Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 193: พาน้องมาเก็บเลเวล
ชีวิตการเรียนของทั้งสามไม่ได้ราบเรียบสักนิด แอมเบอร์ทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ในด้านของทฤษฎีเธอได้คะแนนสูงที่สุดในชั้นปี มันคือหลักฐานว่าเธอพยายามอย่างหนักแค่ไหน แต่ตรงกันข้ามทุกอย่างที่เกี่ยวกับภาคปฏิบัติแอมเบอร์ทำได้ย่ำแย่จนน่าใจหาย
ถ้าวัดจากมาตรฐานของคนธรรมดา มันคือผลงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว ไคเลอร์พบว่าแอมเบอร์เคยผ่านการฝึกพิเศษมาก่อนด้วย เธอมีทักษะในการเอาตัวรอดระดับสูง ไม่น่าแปลกเลยที่ตอนคัดเลือกเธอถึงมีผลงานโดดเด่นแม้จะเทียบกับหน่วยพิเศษที่ทำงานให้กับซามูเอล
ไคเลอร์รู้สึกว่าเธอไม่สะดวกใจที่จะเล่าจึงไม่ได้ไต่ถามว่าเพราะเหตุใดเธอจึงเคยฝึกฝนพวกนี้มาก่อน แต่เห็นได้ชัดว่ามันช่วยอะไรเธอในโลกนี้ไม่ได้มากนัก นี่เป็นโลกที่แตกต่างจากที่เธอรู้จักมากเกินไป
ในปลายเทอมสุดท้ายของปีที่สาม ในที่สุดแอมเบอร์ก็ยอมแพ้ เธอบาดเจ็บหนักจากการฝึกซ้อมที่ผิดพลาด บาดแผลภายนอกยังรักษาได้แต่ในใจของเธอนั้นหนักหนากว่า เธอเชื่อไปแล้วว่าตนเองไม่มีทางอยู่รอดไปถึงปีสุดท้าย
ไคเลอร์เข้าใจดี เขาไม่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมเธอด้วยซ้ำ ขนาดคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนกว่าเธอยังเรียนไม่จบก็มากมาย การที่เธอทนมาได้จนถึงจบปีที่สาม มันก็น่าชื่นชมแล้ว
“ขอโทษนะคะ… ทั้งที่มีอีกหลายคนอยากมาอยู่ตรงนี้ แต่…”
“ไม่ต้องคิดมาก เธอทำได้ดีแล้วล่ะ” ไคเลอร์ขยี้หัวเธอ เขาลืมไปแล้วว่าเธอไม่ใช่เด็กเก้าขวบแต่ตัวจริงมีอายุมากกว่าเขาด้วยซ้ำ
“โซลิเน…. ทุกคนต้องรู้สึกผิดหวังแน่เลยค่ะ”
“โซลิเนไม่คิดแบบนั้นหรอก รายนั้นเองก็เคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เกือบถูกไล่ออกเพราะรั้งท้ายไม่รู้กี่ปี เค้าต้องเข้าใจเธอแน่นอน”
“งั้นเหรอคะ” แอมเบอร์ยังก้มหน้าก้มตา
“ที่สำคัญคือไม่ใช่ว่าไม่ได้อะไรกลับไปซะหน่อย เธอได้มันมาแล้วไม่ใช่เหรอ พลังพิเศษไง”
“ถึงจะยังไม่ได้เรื่องนะคะ”
“ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเสียหน่อย เอาล่ะไปกันเถอะ”
“ไปไหนเหรอคะ” แอมเบอร์ทำคิ้วย่นด้วยความสงสัย
“กลับออกไปข้างนอกไง ตรงนี้ไม่มีธุระอะไรแล้วนี่ ความสามารถของเธอน่ะจำเป็นต้องใช้วิญญาณของจริง อยู่ในนี้ต่อก็คงไม่เก่งขึ้นสักเท่าไหร่หรอก”
“แล้วคุณซามูเอลกับคุณโดโรธี”
“สองคนนั้นน่าจะไปได้สวย ไม่ต้องห่วงพวกเขาหรอก”
ไคเลอร์ติดต่อกับเดอะคอลเลคชันเพื่อขอให้เฉพาะตนและแอมเบอร์กลับออกมาก่อนเวลา การดัดแปลงร่างกายของแอมเบอร์เสร็จสิ้นแล้ว และเธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ทดสอบแบบเดียวกับโซลิเนด้วย ทั้งคู่จึงสามารถกลับออกมาได้ทันทีที่พร้อม
