Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 188: ออกสำรวจหาฐานทัพใหม่
ลูเธอร์และบรรดาคนใหญ่คนโตของกลุ่มไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรอีก เรื่องที่โซลิเนเล่าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง ถึงจะยังข้องใจอยู่บ้างที่ทำไมเดอะคอลเลคชันถึงเลือกเธอเป็นตัวแทนของผู้บัญชาการโซนาตา แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นประโยชน์ต่อพวกเขา โซลิเนทำให้โอกาสรอดที่ริบหรี่กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง
“แบบนี้ก็เท่ากับว่าเรามีไซเลเซอร์อยู่ข้างเราถึงสามคนแล้วสินะ” อดีตผู้นำเขตแปดซ่อนยิ้มไว้ไม่อยู่
“หรืออาจจะมีได้มากกว่าสาม” ลูเธอร์กำลังคิดว่าถ้าโซลิเนอนุญาต เขาก็อยากจะส่งคนของฟอลลอนคอร์เปอร์เรชันไปฝึกที่เดียวกับเธอ
“ขออภัยที่ขัดจังหวะนะครับ ถ้าคุณกำลังคิดจะส่งคนไปฝึกแบบคุณโซลิเนเนี่ย มันไม่ง่ายหรอกครับ”
“หมายความว่ายังไง” ฟิลิเซียหันไปทางหัวหน้าของพวกไซคิกฮีโร
“ทรัพยากรที่มีทำเดอะคอลเลคชันดัดแปลงมนุษย์ได้จำกัดครับ ยังไม่นับว่าเวลาที่ต้องใช้และใช่ว่าทุกคนจะผ่านออกมาได้ คุณเองก็ได้รับประสบการณ์ในนั้นโดยตรง คงจะเข้าใจนะครับว่าโอกาสมันน้อยแค่ไหนที่คนธรรมดาจะเรียนจบโรงเรียนไซเลนเซอร์”
“แต่คุณโซลิเนก็จบไม่ใช่เหรอครับ” หัวหน้าบอร์ดีการ์ดส่วนตัวของลูเธอร์ถาม เขาเป็นหนึ่งในคนที่มีฝีมือที่สุดในกองกำลัง และถ้าจะมีใครสักคนควรได้โอกาสกลายเป็นไซเลนเซอร์เขาก็น่าจะเป็นรายแรก
“คุณโซลิเนเป็นอัจฉริยะครับ เดิมทีเธอก็มีคุณสมบัติที่เกือบจะถูกคัดเลือกให้ไปฝึกเป็นไซเลนเซอร์อยู่แล้ว เธอถึงได้สามารถพัฒนาตัวเองสำเร็จ” ไมสเตอร์ตอบ
“โควต้าล่ะ ฉันกับไคเลอร์เองก็ไม่ได้ถูกดัดแปลงอะไรเพิ่ม เดอะคอลเลคชันน่าจะดัดแปลงได้อีกหลายคนสิ” ฟิลิเซียเก็บข้อมูลต่อ
“ถ้าในเร็ว ๆ นี้ก็ได้อีกไม่เกินสามคนครับ เราไม่ได้เตรียมทรัพยากรสำหรับดัดแปลงมนุษย์จำนวนมาก ที่สำคัญคือผมกลัวว่าเราจะไม่มีเวลาพอครับ”
“ทำเท่าที่ทำได้ สำหรับตอนนี้ถ้าได้เพิ่มอีกสามก็เอาเท่านั้นก่อนค่ะ” โซลิเนออกคำสั่งและหันไปทางลูเธอร์ “ส่วนเรื่องที่จะส่งใครไปเราค่อยมาตกลงกันอีกทีดีไหมคะ”
“คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตอนนี้”
“ยังเหลืออีกเรื่องที่ต้องทดสอบสินะครับ”
โดยไม่รอคำตอบไมสเตอร์และบรรดาคนก็เขาก็เปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน
“ทรานฟอร์ม”
สิ้นคำร่างของชายหญิงทั้งสองร้อยคนก็เปล่งแสงออกมา มันไม่ใช่แค่พวกเขาจินตนาการไปเอง หลังจากแสงจางหายไปทุกคนก็พบว่าเหล่าผู้อ้างตัวว่าเป็นฮีโรดูผิดแผกไปจากเดิม พวกเขาไม่ได้ใส่ชุดลำลองเหมือนไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้แต่กลายเป็นชุดเกราะติดอาวุธทันสมัยและมีสีสันตระการตา
