Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 3: หมู่บ้านของเฮอร์มิต

ยังไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อกับเรื่องประตูปริศนา เสียงฝีเท้าใหม่ก็ดังแว่วจากระยะไกล มันคือเสียงฝีเท้ามนุษย์อีกมากกว่าสิบชีวิต
ทหารทั้งห้าเองรับรู้การมาของคนกลุ่มใหม่ได้จากพลังจิต พวกเขายกปืนตั้งท่าพร้อมโจมตีทุกเมื่อแต่ถูกโซนาตาห้ามเอาไว้ก่อน โซนาตาและอัลโตไม่รู้สึกถึงจิตคุกคามของคนอีกกลุ่ม คนพวกนี้ไม่ได้มาด้วยเจตนาร้าย
แล้วร่างหลายร่างก็ปรากฏขึ้นจากเงาของป่า พวกเขาเป็นกลุ่มชายหญิงสูงอายุสิบชีวิต ทุกคนมีรูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์โลกไม่มีผิดเพี้ยน แต่ละรายอยู่ในชุดคลุมสีเขียว เทา ไม่ก็น้ำตาล บางส่วนก็สวมชุดที่ทำจากหนังสัตว์หรือชุดที่ถักจากใบไม้ แต่ถึงชุดจะดูมอซอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่พวกเขาก็ดูสะอ้านสะอาดไม่ได้มอมแมมดูสกปรก
“สวัสดี ท่านผู้มาเยือน” หนึ่งในนั้นทักทายขึ้นก่อน เขาเป็นชายผมขาวหนวดเครารุงรัง โซนาตาประหลาดใจที่เครื่องแปลภาษาที่ติดตั้งกับชุดไม่ได้ทำงานเพราะภาษาที่ชายผู้นี้ใช้คือ “ภาษากลาง” แบบที่พวกชาวดราโกเนียนหรือชาวโลกใช้
“สวัสดี พวกคุณคือ” อัลโตเป็นคนแรกที่ตอบกลับ เขาเองก็แปลกใจเรื่องเดียวกับโซนาตา แต่ก็ตัดสินใจลองสื่อสารดู
“พวกเราคือเฮอร์มิต” หญิงชราที่อยู่ข้าง ๆ ตอบ “พวกเราอาศัยอยู่ในป่าพรีวูดแห่งนี้และเป็นผู้ดูแลความสงบของป่าด้วย พวกท่านคือพวกที่มาจากบนฟ้าใช่หรือไม่”
โซนาตาเข้าใจว่าพวกเขาคงหมายถึงเซคเตอร์วัน
“ถูกแล้ว” เขาตอบไปตามตรงเพราะอยากรู้ปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
เป็นโชคดีที่เขาเดิมพันถูกต้อง คนเหล่านี้ยังคงดูเป็นมิตรเช่นเดิมหลังจากรู้ว่าพวกเขามาจากนอกโลก
โซนาตามีประสาทสัมผัสพิเศษ แม้ไม่ถึงขั้นอ่านใจคนได้แต่ก็สามารถอ่านความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ได้อย่างแม่นยำ เฮอร์มิตเหล่านี้ไม่มีกลิ่นของความเป็นอริแม้แต่น้อย พวกเขาก็แค่อยากจะมาทักทายเท่านั้น
มีเรื่องมากมายที่โซนาตาอยากถามไถ่ เรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ที่อาศัยบนโลกนี้ เรื่องของประตู เรื่องของเซอร์เรียน และอีกหลายร้อยหลายพันคำถาม แต่ก่อนที่จะได้แก้ความสงสัยทั้งหมด เฮอร์มิตที่เป็นหัวหน้ากลุ่มได้หยุดเขาไว้ด้วยคำเชิญไปหมู่บ้าน
