Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 186: บททดสอบสุดท้ายของโซลิเน
ปีเก้า โซลิเนในวัยสิบสี่ปี โซนาตาในวัยสิบหกปีได้เรียนจบไปแล้ว
เหลือปีนี้และปีหน้าอีกปี โซลิเนก็จะเรียนจบและได้เป็นไซเลนเซอร์อย่างสมบูรณ์ ปีนี้ไม่มีการแข่งขันระหว่างโรงเรียน แต่โซลิเนก็ยังคงตั้งใจเก็บคะแนนอย่างเต็มที่โดยหวังว่ามันจะทำให้อันดับของกลุ่มสูงขึ้น
สิ่งที่ค่อนข้างพลิกโผคือเรื่องที่ตั้งแต่ฟรานเซสกาจบไปตำแหน่งจตุรเทพก็ว่างไปถึงสามที่และในปีนี้เมื่อรุ่นของโซนาตาจบ คลิฟที่เป็นคนสุดท้ายก็ออกไปและทำให้ตำแหน่งทั้งสี่ว่างลงทุกที่นั่ง มันไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องมีผู้สืบทอด หากไม่มีผู้เหมาะสมเลยก็จะไม่มีใครได้รั้งตำแหน่งนั้น
ตัวเก็งที่สุดที่ใกล้เคียงกับจตุรเทพคือ เวนดี โรเชสเตอร์จากปี 88 โอริออน สตาร์ไลท์จากปี 89 และที่ไม่น่าเชื่อก็คือไคเลอร์จากกลุ่มโซลิเนนั่นเอง
จตุรเทพเป็นตำแหน่งอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็เหมือนเป็นประเพณีที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น นักเรียนไซเลนเซอร์ของอัลเทอันต่างก็จริงจังกับการกำหนดตำแหน่งนี้ มันถึงขั้นที่พวกเขาจะขอยืมห้องฝึกซ้อมเพื่อใช้ประลองหาคนที่เหมาะสมด้วยซ้ำ
ไคเลอร์ถึงจะยังกล้า ๆ กลัว ๆ แต่เขาก็ดีใจมากที่มีคนเสนอชื่อ ไคเลอร์ลงแข่งขันและทำได้ดีกว่าที่ตัวเองคาดไว้ ในรอบที่เจอกับโอริออน เขาถึงกับเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างฉิวเฉียด และทำให้ตนเองกลายเป็นคนที่ถูกจับตามองที่สุด
น่าเสียดายที่รอบที่ต้องเจอกับเวนดี เขาทำได้ไม่ดีเลย อีกฝ่ายเพียงแค่เปลี่ยนชุดจากนักเรียนไซเลนเซอร์มาเป็นชุดของไซเลนเซอร์เต็มตัว พลังของเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างไร้เหตุผล
ไคเลอร์ถูกเล่นงานจนหมดสภาพ ผลงานในรอบก่อน ๆ กลายเป็นหมันไปในทันที แทนที่จะได้รับการยอมรับเป็นหนึ่งในจตุรเทพ
ปีนั้นจตุรเทพคนใหม่จึงมีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเวนดี โรเชสเตอร์
“เพิ่งรู้ว่ายายนี่เก่งขนาดนี้เลย” โซลิเนดูหนักใจ ไม่ใช่เพราะเรื่องตำแหน่งจตุรเทพ แต่เพราะเวนดีตัวจริงอยู่ข้างนอกนั่น เธอคือพวกเดียวกับไซริล
“เก่งสิ เก่งมากด้วย น่าแปลกใจตั้งแต่ตอนที่รุ่นพี่ฟรานเซสกาจบไปแล้วเธอไม่ได้กลายเป็นจตุรเทพแทน” คาเซียว่าไปตามข้อมูลที่เธอเก็บไว้ แม้คะแนนของทีมเวนดีจะไม่สูงแต่สถิติการแพ้ส่วนตัวเธอนั้นต่ำจนไม่น่าเชื่อ
“เพราะเธอเอาแน่เอานอนไม่ได้นี่แหละ ก่อนหน้านี้คงไม่ได้สนใจตำแหน่งด้วยซ้ำ นี่คงคิดว่าจะจบปีนี้แล้วก็เลยขอลองสักหน่อย”
…บางทีเธอคนนี้อาจจะน่ากลัวกว่าไซริลก็ได้…
ปีสิบ โซลิเนในวัยสิบห้าปี ปีสุดท้ายของภาคการศึกษา
