Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 185: กุญแจที่ได้รับมา
การขอความช่วยเหลือในลักษณะนี้เป็นไปได้สูงว่าจะไม่ได้รับการตอบสนอง นักเรียนไซเลนเซอร์ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจโดยพละการ หน้าที่ของแต่ละกลุ่มถูกกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว ที่พวกเขาทำได้ก็มีแค่การส่งเรื่องต่อไปให้กับฐานอื่นต่อไปจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่
“ฐานที่ใกล้ที่สุดคือของรุ่นพี่โซนาตา แต่เขามาไม่ทันหรอก” ฟิลิเซียตะโกนบอกเพื่อนทุกคน
“บ้าเอ๊ย มันไม่ยอมให้พวกเราหนีด้วยซ้ำ” ไคเลอร์เอาตัวเข้าแลกรับการปะทะแทนเพื่อน ถึงร่างของเขาจะเป็นโลหะเหลวแต่พลังของอีกฝ่ายก็ยังสร้างความเสียหายให้เขาได้พอดู
“ลีอาหนีไป” โซลิเนตะโกนไล่เพื่อน ลีอาทำหน้าแปลกใจที่ทำไมถึงเป็นเธอเท่านั้นที่ใคร ๆ ดูเป็นกังวล
“หนีก็ต้องหนีไปด้วยกันสิคะ จะได้ฉันหนีไปคนเดียวได้ยังไง” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“ขอร้องล่ะ หนีไปเถอะ” โซลิเนพูดด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เธอไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์ยังไงดีจึงได้เพียงแค่ขอให้ลีอาออกห่างไป
“อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ พวกเธอนี่มันมีความลับมากเกินไปแล้ว” คาเซียก็ดูหัวเสียยิ่งกว่า
เธอใข้คลื่นความถี่สูงผลักมิวแตนท์พิเศษตัวนั้นออกไปแต่อีกฝ่ายกลับเดินผ่าเข้ามาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในหัวของแต่ละคนจินตนาการถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอย่างไม่ได้นัดหมาย ใครบางคนอาจจะหนีไปได้แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเธอจะรอดไปได้ทุกคน แต่ละรายเริ่มคิดเลยเถิดไปถึงกรณีว่าหากต้องสละตนจะช่วยเหลือเพื่อน ๆ สำเร็จหรือไม่
แล้วแสงแห่งความหวังที่ไม่ได้คาดไว้ก็ปรากฏตัว คนแรกที่มาถึงคืออลินา แอมเบอรีจากกลุ่มโซนาตา จากนั้นก็ตามมาด้วยโซนาตาและเพื่อนอีกสามคนมาด้วยพลังสลับที่ของอลินา
โซนาตามาถึงด้วยความโกรธเกรี้ยว ยิ่งเขาเห็นว่าลีอาได้รับบาดเจ็บเขาก็ยิ่งเดือดดาล
โซลิเนแน่ใจว่าโซนาตาชอบลีอามาหลายปีแล้ว เธอไม่แปลกเลยที่เขาจะหัวเสียขนาดนี้ เด็กสาวที่เป็นทั้งรุ่นน้องและคนที่เขาชอบเกือบจะถูกฆ่าทิ้งอยู่รอมร่อ ไม่ว่าใครก็คงแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ ที่น่าแปลกคือไม่มีใครคิดจะห้ามเขาเลย เพื่อนทั้งสี่ตอบสนองต่อความรู้สึกนั้น พวกเขาไม่ได้เตือนให้ใจเย็นลงแต่ใช้วิธีสู้โดยระวังหลังให้
เป็นความเชื่อใจและเคารพกันและกันที่น่าอิจฉา กลุ่มโซลิเนเห็นแบบนั้นก็ไม่ยอมอยู่น้อยหน้า พวกเธอก็ทุ่มสุดแรงเพื่อช่วยล้มเจ้ามิวแตนท์ตัวนี้เช่นกัน
