Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 198: บอกกับคุณซามูเอลเองเถอะ
เวลาในขณะนี้คือตีสอง โซลิเนเข้าใจว่าทุกคนคงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ เธอจึงอนุญาตให้พวกเขาไปพักผ่อนก่อนที่จะกลับมาคุยเรื่องการแบ่งงานในตอนเช้า
ไคเลอร์รับหน้าที่จัดการกับอาวุธของทุกคน เขาอ้างว่าจะดูแลอาวุธให้แต่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเขาต้องการยึดอาวุธเอาไว้ก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าคืนนี้จะผ่านไปโดยไม่มีเรื่องตุกติกอะไร
ส่วนฟิลิเซียและหน่วยต้อนรับก็พาสมาชิกใหม่สู่เมืองชั้นบน ซึ่งที่พักชั่วคราวของพวกเขาถูกเตรียมเอาไว้แล้ว
แอมเบอร์ถือโอกาสนี้ชวนโดโรธีคุยเรื่อยเปื่อย ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวกับซามูเอล
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะผูกพันกับเขาขนาดนี้นะ”
“ฉันทำให้ลำบากใจหรือเปล่าคะ ที่ชวนคุยเรื่องนี้”
“ไม่หรอก” โดโรธียักไหล่ “ถ้าคุยแล้วสบายใจขึ้นก็มาคุยกันฉันได้นะ ถึงจะไม่รู้ว่าช่วยได้ไหม”
“ขอโทษนะคะ ฉันรู้จักเขาสามปีในโลกนั้น แต่คุณอยู่กับเขาสิบปี จริง ๆ แล้วมันไม่ควรจะเป็นคุณที่ต้องมาพูดปลอบฉันเลย”
“ไม่เอาน่า อย่าพูดอะไรเหมือนคนอื่นคนไกลสิ” โดโรธีปั้นยิ้ม
“ขอบคุณนะคะ”
…ยายนี่สนิทกับโซลิเนนี่นะ สนิทกันไว้น่าจะมีประโยชน์…
โดโรธีคิดว่าเธอจะมีโอกาสได้สนิทกับแอมเบอร์มากขึ้นในเร็ววันนี้ แต่เธอก็ไม่ได้คาดว่าหลังจากนอนหลับไปได้ครู่เดียว คนที่ย่องมาสะกิดเธอจะกลายเป็นแอมเบอร์
“ขอโทษนะคะที่มารบกวนกลางดึก”
“อา… มีอะไรงั้นเหรอ”
“ฉันได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ น่ะค่ะ แต่ทุกคนหลับกันหมดแล้ว จะไปเรียกยามก็กลัวว่า…”
“เสียงแปลก ๆ แปลกแบบไหน” โดโรธียกมือขึ้นบังแสงจากไฟฉายที่แอมเบอร์ส่องมาที่เธอ
“ในน้ำค่ะ ที่ทะเลใต้ดิน ฉันกลัวว่าจะเป็นพวกชาลู แต่ก็กลัวว่าถ้าคิดไปเองมันจะทำให้ทุกคนแตกตื่น”
โดโรธีรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะชกใส่หน้าของแอมเบอร์ที่บังอาจมารบกวนการนอน แต่เธอแสดงออกด้วยรอยยิ้มแทน
“ฉันเข้าใจ” โดโรธีปลอบโดยบอกว่าแอมเบอร์อาจหูแว่วไปเอง บางทีมันอาจเกี่ยวกับการที่เพิ่งเสียคนรู้จักไป เธอเองก็เคยเป็นแบบนั้น