โซลิเนเคยคิดว่าจนถึงป่านนี้แล้วมันคงจะไม่มีอะไรที่ทำให้เธอประหลาดใจได้อีก แต่แล้วเธอก็ต้องกลับคำ เมื่อพบว่าคาเซียได้ปิดบังความลับอย่างหนึ่งเอาไว้
คาเซียคือหัวหน้าของกลุ่มผิดกฎหมายกลุ่มหนึ่ง
อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ระบบสร้างโปรแกรมเสมือนจริงเป็นระบบที่ใช้สำหรับทางการทหาร แต่ก็มีกรณีอย่างโซนาตาที่พยายามสร้างทั้งตัวฮาร์ดแวร์และซอล์ฟแวร์เพื่อมาใช้ประโยชน์กับตัวเอง
ไม่ได้มีแค่โซนาตาเท่านั้นที่คิดแบบนั้น และก็ไม่ได้มีแค่โปรแกรมสร้างโลกเสมือนจริงที่ถูกขโมยออกไป มีอีกโปรแกรมหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันได้ถูกลักลอบนำออกไป
มันคือโปรเจคต้นแบบของเอไอ
ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่ของใหม่ ทุกคนรู้จักสิ่งนี้มายาวนาน แต่โปรแกรมที่กำลังถูกพูดถึงเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไป มันคือเอไอระดับสูงที่แทบจะแยกไม่ได้ว่าเป็น “โปรแกรม” หรือ “ความทรงจำ” ของมนุษย์ มันซับซ้อนระดับเดียวกับจิตของมนุษย์ยามที่เข้าไปในโลกเสมือนจริง
โปรแกรมเอไอระดับสูงนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทหาร เพื่อให้สามารถสร้างโลกจำลองที่มีความสมบูรณ์ที่สุด ตัวแปรทุกตัวจึงจำเป็นต้องสมจริงที่สุดตามไปด้วยเช่นกัน
มีการถกเถียงถึงศีลธรรมเกี่ยวกับโปรแกรมเหล่านี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการสร้างตัวตนที่รู้สำนึกเท่ากับมนุษย์จริงเป็นเรื่องที่โหดร้าย แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่เห็นประโยชน์จากสิ่งนั้น
หลังจากโปรแกรมถูกขโมยไปจากหน่วยงานทางทหาร ผู้คนก็เริ่มนำมันไปใช้งานอย่างจริงจัง แล้วตอนนั้นเองที่ได้เกิด “โลกใบใหม่” ขึ้นในโลกออนไลน์ มันคือโลกที่มีจิตสำนึกของเอไอในระดับเดียวกับมนุษย์
เกมออนไลน์แพนเดโมเนียม เกมโชว์คิเมียราอีสแลนด์ รายการโทรทัศน์สำหรับเด็กไซคิกฮีโรและเลมอนเลดี รายชื่อที่ว่ามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกที่มีเอไอเสมือนจริงดังกล่าว ยังอาจจะมีอีกมากมายที่ลักลอบใช้โดยไม่เปิดเผยออกมาทางสาธารณะ
นี่คือจุดเริ่มต้นของกลุ่มลับ ๆ ที่คาเซียก่อตั้งขึ้น เป้าหมายของกลุ่มนี้ก็คือการปลดปล่อยเอไอจากในโลกที่เป็นเสมือนคุก มันคือสาเหตุแรกเริ่มที่เธอหันมาช่วยโซนาตาสร้างเดอะคอลเลคชัน
เดอะคอลเลคชัน… หน้าที่ที่แท้จริงของมันก็คือสถานที่ลี้ภัยสำหรับเหล่าเอไอที่ไม่มีที่กลับ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคงเป็นแพนเดโมเนียม เกมออนไลน์ในรูปแบบของแฟนตาซียุคดาบและเวทมนตร์ เกมนี้เคยเป็นเกมที่โด่งดังและมีผู้เล่นมากมายถึงหลายร้อยล้านคน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกมก็เสื่อมความนิยมไปตามกาลเวลา จนถึงวันที่ถูกเล่นเหลือแค่หลักหมื่น ผู้พัฒนาก็ตัดสินใจประกาศปิดตัวเกมลง