เคสเทรลทำลายแขนข้างหนึ่งของมันได้ แต่ไม่นานนักมันก็งอกออกมาใหม่ กาเรนและอลินาคอยคุมเชิงในระยะห่างออกมาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครถูกมันฆ่า อัลโตทำลายอวัยวะอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่า แม้มันจะฟื้นตัวได้แต่ก็อ่อนแอลงทีละนิด
จุดอ่อนของมันเห็นอยู่ชัดเจนว่าอยู่ที่โซลคริสตันชิ้นใหญ่กลางหน้าอก แต่ไม่มีใครไปถึงมันได้ เจ้ามิวแตนท์ที่รูปร่างคล้ายชาลูเข้าใจดีว่าศัตรูของมันเล็งอะไรอยู่ มันจึงสร้างสนามพลังขึ้นมาปกป้องจุดอ่อนไว้โดยเฉพาะ
โซลิเนยังคงทำให้สิ่งที่เธอถนัด ในระยะที่ห่างออกมา เธอกำลังร้องเพลง เสียงที่ไพเราะระรื่นหู เสียงดนตรีให้จังหวะ กำลังค่อย ๆ จุดไฟขึ้นในใจของทุกคน เรี่ยวแรงที่ควรจะลดน้อยถอยลงตามเวลา กลับเพิ่มพูนขึ้นในทุกขณะ
“ความสามารถไม่เลวเลยนี่” อลินาเอ่ยชม เธอเคยเห็นโซลิเนสู้มาแล้วบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้สู้ร่วมกัน
“ไม่เลวเลยนี่คนสวย ไว้เดี๋ยวกลับไปอัลเทอันแล้วไปหาดื่มกาแฟกันไหม พี่รู้จักร้านเค้กอร่อย ๆ ทุกร้านในเมืองหลวงเลยนะ” กาเรนหันมาพูดด้วยหน้าตาเฉย แต่เขาไม่ได้หยุดมือ ภาพลวงตายังถูกสร้างออกมาเรื่อย ๆ
“เฮ้ย ๆ ทำไมมีคนอื่นโผล่มาด้วย พวกนี้ก็ความสามารถพวกนายเรอะ” เคสเทรลถามไคเลอร์ เขาประหลาดใจกับบรรดาร่างซัมมอนแฟนคลับของโซลิเน
ไคเลอร์ไม่ได้ตอบเพราะนอกจากกำลังทุ่มสมาธิไปที่คู่ต่อสู้ เขากำลังตกใจกับความแข็งแกร่งของพวกโซนาตาด้วย โซนาตาเลียนแบบพลังของลีอาและย่อส่วนศัตรูที่มีพลังต้านทานสูง จากขนาดที่ใหญ่กว่าชาลูยักษ์เพียงไม่นานนักมันก็เล็กลงจนเหลือขนาดที่ใหญ่ว่ามนุษย์แค่เล็กน้อยและยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
“สุดยอดเลย ทั้งที่ฉันใช้พลังกับเจ้านั่นไม่ได้สักนิด” ลีอาบ่นอย่างน้อยใจ
“แต่พอได้แล้วมั้ง” คาเซียหัวเราะแห้ง ๆ ตอนนี้ทุกคนหยุดมือแล้วเพราะศัตรูเหลือขนาดแค่ราวฟุตเดียว นอกจากนั้นมันยังถูกโซนาตาเหยียบจนเกือบจะจมดินลงไปทั้งร่าง
ฟิลิเซียเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกยินดีกับชัยชนะ เธอรู้อยู่แก่ใจว่าความจริงที่เคยเกิดขึ้นเป็นอย่างไร โซนาตาควรจะมาไม่ทันเพราะเขาอยู่รอคำสั่ง กว่าจะตัดสินใจว่าจะไม่รออีกแล้วมันก็สายเกินไป…
ลีอาและเพื่อนของเธอควรจะต้องเสียชีวิตที่นี่ เรื่องนี้เป็นสาเหตุทำให้โซนาตาและโอริออนแตกกัน มันเป็นสิ่งที่ทุกคนในโรงเรียนรู้
…ในโลกเสมือนจริงนี้ อาจเป็นอีกความเป็นไปได้ที่โซนาตาอยากให้เกิดขึ้นก็ได้… ฟิลิเซียเชื่อแบบนั้น
ภารกิจฝึกซ้อมจริงจบลงโดยปราศจากการสูญเสีย และเรื่องราวในปีการศึกษานี้ก็จบลงไปอีกปี
ปีแปด โซลิเนในวัยสิบสามปี และโซนาตาในวัยสิบห้าปี