แอมเบอร์ดูวิตก เธอยืนกรานว่าเธอได้ยินเสียงบางอย่างจริง โดโรธีได้ฟังก็โกรธจนเกือบเผลอปล่อยจิตสังหารออกมา นี่ถ้าเธอไม่ตั้งใจจะผูกมิตรกับอีกฝ่ายเพื่อรีดข้อมูล เธอก็อยากจะหาเรื่องเชือดแอมเบอร์ทิ้ง
…ยายนี่ถึงจะดูงี่เง่า แต่ก็เคยได้รับการดัดแปลงเป็นไซเลนเซอร์มาแล้ว ถ้าฆ่ามันก็คงได้พลังมาพอสมควร…
…รอก่อนเถอะ ได้โอกาสเมื่อไหร่แม่จะปาดคอซะ…
“เอาเถอะ เธอบอกว่าได้ยินที่ไหนนะ แถวทะเลใต้ดินใช่ไหม ฉันเองก็เคยได้ยิน แต่ยังไม่ได้เห็นกับตาเลย งั้นเธอช่วยนำทางหน่อยสิ เราจะได้ไปดูกัน”
แอมเบอร์ยิ้มจนแก้มแทบปริ เธอรีบพาโดโรธีไปตามคำขอ ดูเหมือนที่เธอพูดว่าเธอไม่ต้องการให้หน่วยลาดตระเวนตื่นตกใจจะเป็นเรื่องจริง เพราะเธอพาโดโรธีเดินเลี่ยงยามเหล่านั้น
ที่นั่นคือชายหาดของทะเลใต้ดิน โดโรธีเหลียวมองตามนิสัยเพื่อหาว่ามีใครหรืออะไรซ่อนตัวอยู่ไหม แต่ทัศนวิสัยของจุดนั้นมันแทบไม่มีอะไรให้ซ่อนตัว มันมีแค่หินขรุขระ กับทะเลสีดำที่กว้างจนยากจะประเมินได้ในที่มืดมิด
“ตรงไหนเลย เสียงที่ว่า”
“คุณไม่ได้ยินเลยเหรอคะ”
“ไม่ใช่เสียงปลาใช่ไหม” โดโรธีหัวเราะ “เคยได้ยินมาว่าทะเลนี่มีฉลามด้วยนี่นา”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” แอมเบอร์ก้มหน้างุด
โดโรธีรู้สึกสังหรณ์ใจพิลึกเธอเหลียวมองรอบ ๆ อีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่มีใครซ่อนหรือกับดักใด ๆ ซ่อนอยู่
“แอมเบอร์ เธอ… ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“เสียงค่ะ เสียงนั้นกำลังพูดอยู่เลยค่ะ คุณไม่ได้ยินเหรอคะ”
“เสียงอะไร ฉันไม่ได้ยินเลยสักนิด”
“ฆาตกร” แอมเบอร์พึมพำเบา ๆ “เสียงของคุณซามูเอลกำลังกระซิบค่ะ บอกว่าฆาตกรอยู่ที่นี่”
“ถ้าเธอจะล้อกันเล่นแบบนี้ ฉันจะกลับแล้วนะ”
“คุณไม่รู้ตัวสินะคะ พลังของเรานั้นคล้ายกันค่ะ พลังของคุณช่วงชิงบางอย่างมาจากคนที่ตายค่ะ แต่คุณไม่รู้ตัวเลยว่ามันไม่ได้หายไป เขายังอยู่กันคุณมาตลอด”
“หยุดล้อเล่น…” โดโรธีชะงัก เธอรู้สึกถึงลมหายใจมาจากดัานหลัง
เธอบอกตัวเองว่าจะหันไปไม่ได้เด็ดขาด แต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้ ใบหน้ากำลังหันไปทางด้านซ้าย หางตาของเธอกำลังมองหาสิ่งที่ไม่น่าจะมีอยู่จริง
“ฆาตกร” เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ดังมาจากด้านหลัง แต่โดโรธีไม่เห็นสิ่งใดอยู่ที่นั่น