มันคงไม่เป็นปัญหาใด ๆ หากแพนเดโมเนียมเป็นเฉกเช่นเกมออนไลน์ทั่วไป สิ่งที่ผู้คนรับไม่ได้กับการปิดตัวก็เป็นเพราะเอไอในเกมนั้นคือเอไอระดับสูงอย่างที่กล่าวมา พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในโลกนั้นโดยไม่เคยรู้ตัวว่าโลกของตนเองเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น และไม่รู้ว่ามันกำลังจะถึงจุดจบ
คาเซียได้มามีบทบาทในตอนนั้น เธอใช้ทักษะของนักเจาะระบบที่ยากจะหาใครเทียบขโมยข้อมูลทั้งหมดของแพนเดโมเนียมออกมา เธอย้ายมันไปอยู่ในเซิฟเวอร์อื่นเพื่อให้โลกในเกมยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่ามันจะไม่เหลือผู้เล่นจากข้างนอกแล้วก็ตาม
แล้วชายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในตอนนั้นก็คือโซนาตา เขาเสนอโปรเจคเดอะคอลเลคชันให้กับเธอ แล้วทั้งคู่ก็ร่วมงานกัน ฝ่ายหนึ่งช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับเอไอชนิดพิเศษ ฝ่ายหนึ่งเจาะเข้าไปในระบบเพื่อขโมย จากนั้นก็เตรียมโลกใหม่ให้กับเอไอเหล่านั้น
ทั้งหมดคือสาเหตุของสิ่งมีชีวิตลึกลับที่กำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของฟิลิเซีย ไคเลอร์ และโซลิเน
วันนี้คือวันสุดท้ายของภาคเรียน หลังจากสอบเสร็จโดยไม่จำเป็นต้องรอประกาศผล เดอะคอลเลคชันในร่างเด็กหนุ่มก็ปรากฏตัวพร้อมกับเอไอกลุ่มหนึ่ง พวกเขาคืออดีตเอไอที่มาจากการจารกรรมของคาเซียนั่นเอง
เวลาของทุกอย่างได้หยุดนิ่งลง มีเพียงแค่โซลิเน ไคเลอร์ และฟิลิเซีย กับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามเท่านั้นที่ยังเคลื่อนไหวได้
“นี่คือบททดสอบสุดท้ายสินะ” โซลิเนถามขณะที่สายตากวาดไปทั่ว
ชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่เคยยืนอยู่ด้านหลังของเดอะคอลเลคชันต่างเดินขึ้นมานำหน้าแทน คนแรกคือชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับผมสีแดงเพลิง
“ชื่อของฉันคือเบลซ สคอร์ชเชอร์” ชายที่อยู่หน้าสุดแนะนำตัว
“เกล วินด์สตอร์ม” ชายใส่แว่นดำที่อยู่ทางซ้ายพูด
“ผมโคลด์ ชิลเลอร์ครับ” เสียงจากชายหนุ่มที่อยู่ทางขวาของเบลซ “พวกเราคือไซคิกฮีโรครับ”
ในตอนนั้นเองไคเลอร์จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าเขารู้จักหน้าตาของหลายคนในกลุ่มนี้ คนเหล่านี้คือเอไอนักแสดงที่โด่งดังมาก่อนนั่นเอง
“นายรู้จักพวกนี้เหรอ” ฟิลิเซียเห็นท่าทางไคเลอร์แล้วก็แน่ใจว่าเขารู้บางอย่าง
“พวกนี้มาจากรายการโทรทัศน์ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว… ส่วนข้างหลังนั่นก็น่าจะมาจากเกม”
ข้อสงสัยทั้งหมดหายไปทันทีที่สามคนแรกลงมือ พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า “ทรานฟอร์ม” จากนั้นชุด หมวก เกราะก็ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“แปลงร่างได้เหมือนในหนังด้วย” ไคเลอร์ร้องโวยวาย เขาถูกเบลซที่อยู่ในชุดรบสีแดงโจมตี หมัดของอีกฝ่ายห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงลุกท่วม
