Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 179: ชีวิตในรั้วโรงเรียน 2
ปีที่สอง เป็นช่วงเวลาที่ความสามารถของทุกคนเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ไซเลนเซอร์ส่วนใหญ่จะใช้พลังจิตพื้นฐานได้อย่างเชี่ยวชาญในปีนี้ และปีนี้จะเป็นปีแรกที่การฝึกภาคสนามที่ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายเริ่มขึ้น
โซลิเนทำทุกอย่างได้ตามมาตรฐานอย่างฉิวเฉียด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในชีวิตจริงเธอไม่ใช่คนที่ถูกคัดเลือก เธอจึงต้องใช้ความพยายามและความทุ่มเทมากกว่าคนอื่นหลายเท่าตัว
เพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียน โซลิเนจึงเหลือเวลาสำหรับกิจกรรมเสริมเพียงน้อยนิด แต่เธอก็ไม่เคยทิ้งการร้องเพลง ยิ่งในตอนนี้มันเป็นหัวใจหลักสำหรับพลังจิตของเธอด้วย
ในช่วงปีนี้ โซลิเนสังเกตว่าฟิลิเซียและคาเซียได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโซนาตา ในตอนแรกทั้งคู่ไม่ได้บอกรายละเอียด แต่หลังจากถูกถามรบเร้าอยู่นาน สุดท้ายฟิลิเซียก็ยอมเฉลย
“โซนาตาชวนฉันไปช่วยงานน่ะ” ฟิลิเซียตอบแบบไม่ค่อยเต็มใจบอกนัก
“งานอะไรเหรอ”
ฟิลิเชียชั่งใจอยู่นานว่าจะบอกรายละเอียดดีไหม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอแทบจะไม่เคยเล่าให้ใครฟัง หลังจากพิจารณาอยู่นานเธอจึงตัดสินใจเล่าเพราะว่ามันก็เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว
“หมอนั่น ตั้งกลุ่มแก๊งค์ขโมยข้อสอบขึ้นมา”
“เหอออ ขโมยข้อสอบ!!”
“ชู่วว… อย่าเสียงดังสิ”
โซลิเนไม่อยากเชื่อหู เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน โซนาตาที่เธอรู้จักคืออัจฉริยะที่ทำได้ทุกอย่าง เธอคิดว่าอย่างเขาไม่มีความจำเป็นต้องใช้วิธีโกงเพื่อให้ทำคะแนนได้สูงเลย
“รุ่นพี่โซนาตาน่ะโดดเรียนประจำ บทเรียนก็คงไม่ค่อยทบทวนด้วยมั้ง เขาก็เลยอาศัยการขโมยข้อสอบทำคะแนนเพิ่ม”
“ต่อให้ไม่ใช้วิธีแบบนี้ คะแนนเขาก็น่าจะยังสูงอยู่ดี นี่คงทำเพราะกะเอาคะแนนเต็มเลยสินะครับ”
“ส่วนหนึ่งอาจจะทำเพราะความท้าทาย โรงเรียนนี้ต่อให้ถูกจับได้ว่าขโมยข้อสอบก็มีโทษไม่ร้ายแรง”
“ทำไมถึงเป็นแบบนั้นไปได้” โซลิเนถึงกับงงงวย โรงเรียนนี้มีกฎเข้มงวดในหลาย ๆ เรื่อง บางเรื่องหากทำผิดแค่ครั้งเดียวไม่เพียงแค่ถูกไล่ออกแต่อาจจะไม่ได้กลับบ้านอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ทำไมเรื่องร้ายแรงอย่างการทุจริตถึงไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องใหญ่
“เพราะไซเลนเซอร์ถูกฝึกมาในฐานะจารชน เรื่องการฆ่า การขโมยในหลาย ๆ กรณีสามารถถูกมองข้ามได้ แต่ในบางกรณีที่เป็นเรื่องน่าละอาย อย่างเช่นไปลวนลามใคร ไปลักเล็กขโมยน้อย เรื่องที่มีแต่คนชั้นต่ำทำ มันเป็นเรื่องที่ดราโกเนียนไม่สามารถปล่อยผ่านได้”