ทั้งสองตกใจเมื่อได้รู้จากคนที่โซลิเนทิ้งเอาไว้คุ้มกันว่าทุกคนตัดสินใจย้ายฐานทัพไปแล้ว
“ย้ายกันปุบปับทีเดียว เข้าไปในนั้นแค่ไม่กี่วันข้างนอกที่เกิดเรื่องเต็มไปหมดเลย” ไคเลอร์รับพิกัดของเทลิกมาจากคนคุ้มกัน
“ตอนนี้ข้างนอกอยู่ไม่ได้แล้วครับ ฟอลลอนทาวเวอร์โดนพวกมันถล่มซะเละ โชคดีที่อาคารนี้ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน ไม่งั้นพวกเราก็คงไม่เหลือ”
“แต่ไม่ต้องกังวลครับ ทางกลุ่มอพยพไปฐานใหม่ราบรื่นดี โดนโจมตีบ้างแต่ก็ยังไม่เกินรับมือ น่าจะไม่เกินเย็นนี้หรือเช้าพรุ่งนี้ก็คงจะถึงที่หมายครับ” คนคุ้มกันรีบบอกเพื่อให้แอมเบอร์คลายความกังวล
“งั้นฝากดูแลเรื่องของคุณซามูเอลกับโดโรธีต่อเลยได้ไหม พวกเราสองคนอยากล่วงหน้าไปก่อน”
“ไม่มีปัญหาครับ เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว”
เมื่อฝากฝังทุกอย่างไว้เรียบร้อย อดีตอาจารย์และลูกศิษย์ที่ตอนนี้ฝ่ายลูกศิษย์กลับมามีอายุมากกว่าตามที่เคยเป็นก็มุ่งสู่เทลิกตามพิกัดที่ได้มาในทันที
ทุกอย่างราบรื่นในตอนแรก เส้นทางที่ไคเลอร์เลือกใช้เป็นเส้นทางเดียวกับที่โซลิเนใช้ตอนสำรวจ มันสั้นกว่าและยังมีชาลูชุกชุมน้อยกว่าด้วย แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ตั้งใจเลี่ยงชาลูทั้งหมดเพราะอยากให้เป็นโอกาสได้ฝึกแอมเบอร์
เธอแข็งแกร่งขึ้น อย่างน้อยที่สุดร่างของเธอก็ถูกเดอะคอลเลคชันดัดแปลงเสร็จสมบูรณ์แล้ว แอมเบอร์เร็วจนการโจมตีของชาลูทั่วไปไม่สามารถตามเธอได้ทัน และถึงทันมันก็ยากที่จะทำความเสียหายให้เธอได้
แอมเบอร์มีทั้งปืนและดาบไฮฟรีเควนซีเบลด แต่เธอก็ไม่ใช้สักอย่าง แอมเบอร์อยากรู้ขีดจำกัดตนเองจึงสู้ด้วยมือเปล่าเท่านั้น เธอกระโจนเข้าใส่ชาลูจากด้านหน้า แต่กลับไปโผล่ข้างหลังแทน และเพียงสะบัดแขนออกแรงเล็กน้อย หัวของชาลูสองตัวก็หลุดติดมือทั้งสองข้างมา
อย่างที่ไคเลอร์เคยว่าไว้ ไม่ว่าจะเรียนจนจบหลักสูตรได้หรือไม่ ไซเลนเซอร์ก็ยังเป็นเครื่องจักรสังหารที่อันตราย แอมเบอร์กำลังพิสูจน์ให้เขาและตัวเธอเองเห็น
“อย่าลืมเลือกตัวที่ถูกใจนะ”
“เลือกได้แล้วค่ะ”
แอมเบอร์มองชาลูกลุ่มที่กรูกันเข้ามาด้วยสายตาที่ราวกับมองเห็นข้าวของมีค่า หนึ่งในนั้นคือเป้าหมายของเธอ แอมเบอร์ฆ่าตัวอื่นทิ้งด้วยวิธีการแบบเดียวกับที่เคยใช้ เธอจับพวกมันหักคอทิ้งทีละตัว ๆ จากนั้นก็คว้าคอตัวสุดท้ายเอาไว้ก่อนที่จะยกมันจนตัวลอย
“อิมพอร์ตคาร์แรคเตอร์” แอมเบอร์พึมพำ ร่างที่เธอยกขึ้นตาเหลือกและสิ้นลมหายใจในทันที