“ไซคิกทอร์นาโด” เกลในชุดลักษณะเดียวกันแต่มีเขียวใช้พลังของเขาใส่ฟิลิเซีย เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวดีจึงถูกกระแสลมผลักกระเด็นไปไกล
โซลิเนกำลังจะตอบโต้ด้วยเพลงและการเต้น แต่เท้าของเธอขยับไม่ได้แม้แต่นิด เมื่อสังเกตให้ดีจึงเห็นกว่าน้ำแข็งได้ยืดเท้าของเธอไว้แล้ว มันคือพลังของโคลด์ที่อยู่ในชุดสีน้ำเงิน
“ไซคิกเรด ไซคิกกรีน และไซคิกบลู” โซลิเนเรียกชื่อของพวกเขา
“พวกฮีโรจากรายการเด็กมันจะเท่าไหร่กัน” ฟิลิเซียตั้งหลังได้ก็ตั้งท่าโจมตีกลับ
ศัตรูแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้เกินกำลังสำหรับไซเลนเซอร์ ฟิลิเซียเตะไซคิกกรีนจนกระเด็นไปโดนไซคิกบลู ส่วนไคเลอร์ก็ต่อยสวนใส่ไซคิกเรดโดยไม่ได้สนใจไฟที่อีกฝ่ายสร้าง
แล้วคนที่เหลือก็วิ่งเข้ามาเสริม ห้าคนแรกมาจากซีรีส์เดียวกัน พวกเขาทุกคนคือไซคิกฮีโร โดยไม่ได้เสียเวลาแนะนำพวกนั้นแปลงร่างในทันที
ไซคิกเกรย์พ่นควันสีเทาออกจากมือ ไซคิกพิงก์ใช้พลังรักษาให้กับไซคิกเรดที่ถูกไคเลอร์เล่นงานจนเจ็บหนัก ไซคิกมารีนใช้พลังจากน้ำผสานกับพลังความเย็นของไซคิกบลู ไซคิกเยลโลปล่อยไฟฟ้าไปจนทั่วสนาม และไซคิกแบล็กสร้างประตูเพื่อเรียกกำลังเสริม
ไซคิกฮีโรทั้งแปดและดูท่าว่าอาจจะเพิ่มจำนวนได้จากประตูที่ไซคิกแบล็กเปิดเอาไว้ ส่วนพวกข้างหลังที่น่าจะมาจากคนละซีรีส์ก็กำลังเดินเข้ามาร่วมรบด้วยเช่นกัน
พวกโซลิเนเสียเปรียบด้านจำนวนอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่พวกไซคิกฮีโร ด้านหลัฃยังมีตัวละครจากเกมเป็นกองหนุนอีกหลายคน บางคนดูเหมือนจอมเวท บางคนดูเหมือนนักรบ มีทั้งเผ่ามนุษย์ เอลฟ์ และเผ่าปีศาจ
“มากันขนาดนี้นี่กะให้ไม่ชนะเลยใช่ไหมเนี่ย แถมตอนนี้เราไม่มีคาเซียกับลีอาด้วย” ไคเลอร์กรีดร้องขณะที่กำลังถูกกลืนหายไปในวงล้อมของศัตรู
“เกาะกลุ่มกันไว้ค่ะ” โซลิเนพูดผ่านพลังของฟิลิเซีย ปากของเธอยังคงร้องเพลงไม่หยุด
บรรดาร่างซัมมอนของแฟนคลับทยอยปรากฏตัวขึ้น แค่อึดใจเดียวเท่านั้นจากจำนวนที่น้อยกว่าก็เพิ่มขึ้นจนแทบล้นทะลักลานกว้าง
ในกลุ่มร่างซัมมอนแฟนคลับ มีหลายคนในนั้นที่ถูกปลุกพลังพิเศษขึ้นโดยอาศัยความเชื่อมั่นที่มีพวกเขามอบให้กับโซลิเน คลื่นมนุษย์ถาโถมเข้าใส่เหล่าไซคิกฮีโรและเหล่าตัวละครจากเกมดัง
ฟิลิเซียพบว่าพวกไซคิกฮีโรจะแข็งแกร่งขึ้นโดยการส่งเสริมพลังให้กัน เพลิงของไซคิกเรดจะร้องแรงขึ้นยามที่เขาอยู่ไม่ห่างจากไซคิกฮีโรคนอื่น พายุของไซคิกกรีน แม้แต่พลังรักษาของไซคิกพิงก์ก็อยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน
“จับพวกนั้นแยกออกจากกัน อย่าให้เข้าใกล้กันได้” ฟิลิเซียบอกผ่านทางโทรจิต
งานที่ว่ายากขึ้นไปอีกขั้นเมื่อกำลังเสริมของไซคิกแบล็กมาถึง