“หมู่บ้าน” โซนาตาได้ยินแล้วตาลุกวาว ในขณะที่พวกลูกน้องต่างก็หันมองกันไปมาเพราะใจยังระแวงกลุ่มบุคคลแปลกหน้า
เมื่อประตูประหลาดพ้นจากสายตา พวกเขาใช้เวลาครู่ใหญ่ติดตามพวกเฮอร์มิตไปจนถึงแหล่งที่อยู่ คำเรียกสถานที่นั้นว่าหมู่บ้านช่างไม่เข้ากับสถานที่จริง สถานที่แห่งนี้แตกต่างจากที่พวกโซนาตาคิดไว้มาก มันคือป่าที่มีกระโจมบ้างเพิงบ้างปลูกไว้ห่างจากกันเป็นระยะ ที่นี่ไม่มีแม้แต่ถนนหนทาง ไม่มีสาธารณูปโภครองรับ ทุกคนในที่แห่งนี้ใช้ชีวิตกลมกลืนราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาดูแตกต่างและดูมีอารยธรรมมีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือพวกเขาดำรงชีวิตอยู่กับเวทมนตร์
เฮอร์มิตเหล่านี้ใช้เวทมนตร์แก้ปัญหาในทุกอย่าง พวกเขาใช้มันช่วยในการหาอาหาร น้ำ รวมทั้งช่วยปกป้องตัวเองทั้งทางตรงและอ้อม โซนาตาสังเกตว่าเสื้อผ้าของพวกเขาถ้าไม่ทำจากหนังสัตว์ ก็เกิดจากการนำใบไม้มาถักทอกับเวทมนตร์ ซึ่งน่าเหลือเชื่อที่มันทั้งทนทานและรับมือกับสภาพอากาศในป่าดิบชื้นนี้ได้อย่างดี
เฮอร์มิตบางคนเลี้ยงตัวประหลาดที่คล้ายแพะไว้เพื่อรีดน้ำนมหรือไว้ช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งงานของพวกเขาก็ไม่ได้มีมากมาย พวกเขาล้วนแต่อยู่แค่ในป่า พึงพอใจกับชีวิตที่เรียบง่าย
“อาาา… เวทมนตร์นั่นใช้พาสเจอร์ไรซ์นมสินะ” โซนาตาเปรยขึ้นลอย ๆ เมื่อเห็นเฮอร์มิตรายหนึ่งร่ายเวทใส่ถังนมที่ได้มาจากสัตว์ประหลาด เขาเพิ่งรีดมาสด ๆ เวทมนตร์นี้น่าจะช่วยฆ่าแบคทีเรียและทำให้นมพวกนี้ปลอดภัยขึ้น
“ถ้าเป็นคนในเมืองเขาจะนำไปต้มแทน” เฮอร์มิตหญิงวัยกลางคนบอก มันทำให้โซนาตารู้ว่าไม่ได้มีแค่หมู่บ้านกลางป่าเขาแบบนี้ เมืองที่มีความเจริญมากกว่าก็มีอยู่เช่นกัน พอโซนาตาจะเปิดปากถามต่ออีกฝ่ายก็รีบขัดว่าผู้นำของพวกเขากำลังรออยู่ และเร่งให้รีบไปพบก่อน
กระโจมของ “เอลเดอร์” ผู้นำของเหล่าเฮอร์มิตทั้งปวงในป่าแห่งนี้มีสภาพไม่ต่างจากกระโจมหลังอื่น แต่ร่องรอยบางอย่างชี้ว่ามันอาจจะเก่าที่สุดก็เป็นได้ และขนาดก็ดูเหมือนเล็กที่สุด ทางโซนาตาเริ่มเข้าใจแล้วว่าการ “ปล่อยวาง” ที่คนกลุ่มนี้ชอบพูดถึงคืออะไร แม้แต่ที่พักของคนสำคัญที่สุดอย่างเอลเดอร์ก็ไม่ได้ใหญ่โตหรูหราไปกว่าคนอื่นเลย และด้วยขนาดไม่ใหญ่โตนี่เองทำให้โซนาตาสั่งให้คนอื่นนอกจากอัลโตรออยู่ข้างนอก