เธอกระโดดมาตั้งหลักในจุดที่ห่างออกไปเล็กน้อย ลมหายใจปั่นป่วนเพราะความสับสน เธอไม่เข้าใจว่าตนกำลังรับมือกับอะไร ผีสางที่ไหนกัน เธอใช่ว่าเคยฆ่าคนครั้งแรกเสียที่ไหน
“ใช่จริง ๆ ด้วยสินะคะ คุณนี่แหละที่ฆ่าคุณแซม ไม่งั้นวิญญาณของเขาจะมาตามคุณแบบนี้เหรอ”
“เธอเสียสติไปแล้ว” โดโรธีพูดตะกุกตะกัก นี่เธอกำลังหวั่นไหวงั้นเหรอ
“พลังของฉันคล้ายกับคุณค่ะ เรานำวิญญาณของอีกฝ่ายมาใช้งานมันเลยทำให้ฉันรู้สึกได้ ตอนแรกฉันก็ยังไม่แน่ใจนัก แต่พอเห็นอาการคุณในตอนนี้ฉันก็มั่นใจแล้ว คุณนี่แหละที่ฆ่าเขา”
“เธอมันบ้าแล้ว ใครเขาจะเชื่อ”
“คนอื่นอาจจะไม่ แต่โซลิเนเชื่อฉันแน่”
“เธอมันบ้า” โดโรธีนึกคำพูดไม่ออกจึงได้แต่พึมพำคำเดิม นี่เธอกำลังจะถูกเปิดโปงด้วยเรื่องที่ไม่มีหลักฐานแบบนี้น่ะเหรอ
…ใจเย็น ๆ เดนนิส วิญญาณอะไรนั่นไม่ใช่ประเด็น แอมเบอร์ต่างหากที่เป็นปัญหา… โดโรธีคิด
…โชคดีแล้วที่แถวนี้ไม่มีใคร ส่วนยายนี่ก็เป็นแค่พวกที่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน มันไม่มีทางเอาชนะเธอได้หรอก…
คิดได้แบบนั้นโดโรธีก็สงบใจลงได้ เธอทำเป็นยิ้มและเดินเข้าไปใกล้ เมื่ออยู่ในระยะแล้วมีดของเธอก็แทงออกไป
แอมเบอร์หยุดมีดไว้ได้ฉิวเฉียด อีกแค่ไม่กี่นิ้วมันก็เกือบจะปักอยู่ที่เอวของเธอแล้ว แต่การโจมตีของโดโรธีเพิ่งเริ่มเท่านั้น เมื่อมีดถูกหยุดเธอก็เปลี่ยนมาให้ลำตัวกระแทกใส่แอมเบอร์แทน
“เดธเคาท์เตอร์” โดโรธีเอยชื่อของพลังที่เธอเพิ่งใช้
“พลังของคุณซามูเอล… ยอมรับแล้วสินะคะ”
“ก็นะ แต่เธอจะไม่มีโอกาสไปบอกใครหรอก โง่จริงเลยที่ดันมาแฉฉันทั้งที่อยู่ตามลำพัง”
“ถ้าไม่อยู่ลำพัง คุณก็คงไม่เปิดช่องแบบนี้หรอก อีกอย่างฉันอยากจัดการคุณเองค่ะ”
“ยังกล้าปากดีอีกนะ รู้ใช่ไหมโดนแบบเมื่อกี้อีกหกครั้ง ไม่สิ อ่อนแอแบบเธออีกสี่หรือห้าครั้งก็น่าจะตายแล้ว”
พูดจบโดโรธีก็เข้าไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่ง่ายเหมือนคราวแรกเพราะวอลันถูกซัมมอนออกมาก่อน หอกของมันเฉียดเธอไปนิดเดียว โดโรธีเสียหลักเล็กน้อยและจังหวะนั้นแอมเบอร์ก็พุ่งเข้ามา
ดาบเรียกเลือดให้โดโรธีสำเร็จ แต่ก็ได้เพียงแผลบาง ๆ ที่แขนซ้ายเท่านั้น ส่วนแอมเบอร์ก็ถูกต่อยสวนที่หน้าจนเซไปเช่นกัน ความเจ็บไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเท่าไหร่ สิ่งที่อันตรายคือเธอถูกความสามารถของโดโรธีเป็นครั้งที่สองแล้ว