“ตรรกะแปลกดีจริง สรุปคือถ้าขโมยข้อสอบได้สำเร็จก็ถือว่าเก่งสินะ”
“ใช่… แล้วมันก็ไม่ง่ายด้วย อย่าลืมว่าอาจารย์ของพวกเราก็คือไซเลนเซอร์เช่นกัน”
“เข้าใจแล้วล่ะครับ ส่วนที่อยากได้ตัวฟิลิเซียไปช่วย คงเพราะเขารู้ข่าวลือเกี่ยวกับพลังไซคิกเน็ตเวิร์ก”
“ถ้ามีพลังของฉัน การจะคัดลอกข้อสอบที่ขโมยมาก็ทำได้ง่าย และยังสามารถส่งต่อข้อมูลนั้นให้กับทุกคนในกลุ่มได้แม้แต่ขณะที่กำลังอยู่ในห้องสอบ” ฟิลิเซียอธิบายเพิ่ม
โซลิเนรู้สึกว่าเธอได้รู้จักกับโซนาตามากขึ้นอีกนิดผ่านทางฟิลิเซีย
แล้วปีที่สองจบไปอีกปี เช่นเดิมกับครั้งก่อนวันช่วงหยุดฤดูร้อนปีนี้โซลิเนไม่ได้กลับบ้าน เพราะเธอต้องอยู่ฝึกฝนต่อที่โรงเรียนจนกกระทั่งแน่ใจว่าเรียนตามทันเพื่อนคนอื่น
ปีสาม โซลิเนในวัยแปดปี และโซนาตาในวัยสิบปี
อีกปีที่ผ่านไป โซลิเนในตอนนี้ภายนอกดูไม่ต่างจากวัยรุ่นอายุสิบสี่ถึงสิบห้าปี แม้อายุจริงจะเพียงแค่แปดขวบแต่ปีนี้เป็นปีแรกที่เธอจะได้เรียนหลักสูตรระดับมัธยมร่วมกับการฝึกไซเลนเซอร์ไปด้วย
นอกจากการเรียนหนักที่มากขึ้นอีกขั้น อีกสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาสำหรับชั้นปีนี้คือการฝึกจับกลุ่มประลองและเก็บคะแนนไปด้วย มีทั้งการแข่งที่เน้นการทำงานเป็นทีมเวิร์กอย่างแข่งชิงธงหรือการแข่งที่โซลิเนไม่ถนัดอย่างการต่อสู้
เธอรู้ตัวดีว่าความสามารถของเธอไม่เหมาะกับการรบราฆ่าฟันกับใคร แต่โซลิเนก็เตรียมการเอาไว้แล้ว
แล้ววันนั้นก็มาถึง ศึกต่อสู้ระหว่างทีมโซลิเนและทีมโอริออน
“ทีมโอริออนงั้นเหรอ” ฟิลิเซียขมวดคิ้ว เธอจำได้ว่าเดิมทีคาเซียจะต้องอยู่กลุ่มนี้ แต่ในเมื่อเดอะคอลเลคชันย้ายคาเซียมาอยู่ทีมเธอ ทีมนี้จึงได้สมาชิกใหม่มาทดแทน
“พร้อมแล้วนะ” อาจารย์ผู้คุมการแข่งให้สัญญาณ จากนั้นนักเรียนทั้งสิบชีวิตก็ถูกส่งไปในโลกเสมือนจริง
ถึงจะบอกว่าเป็นการประลองในแบบของการต่อสู้ แต่การประลองต่อสู้เองก็ถูกแบ่งไว้หลายแบบ สู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง สู้แบบพบกันหมด สู้แบบแพ้คัดออก หรือแม้แต่การสู้แบบทีมเองก็มีแบ่งอีกหลายแบบหลายสนาม
ศึกที่โซลิเนกำลังเจออยู่คือการประลองแบบพื้นที่เปิด จะมีพื้นที่แบ่งออกเป็นสนามย่อย ๆ ตามภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ทะเลทราย หิมะ บึงโคลน ชายหาด ภูเขา และทุ่งหญ้า ทุกคนในแต่ละกลุ่มจะถูกสุ่มกระจายกันออกไป
สำหรับกลุ่มที่มีพลังในการรบต่ำ กุญแจสำคัญในการกุมชัยชนะคือต้องรวมกลุ่มกันให้ได้เร็วที่สุด กลุ่มโซลิเนที่มีสายต่อสู้เพียงสองคนตระหนักในเรื่องนั้นดี
แต่โชคไม่เข้าข้างพวกเธอ ในสนามที่เป็นท้องทุ่งหญ้า โซลิเนถูกล้อมกรอบโดยฝ่ายศัตรูสองคน และหนึ่งในนั้นคือโอริออน สตาร์ไลท์ผู้เป็นหัวหน้าทีมอีกฝ่าย
“ยายนี่สินะ ไซเลนเซอร์ที่คะแนนต่ำที่สุดในชั้นปี” โอริออนถามกับเพื่อนของเขา