เมื่อเข้าไปในกระโจม ชายชราร่างผอมทักทายโซนาตาและอัลโตอย่างเป็นมิตร โซนาตามองดูการแต่งตัวของเขา ดูเหมือนว่า ไม่ว่าเฮอร์มิตคนไหนก็มีอายุมาก และการแต่งตัวกับผมเผ้าก็เป็นไปในทางเดียวกันหมด แต่แล้วโซนาตาก็ต้องแปลกใจ เพราะพบสิ่งที่ไม่ตรงกับข้อสรุปซึ่งเพิ่งได้มา
ทางข้าง ๆ ชายชราหนวดเฟิ้มคนนี้ มีหญิงสาวหน้าตาหมดจดและยังมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตนนั่งอยู่ด้วย เธอแนะนำตัวเองว่าเป็นลูกสาวคนโตของเอลเดอร์ที่ชื่อฟลอรา
“ยินดีต้อนรับสู่ซีน” ชายแก่หัวเราะ “ยังไม่มีใครบอกพวกท่านสินะว่าโลกนี้ชื่อซีน”
“ซีน….” โซนาตาเกาคางครุ่นคิด “พวกคุณรู้สินะว่าพวกเรามาจากข้างนอก” ข้างนอกที่โซนาตาหมายถึงไม่ใช่แค่ต่างแดน แต่เขาหมายถึงมาจากนอกโลก
เฮอร์มิตเฒ่าและลูกสาวพยักหน้า
พวกเขารู้!
“นอกจากรู้ว่าพวกท่านมาจากที่ไหน พวกเรายังรู้ด้วยว่าพวกท่านจะมา” ฟลอราตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“แต่ก่อนอื่นข้ามีของอย่างหนึ่งที่อยากจะมอบให้ท่าน” ยังไม่ทันเฉลยสิ่งที่ลูกสาวเปรยไว้ เฮอร์มิตชราก็หันไปส่งสัญญาณให้กับคนที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจม เฮอร์มิตคนนั้นรับคำสั่งแล้ว เขาเดินหายไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับวัตถุชิ้นยาวราวเมตรกว่า
โซนาตารับมาอย่างไม่โต้แย้ง และคลี่ห่อผ้าออก ในห่อผ้าปรากฎว่ามีดาบสีดำสนิท ทั้งปลอก ด้าม รวมไปถึงใบดาบด้วย ลักษณะของรูปร่างของมันคล้ายกับดาบของชาวตะวันออกในโพ้นทะเลของโลกที่โซนาตาจากมา
“เราเรียกมันว่าดาบดำ” เอลเดอร์อธิบาย “มันมีหลายชื่อ แต่นั่นคือชื่อที่เฮอร์มิตอย่างเราเรียกกัน”
โซนาตารับรู้ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่สัมผัสดาบเล่มนี้ มันไม่ใช่ดาบสามัญทั่วไป เนื้อดาบทำจากโลหะประหลาดที่รู้สึกได้ถึงทั้งความมืดและแสงสว่าง ลวดลาย ความคม ความสมบูรณ์ของใบดาบก็ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตราวกับไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ นอกจากนั้นก็ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
…สตีลมายด์…
โซนาตาใช้ทักษะพิเศษออกไปโดยไม่รู้ตัว เป็นอีกครั้งที่เขาเห็นผู้ชายผมสั้นสีน้ำตาลคนนั้น เขาคือผู้ตีดาบเล่มนี้ เบื้องหน้าของเขาคนนั้นมีสิ่งมีชีวิตที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ราวเทพเจ้า ชายผู้นั้นนำวิญญาณของมันกักไว้ในดาบเล่มนี้
มันเป็นความทรงจำที่น่าเหลือเชื่อจนโซนาตาเองยังไม่แน่ใจว่ามันคือเรื่องจริงหรือเขาแค่เห็นความฝันของใครบางคน