“อ้าว สองครั้งแล้วนะ จะเปลี่ยนใจตะโกนเรียกคนมาช่วยดูไหมล่ะ”
“คุณคิดว่าถ้าท้าทายแบบนั้นแล้วฉันจะถือทิฐิแล้วไม่ยอมเรียกคนมาช่วยเหรอคะ”
โดโรธีฉีกยิ้มท้าทาย ใจจริงแล้วเธอก็กลัวแอมเบอร์จะเรียกคนมาช่วย บริเวณนี้อาจจะเปลี่ยว ห่างจากที่พักและมีเสียงดังจากกระแสน้ำ แต่ถ้าแอมเบอร์คิดจะทำเสียงดังมันก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครได้ยิน
“ต่อเถอะค่ะ” แอมเบอร์ยิ้มด้วยรอยยิ้มน่าขนลุก โดโรธีไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะมีใบหน้าแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วย
การปะทะรอบที่สาม โดโรธีไม่สามารถทำเป็นเล่นได้อีกต่อไป เธอหันไปใช้ดาบความถี่สูงแบบเดียวกับแอมเบอร์ ดาบของทั้งสองฝ่ายปะทะกันจนเกิดเสียงลั่น เห็นได้ชัดว่าทั้งความเร็วและพลังโดโรธีที่เอาชนะซามูเอลมาได้มีพลังที่เหนือกว่า แต่อีกฝ่ายก็มีความได้เปรียบเล็ก ๆ ที่มีวอลันช่วย
วอลันในปัจจุบันมีเลเวลถึงสามสิบแล้ว แค่เฉพาะกำลังเขาก็มีเทียบเท่ากับไจแอนท์ชาลู อาจจะยังห่างชั้นกับทั้งโดโรธีหรือแอมเบอร์ แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่โดโรธีจะไร้ความเสียหายหากเขาโจมตีได้สำเร็จ
“สาม” โดโรธีตะโกนขู่ เธอใช้พลังกับแอมเบอร์ได้เป็นหนที่สามแล้วผ่านลูกเตะที่ส่งอีกฝ่ายกระเด็นไป
“เอายังไงดีนะ จะกดระเบิดไปเลย หรือจะรออีกสักสองสามครั้งดีนะ”
“จะกดระเบิดตอนนี้หรือรอก็ไม่ต่างหรอก” แอมเบอร์ลุกขึ้นปัดฝุ่น เธอถูกพลังของโดโรธีแต่ก็แทบไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะใช้สองมือสกัดไว้ได้ทัน จะมีก็เพียงรู้สึกชาที่มือทั้งสองข้างที่รับแรงกระแทกเอาไว้
โดโรธีเหนือกว่าในด้านประสบการณ์ ก่อนจะเข้าไปฝึกฝนเป็นไซเลนเซอร์ เธอก็เคยเป็นหน่วยทหารพลังจิตมาก่อน ในขณะที่แอมเบอร์เธอคือนางแบบร่างสูงหุ่นเพรียวลม โดโรธียอมรับว่าเธอคิดว่าอีกฝ่ายรับมือได้ดีเกินคาด
…นอกจากซามูเอลและผู้คุ้มกัน ระหว่างทางที่เดินทางมาที่เทลิกเราก็ฆ่าชาลูไปอีกบ้าง ถึงจะไม่ได้สกิลอะไรมาเพิ่มแต่ก็ได้สเตตัสมา ทำไมยังเอาชนะยายนี่แบบขาดลอยไม่ได้นะ…