“แปลงได้จริง ๆ ด้วย” ไคเลอร์อ้าปากค้าง เช่นเดียวกับผู้คนอีกหลายพันชีวิตที่ได้เป็นประจักษ์พยานในเรื่องราวสุดพิลึกนี้
“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ” ลูเธอร์พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ลิ้นพันกันจนไม่เป็นภาษา
“แปลงกายได้ด้วย” เด็กน้อยและเด็กโข่งหลายคนตาเป็นประกาย บางคนก็ถึงกับตะโกนออกมาว่า “ไซคิกฮีโรตัวจริงนี่นา”
“มันไม่น่าจะเป็นไปได้ไม่ใช่เหรอ” โซลิเนพึมพำ “หรือว่ามันเป็นพลังจิต… แบบเดียวกับพลังของไซเลนเซอร์”
“ส่วนหนึ่งก็ใช่ครับ พลังของพวกเรามีพื้นฐานมาจากพลังจิตเหมือนคุณ” เบลซที่อยู่ในร่างของไซคิกฮีโรสีแดงว่า
“อีกส่วนมันคือวิทยาศาสตร์ล้วน ๆ พวกเราคือเวพอน ในร่างกายของเรามีนาโนแมชชีนที่สามารถประกอบขึ้นมาเป็นโครงสร้างที่กำหนดไว้แล้ว ในกรณีนี้คือชุด เกราะ หรืออาวุธครับ” ไซคิกฮีโรชุดสีทองชี้แจงเพิ่ม
ไซคิกฮีโรทั้งสองร้อยประกอบไปด้วยไซคิกแมน 120 คน ไซคิกเลดี 60 คน และคนที่เป็นไซคิกฮีโรตัวจริงเพียง 20 คน เธอพบว่าพื้นที่ใต้ดินของเดอะคอลเลคชันไม่ได้เคยมีแค่ร่างของพวกเขาหลับใหลอยู่ มันยังซ่อนพาหนะและอาวุธสงครามไว้อีกไม่น้อยด้วย
พวกนี้แทบไม่แตกต่างจากเมื่อครั้งที่โซลิเนเคยรับมือในการทดสอบสุดท้าย ไซคิกฮีโรระดับสูง 20 คนมาพร้อมกับพลังพิเศษที่มีเงื่อนไขเดียวกัน มันจะแข็งแกร่งขึ้นตามจำนวนไซคิกฮีโรที่อยู่ในบริเวณนั้น
โซลิเนแบ่งพวกเขาออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ และมอบงานให้ทำ ไซคิกเลดีส่วนใหญ่มีหน้าที่คุ้มครองฟอลลอนทาวเวอร์และผู้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่อื่นภายนอกอาคาร กลุ่มนี้มีไซคิกคอมมานเดอร์และไซคิกแบล็กคอยดูแลอีกที ด้วยพลังของไซคิกแบล็กเขาสามารถเปิดพอร์ทัลเพื่อพาไซคิกฮีโรจากที่อื่นมารวมตัวกันที่ศูนย์กลางได้
พลังของเขาช่วยให้โซลิเนไม่ต้องวางกองกำลังมากเกินจำเป็นไว้คุ้มครองฟอลลอนทาวเวอร์ น่าเสียดายที่พลังนี้มีจุดอ่อนใหญ่หลวงตรงที่ประตูมิติที่เปิดออกสามารถเข้าออกได้เฉพาะไซคิกฮีโรเท่านั้น
ไซคิกแมนอีกหลายคนถูกจับคู่กับไซคิกฮาวน์ทั้งสามสิบตัว มันคือไซคิกฮีโรรูปแบบสุนัขสงครามที่นอกจากจะมีประสาทสัมผัสที่เหนือกว่าสุนัขทั่วไปแล้ว มันยังติดตั้งปืนแบบเดียวกับไซคิกแมนด้วย กลุ่มนี้มีหน้าที่หลักคือการค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจจะยังตกสำรวจรวมไปถึงภารกิจสำคัญอย่างการทำแผนที่เขตนอกเมืองที่ยังเป็นปริศนาดำมืด
ภารกิจหลักมีมากมาย แต่ภารกิจย่อยก็มีไม่รู้จักจบสิ้นเช่นกัน มีคำขอร้องมาจากผู้คนทั้งในและนอกสังกัดให้ช่วยเหลือ แน่นอนว่าโซลิเนไม่สามารถนิ่งเฉยต่อคำร้องขอได้
