Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 2: ประตูยักษ์กลางป่า
แต่พวกทหารไม่คิดแบบนั้น แต่ละคนช่วยกันรบเร้าขอให้โซนาตาเลือกทางอื่นที่จะได้ไม่ต้องปะทะกับสิ่งนั้น
“เจ้าพวกนี้นี่ ปอดแหกไม่เข้าเรื่อง กลัวแบบนี้แล้วจะตามมาด้วยทำไมฟะ” โซนาตาบ่นอุบแต่เขาก็ใจดียอมเบี่ยงเส้นทางออกไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้เหล่าลูกน้องสบายใจขึ้น
การสำรวจยังคงดำเนินต่อไป ป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์จากทั้งพืชและสัตว์นานาชนิด หรือจะพูดให้ถูกกว่านั้นคือมันเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาดนานาชนิดนั่นเอง
โซนาตาไม่ได้ประหลาดใจกับรูปร่างพิสดารและความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดเหล่านั้นจนกระทั่งอัลโตยืนยันว่าเขาเห็นพวกมันบางชนิดทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ ด้วยดวงตาพิเศษ อัลโตมองเห็นสัตว์ประหลาดรูปร่างเหมือนงูแบซิลิสก์ในเรื่องเล่า มันใช้สายตาของมันจ้องเหยื่อและสาปอีกฝ่ายจนกลายเป็นหิน
“กลายเป็นหินเหรอ แน่ใจนะ” โซนาตาถามย้ำ เขาคุ้นเคยกับพลังจิตดี มนุษย์ต่างดาวสามารถใช้พลังจิตได้ก็มีให้เห็นมาบ้าง แต่เขาไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดต่างดาวชนิดใดใช้พลังได้อย่างเป็นรูปธรรม
“มีบางตัวที่ใช้เวทมนตร์ได้ด้วย” อัลโตยืนยัน เขาเห็นสิ่งที่เหมือนวงเวทปรากฏขึ้นเมื่อสัตว์ประหลาดคล้ายแรดถูกโจมตี เขาไม่สามารถอธิบายอย่างอื่นได้นอกจากโลกนี้อาจจะมีอารยธรรมเวทมนตร์
“น่าสนุกแฮะ” แทนที่จะกลัว โซนาตากลับเผยรอยยิ้ม
แม้จะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่โซนาตากับอัลโตก็ไม่ได้แสดงท่าทางเหนื่อยล้าออกมา จะมีก็เพียงผู้ติดตามของพวกเขาที่ถูกทั้งความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดกดดันจนเรี่ยวแรงถดถอย โซนาตาไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจให้ทั้งห้าหยุดพักครู่หนึ่งในขณะที่เขาและอัลโตยังคงแยกสำรวจรอบ ๆ อย่างใจเย็น
ไม่กี่นาทีต่อมา โซนาตาลากหมีตัวหนึ่งติดมือมาด้วย มันมีเกล็ดหนาแข็งราวกับหุ้มเกราะ เขาพบว่ามันเป็นอย่างที่เพื่อนสนิทบอก เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้มีทักษะเวทมนตร์ที่หาไม่ได้ในสิ่งมีชีวิตทั่วไป ทำให้การจัดการมันยุ่งยากกว่าที่คิดเล็กน้อย
ส่วนอัลโตแม้จะไม่ได้มีตัวอะไรติดมือมา แต่เขาก็วิ่งมารวมกลุ่มด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ดูเหมือนว่าสายตาพิเศษของเขาจะมองเห็นเรื่องน่าแปลกอีกแล้ว
“ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร จะว่าเป็นแนวหน้าผาก็ไม่ใช่” อัลโตอธิบาย “มันถูกปกคลุมด้วยรากไม้และเถาวัลย์ก็เลยดูยาก แต่มันเป็นของที่ถูกสร้างขึ้นมาแน่นอน”
“ถูกสร้างขึ้น” โซนาตาเลิกคิ้วขึ้น “ที่ดาวนี้มีมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาอื่นงั้นเหรอ”
“มีความเป็นไปได้ ไม่รู้สิ หรือบางทีอาจจะเป็นฝีมือของเซอร์เรียน”