“นั่นมันไซคิกแมน”
ไคเลอร์พูดถึงตัวละครกลุ่มใหม่ที่เพิ่งมา พวกเขาเหมือนไซคิกฮีโรในชุดประหยับงบ หมวกปิดแค่ครึ่งหน้า แขนข้างซ้ายติดตั้งปืนแทนที่จะเป็นนาฬิกาสื่อสาร ชุดของพวกเขาทุกคนเป็นสีดำล้วน
“พวกนี้ก็ไซคิกฮีโรเหรอคะ” โซลิเนถามไคเลอร์ที่น่าจะเป็นคนเดียวที่รู้ดีที่สุด
“ก็ใช่แหละ แต่เป็นพวกปลายแถวน่ะ พวกนี้ไม่มีพลังพิเศษ อาวุธก็มีแค่ปืนโง่ ๆ ที่แขนซ้าย แต่ความน่ากลัวมันอยู่ที่พวกเขานับเป็นไซคิกฮีโรด้วย”
“นับเป็นไซคิกฮีโรมันน่ากลัวยังไง”
“เธอก็เห็นแล้วไซคิกฮีโรจะแข็งแกร่งขึ้นถ้ามีพวกเดียวกันอยู่ใกล้ ๆ”
ยังไม่ทันได้อธิบายอย่างละเอียด ไซคิกแมนหลายคนก็ฝ่าฝูงแฟนคลับเข้าถึงตัวไซคิกเรดได้สำเร็จ เพียงแค่มีไซคิกแมนอยู่ใกล้ ๆ ไฟของไซคิกเรดก็พวยพุ่งอย่างน่ากลัว ไคเลอร์ย้ำกับทุกคนอีกครั้งว่าอย่าประเมินไซคิกแมนต่ำเกินไป แต่ตัวปัญหาของจริงยังคงเป็นไซคิกฮีโรตัวหลัก ไม่ว่าจะมีไซคิกแมนมากแค่ไหนหากไม่มีตัวหลักที่ใช้พลังพิเศษได้ มันก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาต้องกังวล
ด้านพวกตัวละครที่มาจากเกมและซีรีส์อื่นก็เป็นปัญหาน่าหนักใจไม่แพ้กัน เห็นได้ชัดว่าบางคนในนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกไซคิกฮีโรเสียอีก
รายหนึ่งที่ถึงขั้นไล่ต้อนฟิลิเซียได้ เขาเป็นนักรบผู้มีความเร็วเป็นอาวุธและยังเชี่ยวชาญทักษะสวนกลับ ทุกการโจมตีที่ถูกประเมินสำเร็จจะย้อนกลับสู่เจ้าของ ด้วยเทคนิคนี้เขาสามารถใช้ดาบของตนสะท้อนเวทมนตร์ได้ด้วยซ้ำ
“อนาไลซิส” นักรบผู้นั้นใช้สกิลกับฟิลิเซียเพื่อหาจุดอ่อน ต้องขอบคุณสเปลอิมมูนิตีที่ทำให้ทักษะนี้ทำงานไม่สำเร็จ
“สกิลอะไรก็ไม่ทำงานหรอก คนพวกนี้มีทักษะต้านเวท ผมยังยิงไม่เข้าเลย” จอมเวทหนุ่มที่เป็นคู่หูของเขาร้องห้าม ไม่ใช่แค่ฟิลิเซีย แต่เขาลองยิงเวทใส่ทั้งโซลิเนและไคเลอร์มาแล้ว มันไม่ได้ผล
“น่าเสียดาย จะใช้เดดสไตรก์ได้ ก็ต้องใช้สกิลอนาไลซิสให้สำเร็จก่อนซะด้วย” เขาทำเสียงเดอะลิ้นด้วยความเสียดาย
“บ่นไปก็เท่านั้นแหละพี่ ทางที่ดีเปลี่ยนไปให้สคูโรมาสู้แทนดีกว่ามั้ง”
“ไม่จำเป็นต้องใช้ไอ้บ้าคลั่งไร้สตินั่นหรอก นายช่วยสนับสนุนด้วยก็แล้วกัน”
“เรียบร้อยไปตั้งนานแล้วล่ะครับ” จอมเวทหนุ่มฉีกยิ้ม เขาร่ายเวทระเบิดใส่ดาบของคู่หูรุ่นพี่ไปแล้วเรียบร้อย
ไคเลอร์ประสบความสำเร็จกับการจัดการไซคิกแบล็กและหยุดการเสริมกำลังด้วยไซคิกแมนได้ แต่จำนวนของไซคิกแมนที่ยังอยู่ในสนามรบก็มีมากจนเกินไป
พวกแฟนคลับพยายามอย่างมากที่จะแยกไซคิกแมนออกจากไซคิกฮีโรตัวหลัก มีหลายคนในนั้นที่ทำได้ดีเกินคาด จิมมีสามารถจัดการกับไซคิกเยลโลได้แม้ว่าจะต้องสลายตามไป แอมเบอร์ที่เข้าไปสู้พัวพันกับไซคิกมารีนก็เอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างพลิกล็อค เป็นการหยุดคอมโบประสานระหว่างบลูกับมารีนที่สร้างความหนักใจให้กับทุกคน