อาหารเป็นหนึ่งในเรื่องน่าปวดหัวที่โซลิเนต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ในฟอลลอนทาวเวอร์มีโรงงานผลิตอาหารในตัวเองแต่มันไม่สามารถรองรับกับผู้อยู่อาศัยที่มีจำนวนเฉียดเจ็ดพันได้ โรงงานผลิตอาหารเองก็ถูกกลุ่มเซเวนวูล์ฟยึดครองไว้ เธอไม่มีทางเลือกนอกจากพยายามค้นหาจากแหล่งอื่น
ชาลูกินทุกอย่างจนหมดสิ้น ความหวังว่าจะเจออะไรในเขตนอกเมืองจึงมีไม่มากเลย แต่ถึงจะริบหรี่อย่างไรพวกเธอก็ต้องพยายามดิ้นรนจนถึงที่สุดในทุกทางที่สามารถทำได้
วันที่เก้าก่อนหมดวัน ผู้รอดชีวิตกลุ่มโซลิเน 6,972 คน กลุ่มเอ็นดริค 16,029 คน กลุ่มไซริลไม่รู้จำนวนที่แน่นอน
วันที่สิบ… พวกไซริลยังไม่กลับจากการสำรวจรวมทั้งไม่เคยส่งข้อมูลใด ๆ กลับมาอย่างเช่นเคย ส่วนกลุ่มของเบลซที่โซลิเนส่งออกไปสำรวจก็ได้ข้อมูลกลับมาเร็วกว่าที่พวกเธอคาดไว้ มันคือการค้นพบซากโบราณสถานที่อยู่ไม่ห่างออกไปจากจุดที่เมืองอยู่มากนัก
ก่อนหน้านี้พวกไซริลเคยค้นพบเมืองและหมู่บ้านมาแล้ว ถึงจะเป็นเพียงแค่ซากของเมืองที่ไม่หลงเหลือผู้คนหรือเสบียงและข้าวของมีประโยชน์อะไรให้เก็บกู้ พวกโซลิเนเองก็เกือบจะมองข้ามสถานที่แห่งนั้นไปแล้วถ้าไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มว่ามันคือโบราณสถานใต้ดินขนาดยักษ์
“มันใหญ่โตมากครับ เครื่องสแกนของเราไม่สามารถสแกนโครงสร้างทั้งหมดของมันได้” เบลซรายงานผลสำรวจเบื้องต้นผ่านทางเครื่องมือสื่อสาร
“แล้วมันน่าสนใจยังไงเหรอคะ” โซลิเนแปลกใจที่เบลซดูตื่นเต้นมาก มันก็แค่ซากโบราณสถานที่ไม่น่าจะมีประโยชน์อันใดกับกลุ่มเลย
“ที่นี่ใหญ่พอจะใช้เป็นฐานใหม่ได้เลยครับ โครงสร้างก็แข็งแรง เท่าที่ตรวจสอบมีทางเข้าออกมีแค่สองทาง นอกจากนั้นมันยังมีสิ่งที่พิเศษมาก ๆ อยู่ด้วยครับ”
“อย่ามาเล่าแบบขยัก อะไรพิเศษเล่ามาให้หมด” ไคเลอร์ที่ฟังอยู่ด้วยชักยัวะ
“เป็นไปได้ว่าที่นี่จะมีแหล่งเสบียงอยู่ครับ”
“เสบียงในโบราณสถานเนี่ยนะ” โซลิเนป้องปากด้วยความตกใจ
“ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง คุณควรต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองครับ มันเหลือเชื่อมาก ๆ ถ้าย้ายมาที่นี่เราจะป้องกันตัวเองได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังแก้ปัญหาเรื่องน้ำและอาหารไปด้วยพร้อมกันเลย”
“ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรไป ฉันคงต้องไปดูให้เห็นกับตาก่อนล่ะนะ”
ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจเบลซกับพรรคพวก แต่โซลิเนไม่อยากคาดหวังมากจนเกินไป เธอเดาว่าเขาอาจจะเจอกับเสบียงสำรองที่ถูกชาวพื้นเมืองนำไปซ่อนเอาไว้ที่นั่นก่อนที่จะถูกพวกชาลูกวาดล้าง