โซนาตากำลังจะจบการศึกษาในปีนี้ และหลังจากนั้นเขาจะต้องทำงานให้กับจักรวรรดิเป็นเวลาสี่ปี โซลิเนคิดว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่เธอจะได้รู้จักเขา
เธอหวนนึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอโซนาตาในโลกข้างนอก ตอนนั้นเธออายุเท่ากับตอนนี้พอดี โซลิเนที่เป็นอัฉจริยะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแต่ก็ตัดสินใจออกมากลางคัน และเดินตามความฝันที่จะเป็นไอดอล
ในการประกวดร้องเพลงแห่งหนึ่ง เธอได้พบกับโซนาตา
เขาอายุสิบห้าเหมือนกับในตอนนี้ แน่นอนว่าโซลิเนไม่รู้เลยว่าเขาอายุมากกว่าเธอแค่สองปี การฝึกร่างกายอย่างหนักและการดัดแปลงพันธุกรรมทำให้ไซเลนเซอร์เติบโตเร็วกว่าที่เห็นภายนอก ตอนนั้นเธอนึกว่าเขาน่าจะอายุราวยี่สิบต้น ๆ
โซนาตาถูกเชิญมาเป็นคอมเมนเตเตอร์ในรายการนั้น เขาเป็นหนึ่งในคนดังของอัลเทอัน แม้ว่าจะมีความรู้ด้านดนตรีไม่มาก แต่การที่มีแขกรับเชิญแบบเขาก็ช่วยให้รายการมีเรตติงมากขึ้น
“เป็นครั้งแรกเลยนะครับที่คุณโซนาตาให้คะแนนเต็ม”
“ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้คะแนนเต็มนี่ครับ เสียงของเธอดีมาก การเต้นก็เรียกได้ว่าสบบูรณ์แบบ จินตนาการไม่ออกเลยว่าเด็กอายุแค่นี้เอาเวลาที่ไหนไปฝึก”
ขอย้ำอีกครั้งว่าโซนาตาอายุมากว่าโซลิเนแค่สองปี…
“ผมอาจจะอธิบายทฤษฏีเกี่ยวกับดนตรีให้ละเอียดไม่ได้ แต่บอกได้เลยว่าเพลงของเธอมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ บนเวทีนี้เธออาจจะไม่ใช่คนที่เสียงดีที่สุด เต้นเก่งที่สุด แต่ผมกล้าพูดเลยว่าเพลงของเธอสามารถส่งความรู้สึกถึงคนฟังได้ดีที่สุดแล้ว ถ้าเธอต้องการให้ทุกคนยิ้ม ทุกคนก็จะยิ้ม ถ้าเธออยากให้ทุกคนร้องไห้ มันก็ยากมากที่จะต้านทาน”
“โหย เป็นคำชมที่ถ้าผมเป็นผู้หญิงนี่ผมยอมคุณไปแล้วล่ะ” กรรมการอีกคนแซว
“ฟังแล้วเขินแทนเลยค่ะ แต่ฉันก็คิดไม่ต่างกัน มันเป็นเพลงที่น่าประทับใจมาก”
โซลิเนที่เป็นม้ามืดเอาชนะผ่านเข้ารอบแรก เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นในรอบถัดไป ทั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่เป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์สูงกว่า แต่โซลิเนก็ยังเอาชนะผ่านมาได้ กำลังใจที่เธอได้จากโซนาตามีค่ามากกว่าที่ผู้ให้คาดไว้ เด็กสาววัยสิบสามปีสู้ขาดใจจนในที่สุดเธอก็เอาชนะจนถึงปลายทาง
หลังจากนั้นเธอก็ได้พบกับโซนาตาอีกหลายครั้งผ่านงานสังคม แม้ว่าโซลิเนจะโด่งดังขึ้นมาในภายหลังแต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะยังจำเธอได้ไหม
จนกระทั่งหลายปีผ่านไป โซลิเนได้พบกับเขาอีกครั้ง…
โซนาตาติดต่อผ่านตัวแทนที่เป็นเอไอว่าต้องการพบเธอเป็นการส่วนตัว งานลักษณะนี้ในวงการฟังดูไม่ชอบมาพากล โซลิเนจึงคิดว่าเอไอจะปฏิเสธไปโดยอัตโนมัติ เธอจึงค่อนข้างแปลกใจที่คราวนี้ไม่เป็นเช่นนั้น