จำนวนศัตรูลดลงในทุกนาที แต่บรรดาแฟนคลับนั้นลดลงเร็วกว่าและยังคงลดลงต่อเนื่องด้วยความเร็วที่มากกว่า
ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด โซลิเนสังเกตเห็นเดอะคอลเลคชันกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน เธอแปลกใจที่เขาดูสถานการณ์ไม่ออกเหรอว่าฝ่ายเธอไม่ได้เสียเปรียบ ต่อให้ร่างซัมมอนจะหายไปจนหมดพวกเธอก็ยังเป็นต่อที่ความแข็งแกร่ง และศัตรูตัวสำคัญอย่างไซคิกฮีโรก็ล้มลงจนเหลือแค่ไซคิกเรดกับไซคิกแมนเท่านั้น
“ผมไม่ได้พูดสักคำว่ากองทัพเรามีแค่นี้”
“ว่าไงนะ”
เดอะคอลเลคชันดีดนิ้วให้สัญญาณ จากนั้นบริวารที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ก็เผยโฉม ยังมีไซคิกฮีโรที่เขาอำพรางเอาไว้อีกมากมาย เหล่านักรบสารพัดสีกำลังปรากฏตัวขึ้นโดยรอบ
“เอ้า รอยยิ้มเมื่อกี้หายไปไหนแล้วล่ะครับ”
“ไม่ต้องพูดมากหรอก มีเท่าไหร่ก็มาเลย” ฟิลิเซียตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
เวลาที่ถูกหยุดทำให้พวกโซลิเนไม่อาจคาดเดาว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้ามันเลยจุดที่ควรจะแบกรับไว้ได้มานานแล้ว สาเหตุเดียวที่พวกเธอยังไม่ล้มมันมาจากใจล้วน ๆ
ไซคิกแมนทั้งหมดหมดสภาพไปตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน ในเวลาใกล้เคียงกับที่กองหนุนคนสุดท้ายถูกส่งเข้ามา เส้นชัยที่เคยเรือนรางของพวกโซลิเนกลับเห็นชัดขึ้น ปัญหาเพียงอย่างเดียวคือพวกเขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงเพื่อไปถึงปลายทาง
โซลิเนบาดเจ็บบริเวณช่วงอก เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกโจมตีตั้งแต่เมื่อไหร่ บางทีอาจเกิดขึ้นตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนแต่เพราะมัวแต่สนใจการต่อสู้เธอจึงไม่รู้ตัว
สติเริ่มเลือนราง ลมหายใจติดขัด ภาพที่เห็นพร่ามัวและหมุนไปมา แต่แทนที่จะยอมล้มลงไปโดยดีโซลิเนกลับฝืนยืนปักหลัก เพราะเธอยังเห็นเพื่อนทั้งสองต่อสู้
โซลิเนฝืนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อสร้างซัมมอนของแฟนคลับออกมาเพิ่ม พลังนี้จะทำงานได้ไม่เพียงแต่อีกฝ่ายต้องมีความรู้สึกแรงกล้าต่อเธอ เธอเองก็ต้องรู้สึกกับพวกเขาเช่นกัน
แล้วแฟนคลับคนสุดท้ายก็มาถึง เป็นคนที่เธอเชื่อมั่นใจแต่เคยตั้งคำถามว่าเขารู้สึกแบบเดียวกันไหม
…โซนาตา ดิอาลโน…
แสงสว่างแยงตาทำให้โซลิเนต้องยกมือขึ้นบัง เธอรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป ไม่ใช่ลานกว้างที่เดอะคอลเลคชันใช้ในการทดสอบเธอหรือบรรยากาศของอัลเทอัน แต่เป็นภายในพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ส่วนข้างกายมีเพื่อนที่คุ้นหน้าในวัยที่ต่างจากครั้งสุดท้ายที่เห็น
“ยินดีด้วย โซลิเน อเลฟกา ดิคาสโต คุณผ่านการทดสอบ”