับการดัดแปลง เธอคือเด็กหญิงที่สวมแว่นหนาเตอะทั้งที่เพิ่งอายุเพียงหกปี เธอเป็นอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์และมีทักษะในการประมวลผลพร้อมกันขั้นสุดยอด เธอสามารถดูรายการโทรทัศน์หรือทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์กว่าสิบหน้าจอพร้อมกันโดยที่ประสิทธิภาพในการรับรู้ไม่ตกลงแม้แต่น้อย
ลีอา ซานเช เด็กหญิงผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน ที่มีใบหน้าราวกับตุ๊กตา ในโรงเรียนไซเลนเซอร์ที่เด็กที่ดัดแปลงล้วนแล้วแต่มีรูปร่างหน้าตาที่ราวกับนักแสดง นายและนางแบบ ลีอาก็ยังเป็นหนึ่งในคนที่มีเค้าแววของความสวยที่สุด สวยจนแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันอย่างโซลิเนยังอดมองด้วยความชื่นชมไม่ได้