ทั้งที่เสี่ยงแต่โซลิเนก็ยอมไปหาโซนาตาถึงที่พักของเขา ตอนที่เห็นสภาพของห้องครั้งแรกเธอยอมรับว่าตกใจมาก แทนที่จะพูดคุยในห้องทำงานที่ถูกจัดเป็นสัดส่วน ห้องที่เขารออยู่มันเป็นห้องนอนของเขาชัด ๆ ที่ร้ายกาจกว่านั้นคือตรงกลางห้องคือโดมรูปครึ่งวงกลมที่เขาทำเป็นบ่อน้ำพุร้อน
…พิลึกคน ทำไมถึงเชิญแขกที่เพิ่งรู้จักมาในที่แบบนี้กัน…
“เข้ามาสิ ไม่ทำอะไรหรอก” เขาพูดออกมาจากในโดมที่เกือบมองไม่เห็นเพราะไอน้ำเกาะจนทั่ว “ชุดให้เปลี่ยนอยู่ข้างนอก”
โซลิเนไม่ได้เปลี่ยนชุดอย่างที่เขาบอก เธอตัดสินใจคุยต่อผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ด้านหน้าโดมกระจก
“คุณมีธุระอะไรเหรอคะ” เธอถาม ทั้งที่กลัวแต่เสียงไม่สั่นสักนิด
“ก่อนที่จะเริ่ม… ฉันอยากรู้ว่าฉันไว้ใจเธอได้แค่ไหน”
“มันควรจะเป็นทางนี้ไม่ใช่เหรอคะที่สงสัยเรื่องนั้น”
“แต่เธอก็ยังมา”
“ค่ะ” โซลิเนตอบ “ฉันแน่ใจว่าคุณ… ไว้ใจได้”
“เอาอะไรไปมั่นใจขนาดนั้น เธอเป็นสาวสวย คงไม่ใช่ครั้งแรกหรอกมั้งที่มีผู้ชายใช้สารพัดวิธีเข้าหา”
“แต่นั่นไม่ใช่โซนาตา ดิอาลโน ไซเลนเซอร์… ไม่สิดราโกเนียนที่มีอำนาจขนาดนี้หากต้องการบังคับใครให้ทำตามก็คงทำได้ง่ายราวพลิกฝ่ามือ แต่คุณก็ไม่เคยทำแบบนั้น”
“อย่าเชื่อในตัวฉันขนาดนั้นเลย ฉันเองยังไม่ค่อยเชื่อตัวเองเลย”
ได้ฟังแล้วโซลิเนก็นิ่งไปครู่หนึ่ง “ขอเวลาสักครู่นะคะ” เธอบอกเสร็จก็เดินตรงขึ้นไปที่บันไดสู่ชั้นลอย ที่นั่นมีชุดสำหรับเปลี่ยนและห้องน้ำขนาดเล็ก เธอตัดสินใจถอดชุดที่ใส่มาออก อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายจนพร้อมแล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดที่เขาเตรียมไว้ให้
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เขินอาย แต่เธอก็เข้าไปหาเขาทั้งชุดแบบนั้น
“ฉันเชื่อใจคุณ แต่อย่าถามเรื่องนั้นมากไปกว่านี้เลยค่ะ”
“บ้าจริง เจ้าเอไอนั่นมันคำนวณทุกอย่างได้หมดเลยหรือเนี่ย”
“เอไอ…”
“เรื่องนั้นช่างเถอะ ก่อนอื่นเลยฉันได้ข่าวมาว่าเธอสนใจเป็นส่วนหนึ่งของดูมแองเจิลสินะ”
โซลิเนรู้สึกแปลกใจ เธอเพิ่งลงทะเบียนไปวันก่อนและข้อมูลเรื่องนั้นก็ควรจะเป็นความลับด้วย
“ทำไมถึงสนใจเข้าร่วมโปรเจคนี้ เธอเป็นคนมีฐานะและก็มีชื่อเสียง ในอัลเทอันแทบจะไม่มีใครรู้จักเธอ ทำไมถึงได้อยากไปเริ่มต้นใหม่กับอาณานิคมที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสร้างเมื่อไหร่ บนดาวแบบไหน”
“น่าจะเหมือนกับอีกหลายคนค่ะ ฉันก็แค่อยากแสวงหาหนทางใหม่ ๆ” เธอพูดจริงครึ่งโกหกครึ่ง ครึ่งที่โกหกนั่นก็เพราะเธออย่างได้เจอกับเขาอีก ถึงจะไม่ได้คิดฝันว่าจะได้เจอในลักษณะนี้ก็เถอะ