คำตอบก็คือแอมเบอร์ไม่ใช่มือใหม่ไร้ประสบการณ์อย่างที่โดโรธีเข้าใจ เป็นเรื่องที่น้อยคนที่รู้ แต่แอมเบอร์เองก็เคยฝึกทหารมาก่อน เธอไม่ได้มาอยู่ในดูมแองเจิลเพียงเพราะคำชวนของโซลิเนเท่านั้น ความจริงก็คือเธอมีสายสัมพันธ์โดยตรงกับโซนาตา
แอมเบอร์รู้จักโซนาตาเป็นอย่างดี เธอเป็นญาติผู้พี่ของอลินาเพื่อนสนิทของเขา เธอเป็นผู้ทดสอบรุ่นแรกของโปรแกรมเสมือนจริงด้วยซ้ำ การเข้าไปในโลกเสมือนจริงพร้อมกับโดโรธีและซามูเอลเป็นการเข้าไปในรอบที่สิบของเธอ
เธอยอมรับความจริงว่าตนไร้พรสวรรค์ การที่ต้องเลิกเรียนไซเลนเซอร์กลางคันก็เป็นครั้งที่สิบของแอมเบอร์เช่นกัน แต่ทุกครั้งเธอไม่ได้กลับมามือเปล่า พลังของเธอเติบโตขึ้นในทุกครั้งจนในที่สุดมันก็เสร็จสมบูรณ์ในครั้งสุดท้าย
แอมเบอร์กำลังซึมซัมประสบการณ์ของโดโรธีทีละเล็ก ทีละน้อย ช่องความห่างของฝีมือที่แทบไม่มีทางตามทันกำลังหดแคบลง ซึ่งโดโรธีก็รู้อยู่แก่ใจ
“ครั้งที่สี่”
อีกครั้งที่แอมเบอร์ถูกเล่นงานจนเซถอยไป แต่โดโรธีเองก็โดนวอลันดันจนเกือบล้มเช่นกัน ตอนนั้นเองที่โดโรธีตัดสินใจจะไม่รอแล้ว หากเธอใช้พลังกับแอมเบอร์ได้อีกหน เธอก็จะกดระเบิดทันที ยิ่งยืดเยื้อเธอก็ยิ่งไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ครั้งที่ห้ามาเร็วกว่าที่คิด โดโรธียอมเสี่ยงเข้าประชิดในตำแหน่งที่เสียเปรียบ มือของเธอถูกหอกของวอลันแทงทะลุ ส่วนดาบของแอมเบอร์ก็เฉียดคอหอยของเธอไปในระยะแค่เส้นผม แต่มันก็เปิดโอกาสให้เธอหมุนตัวเตะใส่แอมเบอร์ได้สำเร็จ
“ครั้งที่ห้า พอกันที”
โดโรธีใช้พลังทันที ระเบิดห้าครั้งที่ถูกสะสมในร่างของแอมเบอร์กำลังจะปะทุออก จำนวนครั้งที่ยัดเข้าไปจะเพิ่มอานุภาพให้ระเบิดอย่างทวีคูณ เธอมั่นใจว่ามันแรงพอที่จะทำให้ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ
แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โดโรธีสั่งใช้พลังอีกครั้ง แต่ยังคงเงียบสนิท
…ทำไมถึงใช้ไม่ได้…
แอมเบอร์ที่เพิ่งถูกเตะล้มลงไปในทะเล กำลังลุกขึ้นพร้อมกับร้อยยิ้ม เช่นเดิม ลูกเตะของโดโรธีไม่ได้ส่งผลอะไรกับเธอมาก
โดโรธีตกใจจนเผลอเดินถอยหลังออกมา ด้านหลังของแอมเบอร์มีชายคนหนึ่งปรากฏอยู่
…เป็นไปได้ยังไง ทำไมฉันถึงไม่รู้สึกว่ามีคนอื่นอยู่ด้วยจนตอนนี้…
“สร้างตัวละคร ไซเลนเซอร์ Lv. 1 สำเร็จ ต้องการตั้งชื่อไหมคะ” เสียงจากพลังของแอมเบอร์ดังขึ้น
“ซามูเอล”