มีทางเดียวที่จะได้คำตอบ พวกเขาตัดสินใจไปดูมันให้เห็นกับตา โซนาตาล่วงหน้าไปก่อนพร้อมกับอัลโตด้วยความเร็วเต็มอัตรา เพราะไม่อยากให้พวกทหารที่ชักช้าเป็นตัวถ่วง
เมื่อไม่ต้องคอยพะวักพะวงกับพวกผู้ติดตาม ทั้งคู่ก็ไปถึงจุดหมายในเวลาไม่นานนัก มันเป็นอย่างที่อัลโตอธิบายเอาไว้ หน้าผาแห่งนี้ไม่เหมือนกับหน้าผาทั่วไป มันดูคล้ายกับประตูขนาดยักษ์ที่น่าจะจับเอาเซคเตอร์วันทั้งลำยัดเข้าไปได้ แต่มันคือประตูจริงหรือไม่ ด้านหลังของมันคืออะไร และทำไมถึงมาอยู่กลางป่าเขาแบบนี้ได้พวกเขาเองก็สุดจะคาดเดา
ระหว่างบานประตูทั้งสองด้าน โซนาตาเห็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ ของที่หน้าตาคล้ายกับกลอนยึดบานประตูทั้งสองข้างเอาไว้ อัลโตคิดจะทุบมันทิ้งแต่โซนาตาห้ามเอาไว้ก่อนเพราะเขาสัมผัสสนามพลังจากสิ่งนี้ได้
“ประตูจริง ๆ ด้วยสิ” อัลโตพิจารณาโดยรอบ “มีล็อค มีรูกุญแจด้วย แถมดูเหมือนไม่ได้พังได้ง่าย ๆ”
“ยิ่งอยากรู้มากกว่าเดิมแล้วว่ามันคืออะไร” โซนาตาหันไปบอกเพื่อน “นายใช้ความสามารถทะลุผ่านมันเลยได้ไหม”
“ลองทำไปแล้ว… แต่ทำไม่ได้” อัลโตส่ายหน้า “ดูเหมือนว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างกับแม่กุญแจที่ยึดประตูไว้ ต่อให้เทเลพอร์ตได้ก็ข้ามประตูนี้ไม่สำเร็จหรอก”
โซนาตาลูบคลำผิวประตูด้วยความใคร่รู้ ดูผิวเผินเหมือนมันเป็นหิน แต่แท้จริงแล้วมันทำจากแร่ที่เขาไม่เคยพบ ในเมื่อทำอะไรกับตัวล็อคไม่ได้ เขาจึงอยากลองดูว่าจะเจาะเข้าไปที่ประตูโดยตรงได้หรือไม่
“ยืมไอ้นั่นหน่อย อยากจะลองฟันมันดู” โซนาตาชี้ไปที่ดาบไฮฟรีเควนซีเบลดที่เหน็บอยู่ข้างเอวของเพื่อน ดาบเล่มนี้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์พื้นฐานยอดนิยมของไซเลนเซอร์ มันสามารถสั่นด้วยความถี่สูงชนิดที่ว่าข้อมือของมนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทนแรงสะเทือนของมันได้ ดาบชนิดนี้สามารถฟันผ่านวัตถุได้ทุกชนิดแม้แต่สสารที่แข็งที่สุดที่พวกเขารู้จัก
วี้…….
เมื่อเปิดใช้งาน เสียงจากแรงสั่นก็ดังลั่นจนน่ารำคาญ โซนาตาไม่รอช้าฟันฉับออกไปทันที หากเป็นอย่างที่เคย ประตูยักษ์ควรจะถูกตัดเป็นช่องใหญ่พอที่พวกเขาจะลอดผ่านมันไปได้ แต่น่าเหลือเชื่อนอกจากเสียงดังแสบแก้วหูยามเมื่อดาบปะทะบานประตูแล้ว สองสหายก็ไม่พบว่าดาบได้สร้างความเสียหายใด ๆ ให้กับบานประตูเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้ยยยย” เป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกสำรวจที่โซนาตาเผลอร้องออกมา เขาเองก็เผื่อใจไว้แล้วว่าดาบไฮเทคเล่มนี้อาจจะพังประตูไม่ได้ในการโจมตีครั้งเดียว แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะทิ้งประตูให้ถึงขั้นไร้ริ้วรอยได้แบบนี้
“ประตูนี่มันไม่ปกติแล้ว” อัลโตร้องออกมา โซนาตากดหยุดการทำงานของดาบ มันทำให้เขาเห็นว่าใบดาบนั้นมีรอยบิ่น ดาบนี้อาจไม่ได้ทำมาจากวัตถุยอดเยี่ยมที่สุดที่พวกเขาหาได้ แต่เขาก็ไม่เคยใช้มันฟันอะไรไม่ขาดมาก่อน
โซนาตารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เขาใช้กำลังทำลายก็ไม่ได้ พลังจิตของอัลโตที่ควรจะทำให้ตัวเขาทะลุผ่านวัตถุใดก็ได้ไม่ต่างกับเป็นของเหลวก็ใช้ไม่ได้ผลกับประตูและตัวล็อคอันนี้ มันทำให้โซนาตาตัดสินใจลองใช้พลังของเขาบ้าง
…สตีลมายด์…
โซนาตาสัมผัสกับแม่กุญแจพร้อมกับใช้ความสามารถพิเศษ เดิมทีพลังของเขาไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อใช้กับสิ่งไม่มีชีวิต แต่ในบางครั้งวัตถุที่หลงเหลือความทรงจำของผู้เป็นเจ้าของตกค้างไว้ก็จะทำให้เขาใช้ความสามารถแบบอ้อม ๆ เช่นนี้ได้
ในมโนภาพที่ถูกสร้างขึ้น เขามองเห็นภาพเสี้ยวหนึ่งในอดีต ชายผมสั้นสีน้ำตาลปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจักรกลหน้าตาประหลาด เขาเปลี่ยนจักรกลตัวหนึ่งให้กลายเป็นกลอนของประตูมหึมานี้ โซนาตาแน่ใจว่าเขาทำเพื่อผนึกบางอย่างเอาไว้
“ที่นี่มีมนุษย์อยู่จริงด้วย แถมยังเหมือนกับชาวโลกอีกต่างหาก” โซนาตาพึมพำ ภาพของชายหนุ่มผมน้ำตาลยังแจ่มชัดในความทรงจำ เขารู้สึกราวกับเคยรู้จักคนผู้นั้นที่ไหนสักแห่งมาก่อน เป็นความคิดถึงที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
“มีคนสร้างประตูนี้ขึ้นงั้นเหรอ” อัลโตถาม
“ใครหรืออะไรสักอย่างสร้างมันขึ้น ที่ฉันเห็น แค่มีผู้ชายคนหนึ่งพยายามปิดตายมัน”
…แล้วจะผนึกมันไปเพื่ออะไรกัน สิ่งที่อยู่ด้านหลังประตูนี้คืออะไรกันแน่…
ครู่ใหญ่ต่อมา เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ มันคือเสียงของทหารทั้งห้าชีวิตที่เพิ่งตามมาทัน แต่ละคนมีสภาพดูไม่จืด เนื้อตัวมอมแมม บางคนเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด อาวุธของพวกเขามีร่องรอยผ่านการใช้งานมาเมื่อไม่นานนี้
“ขอโทษที่ช้าครับ ไปเจอไส้เดือนยักษ์มา” ทหารคนแรกรายงาน
“แต่ทุกคนปลอดภัยดีค่ะ” ทหารคนที่สองรีบบอกเมื่อเห็นอัลโตมองชุดเปื้อนเลือดของเธอด้วยความเป็นห่วง เลือดนี้เป็นของไส้เดือนยักษ์ตัวที่ว่า
“พวกเราคิดว่าไส้เดือนไม่น่าจะอันตราย ต่อให้หัวมันใหญ่เท่าช้าง… แต่มันดันมีฟันคมกริบ และมันก็เข้ามาจู่โจมทันทีที่…”
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” โซนาตาตัดบท
เขาไม่ได้สนใจจะฟังรายละเอียดสักนิด เขาให้อัลโตช่วยสรุปผลเรื่องเกี่ยวกับประตูให้ทุกคนฟัง
โซนาตาเปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อติดต่อกับด็อกมาผู้เป็นทั้งพ่อบุญธรรมและนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ เขาส่งข้อมูลทั้งหมดที่พบเห็นให้ด็อกมาช่วยวิเคราะห์
“ทางนี้ก็มีอัปเดตนะ ตอนนี้แน่ชัดแล้วว่าพวกเราอยู่ในปี 9594” ด็อกมาแจ้งผ่านอุปกรณ์สื่อสาร
“ใช่จริง ๆ ด้วย ที่นี่คืออดีตสินะ สี่ร้อยเจ็ดปีก่อน” โซนาตาไม่ได้แตกตื่น เขาเองก็คิดไว้แล้วว่าอาจจะเป็นเช่นนี้ รวมทั้งเชื่อว่าสาเหตุที่ดาวดวงนี้มีสภาพแบบนี้ก็อาจเป็นฝีมือของเซอร์เรียนที่ย้อนเวลากลับมาเช่นกัน
“จะเอายังไงต่อ จะกลับมาวางแผนกันก่อนไหม” พ่อบุญธรรมถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ล่ะ ผมจะสำรวจต่อ ยังมีอะไรที่อยากรู้อีกหลายเรื่อง” เขาตัดสัญญาณไปทันทีเมื่อพูดจบ