“ไม่ใช่แค่ในชั้นปีเราหรอก ต่ำที่สุดในโรงเรียนเราเลยต่างหาก” อิซซีตอบ
โซลิเนเคยเห็นพลังของคนทั้งคู่มาแล้ว โอริออนมีพรสวรรค์ในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม ทั้งกำลัง ความเร็ว และสัญชาตญาณของเขาอยู่ในระดับไม่ธรรมดา พลังในการตัดมิติยิ่งทำให้เขาอันตรายยิ่งขึ้น เล่าลือกันว่าในแง่ของพลังรบเขาคนนี้คือว่าที่อันดับหนึ่งของชั้นปี
สำหรับโซลิเนที่ไม่ใช่สายต่อสู้ การปะทะกับทั้งโอริออนและอิซซีพร้อมกับเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า แค่คนใดคนหนึ่งในสองคนนี้เธอก็แทบไม่มีโอกาสเอาชนะได้แล้ว
อิซซีมาพร้อมกับปืนพ่นไฟขนาดใหญ่ มันคืออาวุธประจำของเธอ เด็กสาวที่มีกล้ามเป็นมัดคนนี้แม้พลังพิเศษของเธอจะเป็นสายสนับสนุน แต่เพียงแค่พละกำลัง วิชาต่อสู้ประชิดตัวผสมกับเทคนิคการใช้ปืนไฟ แค่นั้นเธอก็เทียบเคียงกับพวกสายต่อสู้แล้ว
หญ้าที่ขึ้นสูงขยับไปมาทำให้โซลิเนรู้ว่าตรงนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พวกเธอ มีบางสิ่งกำลังซ่อนตัวอยู่ในนั้น มันกระโจนใส่เธอจากด้านหลัง แต่โซลิเนก็กลิ้งตัวหลบได้ทัน อีกฝ่ายเมื่อโจมตีพลาดก็ไม่ได้หุนหันเข้ามาโจมตีซ้ำ มันรู้ว่าโซลิเนไม่ใช่เหยื่อธรรมดาที่มันจะจัดการได้โดยง่าย
…เสือชีตาห์…
โซลิเนเคยเห็นมาแล้ว เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ไม่ใช่ร่างซัมมอนแต่คือภาพเสมือนจริงที่ตอบสนองต่อพลังของอิซซี เธอคือไซเลนเซอร์ที่มีพลังแบบเฉพาะทาง อิซซีสามารถบงการสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกับแมวและใกล้เคียงได้ ไม่ว่าจะแมว เสือ สกิราที่เหมือนเสือมีปีก และชาวทรอนที่เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเสือ
ในการประลองแบบนี้ ความสามารถเฉพาะทางบางอย่างย่อมต้องเสียเปรียบ อิซซีไม่สามารถเอาสกิราที่เธอเลี้ยงไว้มาช่วยสู้ได้ ระบบจึงสุ่มปล่อยสัตว์ที่จำเป็นต่อความสามารถของเธอไว้ตามสนามต่าง ๆ
“อย่าคิดว่านี่เป็นเสือธรรมดานะดีกว่านะ” อิซซีกระตุกยิ้ม
เธอส่งพลังให้กับชีตาห์และถ้าไม่ได้ตาฝาดไป โซลิเนแน่ใจว่ามันตัวใหญ่ขึ้น
“มีทั้งตัวฉันที่เป็นอันดับหนึ่งของรุ่น มีทั้งยายกล้ามบ้าแมว และเสือชีตาห์ที่ได้รับพลังสนับสนุน คนที่สู้เองไม่ได้อย่างเธอจบสิ้นแล้วล่ะ”
“ฉันอาจจะไม่ได้เรื่อง” โซลิเนแสยะยิ้ม “แต่เรื่องจำนวน ฝ่ายเราชนะนะ”
แล้วโซลิเนก็ทำในสิ่งที่พวกโอริออนต้องแปลกใจ เธอเริ่มร้องเพลง จากนั้นก็เริ่มเต้น เป็นการกระทำที่พวกเขาไม่เข้าใจสักนิด จะว่าเป็นการถ่วงเวลาก็ไม่น่าใช่
“เธอกำลังจะเสริมพลังงั้นเหรอ ทั้งที่อยู่คนเดียวเนี่ยนะ”
“จะเสริมพลัง หรือจะลดพลังพวกเราก็ช่างเถอะ” โอริออนไม่ได้สนใจผล เขาไม่คิดว่ามันจะมีผลอะไรได้มาก โซลิเนอ่อนแอจนเกินไป และเธอไม่สามารถร้องเพลงพร้อมกับสู้ไปได้พร้อมกัน ส่วนพลังแปลก ๆ ก็ยิ่งไม่น่าห่วงเพราะสเปลอิมมูนิตีของไซเลนเซอร์จะต้านทานไว้ได้