การย้ายฐานที่มั่นไม่ใช่ความคิดที่เบลซนำเสนอเป็นคนแรก มีหลายคนรวมไปถึงตัวโซลิเนเองที่มีความคิดคล้ายกัน ช่วงที่ผ่านมาฟอลลอนทาวเวอร์ถูกชาลูโหมโจมตีหลายครั้งหลายหน จนมีสภาพต่างจากครั้งแรกที่โซลิเนรู้จักมากมาย ไม่มีใครรู้ว่าตึกหลังนี้จะทนต่อไปได้อีกแค่ไหน
โซลิเนและผู้คุ้มกันออกเดินทางสู่ซากโบราณสถานเพื่อพิสูจน์สิ่งที่เบลซบอกเล่า คณะเดินทางประกอบไปด้วยตัวเธอ จอร์จ ดี. ไมสเตอร์ ไซคิกแมนและไซคิกเลดีอีกไม่กี่คน ทั้งลูเธอร์และไคเลอร์พยายามห้ามปรามไม่ให้เธอไปโดยมีกำลังเพียงแค่นี้ แต่ก็ไม่สามารถขัดเธอได้
“ทุกคนมีงานจนล้นมือแล้ว ทั้งคุณ ทั้งไคเลอร์เองก็ไม่ว่างไม่ใช่เหรอคะ” เธออ้างกับลูเธอร์
“ก็รอเย็นนี้หรือพรุ่งนี้เช้าก็ได้ โบราณสถานไม่หนีไปไหนหรอก” ไคเลอร์พยายามเกลี้ยกล่อม
“แต่เราต้องแข่งกับเวลาค่ะ”
“อย่างน้อยก็รอให้รู้ผลคัดเลือกก่อนก็ได้นี่” แอมเบอร์หาข้ออ้างมารั้งโซลิเน เธอพูดถึงโควต้าสามที่สำหรับการเข้ารับการฝึกเป็นไซเลนเซอร์ซึ่งเธอก็ลงชื่อสมัครเอาไว้ด้วย
“ขออวยพรให้เธอได้รับการรับเลือกนะ” โซลิเนตอบพร้อมรอยยิ้ม เธอดูไม่ได้สนใจนักว่าใครจะได้รับสิทธิ์ที่ว่า จะเป็นแอมเบอร์ คนของฟอลลอนคอร์เปอร์เรชัน ตัวแทนของชุมชน หรือเมอร์ดิอัสอินดัสเทรียลก็มีค่าไม่ต่างกัน
เกือบก้าวแรกที่คณะของเธอพ้นจากเขตเมือง ชาลูที่ดักซุ่มอยู่กรูกันออกมาต้อนรับด้วยท่าทีคุกคาม ถ้าเป็นก่อนหน้านี้มันคงเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่โซลิเนกลับรับมือได้อย่างใจเย็น
จอร์จ ดี. ไมสเตอร์และเหล่าลูกน้องอีกหกคนแปลงร่างอย่างทันท่วงที เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกดอกอาบยาพิษพุ่งเข้าใส่พวกเขาพอดี ทั้งเจ็ดปัดป้องการโจมตีทั้งหมดได้อย่างไม่เป็นปัญหา
จากนั้นก็เป็นชาลูถือหอกที่วิ่งเกือบจะเรียงหน้ากระดานเข้าใส่ ไซคิกแมนและไซคิกเลดีตอบโต้กลับไปด้วยปืนที่ติดอยู่ที่มือซ้าย ไซคิกแบล็กที่ติดตามมาด้วยยังรอท่าทีอยู่ เขารอดูจนแน่ใจว่ายังคุมทุกอย่างได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียกกำลังเสริม
โซลิเนเองก็ลงมือเช่นกัน เมื่อวานเธอได้ลองพลังพิเศษไปแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย เริ่มจากการกระโดดเพียงก้าวเดียวก็สามารถกระโจนลงไปกลางวงของชาลูได้ เธอใช้เพียงการเบี่ยงตัวเท่านั้นก็สามารถหลบการโจมตีทั้งหมด
ถ้าเป็นโซลิเนคนเดิม ต่อให้ใช้ทักษะในการสวมบทบาทด้วยแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่เธอไม่มีทางทำได้ ตอนนี้มันพิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่าโซลิเนแทบไม่แตกต่างจากไซเลนเซอร์ตัวจริง
ชาลูกลุ่มนั้นถูกกำจัดจนหมดในเวลารวดเร็ว พวกเธอเดินทางต่อได้ไม่นานเหตุการณ์ทำนองเดียวกันก็เกิดขึ้นอีกแทบจะทุกชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมงที่เกิดการปะทะ มันคือหลักฐานว่าโลกภายนอกทุกตารางนิ้วคือเขตปกครองของชาลู