“สำเร็จไหม” ไคเลอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าเจ้าตัว เขาช่วยฝึกพลังนี้ให้กับแอมเบอร์ด้วยตนเอง แต่กลับเพิ่งได้เห็นมันทำงานจริง ๆ เป็นครั้งแรก
ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะในโลกเสมือนจริงไม่มีวิญญาณของสิ่งมีชีวิตให้ทดสอบ หรือถ้าจะพูดให้ถูกยิ่งกว่านั้นคือที่ทดสอบมาก่อนหน้านี้ แอมเบอร์เองก็ไม่แน่ใจว่ามันใช้การได้แค่ไหนในโลกจริง
แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว ร่างซัมมอนตนแรกได้ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
“สร้างตัวละคร ชาลูสเปียร์แมน Lv. 1 สำเร็จ ต้องการตั้งชื่อไหมคะ” เสียงประกาศเตือนดังขึ้น เป็นเสียงของความสามารถของแอมเบอร์ที่แม้แต่ไคเลอร์ก็ยังได้ยิน
“วอลัน”
ไคเลอร์แน่ใจว่าถ้าเร่งฝีเท้าสักหน่อย เขาและแอมเบอร์น่าจะถึงเทลิกได้ในช่วงค่ำ ๆ ของวันนี้ แม้ว่าอาจจะไม่มีทางทันขบวนหลักที่เกือบจะถึงแล้วแต่ก็คงคลาดกันแค่ไม่นาน พอมั่นใจว่าไม่ทันแน่เขาก็เลยไม่ได้รีบร้อนจะไปในถึงแต่อาศัยโอกาสนี้จัดการกับชาลูระหว่างทางเพิ่มเป็นการเก็บประสบการณ์ให้กับแอมเบอร์
ไม่ใช่แค่แอมเบอร์ที่พัฒนาขึ้นระหว่างต่อสู้
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ วอลันเพิ่มระดับเป็น Lv. 2” เสียงจากความสามารถร้องเตือน
“HP กลายเป็นสิบสอง เพิ่มขึ้นมาแค่สองหน่วย MP ไม่ ยังศูนย์เหมือนเดิม ค่าสเตตัสอื่นก็เพิ่มมาอย่างละหนึ่ง ยกเว้นสติปัญญาที่เพิ่มมาสี่ ไม่ได้สกิลอะไรเพิ่มแฮะ” แอมเบอร์พึมพำอยู่คนเดียว ถึงเสียงประกาศเตือนตอนเลเวลอัพทุกคนจะสามารถได้ยิน แต่ดูเหมือนค่าพลังต่าง ๆ ของวอลันจะมีแค่เธอเท่านั้นที่มองเห็น
“เก่งขึ้นมากหรือน้อยก็ไม่เป็นไรหรอก สำคัญคือมันเก่งขึ้นได้ต่างหาก”
“นั่นสิคะ”
“เจ้าพวกชาลูพวกนี้มีวิวัฒนาการได้ แถมยังมีอาชีพอื่นด้วย บางทีถ้ามีเลเวลสูงพอก็อาจจะเปลี่ยนคลาสได้สินะ” ไคเลอร์พูดขึ้น
“น่าเสียดายที่ตอนนี้สามารถบันทึกได้แค่ตัวเดียว ไม่งั้นจะลองสร้างชาลูหลาย ๆ แบบดูค่ะ เช่นเจ้าตัวชาแมน หรือเจ้าตัวยักษ์”
“ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้นะ ระหว่างที่รอให้เก่งพอจะสร้างตัวใหม่ได้ ช่วงนี้ก็ฝึกวอลันให้แข็งแกร่งก่อน”
แอมเบอร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย จากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งใจเบี่ยงออกจากเส้นทางหลักอีกเล็กน้อย
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ วอลันเพิ่มระดับเป็น Lv. 3”
วอลันเก่งขึ้นอีกนิดหลังจากล้มชาลูไปได้อีกหลายตัว ในเลเวลเท่านี้แอมเบอร์และไคเลอร์สามารถปล่อยให้กับสู้ตามลำพังได้แล้ว ถ้าอีกฝ่ายยังเป็นชาลูทั่วไป วอลันแทบไม่มีโอกาสแพ้ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ วอลันเพิ่มระดับเป็น Lv. 4”