โอริออนกวาดมือไปข้างหน้า นิ้วแต่ละนิ้วกรีดอากาศจนเป็นรอยแยกห้าเส้น แต่ละเส้นคือมิติที่ถูกฉีกออกจนกลายเป็นเส้นยาว โอริออนวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับฉีกมิติไปด้วย
แล้วโอริออนก็ต้องชะงัก คนที่อยู่เบื้องหน้าของเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่โซลิเนแต่กลับเป็นเด็กผู้หญิงอีกคน เธอคือลีอา ซานเชจากทีมเดียวกัน
ไม่ใช่แค่ลีอา คาเซีย ไคเลอร์ และฟิลิเซีย เองก็อยู่ที่ตรงนั้นด้วย มันเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสี่จะปรากฏตัวขึ้นกะทันหันโดยที่โอริออนและอิซซีไม่รู้สึกตัว
เหตุผลเดียวที่นึกออกได้คือมีใครบางคนเทเลพอร์ตพวกเธอมา แต่ไม่มีคนไหนในกลุ่มโซลิเนที่มีพลังแบบนั้น
“ปีกแห่งความหวัง” โซลิเนเฉลย มันคือชื่อเพลงที่เธอร้องตั้งแต่เริ่มเผชิญหน้า
“เพลงงั้นเหรอ นี่ใช้เพลงเทเลพอร์ตหมู่ได้เชียวเรอะ” อิซซีกัดฟันกรอด “เพลงของเธอส่งผลไปถึงคนที่ไม่ได้ยินได้ด้วยเหรอเนี่ย”
“ใครว่าไม่ได้ยินล่ะ” ฟิลิเซียตอบ “ถ้าเชื่อมด้วยไซคิกเน็ตเวิร์ก พวกเราต้องได้ยินอยู่แล้ว”
ในการต่อสู้ระยะประชิดโอริออนแข็งแกร่งกว่าไคเลอร์ การโจมตีของเขาสามารถทำให้ร่างของอีกฝ่ายหลุดไปต่างมิติได้ นอกจากนั้นความแข็งของเหล็กก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย โอริออนสามารถใช้มือเปล่าของเขาถลุงใส่ร่างไคเลอร์แม้จะกลายเป็นโลหะแล้ว
แต่นั่นคือกรณีที่ไคเลอร์เป็นคนเดียวที่เขาต้องรับมือ สถานการณ์เปลี่ยนไปทันทีเมื่อคาเซียวิ่งขนานมาด้วย เช่นเดียวกับพลังของโอริออน คลื่นเสียงของอีกฝ่ายเป็นการโจมตีที่มองไม่เห็น และถึงมองออกก็ยากจะหลบพ้น
เจ้าเสือชีตาห์ของอิซซีถูกลีอาหมายหัวตั้งแต่แรก ถึงจะดูอันตรายแต่เสือก็ยังเป็นแค่สัตว์ มันไม่ได้มีสเปลอิมมูนิตีแบบเดียวกับไซเลนเซอร์ พลังของลีอาจึงใช้กับมันได้ผลอย่างชะงัด เพียงพริบตาเดียวเธอก็เข้าใกล้และเปลี่ยนเสือตัวใหญ่ให้กลายเป็นขนาดเท่าลูกแมวไปแล้ว
ถ้าเป็นการฆ่าอิซซีคงคิดว่าไม่เป็นปัญหา นอกจากควบคุมและเสริมพลังให้กับพวกสัตว์ตระกูลแมวแล้ว เธอยังสามารถใช้เลือดของตัวเองชุบชีวิตพวกมันได้ด้วย จะถูกฆ่ากี่สิบครั้งก็ไม่ได้กังวลเลย แต่การถูกย่อส่วนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว เท่ากับว่าเธอเสียกำลังรบไปอย่างถาวร
อิซซียังไม่หมดฤทธิ์ เทคนิคการใช้ปืนไฟยังเป็นอีกหนึ่งไพ่ตายที่ทุกคนต้องเกรงใจ เธอกระโดดหมุนพร้อมกับควงปืนไฟไปด้วยและเผาทุ่งหญ้ารอบ ๆ จนกลายเป็นทะเลเพลิง
“บทเพลงแห่งสายฝน”
โซลิเนเปลี่ยนมาร้องเพลงใหม่ เพลงนี้เป็นเพลงของเด็ก ๆ ร้อง มันมีเนื้อหาเกี่ยวกับฝนที่ตกกระหน่ำลงมาและทุกคนก็ออกมาร้องรำทำเพลงกันกลางสายฝน เพลงนี้ทำให้ฝนตกลงมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเค้าของเมฆฝนสักนิด