ถึงจะเสียเวลาไปบ้างมันก็ผ่านไปอย่างราบรื่น พวกเธอเขยิบเข้าใกล้เป้าหมาย ทีละก้าว ๆ
“มีคนกำลังสู้กับพวกชาลูครับ” ไซคิกแมนรายงานหลังจากที่เขาใช้กล้องส่องทางไกลมองดูกลุ่มควันที่อยู่ห่างออกไป
“แถวนี้เนี่ยนะ หรือว่าจะเป็นพวกไซริล” โซลิเนไม่รอให้เขาตอบแต่รับเอากล้องส่องทางไกลอีกอันมาส่องดูด้วย
ฝุ่นควันจากการต่อสู้ตะลุมบอนทำให้มองเห็นไม่ชัดในตอนแรก แต่สักพักโซลิเนก็มองเห็นชัดขึ้น มนุษย์กลุ่มเล็ก ๆ กำลังต่อกรกับฝูงชาลู พวกนั้นทุกคนแต่งกายแปลกประหลาดในแบบที่เธอไม่คุ้นตา ไม่ใช่ชุดเครื่องแบบทหารหรือแฟชันในยุคเดียวกับเธอ มันเหมือนชุดโบราณที่จะเห็นได้ในหนังแฟนตาซีหรือย้อนยุค
“คนพวกนี้… หรือว่าจะเป็นคนพื้นเมือง”
“เป็นไปได้นะครับ” ไมสเตอร์ไม่กล้าฟันธง เขาไม่มีคำตอบที่ดีกว่านั้นให้
“ไปช่วยกันเถอะ”
โซลิเนปรี่เข้าไปโดยไม่สนคำเตือนของลูกน้อง เช่นเดียวกับครั้งก่อน ๆ เธอไม่ได้ใช้เพลงในการต่อสู้แต่เลือกเข้าปะทะโดยตรงเพื่อลดจำนวนศัตรูให้เร็วที่สุด กลุ่มคนปริศนาตกใจที่เธอและพวกเข้ามาแทรกแต่เมื่อเห็นว่าเธอมาอย่างมิตร พวกเขาก็เบาใจลง
“ระวังนะคะ พวกมันมีอีกมาก” หญิงสาวผู้ปราดตาดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนสามัญร้องบอกด้วยความเป็นห่วง
โซลิเนประหลาดใจที่อีกฝ่ายใช้ภาษาแบบเดียวกับเธอ เมื่อตรองดูก็พบว่าก่อนหน้านี้พวกไซริลก็เคยได้ข้อมูลนี้มาก่อน เขาพบว่าโลกนี้ภาษาเขียนมีความคล้ายคลึงกับภาษากลางที่ทุกคนรู้จัก แม้ว่าเธอจะยังไม่เข้าใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร
“ถอยออกมาก่อนค่ะ พวกเราจะรับมือแทนเอง” พอโซลิเนตอบกลับ อีกฝ่ายก็ดูตกใจเช่นกันที่สามารถพูดคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง
หญิงสาวอยู่ในชุดคลุมสีน้ำตาลที่มีสภาพดีกว่าผ้าขี้ริ้วเพียงนิดเดียว สภาพโทรม ๆ ภายนอกไม่อาจจะซ่อนความจริงเอาไว้ได้ว่าเธอน่าจะเป็นคนชั้นสูง ผิวพรรณที่งดงามซ่อนอยู่ในรอยเปื้อน ลักษณะท่าทางการเคลื่อนไหว วาจาที่ใช้ รวมไปถึงการที่ถูกคนทั้งสี่ปกป้องแบบถวายหัวให้ โซลิเนเดาออกในทันทีว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น
“ท่านหญิง ระวัง!!” หนึ่งในนั้นเอาตัวเข้ารับคมหอกแทนผู้เป็นนาย มันเกือบจะต้องแลกกับชีวิตของเธอแล้วถ้าไม่เพราะลูกน้องของโซลิเนหยุดชาลูตัวนั้นไว้ได้ทัน
กระสุนจิตที่มีความรุนแรงพอ ๆ กับกระสุนปืนพกสาดกระจายไปทั่ว การกระหน่ำใช้พลังอย่างต่อเนื่องทำให้ไซคิกแมนและไซคิกเลดีถึงขีดจำกัดในการใช้พลังอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่โต พวกเขาสามารถสลับไปใช้โหมดกระสุนจริงแทนได้
“อย่ายิงมั่วซั่ว ประหยัดกระสุนไว้” ไซคิกแบล็กตะโกนบอกลูกน้อง