Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 191: 6,253 คน
ครั้งหนึ่งโซลิเนและพวกลูกน้องข้ามบึงที่มีความกว้างและลึกด้วยวิธีการกระโดดข้ามจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้น เป็นวิธีการที่ไซเลนเซอร์และไซคิกฮีโรสามารถทำได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เมื่อลองจินตนาการว่าคนธรรมดาต้องมาลุยผ่านบึงนั้น มันคงจะทุลักทุเลดูไม่จืดสักนิด
ผลก็คือพวกเธอต้องอ้อมไป และเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก อุปสรรคทุกอย่างถ่วงให้ช้าลงและยิ่งพวกเขาช้า โอกาสที่จะถูกชาลูพบก็ยิ่งสูงขึ้น
ใช่ว่าจะมีแต่ข่าวร้ายไปเสียทุกเรื่อง กลุ่มของโซลิเนเพิ่งรอดพ้นจากมหันตภัยร้ายแรงที่เกือบจะทำให้คอทุกคนหลุดกระเด็นไปอย่างฉิวเฉียด พวกเขาไม่รู้ตัวว่าขณะที่กำลังออกเดินทางอยู่นี่ ชาลูกลุ่มใหญ่ได้ยกพลเข้าโจมตีเซคเตอร์โฟร์ในเวลาเดียวกัน
ชาลูที่หิวโหยซุ่มประเมินกำลังของฝ่ายมนุษย์อยู่นาน จนเมื่อมันแน่ใจว่ามนุษย์ที่เหลือไปกระจุกตัวอยู่ที่อาคารแห่งเดียวมันจึงโหมบุกเข้าโจมตีในวันนี้
แต่ก็คลาดกัน พวกโซลิเนจากไปแล้ว แม้แต่อาคารลับของเดอะคอลเลคชันที่มีคนเฝ้าอยู่แค่เล็กน้อยก็หายไป ระหว่างที่รอผู้ถูกเลือกกลายเป็นไซเลนเซอร์คนใหม่ อาคารที่เคยมีได้ฝังตัวลงกับพื้น ไม่มีร่องรอยใด ๆ เหลืออยู่ว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น
ชาลูนับพันนับหมื่นบุกทำลายฟอลลอนทาวเวอร์ด้วยความหิวกระหาย พวกมันแทบจะรื้อทุกซอกทุกมุมเพื่อหามนุษย์ที่ซ่อนตัวอยู่ แต่เปล่าประโยชน์มีเพียงกลิ่นของมนุษย์ที่เคยอยู่อาศัยเป็นของดูต่างหน้า ส่วนเจ้าของกลิ่นเหล่านั้นกำลังออกห่างจากเมืองไปเรื่อย ๆ
เหยื่อหายไป ความหิวไม่ได้ถูกเติมเต็ม ชาลูเหล่านั้นเริ่มคลุ้มคลั่ง ก่อนที่พวกมันจะเริ่มกินกันเอง ชาลูผู้นำทัพก็ส่งสัญญาณบอกกับลูกน้องของมันว่าพวกมันจะไม่ยอมมาเสียเที่ยว ไม่ห่างออกไปจากที่นี่มีชุมชนของมนุษย์อีกกลุ่มอยู่และกลุ่มนั้นก็มีจำนวนมากกว่าพวกที่พวกมันตั้งใจจะมาล่าในวันนี้
หน่วยเฝ้าระวังของเซเวนวูล์ฟที่ซุ่มดูอยู่บนตึกสูงติดต่อกับศูนย์ใหญ่อย่างร้อนรน พวกเขาเห็นชาลูมากมายแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังตรงดิ่งมายังทิศของตน
เอ็นดริคและพวกระดับหัวหน้าหน่วยหน้าซีดไปตาม ๆ กัน พวกเขาเชื่อมาโดยตลอดว่าชาลูที่มีพฤติกรรมโจมตีผู้อ่อนแอก่อนเสมอ จะไม่มีทางมายุ่งกับเซเวนวูล์ฟตราบใดที่กลุ่มของโซลิเนยังไม่พินาศลง
“เอายังไงดีครับ”
“ถามได้ว่าจะเอายังไง ก็ต้องสู้สิ จะปล่อยให้มันฆ่าเหรอ” เอ็นดริคตะคอกใส่ลูกน้องคนหนึ่งที่กำลังสติแตก
“ปิดเส้นทางเข้าออกให้หมด บีบให้พวกมันเหลือเส้นทางน้อยที่สุด” เสนาธิการของกลุ่มชี้ไปบนแผนที่ เขาตั้งใจทิ้งพื้นที่อยู่อาศัยหลายบล็อกและนำกำลังรบทั้งหมดมารวมกันที่ศูนย์กลาง
“เรามีทั้งคน อาวุธ… และชัยภูมิ ไม่มีทางแพ้แน่ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ครั้งนี้” เอ็นดริคขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
…ไอ้พวกนั้นหายไปไหนกัน แล้วทำไมยายนั่นถึงไม่ส่งข่าว…