“เพลงนี้ไม่ได้ทำให้ฝนตกเท่านั้นหรอกนะ แต่มันช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าให้กับฝ่ายเดียวกันด้วย” คาเซียอธิบายให้แทนเพราะตอนนี้โซลิเนไม่สามารถหยุดร้องกลางคันได้
“บ้าเอ๊ย นี่ฉันต้องมาแพ้ให้กับความสามารถงี่เง่าแบบนี้น่ะเหรอ” โอริออนโวยวาย เขาตัดสินใจถอยไปรวมกลุ่มกับคนที่เหลือแต่ไคเลอร์และคาเซียไม่ยอมปล่อยให้โอกาสดีแบบนี้หลุดมือไป ร่างของเหลวของไคเลอร์ยึดขาโอริออนไว้ทำให้เขาเสียจังหวะไปช่วงหนึ่ง
“โซนิกบูมมมม” คาเซียตะโกนชื่อท่าเผด็จศึก คลื่นเสียงที่สร้างขึ้นกระแทกใส่โอริออนจนกระเด็น เขายังไม่สิ้นสติแถมยังใช้การตัดมิติเพื่อเปลี่ยนทิศทางที่กำลังจะล้มคว่ำ
เปรี้ยงงงง
จังหวะเดียวกับที่เพลงของโซลิเนร้องจนถึงท่อนฮุกที่มีเสียงเอฟเฟคฟ้าผ่า สายฟ้าก็ผ่าลงมาจริงและยังถูกร่างของโอริออนอย่างแม่นยำด้วย
“โอริออน” อิซซีร้องตะโกนเสียงหลง แต่ไม่มีเวลาที่จะไปสนใจคนอื่น เธอเองก็กำลังถูกทั้งฟิลิเซียและลีอารุมเล่นงาน
อัลวินและยูนะ เพื่อนจากกลุ่มเดียวกับโอริออนมาถึงหลังจากนั้นช้าไปแค่ไม่กี่วินาที ทั้งคู่ประเมินแล้วก็รู้ได้ว่าโอกาสพลิกกลับมาชนะแทบไม่มีแล้ว พวกโซลิเนยังอยู่กันครบห้าคนและอยู่ในสภาพที่แทบจะสมบูรณ์ดีด้วย
“เอาไงดี ถอยไปรวมให้ครบคนก่อนไหม” อัลวินถามแบบไม่คาดหวัง
“พวกนี้คงยอมให้หนีได้หรอก ขนาดโอริออนยังแพ้เลย”
“งั้นก็ต้องสู้ตายตรงนี้สินะ”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เกือบทุกคนเดาได้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แม้ว่าสมาชิกคนสุดท้ายของกลุ่มโอริออนมาช่วยหลังจากนั้นไม่นานแต่พวกเขาก็เสียเปรียบเรื่องจำนวน
อัลวินและยูนะพลาดที่ตัดสินใจวัดดวงสู้ต่อ หากยอมล่าถอยไปตั้งหลักใหม่ พวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังมีโอกาสรอด และหากสมาชิกคนสุดท้ายมารวมตัวได้ทัน พวกเขายังอาจใช้กลยุทธิ์ซุ่มโจมตีที่ทำให้ความได้เปรียบด้านจำนวนลดไปได้
แต่พวกเขาก็ยังดื้อดึงสู้ต่อจนสายเกินแก้
การเสียคนฝีมือดีแบบโอริออนไปตั้งแต่เริ่มทำให้พวกเขาประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ที่ใดที่หนึ่งในหัวของอัลวินและยูนะเผลอคิดไปว่า แม้แต่ว่าที่อันดับหนึ่งของชั้นปีอย่างโอริออนยังถูกปราบได้ การประลองในรอบนี้พวกตนเป็นฝ่ายแพ้ไปแล้ว ซึ่งมันเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ร้ายแรงเกินจริง
การประลองในรอบอื่นคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน การเอาชนะกลุ่มโอริออนได้เป็นผลงานที่ดีที่สุดที่โซลิเนทำได้ หลังจากนั้นกลุ่มของเธอก็ผลัดแพ้ผลัดชนะอีกหลายครั้ง จนทำได้ดีที่สุดเพียงแค่มีอันดับอยู่กึ่งกลางตารางเท่านั้น
โซลิเนรู้ดีว่าเธอคือตัวถ่วงของกลุ่ม แต่เธอก็ไม่มามัวจ่อมจมอยู่กับความผิดหวัง ยิ่งรู้ว่าอ่อนแอเธอก็ยิ่งต้องพยายามให้มากขึ้น