แอมเบอร์มองค่าสเตตัสที่เพิ่มขึ้นอย่างตื่นเต้น ถึงแต่ละเลเวลจะเพิ่มมาแค่หนึ่งหน่วยในทุกค่ายกเว้นค่าสติปัญญา แต่สำหรับชาลูที่ค่อนข้างอ่อนแอกว่ามนุษย์ สเตตัสเพียงเล็กน้อยก็มีผลกับมันมาก
“ได้สกิลแรกมาแล้ว เบสิกสเปียร์มาสเตอรี Lv. 1” แอมเบอร์ตื่นเต้นจนเผลอร้องว้าว ปกติเธอจะไม่ค่อยแสดงออกด้านนี้ให้ใครเห็นนอกจากคนที่สนิทกันจริง ๆ สำหรับตอนนี้ไคเลอร์ที่ช่วยเธอมาถึงสามปีในโลกเสมือนจริงก็คงนับเป็นหนึ่งในนั้น
เบสิกสเปียร์มาสเตอรี Lv. 1 ตามชื่อเลยก็คือสกิลติดตัวที่เพิ่มทักษะในการใช้อาวุธประเภทหอก เป็นของที่น่าจะมีในชาลูทุกตัวตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ และเพราะยังเป็นเลเวลหนึ่ง มันจึงคาดหวังอะไรไม่ได้มาก
การที่แอมเบอร์ซอยย่อยเลเวลเป็นการตัดสินใจที่ดี ถ้าพลังของเธอใช้ช่วงความห่างของเลเวลเท่ากับที่ไซริลหรือฟรานเซสกาใช้ จนป่านนี้วอลันอาจจะยังไม่ถึงเลเวลสองเลยก็ได้
“อัพอีกแล้ว อัพรัว ๆ เลยแฮะ” ไคเลอร์ได้ยินเสียงประกาศเลเวลอัพดังมาอีกแล้ว เมื่อครู่มันเพิ่งบอกว่าวอลันได้เลเวลสิบมา
“วอลันเลเวลถึงกำหนด สามารถเปลี่ยนอาชีพและสายพันธุ์ได้… ต้องการเปลี่ยนสายพันธุ์หรือไม่”
“ขอดูรายการสายพันธุ์ที่เปลี่ยนได้”
“คำเตือน สายพันธุ์ที่เปลี่ยนไปเกี่ยวข้องกับอาชีพที่สามารถเปลี่ยนได้ กรุณาเลือกสายพันธุ์จากรายการต่อไปนี้ ชาลูชาลู ไจแอนท์ชาลู ไคชาลู”
“แย่ล่ะสิ…”
“ไม่มีคำอธิบายเหรอ” ไคเลอร์เกาหัวแกรก ๆ เมื่อได้ยินชื่อสายพันธุ์ทั้งสาม
“ไม่มีค่ะ… ความสามารถนี้ล่วงรู้ไปถึงชื่อสากลของสายพันธุ์และอาชีพที่เป็นไปได้ แต่ไม่รู้รายละเอียดค่ะ”
“งั้นก็ต้องเดาสิ ไจแอนท์ชาลูนี่เดาไม่ยาก น่าจะเป็นเจ้าชาลูตัวยักษ์ที่นาน ๆ จะเห็นที ชาลูชาลูกับไคชาลู ตัวใดตัวหนึ่งในนี้อาจจะเป็นตัวพันธุ์ใหม่ที่พบเห็นในช่วงนี้”
“อาจจะไคชาลูก็ได้นะคะ เดาค่ะ แต่รู้สึกว่าน่าจะเป็นแบบนั้น”
“อืมมม แล้วชาลูชาลูล่ะ”
“ขอเลือกชาลูชาลูค่ะ” แอมเบอร์บอกกับพลังของเธอเอง
“อ้าววว” ไคเลอร์มึนตึ้บ ทั้งที่พอเดาออกว่าอีกสองชื่อคืออะไร แต่แอมเบอร์ดันไปเลือกอันแรกเฉย
วอลันเปลี่ยนไปในทันทีที่แอมเบอร์ยืนยันความต้องการ รูปร่างของชาลูโตขึ้นเพียงเล็กน้อย มีกล้ามเนื้อมากขึ้น หางยาวขึ้น รูปร่างดวงตาเปลี่ยนเป็นทรงเรียวกว่าเดิม แต่ที่ว่ามาทั้งหมดก็ถือว่าเล็กน้อยมาก มองรวม ๆ แล้วชาลูชาลูแทบไม่ต่างจากชาลูปกติเลย
“อา… ไม่ใช่สิ ไม่เหมือนเดิมซะหน่อย ปกติมองข้ามไป แต่พวกชาลูที่ไม่ใช่ตัวใช้หอกกับลูกดอกมันต่างจากชาลูปกติ พวกมันโตและดูดุร้ายกว่าเล็กน้อย” ไคเลอร์พึมพำ