กลุ่มโซลิเนแม้ว่าจะไม่ถูกกองทัพใหญ่ของชาลูเล่นงานแต่พวกเธอก็ใช่ว่าจะรอดปลอดภัยอย่างไร้รอยขีดข่วน มีชาลูอีกไม่น้อยที่เป็นกลุ่มอิสระไม่ได้สังกัดกับกลุ่มไหนเป็นพิเศษ พวกนี้มักจะตระเวนไปทั่วอย่างไม่มีจุดหมายและบ่อยครั้งก็เล่นงานชาลูด้วยกันเอง
การปะทะกับชาลูพเนจรพวกนี้เกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ ครั้งแรก กลุ่มท้ายขบวนถูกพวกมันที่มีจำนวนราวสามสิบตัวโจมตี ฟิลิเซียรู้ทันก่อนจึงยับยั้งความเสียหายไว้ได้ แต่กระนั้นก็มีคนพลาดเสียชีวิตไปสองราย
ที่หัวขบวนเองก็มีการปะทะเช่นกัน เป็นชาลูกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีเพียงห้าตัว ความหิวจากการตระเวนอยู่ในแดนรกร้างที่แทบหาอาหารใด ๆ ไม่ได้ทำให้พวกมันขาดความยั้งคิด กลุ่มที่มีเพียงห้าชีวิตวิ่งเข้าใส่โซลิเน แน่นอนว่ายังไม่ทันถึงตัวกระสุนจำนวนมากก็เป่ามันดับไปก่อน
ของจริงเริ่มขึ้นในตอนพักแรม ชาลูไม่กลัวไฟ การก่อกองไฟไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยกองเพื่อให้ล้อมรอบคนทั้งหกพันชีวิตมีแต่จะทำให้ชาลูรู้ว่ามีมนุษย์อยู่ตรงนั้น แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก ชาลูมองเห็นในที่มืดได้ส่วนฝ่ายมนุษย์นั้นมีแค่พวกไซคิกฮีโรกับเจ้าหน้าที่อีกไม่กี่คนเท่านั้นที่มีอุปกรณ์ไนท์วิชัน
แล้วสิ่งที่กลัวไว้ก็เกิดขึ้นจริง ในระหว่างการพัก ชาลูกลุ่มใหญ่ก็ปรากฏตัว แม้จะเทียบไม่ได้กับกลุ่มที่เข้าโจมตีเมืองแต่กลุ่มนี้ก็ถือว่ามีจำนวนมากพอตัว ที่สำคัญมันมีกระทั่งชาลูยักษ์และชาลูชาแมนในนั้นด้วย
ฟิลิเซียใช้ไซคิกเน็ตเวิร์กควบคุมสมรภูมิเอาไว้ เธอเข้าควบคุมไซคิกฮีโรโดยตรงและโต้กลับด้วยความเฉียบขาด สิ่งที่ยากลำบากคือการที่เธอต้องสู้และคุ้มกันผู้คนที่อ่อนแอไปด้วย
โซลิเนใช้ซัมมอนแฟนคลับเป็นกันชนดันชาลูให้ทิ้งระยะห่างออกไป เสียงร้องของเธอดังทะลุผ่านเสียงโหวกเหวกโวยวายของการปะทะ เพลงของเธอปัดเป่าความหวาดกลัวออกมาใจของทุกคน
“โมโหโว้ย จะพักสักหน่อยก็ไม่ได้” จิมมีคำรามด้วยความโกรธ เขารับผลของเพลงโซลิเนเข้าไปเต็ม ๆ เลือดขึ้นหน้าเขาก็คว้าเอาไม้แหลมที่ชาลูตัวหนึ่งทำตกมาใช้
“มาอยู่ข้างหลังฉันกับอลิสัน” ลินดาตะโกนเรียกเพื่อนร่างใหญ่ให้กลับมา
“คิดว่าเก่งกว่าปืนได้ก็เข้ามา ว้ากกกก” อลิสันตะโกน เธอรัวกระสุนใส่ชาลูสองตามตัวที่พุ่งมาอย่างกระหายเลือด และส่งมันไปสู่โลกหน้าเรียบร้อย
“นี่เธอก็เป็นไปด้วยเหรอเนี่ย” ลินดาโวยวายเมื่อเห็นเพื่อนแต่ละคนกล้าจนแทบไม่สนอะไรอีกแล้ว
…เพลงโซลิเนนี่มันดาบสองคมชัด ๆ…
นอกจากพลังของไซเลนเซอร์ทั้งสองคน กลุ่มที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็หนีไม่พ้นพวกไซคิกฮีโรทั้งสองชีวิตและไซคิกฮาวด์อีกสามสิบตัว พวกนี้เคยถูกปรามาสว่าเป็นแค่พวกตัวตลกปาหี่ ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็แค่มาจากร่างกายที่มีนาโนแมชชีนอยู่เท่านั้น ทุกคนไม่ได้มองเห็นสาเหตุที่แท้จริงของความแข็งแกร่งของพวกเขา