โซนาตาเล่าเกี่ยวกับเป้าหมายของเขาแบบไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียด เขาเล่าว่าเขาอึดอัดกับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แม้จะดูเหมือนมีอิสระ แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นทาส วันนี้พวกดราโกเนียนอาจจะทำดีด้วย แต่พรุ่งนี้เราอาจจะสูญเสียทุกอย่างไปก็ได้หากดราโกเนียนต้องการ
“ฉันอยากได้อิสระ ก็เลยตัดสินใจรับงานนี้”
“เรื่องนั้นฉันเคยได้ยินมาบ้างค่ะ” โซลิเนตอบตามตรง
“แน่นอนว่าดราโกเนียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจกับเรื่องนี้ บางคนถึงกับใช้เส้นสายเข้าแทรกแซงเพื่อเอาคนของตัวเองเข้ามาเป็นลูกเรือด้วยซ้ำ ก็คงตั้งใจขัดขานั่นแหละ”
“เรื่องนั้นฉันก็เคยได้ยินมาเช่นกันค่ะ” เธอยิ้มแหย ๆ อย่างเข้าใจ
“เธอน่ะ เข้าสมัครในฐานะของพลเรือน ดังนั้นก็คงไม่พ้นต้องไปอยู่เซคเตอร์โฟร์แน่นอน”
“แล้วยังไงเหรอคะ”
“ฉันอยากจะให้แน่ใจว่ามีคนของฉันอยู่ในทุกเซคเตอร์”
โซลิเนพยักหน้าเข้าใจ “ก็เลยอยากให้ฉัน…”
“ฉันแอบซ่อนอาวุธไว้ที่นั่น แต่ว่าก็อยากแน่ใจว่ามีใครสักคนที่เหมาะสมจะดูแลมันด้วย”
“แล้วทำไมถึงเป็นฉันล่ะ คุณน่าจะหาคนเก่งกว่านี้ได้ไม่ใช่เหรอ”
“ก่อนหน้านี้ฉันได้สร้างโปรแกรมหนึ่งขึ้นมา มันจะเก็บข้อมูลและคำนวณหาความเป็นไปได้ต่าง ๆ ฉันได้ข้อมูลของพลเรือนทั้งหมดในเซ็คเตอร์โฟร์มาแล้ว ก็เลยให้โปรแกรมคำนวณหาว่ามีใครที่เหมาะสมบ้าง แล้วผลมันก็ออกมาว่าคือเธอ”
“เอไอที่คุณพูดถึงตอนแรกสินะคะ เอไอนั่นรู้ด้วยเหรอว่าฉันจะมา”
“มีโอกาส 93.34% ที่จะตอบรับคำเชิญให้มาที่นี่ 91.65% ที่จะรับข้อเสนอ และมีความเหมาะสมกับสิ่งนั้น 64.23% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาลูกเรือของเซคเตอร์โฟร์”
“เอไอของคุณอาจจะไม่ได้คำนวณแม่นยำนะคะ” โซลิเนเฉไฉ เธอรู้สึกเขินที่จะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าอยากเป็นกำลังให้เขา
“ตอนแรกฉันก็สงสัยแบบนั้น” โซนาตาหัวเราะ “แต่พอได้เจอเธอ ฉันก็รู้เลยว่ามันแม่นยำมาก เหมือนกับครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันแน่ใจว่าเธอจะตอบตกลง”
“คุณนี่ขี้ตู่พอ ๆ กับเอไอที่ว่านั่นแหละ” แล้วทั้งคู่ก็เผลอหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ขอถามอีกครั้ง เธออยากจะมาอยู่ข้าง ๆ ฉันไหม”
“อย่าพูดอะไรให้มันชวนน่าเข้าใจผิดสิ”
โดยไม่ได้รอคำตอบโซนาตายื่นสร้อยเส้นหนึ่งให้ โซลิเนเผลอรับมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่านั้น เพียงแต่ย้ำกับเธอว่าให้เก็บมันไว้ให้ดี
ใครจะไปคิดว่าสร้อยที่ดูธรรมดา ๆ ในวันนั้นจะเป็นกุญแจสู่เดอะคอลเลคชัน
ความคิดของโซลิเนกลับมาอยู่กับปัจจุบันของโลกเสมือนจริงอีกครั้ง ความทรงจำเกี่ยวกับโซนาตาที่ต่างเวลาทำให้บ่อยครั้งโซลิเนก็รู้สึกสับสน แต่เธอก็ตัดสินใจจะรู้จักกับเขาในแง่มุมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
แล้วอีกปีก็จบลง…