ไม่มีเวลาพูดคุยซักถามให้สิ้นสงสัย แต่โดโรธีก็พอจะเดาเรื่องราวออกแล้ว พลังของแอมเบอร์เหมือนกับเธอ มันคือพลังที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณเหมือนกับที่เธออ้างไว้ บางทีเธออาจจะรู้สึกได้ถึงวิญญาณของซามูเอลที่ตกค้างอยู่ และใช้มันเป็นวัตถุดิบสำหรับการสร้างซัมมอน
มันคือสาเหตุที่แอมเบอร์รอดพ้นจากระเบิดมาได้ ซัมมอนใหม่ของเธอคือซามูเอลคนใหม่ที่มีความสามารถเดิม เขาสามารถยกเลิกพลังที่โดโรธีใช้กับแอมเบอร์ได้
สถานการณ์แย่ลงทันที ตราบใดที่แอมเบอร์มีซัมมอนตนนี้ พลังของเดธเคาเตอร์ก็จะไร้ผล ทั้งสองฝ่ายต่างสามารถยกเลิกมันได้ทุกเมื่อ
…ใจเย็น ๆ เดนนีส ใช้พลังไม่ได้เธอยังไม่แพ้สักหน่อย เธอยังแข็งแกร่งกว่าเยอะ…
ความมั่นใจของโดโรธีไม่ได้ไร้เหตุผล ซามูเอลในร่างหนุ่มมีเพียงพลังพิเศษเท่านั้นที่เหมือนคนเดิม แต่เขาไม่ได้แข็งแกร่งเท่าคนที่โดโรธีสังหารไปด้วยซ้ำ แค่ไซเลนเซอร์อ่อนแอสองคนกับชาลูหนึ่งตัวไม่ใช่ศัตรูที่เธอเอาชนะไม่ได้
ซามูเอล แอมเบอร์ และวอลันกระเด็นกันไปคนละทิศละทาง โดโรธีเค้นเอาพลังทั้งหมดออกมาใช้แบบไม่จำเป็นต้องมาห่วงอะไรอีก พอความเยือกเย็นและเหี้ยมโหดกลับมาเธอก็ยิ่งดูร้ายกาจขึ้นอีก
ซามูเอลเจ็บหนักจากการที่ใช้ร่างเป็นโล่ให้กับแอมเบอร์ เขาคือไซเลนเซอร์แต่ก็เป็นไซเลนเซอร์เลเวลหนึ่ง แอมเบอร์เองยังแข็งแกร่งกว่าเขามาก การโจมตีของโดโรธีทำให้กระดูกซี่โครงของเขาหักไปแล้วหลายซี่
วอลันก็มีสภาพดีกว่าไม่มาก เขาถูกโดโรธีอัดกระแทกใส่พื้นชายหาดที่เต็มไปด้วยหินแหลมคม แขนข้างหนึ่งแหลกเละไปแล้วเรียบร้อย ส่วนตาก็ปิดสนิทไปหนึ่งข้าง
ราวกับจะใช้พลังเฮือกสุดท้าย วอลันใช้ไม้ตายทเวิร์ลเลอร์สเปียร์สุดแรง แต่แทนที่มันจะตรงไปที่โดโรธีมันกลับแฉลบออกไปจนหมด ทุกการโจมตีไปจบอยู่ที่ทะเลข้างหลังศัตรูของเขาเท่านั้น
“เล็งไปทางไหนฟระ” โดโรธีแสยะยิ้ม
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ วอลันเพิ่มระดับเป็น Lv. 31”
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ ซามูเอลเพิ่มระดับเป็น Lv. 2”
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ ซามูเอลเพิ่มระดับเป็น Lv. 3” เสียงจากระบบดังต่อเนื่องซ้อนกันจนจับไม่ได้ชัดเจน
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ ซามูเอลเพิ่มระดับเป็น Lv. 5” แล้วมันก็หยุดลง