อะไรคือความลับนั้น… โซลิเนคือคนที่เข้าใจดีที่สุด ไซคิกฮีโรทุกคนคือฮีโรจากวิญญาณ ไม่ใช่ร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า ไม่ใช้พลังจิต อาวุธ หรือยานพาหนะพิเศษที่ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเขา ความแข็งแกร่งมีที่มาจากจิตใจที่ไม่เคยหักงอ ไซคิกฮีโรแม้แต่ละคนจะมีบุกคิลนิสัยแต่งต่างกัน แต่ไม่ว่าคนไหนก็สามารถทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนอื่น
ชายชราคนหนึ่งล้มลงและถูกชาลูแยกเขาออกมาจากฝูงชน เขาตะโกนบอกให้หลานสาวหนีไปขณะที่คิดว่าชีวิตตนเองคงมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แต่ไซคิกฮีโรที่อยู่ตรงนั้นไม่เคยตัดใจ ไซคิกบลู แช่แข็งชาลูหลายตัวไว้ได้ ส่วนไซคิกเลดีอีกสองคนก็ผ่าวงล้อมจนไปถึงชายชรา
“อย่านังหนู อย่ามาทางนี้ เดี๋ยวก็ตายไปด้วยหรอก”
“ฮีโรไม่มีทางตายหรอกค่ะ” ไซคิกเลดีหนึ่งในสองคนนั้นพูด ชายแก่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของเธอ
“รีบพาคุณปู่ออกไป ฉันจะระวังหลังให้” ไซคิกเลดีอีกคนบอก
คนที่บอกว่าจะรั้งท้ายถูกเล่นงานในพริบตาต่อมา เธอถูกหอกของชาลูตัวหนึ่งแทงเข้าที่ขา นอกจากนั้นเธอยังเอาตัวรับลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งไปทางชายชรา
“นังหนู” ชายชราร้องเสียงหลง ทำท่าอยากจะย้อนกลับเข้าไปช่วยแต่ไซคิกเลดีอีกคนไม่ยอมให้ทำได้ เธอใช้แรงที่มีมากกว่าหลายเท่าลากชายแก่เพื่อกลับไปรวมกลุ่มกับทุกคน
“ฮีโรไม่มีทางตาย” เธอพึมพำ ปลายเสียงของเธอเหมือนมีเสียงสะอื้นไห้เจืออยู่
เปรี้ยงงง
เสียงสายฟ้าฟาดลงกลางกลุ่มของชาลู กว่าสามสิบตัวล้มและแน่นิ่งไปในทันที เบื้องหลังไซคิกเลดีที่ถูกทิ้งท้ายไว้มีไซคิกฮีโรหญิงในชุดสีเหลืองปรากฏกายขึ้น ทั่วร่างของเธอมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบโดยเฉพาะที่กลางฝ่ามือที่ยังมีก้อนไฟสีเหลืองฟ้าปะทุอยู่
“ไซคิกเยลโล”
“ช่วยคนได้ก็ดีอยู่หรอก แต่ห้ามตายเองเด็ดขาด คิดจะให้คนที่เราช่วยรู้สึกผิดหรือไง” ร่างสีเหลืองพูดตำหนิ แต่ความหมายสื่อถึงความห่วงใย เธอจัดการกับชาลูอีกหลายตัวในพริบตาจากนั้นก็เข้ามาคว้าตัวไซคิกเลดีคนนั้นไว้ได้
สงครามจบลงหลังจากนั้นไม่นาน ซากชาลูถูกปล่อยทิ้งไว้ด้านนอกเพราะทุกคนเหน็ดเหนื่อยเกินไปจากการต่อสู้ พวกเขาใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะถึงเช้าพักเอาแรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ใกล้เคียงกับที่หลายคนประเมินไว้ตั้งแต่แรก พวกเขาต้องพักอยู่สองคืนกับอีกสามวันเต็ม ๆ เพื่อไปให้ถึงเทลิก เกือบทุกครั้งที่หยุดพักจะเป็นเวลาที่พวกชาลูออกมาโจมตี
ถ้ามีจำนวนคนน้อยกว่านี้ลูเธอร์ที่มีประสบการณ์เดินป่ามาไม่น้อยคงเลือกพักในบริเวณที่อยู่สูงหรือมีด้านใดด้านหนึ่งที่แน่ใจว่าพวกชาลูจะไม่สามารถเข้ามาได้โดยสะดวก แต่ตัวเลือกเหล่านั้นเป็นไปไม่ได้เลย ลำพังแค่หาพื้นที่กว้างพอที่คนทั้งหกพันจะอยู่ได้โดยไม่อึดอัดจนเกินไปก็ยากแล้ว
วันที่สิบสามจบลง การเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด
ผู้เสียชีวิตทั้งหมดรวมตั้งแต่วันที่โซลิเนเริ่มออกสำรวจ 724 คน
ผู้รอดชีวิตกลุ่มโซลิเนเบ็ดเสร็จ 6,253 คน โดยนับรวมพวกมีลาและคนที่ยังอยู่ที่อาคารของเดอะคอลเลคชัน
ยังไม่มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตของกลุ่มเอ็นดริค…