แต่สิ่งที่เขาเห็นจากความทรงจำที่ตกค้างในดาบยังไม่จบ หลายสิบหลายร้อยปีต่อมาดาบเล่มนี้ได้มาอยู่ในมือของชายผู้หนึ่ง ชายหนุ่มผู้มืดมนคนนั้นคือคนแรกที่สามารถใช้ดาบเล่มนี้ได้อย่างสมบูรณ์ โซนาตาไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ความเศร้าของชายผู้นั้นส่งผ่านมาถึงตัวเขาด้วย
ทันทีที่ได้สติสัมปชัญญะคืนมา โซนาตาก็เล่าสิ่งที่เขาเห็นให้กับเอลเดอร์ ฟลอราและอัลโตที่อยู่ด้วยในกระโจมนั้น สองเฮอร์มิตได้ฟังแล้วก็ไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิด ราวกับพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
“พวกเราไม่รู้หรอกว่าที่ท่านเห็นคืออะไรบ้าง อาจจะเป็นความทรงจำของผู้ที่สร้างดาบเล่มนี้และคนที่เคยใช้มัน”ฟลอราตอบ “พวกเราก็แค่ทำตามคำทำนาย”
พูดจบหญิงสาวก็ส่งกระดาษปึกหนึ่งให้ มันเป็นสำเนาของภาษาบางอย่างที่โซนาตาและอัลโตไม่รู้จัก
“กระดาษพวกนี้คัดลอกคำทำนายโบราณเอาไว้ มันบอกว่าสักวันจะมีผู้มาเยือนจากบนฟ้า หน้าที่ของพวกเราคือให้การช่วยเหลือ รวมทั้งมอบดาบเล่มนี้ให้ด้วย”
เอลเดอร์เข้าใจดีว่าพวกโซนาตายังมีเรื่องคาใจอยู่มากมาย คำทำนายนี้คืออะไร ดาบเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ รวมทั้งเรื่องของกุญแจทั้งสามดอก น่าเสียดายที่ฝ่ายเขาเองก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ทุกเรื่อง พวกเขาก็แค่ทำตามเรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่าจะช่วยดินแดนแห่งนี้ไว้ได้
“ต้องขอโทษด้วยที่อาจจะให้คำตอบได้ไม่ครบทุกเรื่อง คำทำนายบางส่วนสูญหายไปตามกาลเวลา พวกเรารู้แค่ว่าผู้มาจากบนฟ้าจะทำให้สงครามในดินแดนนี้ยุติลง” ชายแก่ชี้แจง
“เกี่ยวกับกุญแจสามดอก” ฟลอราอธิบายต่อ “มันคือกุญแจสู่ประตูแห่งความว่างเปล่า มันคือประตูที่พวกท่านเห็นกันมาแล้ว พวกเราเฮอร์มิตเชื่อว่าด้านหลังประตูนั้นไม่มีอะไรเลย แต่พวกเราก็ยังเก็บกุญแจหนึ่งในสามส่วนเอาไว้เพราะว่าผู้ถือกุญแจฝ่ายอื่นไม่คิดแบบนั้น
ในความเชื่อของเฮอร์มิต ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน พวกเขาไม่ยืดติดกับสิ่งใดแม้แต่ผืนป่าพรีวูดที่เป็นอาณาเขตของพวกเขาก็ตาม แต่แม้พวกเขาจะไม่ยี่หระต่ออนาคตตนเอง เฮอร์มิตเหล่านี้ก็ยังมีความเมตตาต่อบรรดาพืชและสัตว์
พวกเขาเชื่อว่ากุญแจนี้เป็นสิ่งที่รักษาสมดุลอำนาจของดินแดนแห่งนี้เอาไว้