เมื่อโดโรธีเหลียวมองไปทางทะเล เธอก็เข้าใจเหตุผลของเลเวลอัพนี้ ซากของฉลามใต้ดินตัวใหญ่กำลังลอยขึ้นมา การโจมตีของวอลันเมื่อครู่ไม่ได้เล็งมาจากเธอ เขาตั้งใจจะฆ่าเจ้าฉลามตัวนี้ต่างหาก
การเพิ่มระดับจะทำให้ความเสียหายก่อนหน้านั้นหายไป วอลันที่เก่งขึ้นอีกหนึ่งระดับไม่ได้ต่างไปจากเดิมมาก แต่ไม่ใช่กับซามูเอล นอกจากค่าพลังพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นแล้วเขายังมีสกิลที่เสริมความแข็งแกร่งติดมาด้วย
เมื่อทั้งสองประสานกับแอมเบอร์ โดโรธีก็กลายเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อน เธอพยายามหาช่องสวนกลับแต่ทุกครั้งที่ฝืนทำผลที่ได้กลับมามันจะเลวร้ายลง บาดแผลเริ่มปรากฏมากขึ้นกับทั้งสองฝ่าย
เธอเสียเปรียบเต็มประตู จะหนีก็ไม่ได้ สู้ก็ไม่แน่แล้วว่าจะชนะ แถมยิ่งเสียเวลาอยู่ตรงนี้เวลาเช้าก็ใกล้เข้ามา ไม่ว่าทางไหนเธอก็เกือบจะเป็นทางตัน
“ตอนนี้แหละ” แอมเบอร์ออกคำสั่ง ซามูเอลทำท่าจะเข้าไปชกสุดแรง ส่วนวอลันก็กำลังจะใช้ไม้ตายอีกครั้ง
โดโรธีเผลอตั้งรับตามสัญชาตญาณ เธอได้ยินเสียงการโจมตี แต่รออยู่อึดใจหนึ่งก็ไม่เห็นการโจมตีมาถึง แล้วเธอก็เข้าใจว่าถูกหลอกเข้าอีกครั้งแล้ว
วอลันทำแบบเดียวกับเมื่อครู่ เขาไม่ได้โจมตีโดโรธีแต่หันไปโจมตีใส่ทะเล ตรงบริเวณซากของฉลามไร้ตา มีซากของฉลามอีกหลายตัวเพิ่ม พวกมันถูกเลือดของฉลามตัวแรกล่อมารวมกัน แล้วก็ถูกวอลันสังหารหมู่ซ้ำ
“ค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ วอลันเพิ่มระดับเป็น Lv. 32”
เสียงค่าประสบการณ์ของซามูเอลดังรัวจนฟังไม่ออก โดโรธีหน้าซีดอย่างสิ้นหวังเมื่อพบว่าตัวเลขของเลเวลไปหยุดอยู่ที่ Lv. 15
ทั้งสามรุมเข้ามาอีกครั้ง อาการบาดเจ็บของวอลันและซามูเอลไม่หลงเหลือแม้แต่นิด มันแทบจะเรียกว่าการต่อสู้ไม่ได้อีกต่อไป โดโรธีได้แค่ปัดป้องอย่างสุดกำลัง แต่หอกของวอลันแทรกเข้ามา หมัดของซามูเอลก็ทะลวงเข้าไป รวมทั้งดาบของแอมเบอร์ที่ไม่เคยน่ากลัวสำหรับโดโรธีก็แทงทะลุอกของเธอ
“อย่า! ยอมแพ้แล้ว อย่าฆ่าฉันเลยนะ” โดโรธีร้องลั่น น้ำหูน้ำตาไหลพราก ไม่หลงเหลือท่าทางอวดดีแบบที่มักจะทำอยู่เสมอ
“บอกกับคุณซามูเอลเองเถอะ” แอมเบอร์ลดดาบลง แต่ซามูเอลยังตรงดิ่งไปที่ร่างที่โชกเลือด
“ม่ายยย”